การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น

dailynews150215‘การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น’ (Esophago-gastro-duodenoscopy)

ปัจจุบันแพทย์สามารถมองเห็นทะลุปรุโปร่งไปในหลอดอาหาร กระเพาะ ลำไส้ส่วนต้นได้อย่างกระจ่างชัดแล้วพร้อมถ่ายภาพมาให้ดูกันได้ด้วยที่เรียกกันว่า “การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารและลำไส้ส่วนต้น” ซึ่งหลายท่านผ่านการตรวจนี้มาแล้ว โดยยังไม่เข้าใจลึกซึ้งมากนัก จึงขอขยายความไว้ ณ ที่นี้ถึงหัวข้อต่าง ๆ อันเป็นหลักคิดด้วย

ข้อบ่งชี้ในการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร (Indication for Esophago-gastro duodenoscopy)

  • ปวดจุกแน่นใต้ลิ้นปี่ ใต้ชายโครงซ้ายเหนือสะดือ เสียดท้อง ปวดแสบท้อง
  • อาหารไม่ย่อย ลมแน่นท้อง (Dyspepsia)
  • กลืนอาหารลำบาก (Dysphagia)
  • กลืนอาหารเจ็บ (Odynophagia)
  • น้ำหนักลดลง (Weight loss)
  • เบื่ออาหาร (Anorexia)
  • อาเจียนบ่อย (Repeated vomiting)
  • ซีด ภาวะโลหิตจาง (Anemia)
  • อาเจียนเป็นเลือด (Hematemesis)
  • ถ่ายอุจจาระดำ (Melena)
  • พบก้อนในช่องท้องด้านบน (Upper abdominal mass)

การตรวจกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น

วิธีการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร เป็นวิธีหนึ่งซึ่งสามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ ถูกต้องมากยิ่งขึ้น โดยกล้องที่ใช้ตรวจจะมีลักษณะเป็นท่อเล็ก ๆ สามารถโค้งงอไปตามท่อทางเดินอาหารได้ ซึ่งจะเริ่มส่องกล้องนี้เข้าทางช่องปากไปจนถึงลำไส้เล็กส่วนต้น ซึ่งสามารถช่วยให้แพทย์เห็นภาพในกระเพาะอาหารได้อย่างชัดเจน ทั้งลักษณะความผิดปกติและตำแหน่งที่พบความผิดปกติได้ทางจอรับภาพ พร้อมทั้งสามารถบันทึกภาพและนำรูปภาพออกมาดูได้

การเตรียมตัวก่อนมา รพ.

1. ต้องงดน้ำ-อาหารอย่างน้อย 6 ชม. และอาหารมื้อสุดท้าย ก่อนงดควรเป็นอาหารอ่อนย่อยง่าย เพื่อให้กระเพาะอาหารว่าง

2. ถ้ามีฟันปลอมให้ถอดออกก่อนการส่องกล้อง

3. ถ้ามียาที่รับประทานอยู่ประจำควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อพิจารณางดยาถ้าจำเป็น เช่น ยาในกลุ่มละลายลิ่มเลือด แอสไพริน

4. ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีความวิตกกังวลสูงควรพาญาติมา รพ.ด้วย

5. ควรมาถึง รพ.ก่อนเวลานัดอย่างน้อย 1/2 -1 ชม.ก่อนเวลาส่องกล้อง

 

ขณะที่แพทย์ส่องกล้องท่านจะพบกับอะไรบ้าง

1. ท่านจะได้รับยาชาเฉพาะที่ชนิดพ่นลงในลำคอ ซึ่งสามารถกลืนได้โดยไม่เป็นอันตราย ถ้าผู้ป่วยมีความวิตกกังวลขณะส่องกล้อง แพทย์อาจพิจารณาให้ยาคลายกังวลซึ่งจะทำให้ท่านสบายขึ้น

2. ท่านจะต้องนอนในท่าตะแคงซ้ายขณะส่องกล้อง และสามารถช่วยแพทย์โดยการกลืนน้ำลายลงคอ เพื่อช่วยให้กล้องผ่านเข้าสู่หลอดอาหารได้สะดวก และลดการรบกวนหลอดอาหารได้ด้วย โดยขั้นตอนนี้แพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำตลอดเวลา

3. เมื่อกล้องผ่านหลอดอาหารแล้ว ท่านไม่จำเป็นต้องกลืนน้ำลาย สามารถปล่อยให้น้ำลายไหลลงที่ผ้ากันเปื้อนได้

