หลักการกิน 10 ประการ เพื่อให้แลดูอ่อนกว่าวัย

dailynews140228_001หลายคนคงไม่มีใครอยากดูแก่กว่าวัย หรือแก่สมวัยกันใช่ไหมคะ? ซึ่งเราล้วนสรรหาวิธีชะลอความแก่ สารพัดวิธี บางวิธีถึงขั้นต้องเจ็บตัว และเสียเงินจำนวนมากไปกับการศัลยกรรม บทความสุขภาพประจำวันศุกร์นี้ ผู้เขียนนำ 10 หลักการในการบริโภคอาหาร เพื่อช่วยชะลอวัยมาฝาก

องค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้มีสุขภาพดี ตามที่ทุกท่านทราบกันดีอยู่แล้ว คือ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ ฯลฯ ดังนั้นอาหารการกินจึงเป็นส่วนสำคัญ ที่จะกำหนดให้เราแก่ไปตามวัยที่ล่วงเลย หรือก่อนวัยอันสมควร ยิ่งเมื่อวิทยาการก้าวหน้า อาหารยิ่งถูกปรุงแต่งมากขึ้น จนแทบไม่เหลือคุณค่าของอาหารไว้ ปัจจุบันความคิดทางการแพทย์เก่า ๆ ที่ให้บริโภค เนื้อ นม ไข่ มาก ๆ จึงเริ่มเปลี่ยนไป และให้หันกลับมาสนใจอาหารธรรมชาติ ซึ่งเป็นพื้นฐานชีวิตของคนสมัยก่อนแทน

หลัก 10 ประการของการบริโภคอาหารที่จะช่วยให้ท่านชะลออายุไว้ได้

1. กินคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ถูกดัดแปลง ขณะนี้อาหารเกือบทุกอย่างที่วางขายในท้องตลาด มักถูกดัดแปลงปรุงแต่งใหม่ เพื่อหลอกล่อผู้บริโภคว่าเป็นอาหารที่มีคุณค่า แต่แท้จริงกลับเป็นผลเสียต่อร่างกาย คาร์โบไฮเดรตมักถูกดัดแปลง หรือแฝงในรูปต่าง ๆ เช่น ข้าวที่ถูกสีจนขาว น้ำตาลทรายขาว ขนมหวาน ลูกกวาด น้ำอัดลม ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ต้องพยายามหลีกเลี่ยง ควรบริโภคแต่คาร์โบไฮเดรตธรรมชาติที่ไม่ถูกดัดแปลง และมีคุณค่าสูง ได้แก่ ข้าวซ้อมมือ ผลไม้สด ถั่ว ผัก และเมล็ดพืช

2. ต้องกินโปรตีนให้เหมาะสม โปรตีนมีอยู่ในเมล็ดพืช ผัก มันฝรั่ง ถั่ว นมพร่องไขมัน และอาหารทะเล บางคนเข้าใจผิดว่าเนื้อวัวมีโปรตีนสูง แท้จริงแล้วไม่ถูกต้องนัก การที่เนื้อวัวให้พลังงานสูง เพราะมีโปรตีนมาก แต่ร่างกายย่อมต้องการโปรตีนให้ได้สัดส่วนกับอาหารอื่น ถ้ากินมากเกินไป ร่างกายจะเปลี่ยนโปรตีนเป็นไขมันสะสมไว้ และไม่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานมาใช้ได้อีก

3. ควรหลีกเลี่ยงไขมัน ยามเมื่ออายุมากขึ้นไขมันเป็นสิ่งที่พึงหลีกเลี่ยง เพราะก่อให้เกิดโรคหลายอย่าง นั่นคือ ควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ น้ำมัน เนย มายองเนส กรดไขมันที่จำเป็น ซึ่งเป็นกรดที่สำคัญที่สุดสำหรับร่างกายนั้น พบในเมล็ดพืชทุกชนิด ผลไม้เปลือกแข็ง และข้าว การเก็บรักษาอาหารประเภทนี้ต้องใส่ภาชนะปิด เพราะแสง ความร้อน และอากาศสามารถทำลายกรดไขมันที่จำเป็นได้

4. กินวิตามินที่ได้จากพืช และสัตว์ วิตามินธรรมชาติมีคุณภาพสูงกว่าวิตามินสังเคราะห์ ยิ่งถ้าเราถูกกระทบจากความเครียดมาก ร่างกายยิ่งต้องการวิตามิน และเกลือแร่ทดแทนมากกว่าคนปกติ

5. ควรเน้นผัก และผลไม้สด อาหารในแต่ละวันควรเป็นผักสด และผลไม้ประมาณ 70% อีก 30% ควรเป็นอาหารประเภทอื่น ๆ เพราะจะเป็นการเพิ่มพลังตับสูงให้แก่ร่างกาย จะเห็นได้จากนักกีฬาชั้นนำระดับโลกต่างหันมาบำรุงร่างกายด้วยผัก และธัญพืชกันมากขึ้น

