เตือนคนไข้มะเร็ง เนื้อสัตว์ทำให้อายุสั้น

thairath130704_002หมอของแพทยสมาคมโรคมะเร็งอเมริกัน กล่าวเตือนว่าผู้ที่เพิ่งถูกตรวจวินิจฉัยโรคว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ที่เคยชอบกินเนื้อวัว หรือเนื้อลูกแกะที่มีสีค่อนข้างคล้ำ และอาหารเนื้อสำเร็จรูปมากๆ  ควรจะระวังเอาไว้ว่า อาจจะอยู่ต่อไปอีกได้ไม่เกิน 8 ปี

หมอแมจอรี แมคคัลเลาดห์ กำชับว่า “คนไข้ควรจะปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่อง ให้จำกัดการกินเนื้อสัตว์เหล่านั้นอย่างเคร่งครัด อาหารพวกนั้น ได้แก่ เนื้อวัว ฮอตด็อก และไส้กรอก เป็นต้น” ก่อนหน้านี้ก็เคยมีการศึกษาพบมาก่อนแล้วว่า การกินเนื้อสัตว์เหล่านี้มากเกี่ยวข้องกับการเป็นมะเร็ง

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังหาหลักฐานที่แสดงว่า คนไข้ที่ยังขืนกินอาหารพวกนี้จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกนานสักเท่าไหร่ได้น้อย

สถาบันสาธารณสุขแห่งชาติอเมริกันได้คาดประมาณว่า ในปีนี้จะมีผู้ป่วยด้วยโรคนี้มากประมาณ 143,000 ราย และอาจมีผู้เสียชีวิตลงสัก 51,000 ราย.

ที่มา : ไทยรัฐ  4 กรกฎาคม 2556

.

Related Article :

.

Credit : indianapublicmedia.org

Credit : indianapublicmedia.org

Red meat tied to worse colon cancer outcomes: study

By Andrew M. Seaman

NEW YORK | Mon Jul 1, 2013 4:03pm EDT

(Reuters Health) – People who report eating the most red and processed meat before being diagnosed with colon cancer are more likely to die during the next eight years, according to a new study.

“It’s another important reason to follow the guidelines to limit the intake of red and processed meat,” said Marjorie McCullough, the study’s lead author from the American Cancer Society in Atlanta.

While the new study can’t prove eating red or processed meats – such as beef, hot dogs and sausages – causes colon cancer deaths, previous studies have found that eating the meats is tied to an increased risk of developing the cancer.

There’s less evidence, however, on how people’s diets after colon cancer diagnoses affect their chances of survival.

The U.S. National Institutes of Health estimates that about 143,000 Americans will be diagnosed with colon and rectal cancers in 2013, and about 51,000 people will die from them.

For the new research, McCullough and her colleagues used data from a different study on 184,000 Americans who didn’t have cancer between 1992 and 1993, and who were periodically asked about what they ate.

After excluding people, who had – among other things – multiple types of cancer, unverified diagnoses and missing information, the researchers had data on 2,315 men and women who were diagnosed with colon or rectal cancer between the start of the study and June 30, 2009.

Overall, 966 of them died between the start of the study and December 31, 2010.

The researchers found no link between how much red or processed meat a person ate after their diagnosis and their risk of death, but the amount of meat a person ate before their diagnosis was tied with their risk of dying during the study.

About 43 percent of the 580 people who ate about 10 servings of red or processed meat per week at the start of the study died during the follow up period. That compared to about 37 percent of the 576 people who ate about two servings per week.

The researchers also found that people who consistently ate more red or processed meat before and after their colon cancer diagnosis were more likely to die from that cancer during the study, compared to those who at the least before and after diagnosis.

‘THREE OR FOUR TIMES PER WEEK’

Dr. Jeffrey Meyerhardt, who wrote an editorial accompanying the new study in the Journal of Clinical Oncology, said it’s possible that the link between red and processed meats and colon cancer comes from cancer-causing compounds found in cooked meat or preservatives.

“The primary message is a confirmation that increased intake of red or processed meat can have detrimental effects on the development of colon cancer, the type of cancer and other health effects of patients in the long term,” Meyerhardt, a gastrointestinal oncologist at the Dana-Farber Cancer Institute in Boston, said.

McCullough said about three or four servings of red or processed meats per week is a good target for people.

“We’re not saying people need to be vegetarians. It’s really just limiting intake and making it more the exception than the rule,” she said.

Dr. Elisa Bandera, associate professor of epidemiology at Rutgers Cancer Institute of New Jersey in New Brunswick, said in an email to Reuters Health that maintaining a healthy weight, healthy diet and regular exercise likely has benefits for cancer prevention and survival.