4. ใช้เวลาในการส่องกล้องประมาณ 5-10 นาที ในระหว่างส่องกล้องท่านอาจจะมีอาการอึดอัดบ้าง เนื่องจากแพทย์จะเป่าลมเข้าทางกล้อง เพื่อขยายกระเพาะอาหารให้เห็นได้ชัดเจน

5. ขณะส่องกล้องท่านจะสามารถหายใจทางจมูกได้ตามปกติ อย่ากลั้นหายใจ เพราะจะทำให้ท่านรู้สึกอึดอัดและไม่สุขสบาย

 

ประโยชน์ของการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร

เพื่อตรวจดูหลอดอาหาร กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้นว่ามีลักษณะผิดปกติ เช่น ตีบ อุดตัน เป็นแผล อักเสบ เนื้องอกมะเร็ง จุดเลือดออก เส้นเลือดแตกหรือไม่

ถ้าพบลักษณะแผล เนื้องอกมะเร็ง แพทย์จะตัดชิ้นเนื้อเพื่อส่งพิสูจน์ต่อไปว่า เป็นแผลธรรมดา เป็นมะเร็ง หรือมีเชื้อโรคเฮลิโคแบคเตอร์ไพโลไรหรือไม่

ถ้าพบจุดเลือดออก อาจฉีดยาห้ามเลือด หรือใช้ความร้อน จากกระแสไฟฟ้าห้ามเลือด หรือใช้ hemoclip (คล้ายเข็มเย็บกระดาษ) ช่วยหยุดเลือด

หากมีการตีบตันก็จะใช้กล้องส่องกระเพาะช่วยขยายได้บางส่วน

ในกรณีที่มีเส้นเลือดดำโป่งพอง ที่ส่วนปลายหลอดอาหาร (พบในผู้ป่วยตับแข็ง ซึ่งจะมีอาการอาเจียนเป็นเลือด) สามารถรัดเส้นเลือดดำที่แตกนี้ได้โดยรัดผ่านกล้องส่องตรวจกระเพาะอาหารซึ่งเป็นวิธีที่นิยมทำ

เพื่อติดตามผลการรักษาด้วยยา ว่าแผลหายดีหรือไม่ผลข้างเคียงของการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารอาจมีเลือดออก พบได้น้อยกว่า 1 : 1000 มักพบในรายที่จี้ตัดเนื้องอก หรือตัดชิ้นเนื้อหลาย ๆ แห่งการสำลักน้ำลาย เกิดปอดอักเสบ พบได้น้อยการติดเชื้อ พบได้น้อยส่วนอาการเจ็บระคายคอ การดื่มน้ำมาก ๆ จะช่วยได้

 

การปฏิบัติตัวหลังได้รับการส่องกล้อง

1. ท่านจะรู้สึกเหมือนมีเสมหะติดที่ลำคอ หรือรู้สึกหนา ๆ บริเวณโคนลิ้น ซึ่งเป็นอาการที่เกิดจากฤทธิ์ของยาชา ท่านจะรู้สึกอยู่นานประมาณ 30 นาที แล้วอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเอง

2. ท่านสามารถอมน้ำบ้วนปากได้ แต่ยังไม่ควรดื่มน้ำในทันที เพราะอาจทำให้ท่านสำลักน้ำได้ เนื่องจากยังมีฤทธิ์ยาชาอยู่ จะบังคับการกลืนได้ไม่ดี

3. เมื่อรู้สึกว่าคอหายชาแล้ว ให้ท่านลองจิบน้ำก่อน ถ้าท่านสามารถบังคับการกลืนได้ดี ไม่มีอาการสำลักน้ำจึงสามารถเริ่มรับประทานอาหารได้ และควรเริ่มเป็นอาหารอ่อนก่อน

4. ในกรณีที่ท่านได้รับยาคลายวิตกกังวล ท่านอาจจะต้องนอนในห้องพักฟื้นจนกว่าท่านรู้สึกตัวดีจึงกลับบ้านได้

5. ในกรณีที่แพทย์สั่งยารักษาให้ท่านควรรับประทานยาให้ครบถ้วนและถูกต้องอย่างเคร่งครัด

6. เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ควรมารับการตรวจรักษาตามที่แพทย์นัดทุกครั้ง เพื่อประโยชน์แก่ตัวท่านเอง

ข้อมูลจาก ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและโรคตับ (GI & LC Center) โรงพยาบาลพญาไท 1 / http://www.phyathai.com

นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

ที่มา : เดลินิวส์  15 กุมภาพันธ์ 2558

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s