‘กระชายดำ’

dailynews140330_003จากการระดมความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ ผู้ประกอบการทั้งภาครัฐและภาคเอกชนภายใต้แผนพัฒนาสมุนไพรไทยของกรมแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ได้คัดเลือกสมุนไพร 4 ชนิดและผลิตภัณฑ์สมุนไพร 1 รายการ ได้แก่ กวาวเครือขาว กระชายดำ บัวบก ไพล และลูกประคบ เพื่อพัฒนาสมุนไพรสู่ผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศไทย (Thailand Champion Herbal Products: TCHP)

หลักเกณฑ์พิจารณาคัดเลือก มีดังนี้

1.มีคุณค่าในการใช้เป็นยารักษาโรค หรือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือเครื่องสำอาง
2.สามารถพัฒนาให้มีมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจ
3.มีสรรพคุณและความปลอดภัย
4.มีผู้ใช้หลากหลายกลุ่ม หลายประเภท
5.เป็นสมุนไพรที่ปลูกได้ในประเทศไทย และมีการวิจัยโดยนักวิจัยไทย

เรื่องการเพิ่มคุณค่าและสร้างผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทยให้เป็นที่นิยมเพื่อเป็นผลิตภัณฑ์ส่งเสริมสุขภาพ ส่งเสริมภูมิต้านทานของร่างกาย สามารถแก้ไขกลุ่มอาการง่าย ๆ ให้กับสาธารณสุขมูลฐานได้อย่างดียิ่ง ทั้งนี้จำเป็นต้องมีการศึกษาตามหลักการของแพทย์แผนปัจจุบันอย่างชัดเจน สามารถระบุขนาดยา วิธีใช้ ข้อบ่งชี้ในการใช้ และข้อระวัง ผลข้างเคียงหรือผลแทรกซ้อน รวมทั้งศึกษาด้วยว่าจะมีปฏิกิริยาเสริมฤทธิ์หรือต้านฤทธิ์กับยาแผนปัจจุบันใด ๆ หรือไม่ ควรมีฉลากแสดงรายละเอียดของยาและรายละเอียดของวิธีใช้อย่างชัดเจนรวมถึงป้องกันปัจจัยเสี่ยงทั้งหลายทั้งมวลไว้ด้วย เพราะความรู้ด้านสมุนไพรไทยนั้นมิได้กำหนดเป็นการเรียนการสอนในหลักสูตรใด ๆ ที่ชัดเจน

หากพัฒนาให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยทั้งที่เป็นยา อาหารเสริม เครื่องสำอาง หรือยาที่ลดกลุ่มอาการต่าง ๆ จนเป็นที่นิยมใช้ได้อย่างแพร่หลายแล้วจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับชาวสวน ชาวไร่ ที่ทำการปลูกสมุนไพร สามารถสงวนพันธุ์ ผสมพันธุ์ เพิ่มพันธุ์ เพิ่มคุณค่า ให้กับสมุนไพรได้อย่างต่อเนื่อง และอาจเป็นสินค้าออกได้อย่างดียิ่ง หากได้นำออกเผยแพร่สรรพคุณจนเป็นที่แพร่หลายในทั่วโลก ปัจจุบันนี้มีผงสกัดของสมุนไพรอินเดียภายใต้ศาสตร์ของอายุรเวทแผนอินเดีย ผงสกัดสมุนไพรจีนส่งเข้ามาเผยแพร่และจำหน่ายในประเทศไทยอยู่มากมาย และดูคล้ายว่าจะมียอดการจำหน่ายและความนิยมเพิ่มขึ้นทุกปี

สำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรผู้นำ 4 ชนิดและผลิตภัณฑ์สมุนไพร 1 ชนิดนั้น ผมได้นำความรู้เรื่องของบัวบก กวาวเครือ นำเสนอท่านผู้อ่านมาแล้ว และความรู้เรื่องขมิ้นชัน ซึ่งเป็นสมุนไพรไทยและ ได้ใช้เป็นยาแผนปัจจุบันโดยทั่วไปได้นำเสนอในคอลัมน์นี้ไปแล้ว วันนี้จะเพิ่มความรู้เรื่องกระชายดำต่อไป

กระชายดำ (Kaempferia parviflora Wall. Ex Baker) ในสมัยโบราณมีการบันทึกถึงการใช้ว่านกระชายดำในทางคงกระพันชาตรี  ต่อต้านศาสตราวุธ และแคล้วคลาดจากคมหอกคมดาบได้เป็นอย่างดี มีตำนานเล่าขานกันมาว่า นักรบในสมัยโบราณมักพกกระชายดำติดตัวไปทุกครั้งเมื่อออกสนามรบและจะเคี้ยวอมไว้ในปากเวลาต่อสู้กับข้าศึก

