ฉีดรกแกะระวังเสียเงินฟรี

dailynews140913_01จากกรณีที่มีข่าวผู้เสียหายไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ดำเนินคดีกับคลินิกแห่งหนึ่ง ภายหลังจากพาไปฉีดเฟรชเซลล์จากรกแกะ ที่ต่างประเทศ โดยอ้างว่าสามารถรักษาโรคและชะลอวัยได้ แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้ผล มิหนำซ้ำยังเสียเงินจำนวนมาก อาจทำให้คนหันมาสนใจข้อมูลเรื่องการฉีดรกแกะมากขึ้น

ถึงแม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกมาเตือนแล้วว่าไม่ได้ผลก็ตาม

เกี่ยวกับเรื่่องนี้ รศ.นพ.นภดล นพคุณ นายกสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย บอกว่า การฉีดเฟรชเซลล์จากรกแกะไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันว่าสามารถช่วยรักษาโรคหรือชะลอวัยได้ โดยเฉพาะสรรพคุณเกี่ยวกับผิวหนัง ก็ไม่มีหลักฐานทางวิชาการยืนยันว่าใช้ได้ผล ไม่ว่าชนิดฉีด หรือชนิดครีมทาผิวหนัง

หากนำรกแกะมาใช้ทางการแพทย์ถือว่าผิดกฎหมาย เพราะไม่ได้ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ปัจจุบันไม่สามารถบอกได้ว่ามีการนำรกแกะมาใช้มากน้อยเพียงใด แต่ครีมรกแกะที่มีการขายกันอยู่ในประเทศไทยไม่ได้ผ่าน อย. วงการแพทย์ยังไม่มีการรับรองว่าเป็นการรักษาที่ได้มาตรฐานหรือได้ผล แต่ที่ใช้กันอยู่น่าจะเป็นความเชื่อที่ผิด ๆ มากกว่า

ขอเตือนว่าไม่ควรใช้ไม่ว่าชนิดฉีดหรือชนิดครีม เพราะใช้แล้วคงไม่ได้ผล เสียเงินเปล่า นอกจากนี้อาจมีสิ่งแปลกปลอม โดยเฉพาะชนิดฉีด เมื่อฉีดเข้าไปแล้วอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ และไม่มีประโยชน์อะไร เพราะไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ระบุว่าได้ผล

กรณีที่ดารานักแสดงระบุว่าฉีดแล้วได้ผล ตรงนี้น่าจะเป็นความเชื่อส่วนบุคคลมากกว่า ส่วนตัวคิดว่าคงไม่ได้ผล เพราะถ้าได้ผลจริงคงมีคนแห่ไปฉีดกันเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะดารานักแสดงต่างประเทศ คงไม่มีใครแก่ ก็อยากจะบอกดารานักแสดงว่าไม่ได้ผลหรอก ไม่ควรจะเอามาเผยแพร่ เพราะไม่ได้ประโยชน์อะไร และทำให้เกิดการเข้าใจผิดเปล่า ๆ

สำหรับคนที่ต้องการชะลอวัย ควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้แก่เร็วขึ้น เช่น ไม่สูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงแสงแดด ขณะเดียวกันควรทาครีมเพื่อให้ริ้วรอยลดน้อยลง ทำให้เกิดความชุ่มชื้น ในทางการแพทย์อาจมีการใช้กรดวิตามินเอ การยิงเลเซอร์ การฉีดโบท็อกซ์ หรือฟิลเลอร์ ซึ่งอาจจะได้ผลในบางรายเท่านั้น แต่ไม่ถาวร

หากต้องการให้ถาวรคงต้องใช้วิธีการผ่าตัดดึงหน้า.

นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน

ที่มา : เดลินิวส์ 13 กันยายน 2557

Advertisements

หลักการกิน 10 ประการ เพื่อให้แลดูอ่อนกว่าวัย

dailynews140228_001หลายคนคงไม่มีใครอยากดูแก่กว่าวัย หรือแก่สมวัยกันใช่ไหมคะ? ซึ่งเราล้วนสรรหาวิธีชะลอความแก่ สารพัดวิธี บางวิธีถึงขั้นต้องเจ็บตัว และเสียเงินจำนวนมากไปกับการศัลยกรรม บทความสุขภาพประจำวันศุกร์นี้ ผู้เขียนนำ 10 หลักการในการบริโภคอาหาร เพื่อช่วยชะลอวัยมาฝาก

องค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้มีสุขภาพดี ตามที่ทุกท่านทราบกันดีอยู่แล้ว คือ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ ฯลฯ ดังนั้นอาหารการกินจึงเป็นส่วนสำคัญ ที่จะกำหนดให้เราแก่ไปตามวัยที่ล่วงเลย หรือก่อนวัยอันสมควร ยิ่งเมื่อวิทยาการก้าวหน้า อาหารยิ่งถูกปรุงแต่งมากขึ้น จนแทบไม่เหลือคุณค่าของอาหารไว้ ปัจจุบันความคิดทางการแพทย์เก่า ๆ ที่ให้บริโภค เนื้อ นม ไข่ มาก ๆ จึงเริ่มเปลี่ยนไป และให้หันกลับมาสนใจอาหารธรรมชาติ ซึ่งเป็นพื้นฐานชีวิตของคนสมัยก่อนแทน

หลัก 10 ประการของการบริโภคอาหารที่จะช่วยให้ท่านชะลออายุไว้ได้

1. กินคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ถูกดัดแปลง ขณะนี้อาหารเกือบทุกอย่างที่วางขายในท้องตลาด มักถูกดัดแปลงปรุงแต่งใหม่ เพื่อหลอกล่อผู้บริโภคว่าเป็นอาหารที่มีคุณค่า แต่แท้จริงกลับเป็นผลเสียต่อร่างกาย คาร์โบไฮเดรตมักถูกดัดแปลง หรือแฝงในรูปต่าง ๆ เช่น ข้าวที่ถูกสีจนขาว น้ำตาลทรายขาว ขนมหวาน ลูกกวาด น้ำอัดลม ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ต้องพยายามหลีกเลี่ยง ควรบริโภคแต่คาร์โบไฮเดรตธรรมชาติที่ไม่ถูกดัดแปลง และมีคุณค่าสูง ได้แก่ ข้าวซ้อมมือ ผลไม้สด ถั่ว ผัก และเมล็ดพืช

2. ต้องกินโปรตีนให้เหมาะสม โปรตีนมีอยู่ในเมล็ดพืช ผัก มันฝรั่ง ถั่ว นมพร่องไขมัน และอาหารทะเล บางคนเข้าใจผิดว่าเนื้อวัวมีโปรตีนสูง แท้จริงแล้วไม่ถูกต้องนัก การที่เนื้อวัวให้พลังงานสูง เพราะมีโปรตีนมาก แต่ร่างกายย่อมต้องการโปรตีนให้ได้สัดส่วนกับอาหารอื่น ถ้ากินมากเกินไป ร่างกายจะเปลี่ยนโปรตีนเป็นไขมันสะสมไว้ และไม่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานมาใช้ได้อีก

3. ควรหลีกเลี่ยงไขมัน ยามเมื่ออายุมากขึ้นไขมันเป็นสิ่งที่พึงหลีกเลี่ยง เพราะก่อให้เกิดโรคหลายอย่าง นั่นคือ ควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ น้ำมัน เนย มายองเนส กรดไขมันที่จำเป็น ซึ่งเป็นกรดที่สำคัญที่สุดสำหรับร่างกายนั้น พบในเมล็ดพืชทุกชนิด ผลไม้เปลือกแข็ง และข้าว การเก็บรักษาอาหารประเภทนี้ต้องใส่ภาชนะปิด เพราะแสง ความร้อน และอากาศสามารถทำลายกรดไขมันที่จำเป็นได้

