กามวิตถารข่มขืนหญิงชรา

dailynews150201-1กรณีคนร้ายออกอาละวาดข่มขืนผู้หญิงสูงอายุในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ สร้างความกังขาให้กับคนในสังคมว่าคนร้ายเป็นโรคจิตหรือไม่อย่างไร

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลว่า คนร้ายน่าจะมีความผิดปกติทางจิต อยู่ในกลุ่มกามวิตถาร ซึ่งมีจำนวนน้อยมาก โดยบางกลุ่มก็ไม่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นความผิดปกติทางจิต เป็นเพียงรสนิยมทางเพศ บางคนสามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้สูงอายุได้โดยไม่มีความรุนแรง แต่เนื่องจากในคน ๆ เดียวสามารถกระทำเช่นนี้ซ้ำได้ จึงทำให้มีเหยื่อมากขึ้น และเป็นอันตรายต่อสังคมเมื่อมีความรุนแรงร่วมด้วย

กรณีนี้ผู้กระทำไม่ใช่โรคจิตอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะโรคจิต คือ ผู้ป่วยทางจิตที่หูแว่ว ประสาทหลอน คนโรคจิตก่อคดีที่เห็นได้ชัด คือ กรณีของหญิงสาวที่ใช้มีดจ้วงแทงเด็กนักเรียนโรงเรียนดัง กลางกรุงเทพมหานครเมื่อหลายปีก่อนเนื่องจากมีเสียงแว่วมาสั่งให้ทำ

ด้าน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผอ.สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า พฤติกรรมของผู้กระทำ อาจมีความผิดปกติทางจิต อยู่ในกลุ่มกามวิตถาร ที่เรียกว่า “จีโร ฟีเลีย” หรือ “เจอรอนโตฟีเลีย” ที่มีความต้องการทางเพศกับคนสูงอายุ เป็นภาวะที่ต้องการได้รับความสุข ความพอใจทางเพศกับคนสูงอายุ หรือคนแก่ อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับการชอบร่วมเพศกับเด็ก ร่วมเพศกับศพหรือสัตว์ การถูไถอวัยวะเพศกับสิ่งของต่าง ๆ ถ้ำมอง ชอบโชว์ หรือ ซาดิสต์ แต่ในบางกลุ่มก็ไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นความผิดปกติ เป็นเพียงรสนิยมทางเพศอย่างหนึ่งเท่านั้น

กลุ่มกามวิตถารจะไม่รู้สาเหตุ โดยสันนิษฐานว่าอาจเกิดจาก
1.ทางกายภาพ โครงสร้างของสมอง อาจจะมีพยาธิสภาพผิดปกติ อาจเกี่ยวข้องกับโครโมโซมที่ผิดปกติไป หรือ อาจเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเพศชายผิดปกติ
2.ด้านจิตใจ มีรายงานว่าคนกลุ่มนี้อาจมีประสบการณ์ทางเพศในช่วงแรก ๆ ของชีวิต มีบางคนประสบการณ์ทางเพศกับคนที่มีอายุมากกว่า ความพึงพอใจทางเพศจึงมองไปที่ผู้มีอายุมากกว่า และ
3. การกระตุ้นจากสื่อสังคมต่าง ๆ ที่ในปัจจุบันภาพโป๊เปลือยไม่ใช่เฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ยังมีภาพเด็ก รวมไปถึงภาพผู้สูงอายุด้วยแม้จะมีไม่มากก็ตาม

แนวทางการรักษา

จะประกอบด้วย การบำบัดทางกาย จิต และสังคม ได้แก่ การใช้ยา เช่น ฉีดยาคุมกำเนิดที่ใช้กับผู้หญิง เพื่อลดความต้องการทางเพศลง การทำจิตบำบัด พฤติกรรมบำบัด การเรียนรู้ในเชิงลบของผลที่เกิดขึ้น และการฟื้นฟูให้อยู่กับสังคมได้ รวมทั้ง การระแวดระวังของสังคมเมื่อพ้นคดีที่ต้องมีการระบุว่าอยู่ที่ไหนเพื่อให้สังคมรับทราบและเฝ้าระวังต่อไป