But she cautioned that these are only findings from one study.

“We need more studies evaluating the impact of meat and other dietary factors on cancer survival before any recommendations can be made to cancer survivors,” wrote Bandera, who was not involved with the new study.

SOURCE: bit.ly/W1OrcD Journal of Clinical Oncology, online July 1, 2013.

SOURCE : www.reuters.com

ทานอะไร..เข้าใกล้ “มะเร็ง”

Credit: healthmadeeasy.com

พูดถึงโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตในลำดับต้นๆของคนทั่วโลก ลองนึกดูเล่นๆนะคะว่า คนรู้จักรอบๆตัวเรา มีใครเป็นมะเร็งกันบ้างไหม? มั่นใจว่าเกินครึ่งของผู้อ่านคอลัมน์ “มุมสุขภาพ” นี้น่าจะตอบว่ามี และหลายรายอาจถึงขั้นสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป

สาเหตุใหญ่ของมะเร็งที่คุณหมอ และนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างระบุว่าเป็นต้นตอใหญ่ ๆ ของโรคนี้ ก็คืออาหารที่เรารับประทานกันเข้าไปนี่ล่ะค่ะ

ผู้เขียนเองมีคนรอบตัวที่ประสบเจ้าโรคร้ายนี้อยู่ด้วยกัน 5-6 คน พี่คนหนึ่งเธอทานปาท่องโก๋ที่ตลาดหน้าปากซอยบ้านเป็นประจำตั้งแต่สมัยเรียน ปัจจุบันเธอตรวจพบโรคมะเร็งลำไส้ ต้องรักษาด้วยเคมีบำบัดและยาอีกมากมาย คุณหมอแจ้งว่า น้ำมันที่ใช้ทอดซ้ำนั่นแหละ ตัวอันตราย!!!

เห็นไหมคะว่า การเลือกรับประทาน เป็นเรื่องที่เราทุกคนควรใส่ใจและไม่ควรมองข้าม ผู้เขียนจึงนำข้อมูลว่าด้วยอาหารที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งมาฝากให้อ่านกัน

มาดูกันนะคะ ว่าอาหารกลุ่มเสี่ยงที่มักชวนมะเร็งมาลงหลักปักฐานในร่างกาย ประเภทแรกคือ อาหารพวกปิ้ง ย่าง รมควัน โดยเฉพาะอาหารปิ้ง-ย่างประเภทที่มีไขมัน เช่นหมูปิ้งหมูย่าง ไก่ปิ้ง เนื้อย่าง เวลาปิ้งหรือย่างจะมีไขมันตกลงไปในถ่านที่กำลังแดง ทำให้เกิดการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ก่อให้เกิดสารพิษที่เรียกว่า สารพีเอเอช หรือโพลีไซคลิก อะโรเมติก ไฮโดรคาร์บอน (Polycyclic Aromatic Hydrocarbon : PAH) ทำให้เสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอด เต้านม และกระเพาะอาหาร


Credit: bcliving.ca

ประเภทถัดมาคืออาหารไขมันสูง มีข้อมูลการวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าการกินอาหารที่มีไขมันสูงมากๆเป็นประจำ ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้ โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมาก จึงไม่ควรกินอาหารที่มีไขมันสูงบ่อย ๆ หรือเป็นประจำ นอกจากเสี่ยงต่อโรคมะเร็งแล้วยังทำให้อ้วนและเกิดโรคอื่น ๆ เช่น ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจขาดเลือด

อีกทั้งอาหารประเภทที่ใส่วัตถุเจือปน มีการปรุงแต่งสี กลิ่น หรือสารที่ไม่อนุญาตให้ใช้ในอาหารล้วนเป็นสารก่อมะเร็งได้ ซึ่งสารเจือปนที่อนุญาตให้ใส่ในอาหารได้ ได้แก่ ดินประสิว (ไนเตรท, ไนไตรท์) สีผสมอาหารป็นต้น สำหรับวิธีการสังเกตอาหารที่เสี่ยงเจือปนดินประสิวด้วยตัวเองเบื้องต้นคือ แนะนำให้ดูที่สีสันของอาหาร อย่างพวกเนื้อเค็ม ปลาเค็ม กุนเชียง ไส้กรอก เบคอน และแหนม หากทิ้งไว้ข้ามวันแล้วสียังคงแดงสวย ถือว่าเข้าข่ายเจือปนดินประสิวอยู่ไม่น้อย

