หน้าหนาว ทำให้คนเหงา! มากิน “กล้วยหอม” ลดอาการซึมเศร้ากัน!

matichon141116_01หน้าหนาวแล้วสินะ

ว่ากันว่าหน้าหนาวทำให้คนเราไม่สดใส โดยเฉพาะผู้คนทางฟากฝั่งประเทศยุโรป เพราะปกติก็ไม่ค่อยได้เจอแสงแดดกันเต็มๆ ยิ่งหน้าหนาวอากาศที่มัวซัวซึมเซา ทำให้มีโอกาสเป็น “โรคซึมเศร้า”

…โรคที่เกิดจากการหลั่งของฮอร์โมนชนิดหนึ่งซึ่งส่งผลต่อสภาพจิตใจ คนที่เป็นโรคซึมเศร้าจึงไม่สามารถบังคับจิตใจตนเองไม่ให้เกิดอาการดังกล่าวได้ เนื่องจากเป็นปฏิกิริยาที่เกิดจากสมองสั่งการโดยตรง

ฉะนั้น ผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าจึงต้องเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ โดยแพทย์จะให้ยาเพื่อลดฮอร์โมนชนิดดังกล่าว

แล้วทำอย่างไรจะลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการซึมเศร้า?

มีค่ะมีการวิจัยพบว่ามีผลไม้ชนิดหนึ่งที่ช่วยลดการเกิดอาการซึมเศร้าได้นั่นคือ “กล้วยหอม”

ทั้งนี้ เนื่องจากในกล้วยหอมมีสารทริปโตแฟน (Tryptophan) อันเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง ซึ่งร่างกายสามารถเปลี่ยนให้เป็นสารเซโรโทนิน (Serotonin) ที่จะทำให้ผ่อนคลาย มีความสุข หายจากความกังวลทั้งปวง

นอกจากนี้ การกินกล้วยหอมยังลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ป้องกันการเป็นโรคที่เกี่ยวกับสมองอื่นๆ ได้ด้วย เพราะเป็นแหล่งรวมวิตามินบีที่สูงมาก ซึ่งวิตามินบีนี้จะช่วยในการทำงานของระบบประสาท และทำให้การทำงานของสมองได้สมดุล

ที่มา: มติชน 16 พฤศจิกายน 2557

Advertisements

วิจัย ข้าวโพดแฟนซีสีม่วง เพิ่มคุณค่าต้านมะเร็งเนื้องอก

ข้าวโพด…เป็นพืชธัญหารที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับมนุษย์ มาตั้งแต่โบราณกาล กระทั่งปัจจุบันยังนำไปสู่ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ และอื่นๆอีกมากมาย…

…ข้าวโพดข้าวเหนียว…เป็น ข้าวโพดอีกชนิดหนึ่งที่ผู้บริโภคชื่นชอบ ทำให้เกษตรกรนิยมปลูกกันมากเพราะ ความต้องการของตลาดสูง นักวิจัยได้เห็นความสำคัญตรงจุดนี้จึงได้ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนมีข้าวโพดข้าวเหนียวสายพันธุ์ใหม่ชื่อว่า “ข้าวโพดข้าวเหนียว แฟนซีสีม่วง 111” ที่ ภาคเอกชน ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คิดค้นขึ้นมาเพื่อผู้ที่รักสุขภาพ…

รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บอกว่า ข้าวโพดสายพันธุ์นี้เป็นข้าวโพดลูกผสม ระหว่าง ข้าวโพดสีม่วง กับ ข้าวโพดข้าวเหนียว ใช้เวลา พัฒนา 7 ปี ปลูกในแปลงทดสอบประมาณ 3-4 ปี จำนวน 30–40 แห่ง ที่บริเวณ อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี อ.เมือง จ.ลพบุรี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ฯลฯ จุดเด่น คือ ตั้งแต่ ราก ลำต้น ฝัก ซัง เมล็ด ไหม และ ดอกมีสีม่วง…อีกทั้งสามารถนำไปปลูกได้ในทุกสภาพพื้นที่ สามารถต้านแรงลมได้ดี และ ฝักมีขนาดใหญ่ ให้ ผลผลิตสูงกว่าสายพันธุ์อื่นๆถึง 50 เปอร์เซ็นต์

“…นักวิจัยประกอบด้วย นายนิพัฒน์ ลิ้ม-สงวน กับ นางจันทร์เพ็ญ แสงประกาย จาก สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มก. ได้จัดทำโครงการ “ทดสอบคุณค่าทางโภชนาการและเชิงสุขภาพของข้าวโพดแฟนซีสีม่วง 111 ระยะเก็บเกี่ยว” โดยทำการวิเคราะห์ปริมาณ สารแอนโธไซยานินส์ ความสามารถต้านอนุมูลอิสระ และสารประกอบฟีนอลิก พบว่าในระยะเก็บเกี่ยว 72 วัน มีสารทั้ง 2 ชนิดมากที่สุด…” รศ.วุฒิชัย กล่าวและว่า