การสังเกตบุคคลที่เข้าข่ายมีอาการในกลุ่มกามวิตถาร อาทิ ผู้สูงอายุ สามารถดูได้จากการชอบคลุกคลีอยู่กับเด็กหรือเอ็นดูเด็กเกินปกติ รวมทั้งชอบอยู่กับเด็กตามลำพัง ซึ่งเช่นเดียวกับกลุ่มผู้สูงอายุ ทั้งนี้ ถ้ามีพฤติกรรมเชิงชู้สาวมากเกินไปให้ควรระวังเป็นพิเศษ

ผอ.สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ฝากสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวว่า สื่อต้องมีความระมัดระวังสูงในการนำเสนอข่าวสาร เพราะต้องคิดว่าหากตกเป็นเหยื่อเอง หรือ เป็นย่า เป็นยายของเราจะรู้สึกอย่างไร ที่ผ่านมาการนำเสนอข่าวสารอาจจะคำนึงถึงเฉพาะเด็กเท่านั้น แต่คนที่ตกเป็นเหยื่อไม่ว่าวัยใดจะได้รับบาดเจ็บทางจิตใจเช่นกัน การไปซักถามข้อมูลเพื่อนำมาเปิดเผยจนทำให้สังคมรู้ว่า คนนี้ อยู่บ้านหลังนี้ ที่อยู่ตรงนี้ โดนข่มขืนต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะวัยเด็กและผู้สูงอายุการปรับตัว ปรับใจจะต้องใช้เวลานานกว่าปกติ การเยียวยาจิตใจยังต้องพึ่งพิงคนอื่น ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุกับ 2 กลุ่มนี้ ต้องเฝ้าดูแลเป็นพิเศษ ใครที่คิดว่าผู้สูงอายุผ่านเรื่องเหล่านี้มามากแล้ว ไปคิดแบบนั้นคงไม่ได้.

ที่มา : เดลินิวส์  1 กุมภาพันธ์ 2558

รู้ทัน ‘พีโดฟีเลีย’

dailynews131221_002พฤติกรรมของคนที่ชอบมีเซ็กซ์กับเด็ก เรียกว่า “พีโดฟีเลีย” เป็นกามวิตถาร (พาราฟีเลีย) ชนิดหนึ่ง

ข่าวสะเทือนขวัญ นายหนุ่ย วัย 36 ปีล่อลวงเด็กหลายคนไปข่มขืนและฆ่า คงเป็นอุทาหรณ์ให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองหันมาใส่ใจดูแลบุตรหลานมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยเดิมอีก ส่วนพฤติกรรมของคนที่ชอบมีเซ็กซ์กับเด็กเรียกว่าอะไร และจะป้องกันได้อย่างไร ไปฟังคำตอบกัน

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผอ.สถาบันกัลยาราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า พฤติกรรมของคนที่ชอบมีเซ็กซ์กับเด็ก เรียกว่า “พีโดฟีเลีย” เป็นกามวิตถาร (พาราฟีเลีย) ชนิดหนึ่ง

กลุ่มใหญ่กว่ากามวิตถาร คือ กลุ่มที่มีความปกติทางเพศ หรือ “เซ็กชวล ดิสออเดอร์” เช่น นกเขาไม่ขัน หลั่งเร็ว ไม่มีอารมณ์ทางเพศ ซึ่งเป็นปัญหาของคนปกติ อีกกลุ่ม คือ กามวิตถาร เป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมทางเพศผิดปกติ  ขโมยกางเกงใน ร่วมเพศกับสัตว์ ร่วมเพศกับศพ

คงไม่สามารถบอกได้ว่าในสังคมไทยมีคนประเภทนี้อยู่มากน้อยแค่ไหน เพราะเขาไม่ได้มาพบจิตแพทย์ ไม่ได้มาบำบัด เขาอาจคิดว่าเป็นความพึงพอใจทางเพศอย่างหนึ่ง ทำแล้วมีความสุข ไม่รู้สึกผิด เราเจอทีก็คือกรณีที่เป็นข่าว ซึ่งเพียงแค่ 1 รายก็เป็นความลำบากของสังคม เพราะมีการก่อเหตุกับเด็กหลายคน