4. กินวิตามินที่ได้จากพืช และสัตว์ วิตามินธรรมชาติมีคุณภาพสูงกว่าวิตามินสังเคราะห์ ยิ่งถ้าเราถูกกระทบจากความเครียดมาก ร่างกายยิ่งต้องการวิตามิน และเกลือแร่ทดแทนมากกว่าคนปกติ

5. ควรเน้นผัก และผลไม้สด อาหารในแต่ละวันควรเป็นผักสด และผลไม้ประมาณ 70% อีก 30% ควรเป็นอาหารประเภทอื่น ๆ เพราะจะเป็นการเพิ่มพลังตับสูงให้แก่ร่างกาย จะเห็นได้จากนักกีฬาชั้นนำระดับโลกต่างหันมาบำรุงร่างกายด้วยผัก และธัญพืชกันมากขึ้น

6. หลีกเลี่ยงอาหารปรุงแต่ง ได้แก่ อาหารหวานจัด อาหารสำเร็จรูป อาหารที่มีสารเคมีเป็นส่วนผสม และโซเดียมซึ่งมีอยู่ในเกลือ ผงชูรส ผงฟู และสารผสมอาหารต่าง ๆ อาหารเหล่านี้ไม่มีคุณค่าแต่กลับมีโทษต่อร่างกาย

7. ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพราะร่างกายเราประกอบด้วยน้ำ 60-70% แต่ละวันเราสูญเสียน้ำไป 6-8% ของจำนวนน้ำทั้งหมด น้ำจะเป็นตัวพาสารอาหารไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ควรดื่มน้ำสะอาดก่อนหรือหลังอาหารอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อให้น้ำย่อยทำงานเต็มที่ และเมื่อตื่นนอนในตอนเช้า ควรดื่มน้ำ 3-5 แก้ว งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และแอลกอฮอล์ เนื่องจากน้ำอัดลม และน้ำเกลือแร่ไม่มีคุณค่าอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย

8. กินอาหารแต่ละมื้อให้เหมาะสม ไม่ควรกินอาหารจนแน่นอึดอัด ควรกิจแค่เกือบอิ่ม มื้อเข้าควรได้อาหารที่ให้พลัง เพราะต้องทำงานทั้งวัน มื้อกลางวันไม่ควรทานมากจนแน่นท้อง เพราะอาจทำให้ง่วงนอนในตอนบ่าย ส่วนมื้อเย็นควรเป็นอาหารที่เบาท้องเพราะใกล้เข้านอน ในขณะที่เรานอนหลับ ควรให้กระเพาะ และสำไส้ได้พักผ่อนบ้าง

9. กินอาหารตามฤดูกาล และที่มีอยู่ในท้องถิ่น พืช ผัก ผลไม้ ตามฤดูกาลจะทำให้ร่างกายมีความสมดุลกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ดี อาหารที่ผิดฤดู หรือที่เข้ามาจากต่างประเทศ อาจเคลือบสารเคมีหรืออาบรังสีบางอย่างเอาไว้ ซึ่งทำให้ร่างกายไม่มีภูมิต้านทานได้ในฤดูร้อน ควรลดอาหารหนัก และในฤดูหนาวควรกินอาหารที่ให้พลังงาน และความอบอุ่น หลายคนชอบกินอาหารฝรั่ง ซึ่งส่วนมากเป็นอาหารที่มีไขมันสูงเกินความต้องการของคนในประเทศ ซึ่งเป็นเมืองร้อน แต่เหมาะกับต่างประเทศที่เป็นเมืองหนาว

10. กินให้เหมาะสมกับการใช้พลังงานในแต่ละวัน หากทำงานนั่งโต๊ะในออฟฟิศ ซึ่งมีเครื่องปรับอากาศทั้งวัน ไม่ควรรับประทานอาหารแต่ละมื้อมากเท่ากับกรรมกรที่ทำงานใช้แรงงานกลางแดด