6. หลีกเลี่ยงอาหารปรุงแต่ง ได้แก่ อาหารหวานจัด อาหารสำเร็จรูป อาหารที่มีสารเคมีเป็นส่วนผสม และโซเดียมซึ่งมีอยู่ในเกลือ ผงชูรส ผงฟู และสารผสมอาหารต่าง ๆ อาหารเหล่านี้ไม่มีคุณค่าแต่กลับมีโทษต่อร่างกาย

7. ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพราะร่างกายเราประกอบด้วยน้ำ 60-70% แต่ละวันเราสูญเสียน้ำไป 6-8% ของจำนวนน้ำทั้งหมด น้ำจะเป็นตัวพาสารอาหารไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ควรดื่มน้ำสะอาดก่อนหรือหลังอาหารอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อให้น้ำย่อยทำงานเต็มที่ และเมื่อตื่นนอนในตอนเช้า ควรดื่มน้ำ 3-5 แก้ว งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และแอลกอฮอล์ เนื่องจากน้ำอัดลม และน้ำเกลือแร่ไม่มีคุณค่าอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย

8. กินอาหารแต่ละมื้อให้เหมาะสม ไม่ควรกินอาหารจนแน่นอึดอัด ควรกิจแค่เกือบอิ่ม มื้อเข้าควรได้อาหารที่ให้พลัง เพราะต้องทำงานทั้งวัน มื้อกลางวันไม่ควรทานมากจนแน่นท้อง เพราะอาจทำให้ง่วงนอนในตอนบ่าย ส่วนมื้อเย็นควรเป็นอาหารที่เบาท้องเพราะใกล้เข้านอน ในขณะที่เรานอนหลับ ควรให้กระเพาะ และสำไส้ได้พักผ่อนบ้าง

9. กินอาหารตามฤดูกาล และที่มีอยู่ในท้องถิ่น พืช ผัก ผลไม้ ตามฤดูกาลจะทำให้ร่างกายมีความสมดุลกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ดี อาหารที่ผิดฤดู หรือที่เข้ามาจากต่างประเทศ อาจเคลือบสารเคมีหรืออาบรังสีบางอย่างเอาไว้ ซึ่งทำให้ร่างกายไม่มีภูมิต้านทานได้ในฤดูร้อน ควรลดอาหารหนัก และในฤดูหนาวควรกินอาหารที่ให้พลังงาน และความอบอุ่น หลายคนชอบกินอาหารฝรั่ง ซึ่งส่วนมากเป็นอาหารที่มีไขมันสูงเกินความต้องการของคนในประเทศ ซึ่งเป็นเมืองร้อน แต่เหมาะกับต่างประเทศที่เป็นเมืองหนาว

10. กินให้เหมาะสมกับการใช้พลังงานในแต่ละวัน หากทำงานนั่งโต๊ะในออฟฟิศ ซึ่งมีเครื่องปรับอากาศทั้งวัน ไม่ควรรับประทานอาหารแต่ละมื้อมากเท่ากับกรรมกรที่ทำงานใช้แรงงานกลางแดด

หลายคนอ่านแล้วอาจพูดว่า ง่ายกว่าที่คิด..แต่ยากที่จะทำใช่ไหมคะ!! ดังเช่นที่เราทราบกันเป็นอย่างดีกันนั่นแหละค่ะว่า You are what you eat อยากดูอ่อนกว่าวัย แถมสุขภาพที่ เริ่มต้นปรับนิสัยการกินให้ได้แบบนี้นะคะ เพื่อชีวิตที่ดี และดูเด็กในระยะยาวกันค่ะ

PrincessFangy
Twitter @Princessfangy

เนื้อหาบางส่วนจาก http://www.thaigoodview.com

ที่มา : เดลินิวส์ 28 กุมภาพันธ์ 2557

Advertisements

พบกุญแจชะลอความแก่ อยู่ในสมองส่วนหน้า

On the horizon: Scientists are a step closer to developing an anti-ageing drug to keep people strong and fit near the end of their lives (file picture)

On the horizon: Scientists are a step closer to developing an anti-ageing drug to keep people strong and fit near the end of their lives (file picture)

นักวิทยาศาสตร์ของวิทยาลัยแพทย์อัลเบิร์ต ไอนส์สไตน์ แห่งเยชิวา ที่กรุงนิวยอร์ก อาจจะค้นพบ “บ่อชุบตัว” เมื่ออ้างว่า ค้นพบว่ามันสมองส่วนไฮโปธัยลามัส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสมองส่วนหน้า ควบคุมกระบวนการสำคัญต่างๆ ของการดำรงชีพ เป็นกุญแจของการชะลอความเสื่อมชราของอวัยวะต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วร่างกาย