ขณะที่เรื่องการใช้สีผสมอาหาร หากเป็นผู้ผลิตอาหาร ก็ควรใช้สีที่ได้จากธรรมชาติซึ่งจะปลอดภัย ทั้งยังได้กลิ่นหอมจากพืชหรือสมุนไพรที่เรานำมาเป็นวัตถุดิบในการให้สีเพิ่มขึ้นด้วย แต่ถ้าผู้ผลิตขาดความรับผิดชอบ ใช้สีย้อมผ้าซึ่งให้สีเข้มและราคาถูกก็จะยิ่งเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค เพราะทำให้เกิดมะเร็งกระเพาะอาหารได้นะคะ

สำหรับผัก ผลไม้ที่มียาฆ่าแมลงที่ปนเปื้อนอยู่ กินทุกวันๆ ร่างกายขับทิ้งไม่ทันก็เกิดการสะสม จนในที่สุดทำให้เสี่ยงต่อโรคมะเร็งได้เช่นเดียวกันค่ะ เหมือนที่เตือนๆไปในบทความเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน

อาหารจำพวกถั่วลิสง พริกแห้ง หอม กระเทียม ฯลฯ หากมีการปนเปื้อนของเชื้อรา โดยเฉพาะเชื้อราที่ชื่อ “แอสเปอจิลลัส เฟวัส” นั้นจะมีอันตรายสูง ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับ เพราะเชื้อราชนิดนี้จะสร้างสารพิษอะฟล่าท็อกซินซึ่งทนทานต่อความร้อนสูงได้มากถึง 260 องศาเซลเซียส ดังนั้นความร้อนในอุณหภูมิที่เราใช้หุงต้มคือจุดเดือด 100 องศาเซลเซียสจึงไม่สามารถทำลายสารพิษชนิดนี้ได้


Credit: made-in-china.com

แม้แต่การกินอาหารดิบ ๆ สุก ๆ ก็ไม่ปลอดภัยค่ะ เพราะเสี่ยงต่อการได้รับพยาธิใบไม้ในตับ ซึ่งพบมากในปลาน้ำจืดประเภทปลาเกล็ดขาว ปลาตะเพียน พยาธิชนิดนี้จะเข้าสู่ร่างกายได้เมื่อเรากินปลาที่มีพยาธิและปรุงไม่สุก พยาธิจะทำให้ท่อน้ำดีและขั้วตับเกิดการอักเสบ ส่งผลให้เป็นมะเร็งที่ท่อน้ำดีในตับได้ นอกจากนี้ยังมีพยาธิใบไม้ชนิดอื่นๆ ที่ทำให้เกิดมะเร็งในกระเพาะอาหารได้ ซึ่งวิธีป้องกันคือกินอาหารที่ปรุงสุกทุกครั้ง

นอกจากนี้การกินอาหารประเภทเนื้อสัตว์มากเกินไปก็ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งได้ คือความเสี่ยงของมะเร็งจะเพิ่มขึ้นเมื่อกินเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเนื้อที่มีสีแดง ดังนั้นนักโภชนาการจึงแนะนำให้กินเนื้อสัตว์ที่มีสีขาว ซึ่งได้แก่เนื้อปลา มากกว่าเนื้อหมูหรือเนื้อวัวนะคะ

เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ และบุหรี่ ก็เป็นตัวการส่งเสริมให้เกิดมะเร็งได้ ซึ่งได้แก่มะเร็งตับ และมะเร็งปอด ดังนั้นหากหลีกเลี่ยงหรือลดปริมาณการดื่มหรือการสูบลงก็จะลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้คะ

เคยอ่านเจอคำพูดของ องค์ทะไลลามะท่านกล่าวว่า “มนุษย์เรานี้ ยอมสูญเสียสุขภาพเพื่อทำให้ได้เงินมา แล้วต้องยอมสูญเสียเงินตราเพื่อฟื้นฟูรักษาสุขภาพ”

พวกเรายอมทำงานหนัก ในสังคมที่เร่งรีบ ทำให้หลายคนมองข้ามเรื่องสุขภาพ กินอะไรที่ง่ายและรวดเร็ว ไม่คำนึงถึงคุณค่าทางอาหารและไม่มีประโยชน์ เมินเฉยต่อการนอนหลับให้พอ สุดท้ายก็เอาเงินที่ได้จากงานหนัก มาหาหมอที่ดี ๆ ยาดี ๆ โรงพยาบาลดี ๆ เพื่อการรักษา ทั้งที่จริง เราป้องกันมันได้ตั้งแต่แรก น่าคิดนะคะ.

“PrincessFangy”
twitter.com/PrincessFangy

ที่มา: เดลินิวส์ 28 กันยายน 2555