หลายคนอ่านแล้วอาจพูดว่า ง่ายกว่าที่คิด..แต่ยากที่จะทำใช่ไหมคะ!! ดังเช่นที่เราทราบกันเป็นอย่างดีกันนั่นแหละค่ะว่า You are what you eat อยากดูอ่อนกว่าวัย แถมสุขภาพที่ เริ่มต้นปรับนิสัยการกินให้ได้แบบนี้นะคะ เพื่อชีวิตที่ดี และดูเด็กในระยะยาวกันค่ะ

PrincessFangy
Twitter @Princessfangy

เนื้อหาบางส่วนจาก http://www.thaigoodview.com

ที่มา : เดลินิวส์ 28 กุมภาพันธ์ 2557

แพทย์แนะนำหลักเรื่องชะลอความแก่

dailynews130505_002โลกปัจจุบันนี้ผู้คนมีความรู้เรื่องสุขภาพดีขึ้น รู้จักดูแลตัวเองทางด้านสุขภาพทำให้แต่ละปีที่ผ่านมา คนมีอายุยืนขึ้น เวลาเราพูดถึงเรื่องนี้เรามักมองไปยังประเทศที่อยู่ใกล้บ้านเรา คือประเทศญี่ปุ่น อยู่ในทวีปเดียวกันเป็นตัวอย่างที่มีผู้สูงอายุสูงสุดอันดับหนึ่งของโลก ด้วยมีทั้งวัฒนธรรมในวิถีชีิวิตที่อยู่ในระเบียบอันดีมายาวนาน ทำให้อายุยืนยาวไปด้วย

ประเทศไทยได้เดินเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบแล้ว คือมีผู้สูงอายุมากถึง 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมด แต่เมื่อได้มีการประเมินสุขภาพ ผลสำรวจจากสำนักงานสถิติแห่งชาติเมื่อปี 2550 พบ 1 ใน 4 ของผู้สูงอายุสุขภาพอยู่ในเกณฑ์ไม่ดี จากผลสำรวจสุขภาพอนามัย ปี 2551-2552 ผู้สูงอายุมีโรคความดันโลหิตสูง 50% เบาหวาน 50% ต้องอยู่ในภาวะพิการจากโรคไม่ติดต่อถึง 85%

แสดงถึงผู้สูงอายุไทยยังมีความเปราะบางทางด้านสุขภาพ อยากอายุยืนสุขภาพต้องดี

คนญี่ปุ่นอายุยืนทั้ง ๆ ที่ประเทศมีการแข่งขันสูง ชีวิตต้องรีบเร่ง เหมือนเมืองใหญ่ ๆ สำคัญของโลก แต่เพราะชาวญี่ปุ่นมีการดูแลสุขภาพดี ได้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เดิน ขี่จักรยาน แช่บ่อน้ำพุร้อน ออนเซ็น เพื่อการผ่อนคลาย และที่สำคัญนิสัยการบริโภคที่ได้รับการปลูกฝังมาแต่โบราณ คือกินแค่พออิ่ม พออิ่มก็หยุดกิน อาหารส่วนใหญ่เป็นปลา เต้าหู้ ผักใบเขียว และเห็ด ล้วนมีคุณค่าทางโภชนาการสูงด้วย

dailynews130505_002bที่มาคุยเรื่องการชะลอวัยแก่วันนี้ เนื่องด้วยเมื่อ 25 เม.ย. ได้มีโอกาสไปฟัง พญ.มะลิ วิโรจน์สกุลชัย ผู้สนใจด้านชะลอความแก่ (American Board of Anti-Aging and Renerative Medicine) ได้ไปพูดให้คณะเครือข่ายสหวิทยาการแห่งราชบัณฑิตยสถานในพระราชูปถัมภ์ฯ ราว 60 ท่าน โดยมี นพ.ยงยุทธ วัชรดุลย์ เป็นประธาน ผู้ฟัง อาทิ พลเอกจรัล กุลละวณิชย์, พลเอกกิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ, นพ.สมชัย บวรกิตติ, ศ.กำจร มนูญ ปิจุ, ภญ.ปลื้มจิต โรจนวาณิชย์ ฯลฯ