วิธีการวิเคราะห์ข้าวโพดแฟนซีสีม่วง…ด้วยการทำ DPPH assay และ ABTS asssy นำไป เปรียบเทียบกับ ข้าวโพดเหลือง และ ข้าวโพดขาว พบการต้านอนุมูลอิสระ และ สารทั้งสองชนิดมากกว่าอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังได้วิเคราะห์องค์ประกอบ ทั้ง โปรตีน ไขมัน และ คาร์โบไฮเดรต มีความแตกต่างกัน รวมทั้งสารอาหารจำพวกเกลือแร่ และ วิตามิน มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย และ สุดท้ายวิเคราะห์ Amino acid profile พบว่า ในระยะเก็บเกี่ยว 72 วัน ให้กรดอะมิโนสูงสุด ซึ่ง สามารถต้านมะเร็งเนื้องอกได้

นอกจากนี้ ข้าวโพดแฟนซีสีม่วงฝักสดที่มีคุณภาพดีแล้ว ยังให้ เปลือกสูงถึงไร่ละ 2,500 กิโลกรัม ซึ่งนำ ไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ เช่น อาหารสัตว์ ได้อีกด้วย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ เกษตรกรสามารถนำไปสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น… สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มกริ๊งกร๊าง 0-3626-6316-9.

 

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ที่มา: ไทยรัฐ 30 กรกฎาคม 2555

 

แพทย์เตือนฉีด’อะมิโน’เข้าเส้นเลือด อันตรายถึงตาย

อย. เตือนอันตรายห้ามเลียนแบบ นักเรียนต่างชาติฉีดกรดอะมิโนเข้าเส้นเลือดดำกระตุ้นให้ตื่นตัวช่วงสอบอาจอันตรายถึงตายได้ รวมถึงกรณีโจ๋ประจวบฯ ทำพิลึกฉีดน้ำมันมะกอกเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ เสี่ยงติดเชื้อสูงถึงขั้นใช้การไม่ได้…

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. นพ.พงศ์พันธ์ วงศ์มณี รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยกรณีมีข่าวเด็กนักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในต่างประเทศ ฉีดกรดอะมิโนเข้าเส้นเลือดดำ เพื่อช่วยกระตุ้น และสร้างพลังงานให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาเพื่อเตรียมตัวสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัย ในเรื่องนี้ อย. มีความห่วงใย และขอเตือนมายังเด็กนักเรียน รวมทั้งพ่อแม่และผู้ปกครองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและไม่ควรเลียนแบบ เนื่องจากกรดอะมิโนที่ร่างกายใช้สำหรับสร้างโปรตีน สามารถได้จากอาหารที่รับประทานอยู่แล้ว หากต้องการสารอาหารที่อุดมไปด้วยกรดอะมิโน ขอแนะนำให้รับประทานอาหารจำพวก เนื้อสัตว์ ปลา นม เนย ไข่ เป็นต้น เป็นประจำ เพื่อให้ร่างกายได้รับปริมาณของกรดอะมิโนจำเป็นอย่างพอเพียง

สำหรับกรณีการฉีดกรดอะมิโนเข้าสู่เส้นเลือดดำ จะใช้ในกรณีที่มีความจำเป็นทางการแพทย์เท่านั้น เช่นในผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานอาหารได้ และต้องทำในสถานที่ที่เหมาะสม มีแพทย์คอยดูแล เพราะการให้ยาหรือสารอาหารทางเส้นเลือด หากเกิดการแพ้อาจมีอันตรายที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต หากแก้ไขไม่ทันท่วงที เช่น อาเจียน ช็อกหมดสติ นอกจากนั้นตัวกรดอะมิโนมีโอกาสทำให้เกิดผลข้างเคียงหรืออาการแพ้อื่น ๆ เช่น ปวดแผล ผื่นคัน ท้องเสีย คลื่นไส้อาเจียน มึนงง ใจสั่น แน่นหน้าอก เป็นต้น