ในตำรายาโบราณบางฉบับมีการบันทึกถึงการนำกระชายดำไปใช้เป็นยาสมุนไพรในหลายตำรับ ดังเช่นคัมภีร์ยา “นพเก้า” ที่กล่าวกันว่าเป็นสุดยอดของตำรายาสมุนไพร ซึ่งมีตัวยาทั้งหมด 9 ชนิด และกระชายดำก็เป็นหนึ่งในเก้าชนิดนั้นเช่นกัน ตำรายาของขอมโบราณก็มีการบันทึกตำรับยากระชายดำผสมนํ้าผึ้งเดือนห้าไว้ด้วย

ส่วนตำราว่านมหามงคลนั้นก็มีบันทึกถึงกระชายดำเช่นกันว่า เป็นว่านมหามงคล มีเมตตามหานิยม คงกระพันชาตรี ถ้าปลูกไว้หน้าบ้าน หรือปลูกใส่กระถางนำไปตั้งไว้หน้าบ้านจะเป็นสิริมงคลมีแต่เรื่องดี ๆ เข้ามาในบ้าน ป้องกันภูตผีปิศาจ ซึ่งบรรดานักเลงว่านทั้งหลายนิยมสะสมกันมานาน และในสมัยก่อนถือว่าเป็นว่านที่หายากมีราคาแพง

หมอพื้นบ้านมีการนำว่านกระชายดำมาใช้เป็นส่วนผสมของสูตรยาสมุนไพรมานานแล้ว โดยเฉพาะยารักษาโรคต่าง ๆ และยาชูกำลังหรือยาบำรุงสมรรถภาพทางเพศ แต่จะเก็บไว้เป็นความลับเฉพาะตัวบุคคลไม่เผยแพร่ให้รู้จัก เพราะเชื่อกันว่าตัวยานี้มีครูที่จะต้องเก็บรักษามีคาถาอาคมประกอบ และต้องมีสัจจะต่อครูบาอาจารย์คือไม่ให้เปิดเผยโดยทั่วไป ยกเว้นเสียแต่ว่ามีผู้สืบทอดอย่างเป็นทางการ ซึ่งก่อนจะได้รับการถ่ายทอดวิชาและสอนตำรับยาอย่างเป็นทางการนั้นจะต้องผ่านพิธีกรรม การสาบาน ตนเป็นลูกศิษย์อย่างเป็นทางการ และต้อง เสียค่าบูชาหรือที่เรียกว่าค่าครูด้วย มิ เช่นนั้นจะถือว่าไม่ศักดิ์สิทธิ์จริง ด้วยวิธีการถ่ายทอดวิชาความรู้เรื่องสูตรยาสมุนไพรที่ยุ่งยากซับซ้อนนี้ จึงทำให้คนรุ่นหลังไม่ค่อยให้ความสนใจมากนัก ทำให้ตำรายาดี ๆ หลายตำรับหายสาบสูญไปกับเจ้าของสูตรนั้นมามากต่อมากแล้ว กระชายดำก็เช่นกันแม้จะมีการใช้ทำยามานาน แต่ถูกปิดบังโดยเงื่อนไขทางพิธีกรรมที่สืบทอดกันมา จึงทำให้สมุนไพรชนิดนี้ในอดีตไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากนัก แต่ในปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ

การขยายพันธุ์กระชายดำ : จะใช้หัวพันธุ์ ต้นพันธุ์ หรือแบ่งเหง้าจากต้นที่เติบโตสมบูรณ์แล้วนำมาปลูก สามารถปลูกในกระถางเพื่อเป็นไม้ประดับหรือปลูกรวมกับว่านชนิดอื่น ๆ หรือพื้นที่ที่จะปลูกเป็นที่ลาดชัน (slope) อาจไม่ต้องยกร่องก็ได้

ฤดูปลูก  : ปลูกได้ทั้งปี แต่ฤดูที่เหมาะสม อยู่ระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม

แหล่งปลูก : เลย อุดรธานี พิษณุโลก

 