คุณหมอได้บอกเมื่อชีวิตเข้าสู่วัยชรา ปัจจุบันถืออายุเกิน 60 ปี อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายมักจะค่อยเสื่อมลง ตั้งแต่ผม ตา หู จมูก ไปจนถึงอวัยวะภายในและการเคลื่อนไหวของร่างกาย พร้อมทั้งโรคภัยต่าง ๆ อาจเกิดขึ้น หัวใจ กระดูก ข้อ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไปจนถึงมะเร็ง ผู้ที่มีการปรับตัวก็จะต้องทำให้ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ พัฒนาให้มีคุณภาพชีวิตดีตามไปด้วย

ความแก่ในอุดมคติ คนแก่ยุคใหม่จะต้องปรับตัวตามสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป เพราะทุกวันนี้จะหาลูกหลานมาช่วยดูแลยากขึ้น จึงต้องฝึกให้ไม่ต้องพึ่งพาใคร ร่างกายเคลื่อนไหวได้เองไม่ติดขัด สามารถสื่อสารต่อผู้คนรอบตัวได้ดังใจ ประสิทธิภาพของร่างกาย จิตใจ พร้อมตัดสินใจทำอะไรได้ด้วยตัวเอง มีความสุข สนุกสนาน ไม่แยกตัวจากสังคม และพยายามให้ไม่มีโรคในตัว พร้อมแก้ไขอาการต่าง ๆ เช่น อ่อนเพลีย ซึมเศร้า เหงา กังวล นอนไม่หลับ ความจำเสื่อม ฯลฯ ไปในตัวด้วย

ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล ผู้สูงอายุกับเรื่องฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุลเป็นเรื่องใหญ่ที่มีคนกล่าวถึงกันมาก จะให้หรือไม่ให้ดี ให้มากน้อยเท่าใด ระยะยาวนานเท่าใด ให้แล้วจะก่อให้เกิดมะเร็งตามมาง่ายขึ้นหรือไม่ จึงต้องอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ผู้ดูแลและเชี่ยวชาญเรื่องนี้จะเป็นผู้ให้คำแนะนำและรักษา

คุณหมอมะลิได้สรุป ให้ใช้ชีวิตในทางถูกต้อง อาหาร ออกกำลังกาย ทำจิตให้ผ่องใส หลีกเลี่ยงความสุขจากการดื่มแอลกอฮอล์มาก อาหารรสจัด หวาน มัน เค็ม ขนมปัง เนยแข็ง หรือการฉลองยามดึก ว่าเป็นความสุขที่ไม่จีรังยั่งยืน

dailynews130505_002cตรวจเส้นเลือดคอหาความเสี่ยงอัมพาต โรงพยาบาลพระราม 2 ได้นำทีมแพทย์พยาบาลพร้อมเครื่องมือตรวจหาความตีบแคบของเส้นเลือดแดงคาโรติดบริเวณคอทั้งสองข้าง เพื่อดูความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต กับบรรดาสมาชิกของราชบัณฑิตยสถาน คนสนใจกันมาก เพราะผู้ที่มาล้วนเป็นผู้อาวุโสทั้งสิ้น ถ้าเส้นเลือดตีบแคบมากจากไขมันไปเกาะเลือดจะไปเลี้ยงสมองได้น้อย โอกาสจะเกิดอัมพฤกษ์อัมพาตย่อมมีมากขึ้น

การปฏิบัติตัวเพื่อให้ร่างกายมีสุขภาพดี อายุยืนยาวคงต้องอาศัยหลักพื้นฐานทั่ว ๆ ไป การเลือกอาหารการกินให้เหมาะสม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และไม่เครียดเกินไป มีอาการอะไรที่ผิดปกติก็ควรปรึกษาแพทย์แล้ว สุขภาพจะดีทั้งกายและใจ.

นพ.สุวิทย์ เกียรติเสวี
suvit.kiatisevi@gmail.com

ที่มา : เดลินิวส์  5 พฤษภาคม 2556