ส่วนกรณีเด็กวัยรุ่น จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซื้อน้ำมันมะกอกบรรจุขวดขนาดเล็ก และใช้หลอดฉีดยาฉีดเข้าผิวหนังรอบอวัยวะเพศด้วยตัวเอง เพื่อต้องการเพิ่มขนาดให้ใหญ่ขึ้น ซึ่งต่อมาเกิดการติดเชื้อ อักเสบ และบวมเป็นแผลขนาดใหญ่ ทำให้เวลาปัสสาวะเจ็บปวดทรมานเป็นอย่างมาก และอวัยวะเพศไม่แข็งตัวตามธรรมชาติ อย. ขอเตือนว่า การนำน้ำมันมะกอกมาฉีดเข้าสู่ร่างกาย อวัยวะเพศนั้น จัดเป็นสารแปลกปลอมที่ฉีดเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจะต่อต้านสารแปลกปลอมนั้น ก่อให้เกิดอาการที่ตามมา คือ ระคายเคือง บวม อักเสบ หากไม่รีบนำออกจะเกิดการเน่าเสีย เนื้อเยื่อถูกทำลาย เสี่ยงต่อการติดเชื้อ อาจรุนแรงถึงขั้นอวัยวะเพศไม่สามารถใช้การได้อีก

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของ อย. พบว่า ไม่มีการขึ้นทะเบียนน้ำมันมะกอก เพื่อใช้ในการฉีดแต่อย่างใด ดังนั้นน้ำมันมะกอกที่ใช้กันจึงไม่ปลอดภัยและมีโอกาสติดเชื้อได้สูง อย. จึงขอเตือนมายังวัยรุ่นที่คิดจะลองฉีดสารแปลกปลอมต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกาย หรือมีความเชื่อผิดๆ เช่น กรณีการฉีดกรดอะมิโนเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อตุ้นให้ตื่นตัว รวมทั้งการฉีดน้ำมันมะกอกเพื่อเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ ขอเตือนว่าอย่าคิดลองเป็นอันขาด เพราะผลที่ตามมาอาจทำให้เกิดความพิการไปตลอดชีวิตหรืออาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

ที่มา: ไทยรัฐ 9 พฤษภาคม 2555

.

Related link:

.

Students ‘drugged’ in class ahead of gaokao

Updated: 2012-05-07 15:42

An investigation is underway after shocking images circulated on the Internet showingteenagers in a late night study session taking intravenous injections while studying for theNational College Entrance Exam, Beijing Times reported Monday.

More than 30 students, some sitting and continuing to study – others standing – were capturedon film injected with intravenous drips of amino acid hanging from the classroom of XiaogangNo 1 High School in Xiaogang city, Central China’s Hubei province during an evening studysession.

The photos, which have garnered lots of controversy online, were posted on May 4 by a microblogger dubbed “CHImushroom” who claims to be a third-grade student at the key provincialschool.

The school has confirmed the photo is authentic, but did not confirm when it was taken. TheNational College Entrance Exam, or Gaokao, is usually held early June.

Thousands of messages followed online with most outraged and expressing sympathy to thestudents. Many believed the students were sick and studying.

But the school confirmed the liquid being bumped into the veins of their third grade studentswas in fact amino acid to supply energy. A solution normally used in acutely ill people in ahospital setting.

The school’s administrative officer surnamed Xia said students were offered the injection to help improve their physical condition and energy supply ahead of the gaokao. The schooldecided to administer the fluids in the classroom to save study time.

According to Gao Pingqiang, director of supervising office of the school, the pre-gaokao injection has become very popular over the years and some micro bloggers also said they hadthe injection and it helped them perform better for the highly-pressured exam that determineswhich university a student can attend.

Gao believes injecting amino acid has no harmful effects, can help relax students and refusedto stop offering the fluids.

“The school will not suspend the injection and we will continue ifstudents want it,” said Gao.

However, a survey of micro bloggers showed, 11,163 disagreed with the policy and 1,248supported it.

The effectiveness of injecting amino acids was also doubted by some experts.

“It is stupid for the school to let students have the amino acid injection,” said Zuo Xuezhi, anutritionist with Tongji Hospital.

“Without mention the effectiveness of amino acids, theintravenous injection itself may lead to adverse reactions”, added Zuo.

State Food and Drug Administration expert Sun Zhongshi says it is not necessary at all for anormal person to get supplied with additional amino acid. Students are also vulnerable toinfection when taking injections in a classroom, Sun added.

Aside from the effectiveness of the injection, some experts also suspect the work of specialinterest groups that are benefiting from the injection, as a bottle of amino acid costs about 100yuan.

Xia, director of the school’s administrative office, added that each gaokao attendee isguaranteed by regulations to enjoy a 10 yuan a year subsidy for an amino acid injection.

Meanwhile, Gao Pingqiang, claimed each student needed to pay 10 yuan for a 500 ml bottle of amino acid.

However, Hubei provincial education authority said they have never known such a subsidy andhas launched an investigation.

data from:  chinadaily.com.cn