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

การวิจัยในสัตว์ทดลองเพศผู้สนับสนุนฤทธิ์เสริมสมรรถภาพทางเพศของกระชายดำ แต่ยังไม่มีรายงานการวิจัยในคน แต่มีรายงานวิจัยทางคลินิกว่าช่วยเพิ่มความแข็งแรงของร่างกายในผู้สูงอายุ ส่วนหนึ่งเนื่องจากฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน กระชายดำยังมีฤทธิ์อื่นที่น่าสนใจ เช่น ต้านอักเสบ ต้านการแพ้ (anti-allergy) ขยายหลอดเลือด ลดภาวะอ้วน ลดการสะสมไขมันในช่องท้องในหนูเบาหวานที่อ้วน รวมทั้งลดการดื้อยาคีโมของเซลล์มะเร็ง สารสกัดกระชายดำยังมีฤทธิ์ทางชีวภาพและเภสัชวิทยาที่สำคัญหลายประเภท ได้แก่ ต้านจุลชีพ ต้านการกลายพันธุ์ ยับยั้งการไหลกลับของยาในลำไส้เล็ก ต้านการอักเสบ มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันและอาการภูมิแพ้ มีฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งเพาะเลี้ยงหลายชนิด ลดระดับนํ้าตาลและไขมันในเลือด มีผลต่อสมรรถ ภาพทางเพศ ขยายหลอดเลือดและเพิ่มอัตราการไหลเวียนเลือด เพิ่มการเรียนรู้ความจำ ปกป้องเซลล์ประสาทถูกทำลายและเพิ่มคุณภาพชีวิตได้ จึงควรได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสารสกัดกระชายดำ

การศึกษาทางพิษวิทยา: ผงกระชายดำและสารสกัดที่ได้จากแหล่งปลูกในจังหวัดเลยมีความปลอดภัย มีการปนเปื้อนของโลหะหนักและจุลินทรีย์อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานกำหนด สารสกัดกระชายดำที่สกัดด้วยเอทานอล 95% ไม่ก่อให้เกิดการกลายพันธุ์เมื่อทดสอบด้วยวิธีแบคทีเรียชนิด Salmonella typhimurium ผงกระชายดำและสารสกัดกระชายดำที่ได้ยังมีพิษต่อเมื่อใช้ทดสอบพิษเฉียบ พลันและพิษเรื้อรังในสัตว์ทดลอง โดยทดสอบกับหนูนาน 6 เดือนพบว่าผลกระชายดำ 2,000 มิลลิกรัม/กิโลกรัม หรือสารสกัดกระชายดำขนาด 500 มิลลิกรัม/กิโลกรัมมีความปลอดภัย

กระชายดำมีศักยภาพในการวิจัยและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หลายประเภท เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อบำรุงร่างกายในคนทั่วไปและผู้สูงอายุ ยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศในผู้ชายทำนองเดียวกับผลิตภัณฑ์รากปลาไหลเผือกของมาเลเซีย ยาช่วยลดความอ้วน และครีมทาลดเซลลูไลต์ เป็นต้น

ผลิตภัณฑ์จากกระชายดำ : ยาบำรุงร่างกายชนิดเม็ด-นํ้า กาแฟสำเร็จรูปกระชายดำ ชากระชายดำ ไวน์กระชายดำ

ข้อมูลจาก หนังสือคู่มือการดูแลสุขภาพด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข.

 

นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

ที่มา: เดลินิวส์ 30 มีนาคม 2557

Advertisements

ฟิตปั๋งแบบไทย ไม่ต้องพึ่ง ‘ถั่งเช่า’

dailynews130714_002อาทิตย์นี้ขออิงกระแส “คลิปถั่งเช่า” ของฝ่ายการเมือง เอาใจคุณลุง คุณน้า คุณตา คุณปู่ หรือป๋า ๆ ทั้งหลาย ที่เตะปี๊บไม่ดัง ความฟิตปั๋งลดลง ครั้นจะไปหา “ถั่งเช่า” มาโด๊ปกระเป๋าคงฉีกเป็นแน่แท้ เพราะราคาแพงหูฉี่ งั้นลองมาดูสมุนไพรไทยหรืออาหารง่าย ๆ ราคาถูก ที่มีอยู่ในบ้านเราดีกว่าว่าตัวไหนพอจะช่วยได้บ้าง

นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ กล่าวว่า ถั่งเช่ามีสารเคมีตัวหนึ่งชื่อ “คอร์ไดซิปีน” ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน เสริมหลอดเลือดให้แข็งแรง พอหลอดเลือดแข็งแรงไม่ตีบ สมรรถภาพทางเพศน่าจะดีขึ้น เพราะคนมีปัญหานกเขาไม่ขันเนื่องจากหลอดเลือดตีบ ทั้งนี้การศึกษาถั่งเช่าที่มีผลต่อการสร้างอสุจิ หรือสมรรถภาพ ของผู้ชาย ส่วนใหญ่มีการศึกษาในประเทศจีน ไต้หวัน ได้ผลในสัตว์ทดลอง เช่น ทำให้อสุจิเพิ่มขึ้น แต่การวิจัยในคนยังค่อนข้างน้อยอยู่ ในแง่การรักษามะเร็งไปไกลกว่าเรื่องนี้และมีงานวิจัยค่อนข้างเยอะ

