8 วิธีดูแลสุขภาพผู้สูงอายุต้านหนาว

manager140122_001นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ช่วงนี้อุณหภูมิลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ทำให้อากาศหนาวเย็นลง ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพตนเองโดยเฉพาะผู้สูงอายุ เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ ทั้งโรคทางเดินหายใจ อย่างไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบติดเชื้อได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในฝูงชน หรือสถานที่แออัด นอกจากนี้ ยังพบปัญหาเรื่องผิวหนังด้วย เนื่องจากผู้สูงอายุมีไขมันใต้ผิวหนังน้อย จึงมีแนวโน้มที่ผิวหนังจะสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย ควรทาโลชั่นหลังอาบน้ำทุกครั้ง เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวหนัง

นพ.สุพรรณ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้สูงอายุบางรายที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบไหลเวียนเลือด เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมอง ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เนื่องจากการรับประทานอาหารดังกล่าวจะทำให้หัวใจทำงานหนักเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังพบปัญหาโรคปวดข้อ ซึ่งอากาศหนาว จะกระตุ้นให้โรคเกาต์มีอาการรุนแรงขึ้นได้ จึงควรรักษาความอบอุ่นให้ร่างกายอยู่เสมอ

ผู้สูงอายุควรดูแลสุขภาพช่วงที่อากาศหนาวเย็น ดังนี้

1.เลือกกินอาหารที่ให้ความอบอุ่นแต่ไขมันไม่สูง คือ อาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น เนื้อปลา สัตว์ปีก และ เนื้อไม่ติดมัน เพราะร่างกายสามารถย่อยได้ง่าย

2.ควรกินผลไม้สดมากกว่าการดื่มน้ำผลไม้ เพราะจะให้เส้นใยอาหารมากกว่า

3.กินธัญพืชที่มีกากใยอาหารสูง เช่น พืชตระกูลถั่ว ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวมันปู สมุนไพรไทยที่มีรสเผ็ดร้อนจะช่วยให้เลือดมีการไหลเวียนดีขึ้น

4.ดูแลรักษาให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ สวมเสื้อผ้าที่หนาพอ มีกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกาย

5.ดื่มน้ำอุ่นวันละ 6-8 แก้ว

6.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7 ชั่วโมงขึ้นไป และต้องห่มผ้าเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย

7.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และ

8.ปรึกษาแพทย์ประจำตัวเมื่อรู้สึกว่ามีความผิดปกติของร่างกาย ที่สำคัญการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดของคนในครอบครัวจะช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตแจ่มใส ร่างกายแข็งแรงตามไปด้วย” อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าว

ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 มกราคม 2557

ปรับพฤติกรรมเสี่ยง…ช่วยชะลอวัยชรา

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ความเสื่อมในร่างกายก็ย่อมต้องมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งปัญหาที่เราเห็นได้ชัดเจนนั้น ได้แก่ สายตาพร่ามัว ระบบขับถ่ายในร่างกายลดน้อย สมองทำงานช้าลง รวมไปถึงโรคแฝงที่มักพบได้ในผู้สูงอายุ เช่น โรคสมองเสื่อม และโรคกระดูกพรุน ดังนั้นการดูแลสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต เช่น การงดดื่มสุรา การออกกำลังกาย หรือแม้แต่การพักผ่อนให้เพียงพอ ฯลฯ นอกจากจะช่วยชะลอวัยแล้ว ยังช่วยป้องกันโรคที่อาจส่งผลเสียสำหรับผู้สูงอายุได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 40 อัพ เนื่องจากช่วงวัยดังกล่าวนั้นเป็นช่วงที่โรคภัยต่างๆ มักถามหา และเป็นวัยที่ร่างกายเริ่มเกิดความเสื่อมลงนั่นเอง

