ปัญหากลิ่นกาย

dailynews140914_01ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายออกมาวางจำหน่ายหลากหลายยี่ห้อ ทั้งโรลออน สเปรย์ แป้ง รวมถึงสบู่ ซึ่งได้รับความนิยมจากทุกเพศทุกวัย เพราะคงไม่มีใครอยากมีกลิ่นตัวที่ไม่พึงประสงค์เวลาออกนอกบ้านไปในที่สาธารณะ หรือพบปะเพื่อนฝูง เนื่องจากกลิ่นตัวอาจทำให้ขาดความมั่นใจ
รศ.พญ.พรทิพย์ ภูวบัณฑิตสิน อาจารย์สาขาตจวิทยา ภาควิชาอายุร ศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า กลิ่นตัวของคนเราเกิดจากสารที่สร้างมาจากต่อมกลิ่น พบมากบริเวณรักแร้ และบริเวณอวัยวะเพศ โดยพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง คนที่มีกลิ่นตัวมักจะมาจากบริเวณรักแร้ ซึ่งบริเวณดังกล่าวอาจมีเหงื่อออกมามาก และอาจมีเชื้อแบคทีเรียหมักหมม

ด้วยเหตุนี้จึงมีผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายออกมาวางจำหน่ายหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมักจะมีสาร 2 ชนิดเป็นส่วนประกอบ คือ สารในกลุ่มสารส้ม เวลาใช้แล้วจะไปอุดตันท่อเหงื่อ ทำให้เหงื่อไม่ออกมา กลิ่นก็น้อยลง นอกจากนี้ในผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายยังมีสารฆ่าเชื้อโรคที่ไปย่อยเหงื่อ กลิ่นก็จะน้อยลง

สารที่ใช้ระงับกลิ่นตัว อาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ โดยเฉพาะกลิ่นหอมที่ผสมลงไปในผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้เพราะผลิต ภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย จะผสมกลิ่นหอมลงไป ซึ่งอาจทำให้บางคนที่ใช้เกิดการแพ้ได้ เช่น ใช้แล้วทำให้เกิดอาการคัน เป็นผื่น

มีหลายคนที่กังวลมากจนเกินไปว่า ตัวเองอาจจะมีกลิ่นตัว ก็ใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้เป็นประจำ ทั้ง ๆ ที่อาจจะไม่มีกลิ่นตัวก็ได้ คือ พอมีโฆษณาออกมา ก็เลยกลัวว่าตัวเองจะมีกลิ่นตัว จึงใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ พอใช้มากไป ก็อาจทำให้เกิดการระคายเคือง หรือรักแร้ดำ คือ แทนที่จะรักษากลิ่นตัว อาจจะต้องมารักษาปัญหารักแร้ดำแทน จึงมีโฆษณาออกมาว่าใช้ผลิตภัณฑ์นี้แล้วรักแร้ไม่ดำ นั่นแสดงว่ามีบางคนใช้แล้วรักแร้อาจจะดำ

ดังนั้นแนะนำว่าคนที่ไม่มีกลิ่นตัว ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นตัว แต่ถ้ามีกลิ่นตัวก็สามารถเลือกใช้ได้ สำหรับคนที่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดแล้วมีปัญหา ควรไปพบแพทย์ ซึ่งแพทย์อาจจะให้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีน้ำหอมเป็นส่วนผสมมาใช้

สรุป คือ ถ้าเป็นคนที่มีเหงื่อออกเยอะ มีกลิ่นตัว ก็สามารถเลือกใช้ผลิต ภัณฑ์ระงับกลิ่นกายได้ แต่ถ้าไม่มีกลิ่นตัว ก็ไม่ควรใช้เลย ขณะเดียวกันควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในบริเวณที่อากาศร้อนจัด การอาบน้ำ ชำระร่างกายด้วยสบู่ฆ่าเชื้ออาจช่วยลดปริมาณแบคทีเรียลงได้ รวมไปถึงการใช้ยาระงับเหงื่อ การฉีดน้ำหอม การโกนขนรักแร้ อาจมีส่วนช่วยได้เช่นกัน.

นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน

ที่มา : เดลินิวส์  14 กันยายน 2557

Advertisements

รับมือโรคผิวหนังยอดฮิตในหน้าร้อน

dailynews130411_001หน้าร้อน นอกจากต้องระวังโรคลมแดด ไมเกรนกำเริบ ภาวะขาดน้ำ อันเนื่องมาจากอุณหภูมิที่เพิ่มสูงแล้ว ยังต้องระวังโรคผิวหนังบางชนิดที่มักเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ด้วย โดย ‘ผศ.พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์’ ประธานประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เผยถึงโรคผิวหนังยอดฮิตในหน้าร้อนว่า มีทั้งผดร้อน กลาก-เกลื้อน กลิ่นตัว สิว และภูมิแพ้

สำหรับผดร้อน คุณหมอสุวิรากร เล่าว่า เมื่ออุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ต่อมเหงื่อทำงานหนักเพื่อปรับสมดุลความร้อนในร่างกาย หากเกิดอุดตัน ขับเหงื่อออกมาไม่ได้ จะทำให้เกิดผด ลักษณะเป็นตุ่มน้ำใสๆ เล็กๆ เรียงกัน มักขึ้นตามซอกข้อพับ หน้าอก หน้าผาก ส่วนมากจะพบในเด็ก เพราะต่อมเหงื่อยังพัฒนาไม่เต็มที่ เมื่อผดพวกนี้เกิดอักเสบจะเปลี่ยนเป็นสีแดง หากมีแบคทีเรียเข้าไปจะกลายเป็นตุ่มหนอง

ผดร้อนป้องกันได้ด้วยการใส่เสื้อผ้าโปร่งที่ระบายอากาศได้ดี หลังเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมที่เหงื่อออกเยอะ ไม่ควรทิ้งให้เหงื่อหมักหมมอยู่นาน และวันหนึ่งควรอาบน้ำมากกว่าสองครั้ง อย่าลืมดูแลที่นอน ปลอกหมอนให้สะอาด

ต่อมา กลาก-เกลื้อน เมื่อมีเหงื่อออกมาก ในบริเวณที่อับชื้น จะติดเชื้อเกิดเป็นกลากเกลื้อนได้ง่ายขึ้น และเมื่อเป็นแล้วครั้งหนึ่งก็อาจเป็นซ้ำได้อีก เพราะหมายความว่าลักษณะผิวหนังเหมาะที่จะทำให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ง่าย ลักษณะของกลากจะเป็นวงแดงๆ คันๆ เกิดจากเชื้อรา มักพบตามขาหนีบ ก้น รักแร้ ง่ามเท้า ซอกนิ้วมือ มีชื่อเรียกต่างกันไปตามบริเวณที่ขึ้น เช่น ถ้าขึ้นที่ขาหนีบจะเรียกว่า สังคัง กลากบนหนังศีรษะเรียกว่า ชันนะตุ และถ้าเป็นทั้งตัวก็จะเรียกว่า  ขี้กลากหนุมาน  ส่วน เกลื้อน จะเกิดจากเชื้อยีสต์ มองเห็นเป็นจุดขาวๆ คันๆ มักพบในบริเวณที่เหงื่อออกเยอะ เช่น แผ่นหลัง

การป้องกันกลาก-เกลื้อน ควรเลี่ยงการอยู่ในอากาศที่ร้อนอบอ้าว ไม่สวมเสื้อผ้าหนาและคับ หลังการทำงานหรือเล่นกีฬาที่ทำให้มีเหงื่อออกมาก ควรรีบอาบน้ำฟอกสบู่ให้สะอาดแล้วเช็ดตัวให้แห้ง ใส่เสื้อผ้าซักสะอาด ตากให้แห้ง และเปลี่ยนเสื้อใหม่ทุกวัน