วารสารธรรมชาติของอเมริกา รายงานว่า นักวิจัยของวิทยาลัยแพทย์แห่งนั้น ได้ประสบความสำเร็จในการชะลอความแก่ของหนูทดลอง ด้วยการลองดัดแปลงสารสื่อเคมีที่มีผลกระทบต่อสมองส่วนนั้นดู ทำให้ไม่แต่เพียงแก่ช้าลงเท่านั้น หากยังทำให้อายุยืนขึ้นอีกด้วย

ศาสตราจารย์ของวิทยาลัยแพทย์เปิดเผยว่า “การศึกษาของเรา ได้พบว่าสมองส่วนไฮโปธัยลามัสนั้น ควบคุมความแก่ชราอยู่หลายทาง และที่เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นนั้น ก็ที่ได้พบมาอย่างน้อยในพวกหนูว่า หากปรับเปลี่ยนสัญญาณภายในสมองส่วนนั้นเสีย ก็อาจจะควบคุมขบวนการแก่ชราทำให้อายุยืนยาวได้”.

ที่มา : ไทยรัฐ 7 พฤษภาคม 2556

.

Related Article:

.

Aging can be slowed down or sped up by activating or deactivating a pathway in a mouse's brain (shown above: hippocampus region of a mouse brain). CREDIT: Tamily Weissman, Jeff Lichtman, and Joshua Sanes, 2005.

Aging can be slowed down or sped up by activating or deactivating a pathway in a mouse’s brain (shown above: hippocampus region of a mouse brain).
CREDIT: Tamily Weissman, Jeff Lichtman, and Joshua Sanes, 2005.

Brain Region Found to Control Aging

Tanya Lewis, LiveScience Staff Writer
Date: 01 May 2013

For the first time, a brain region has been found that may control aging throughout the whole body, a new study reports.

A signaling pathway in the brain region known as the hypothalamus could speed up or slow down aging in mice. If it applies in humans, the discovery could open up possibilities for slowing age-related diseases and increasing life span.

“There’s really not much understanding regarding the mechanism of aging,” said senior author Dr. Dongsheng Cai, a molecular pharmacologist at Albert Einstein College of Medicine in New York.

The process of aging could involve chaotic, passive changes in individual tissues or organs, or it could be controlled centrally by a single organ — or both, Cai told LiveScience.

The hypothalamus, an almond-size structure deep inside the brain, is known to control important functions, including growth, development, reproduction and metabolism. Now, Cai and his team have found that an immune system pathway in the hypothalamus also has a role in controlling aging. Usually, the immune system is involved in fending off infection or damage, but studies have also linked inflammatory changes with age-related conditions, including cardiovascular disease and neurodegenerative diseases. Still, these changes weren’t known to actively trigger aging.

Making mice tick

In the study, Cai and his colleagues probed the hypothalamus’s role in aging in mice. The team studied a protein complex called nuclear factor kappa-light-chain-enhancer of activated B cells (NF-κB), which plays a central role in inflammatory processes.

The researchers showed that activating the NF-κB pathway in the mouse hypothalamus sped up aging, demonstrated by decreased muscle strength and size, skin thickness and learning ability. The activation led to aging throughout the body that shortened the life span of the mice.

In contrast, when the researchers blocked the NF-κB pathway, the mice aged more slowly and lived about 20 percent longer than mice that didn’t receive the treatment.

Furthermore, activating the NF-κB pathway led to a drop in the levels of gonadotropin-releasing hormone (GnRH), a neuron-generating chemical, and a subsequent decrease in the development of new neurons. GnRH is known to regulate reproductive processes, but seems also to be necessary for maintaining youthfulness, Cai said.

When the researchers injected GnRH into the hypothalamuses of mice, it promoted neuron generation and decelerated aging. The team gave daily GnRH injections to old mice over an extended period, finding that the treatment slowed cognitive decline due to aging.

Putting the brakes on aging

GnRH treatment represents a potential means of slowing the progress of aging or age-related diseases, the researchers say. Interfering with the immune response in the hypothalamus could also be a promising approach, Cai said, though he added that the GnRH treatment might be more practical given current technology.

Aging researcher Caleb Finch of University of Southern California Davis School of Gerontology, who was not involved in the work, called it a “brilliant study.” Finch has previously argued that the hypothalamus contains “pacemakers” that control the rate of aging. The new study’s approach showed a more modest increase in life span than approaches such as calorie restriction (which has been shown to extend life span in mice), Finch said. “Nonetheless, the case is now powerfully made for the role of the neuroendocrine mechanisms as modulators of aging.”

Next, the researchers hope to gain a deeper understanding of the molecular function of the hypothalamus in controlling aging and life span. “There are a lot of details we don’t know,” Cai said, such as the other molecules that are involved. The team is ultimately interested in translating their work into clinical efforts to slow down aging.

The findings were reported online today (May 1) in the journal Nature.

SOURCE : www.livescience.com