พญ.ลิลลี่ ชัยสมพงษ์ ศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ รพ.บำรุงราษฎร์ เปิดเผยภายใต้งาน “Healthy 50+’ อายุไม่ใช่อุปสรรคของความสุข หากคุณมีสุขภาพที่ดี” ว่า ตนได้แบ่งโรคออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกได้แก่ “โรคที่เป็นแล้วแก่” เช่น โรคเบาหวาน โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็ง ส่วนกลุ่มที่ 2 นั้นคือ “โรคแก่แล้วเป็น” เช่น โรคสมองเสื่อม โรคกระดูกพรุน โรคข้อเสื่อม ดังนั้นการดูแลสุขภาพต้องเริ่มตั้งแต่การงดปัจจัยเสี่ยง เช่น งดสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่และการดื่มสุราจะทำให้การดูดซึมแคลเซียมในร่างกายลดน้อยลง ซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาคือปัญหาโรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ ส่วนการดูแลสุขภาพลำดับต่อมาคือ การควบคุมน้ำหนักและการออกกำลังกาย คุณหมอแนะนำว่า การออกกำลังกายที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุนั้น ควรเป็นลักษณะของการเน้นความแข็งแรงให้กับกระดูก เช่น ฝึกชี่กง หรือรำไท้เก๊ก การเดิน หรือการวิ่งเหยาะๆ เป็นต้น

ส่วนการรับประทานอาหารนั้น พญ.ลิลลี่ให้ข้อมูลว่า การบริโภคอาหารที่มีแคลเซียมก็สำคัญ โดยเฉพาะนมให้ได้วันละประมาณ 1,000-1,200 มิลลิลิตร หรือวันละ 2 แก้ว (นม 1 แก้วจะมีปริมาณแคลเซียม 300 มิลลิกรัม) ขณะเดียวกันผู้สูงอายุควรรับประทานผักใบเขียว และแคลเซียมที่ได้จากปลากรอบ รวมถึงรับประทานเต้าหู้แข็งให้ได้ทุกมื้อของอาหาร ก็จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูก เพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุได้ เพราะบางครั้งการดื่มนมอย่างเดียวอาจได้แคลเซียมที่ไม่เพียงพอต่อร่างกาย นอกจากนี้ก็ควรรับประทานเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อปลา เนื้อไก่ เพราะเนื้อสัตว์นั้นจะให้โปรตีน หากขาดโปรตีนจะส่งผลให้กล้ามเนื้อแขนขาของผู้สูงอายุลีบลง

การพักผ่อนก็สำคัญ ผู้สูงอายุควรพักผ่อนให้ได้อย่างน้อย 8 ชั่วโมง แต่หากผู้สูงอายุท่านใดที่ใช้เวลาพักผ่อนเพียง 5 ชั่วโมง แล้วไม่รู้สึกอ่อนเพลียหรือง่วงนอนก็ถือว่าเพียงพอแล้ว คุณหมอกล่าวต่อว่า เพราะการนอนหลับที่เพียงพอจะส่งผลให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตใจที่ดี และมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างที่ดี ขณะเดียวกันก็เป็นการป้องกันผู้สูงอายุเก็บตัวอยู่คนเดียว จนอาจเกิดอาการซึมเศร้าตามมาได้ พูดง่ายๆ ว่าการพักผ่อนที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันโรคที่มีสาเหตุมาจากสมอง เช่น โรคซึมเศร้า โรคหลอดเลือดสมองได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากผู้สูงอายุจะไม่เครียดและไม่กังวลใจ เพราะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตามคุณหมอแนะนำว่า หากเป็นไปได้ควรให้ผู้สูงอายุมีกิจกรรมหรืองานอดิเรกทำ เช่น การทำงานฝีมือเล็กๆ น้อยๆ การอ่านหนังสือ หรือการไปเข้าวัดนั่งสมาธิ เนื่องจากมีงานวิจัยแล้วว่าการให้ผู้สูงอายุเข้าหาธรรมะนั้น นอกจากจะช่วยทำให้อายุยืนแล้ว ยังป้องกันโรคสมองเสื่อม และช่วยชะลอวัยได้อีกด้วย และไม่เพียงแค่การดูแลสุขภาพโดยการปรับพฤติกรรมการดำเนินชีวิตข้างต้นแล้ว การรู้จักสังเกตความผิดปกติในร่างกาย และการหมั่นไปตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี ก็สามารถช่วยลดอุบัติการณ์การเกิดโรคและช่วยให้ผู้สูงวัยมีอายุยืนยาวได้ทางหนึ่ง.

ที่มา: ไทยโพสต์ 29 พฤษภาคม 2555