ปัญหากลิ่นตัว เกิดจากต่อมอะโพไครน์ (Apocrine) บริเวณรักแร้หลั่งสารชนิดหนึ่งออกมาเวลาร้อนๆ เมื่อสารนี้ทำปฏิกิริยากับเหงื่อและแบคทีเรียจะเกิดเป็นกลิ่นตัวขึ้น ยิ่งเหงื่อออกมาก กลิ่นตัวยิ่งแรง และแต่ละคนก็จะมีกลิ่นแตกต่างกันไป บางคนอาจกลิ่นแรงชนิดที่คนใกล้ๆ ได้กลิ่นก็แทบสลบเลยทีเดียว เคล็ดลับแก้กลิ่นตัว เพียงรักษาความสะอาดโดยเฉพาะบริเวณรักแร้ แนะใช้พวกสารระงับกลิ่นกายหรือสารส้ม พอช่วงกลางวันหากกลิ่นตัวแรงขึ้น ลองใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำสะอาดหยดโคโลญเล็กน้อยเช็ดใต้วงแขน

ส่วนเรื่องของสิว แม้ต่อมเหงื่อกับต่อมไขมันเป็นคนละต่อมกัน แต่เมื่อเหงื่อออกเยอะๆ ความมัน ก็เลยกระจายไปทั่วใบหน้า เกิดความรู้สึกว่าหน้ามันไหลเยิ้ม บางคนก็ชอบเอามือไปจับ เกิดความสกปรก จึงทำให้เกิดการอักเสบเป็นสิวขึ้นได้ หลักป้องกัน คือ ไม่ควรใช้มือที่ไม่สะอาดสัมผัสใบหน้า เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าเป็น non-comedogenic คือ รับรองว่าไม่ทำให้เกิดสิว และ oil-free ที่สำคัญอย่าลืมล้างเครื่องสำอางให้สะอาดก่อนเข้านอน

สุดท้าย โรคภูมิแพ้ ในช่วงหน้าร้อน สาวๆ ที่ชอบสวมเครื่องประดับประเภทโลหะ ไม่ว่าจะเป็นต่างหู สร้อยคอ สร้อยข้อมือเมื่อเหงื่อออกมากๆ ก็อาจจะทำให้นิกเกิลละลายออกมาทำปฏิกิริยากับผิวหนังจนเกิดผื่นผิวหนังอักเสบในบริเวณที่สัมผัสกับโลหะได้ รวมถึงกลุ่มที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง (อโทปิก : Atopic) ความชื้นจากเหงื่อก็จะไปกระตุ้นให้คันมากขึ้นได้ ทางป้องกันที่ดี คือ งดใส่เครื่องประดับที่มีส่วนผสมของนิกเกิล เลือกใช้พวกที่เป็นเงินแท้หรือทองคำแท้แทน

นอกจากนี้ ผศ.พญ.สุวิรากร ยังแนะเพิ่มเติมด้วยว่า เพื่อคงความสดใสของผิวพรรณในช่วงหน้าร้อน ควรดื่มน้ำเยอะๆ ทดแทนน้ำที่ร่างกายสูญเสียไป และรับสารแอนตี้ออกซิแดนท์จากการทานผักผลไม้สดให้มากๆ ทาแป้งเด็กในบริเวณที่มีการเสียดสีหรือเหงื่อออกเยอะๆ จนอับชื้น ส่วนผู้ที่มีแผนจะไปเล่นสาดน้ำคลายร้อน ควรระวังเรื่องน้ำที่ใช้เล่น อาจไม่สะอาด มีการเจือปนของพยาธิและเชื้อโรคต่างๆ รวมถึงการใช้สีอันตรายมาผสมแป้งหรือดินสอพองเล่นกันซึ่งเหล่านี้อาจทำให้เกิดโรคและอาการแพ้ได้ จึงไม่ควรปล่อยทิ้งไว้บนร่างกายนานๆ ควรรีบล้างทำความสะอาดให้เร็วที่สุด.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
takecareDD@gmail.com 

ที่มา: เดลินิวส์  11 เมษายน 2556