ถ้าอยากให้นกเขากลับมาขันจะต้องรู้หลักก่อนว่า จะต้องทำให้หลอดเลือดขยายตัวได้ดี ซึ่งมีสารเคมีตัวหนึ่งช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวได้ดี นั่นก็คือ “แอล-อาร์จินีน” เป็นอณูอาหารที่ช่วยเสริมสมรรถภาพ มีอยู่ในธัญพืชต่าง ๆ ที่มีในบ้านเรา เช่น เม็ดมะม่วงหิมพานต์ งาดำ ถั่วลิสง ปลาทู และอาหารทะเล เป็นต้น

มะระขี้นก” ช่วยลดน้ำตาล ต้านนกเขาไม่ขัน เป็นตัวช่วยคุมน้ำตาลในเลือด ที่ไหนมีน้ำตาลไปจับเยอะ หลอดเลือดจะเสื่อมเร็ว มะระขี้นกมีฤทธิ์เหมือนยาช่วยเสริมสมรรถภาพ ช่วยขยายเส้นเลือด กินแบบต้มหรือลวกก็ได้ ในคนไข้เบาหวานที่มีปัญหานกเขาไม่ขันมะระขี้นกคือคำตอบ

กระชายดำ” มี “สารฟลาวโวนอยด์” เป็นสารกลุ่มพฤษฮอร์โมน ในบ้านเรามีการทดลองในหนูทดลองได้ผล

ขิง” เป็นโสมแบบไทย ๆ ช่วยทำให้เส้นเลือดขยาย เพราะมีน้ำมันสำคัญ คือ “จินเจอรอล” ลองสังเกตดูว่าเวลากินเข้าไปมันจะรู้สึกร้อนซู่ซ่าขึ้นมาทันที

จมูกข้าว”หรือ “ข้าวกล้อง” มีทั้ง แอล-อาร์จินีน เบต้ากลูแคน และสังกะสี ช่วยเสริมสร้างอสุจิ และช่วยต่อมลูกหมากได้ดี

เมล็ดฟักทอง” มีสังกะสี และวิตามินบีเยอะมาก ช่วยทำให้เส้นประสาทส่วนปลายไวขึ้นโดยเฉพาะบริเวณแถวจุดสำคัญ จุดยุทธศาสตร์ แต่มีเคล็ดในการกิน คือ อย่ากินแบบอบเกลือเพราะเกลือจะยิ่งทำให้ง่อยลง นกเขาไม่ขัน

นอกจากนี้อาหารที่มี “ไนอะซีน” หรือ “วิตามินบี 3” มีมากใน พริก เนื้อไก่ โดยเฉพาะส่วนอก หรือน่อง

ข้าวหมาก” เป็นแหล่งของ “ไนอะซีน”และ “วิตามินบี 12” ซึ่งหาได้ยาก ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ช่วยในเรื่องเส้นประสาทส่วนปลาย และช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศได้

กระเทียม” หรือ “หัวหอม” ก็ช่วยเรื่องสมรรถภาพทางเพศได้ดีมาก มีพระเอกคือ “สารอัลลิซิน” เป็นตัวช่วยกวาดตะกรันไขมันในเส้นเลือด สรรพคุณเหมือนตัวทะลวงท่อ

หญ้าฝรั่น” เป็นสมุนไพรโบราณ มีใช้มานานแล้ว แต่ราคาแพงมาก โลละเป็นแสนบาท เป็นเหมือนหญ้าทองคำ หญ้าฝรั่นเอามาปรุงอาหาร เช่น ข้าวอบ ข้าวหุงใส่หญ้าฝรั่น มีการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในแคนาดาระบุว่า หญ้าฝรั่นกับโสมเกาหลีมีสรรพคุณในการบำรุงสมรรถภาพทางเพศเหมือนกัน

ท้ายนี้ก่อนจะสรรหาอะไรมารับประทาน ต้องดูว่าตัวท่านมีโรคประจำตัว 4 โรคนี้หรือไม่ คือ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วนลงพุง และโรคเครียด ถ้ามีควรรักษาด้วย  มิฉะนั้นต่อให้สมุนไพรราคาแพงแค่ไหนก็ช่วยไม่ได้ เพราะ 4 โรคนี้เป็นตัวการทำให้นกเขาโศกเศร้า เหงาหงอย  ขณะเดียวกันควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ร่วมกับการออกกำลังกาย เช่น การออกกำลังกายแบบ คาดิโอ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเร็ว วิ่งอยู่กับที่ เต้นแอโรบิก หรือออกกำลังกายแบบสลับช่วง วิ่งเร็ว สลับกับการวิ่งช้า.

นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน

 

ที่มา : เดลินิวส์ 14 กรกฎาคม 2556