ส่วนตัวไปเที่ยวพักผ่อน เคยเจอชาวต่างชาติผิวขาวเล่นน้ำกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเด็กอยู่ ดูยังไงก็ไม่ใช่พ่อลูกกัน กรณีเช่นนี้บ้านเราอาจคิดว่าผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก ไม่ได้คิดเรื่องทางเพศ หากมีลักษณะเช่นนี้สังคมต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา เพราะอาจเป็นชาวต่างชาติกับบุตรบุญธรรม  หรือเป็นในทางตรงกันข้ามก็ได้

“พีโดฟีเลีย” เป็นโรคอย่างหนึ่ง แต่ไม่ใช่โรคจิต เพราะคนที่เป็นโรคจิตจะมีปัญหาจากสารเคมีในสมองผิดปกติ จนเกิดอาการหูแว่ว ประสาทหลอน สั่งให้ไปทำอย่างนั้นอย่างนี้ กรณีโรคจิตจะไม่รู้ผิดชอบชั่วดี หรือรู้ผิดชอบชั่วดีบางส่วน ดังนั้นกรณีเช่นนี้ยังคงต้องรับผิดทางกฎหมายอยู่ เพราะ “พีโดฟีเลีย” เป็นความตั้งใจ มีแรงจูงใจ มีแรงผลักดันทางเพศ มีการวางแผน ไม่ใช่เกิดจากการหูแว่วประสาทหลอน

ส่วนที่ผู้ต้องหามีเซ็กซ์กับเด็กและฆ่าเด็กด้วยนั้น อาจมีมูลเหตุจูงใจจากผู้ต้องหากระทำความผิด คงมีกระบวนการเรียนรู้ว่า ถ้าเด็กร้องแล้วฆ่าเรื่องก็จบไป ไม่มีใครจับได้ เพราะเด็กหายไปเลย กระบวนการที่ฆ่าเด็กคงเกิดจากการเรียนรู้ในอดีตเพื่อหนีความผิด ไม่ให้ตัวเองต้องรับผิดทางกฎหมาย

การรักษา “พีโดฟีเลีย” สำหรับคนที่รู้ว่าตัวเองชอบที่จะมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก ต้องรู้ก่อนว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติ และทำไม่ได้ ควรไปพบและปรึกษาจิตแพทย์

การป้องกันมีดังนี้

1. พ่อแม่ต้องใกล้ชิดลูกตลอดเวลา อย่าปล่อยให้ลูกคลาดสายตา มีหลายเหตุการณ์ที่เราต้องเรียนรู้ เช่น การปล่อยให้ลูกนอนหลับอยู่ในรถเพียงลำพัง ไม่อยากปลุก ในขณะที่ตัวเองอยู่ที่อื่น ไม่ควรทำ

2. พ่อแม่ต้องสังเกตว่าควรจะฝากลูกไว้กับใครจึงปลอดภัย เพราะหลายคนแฝงตัวมา ทำเหมือนรักและเอ็นดูเด็ก เข้ามาใกล้ชิดกับเด็กเกินไป เช่น กอดหอม ถูกเนื้อต้องตัวเด็ก ต้องสังเกต โดยเฉพาะคนที่ไม่ใช่ญาติแล้วมากอดมาหอมมากจนเกินไป

3. กลุ่มเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในวัยประถมหรือมัธยมต้น สิ่งที่ต้องรับรู้คือ อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า โดยเฉพาะคนแปลกหน้าเอาขนม เอาสิ่งของ หรือของเล่นมาให้ หากเด็กอยากได้อยากมีอาจตกเป็นเหยื่อได้  ดังนั้นถ้าคนแปลกหน้ามาถูกเนื้อต้องตัว ต้องสอนเด็กว่าควรรู้จักปกป้องตัวอย่าง อย่ารับสิ่งของจากคนแปลกหน้า.

นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน

ที่มา : เดลินิวส์ 21 ธันวาคม 2556

.

Related Article :