มาเช็คสุขภาพประจำปีกันดีกว่า โรคไม่มาหา สบายใจตลอดไป

dailynews130114_001ช่วงปีใหม่ ใครๆ ต่างอวยพรกันและกันว่า “ขอให้มีสุขภาพดี แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ” หากจะเป็นเช่นดั่งพรนั้นได้ แน่นอนว่าจะต้องใส่ใจดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะกินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และทำจิตใจให้ผ่องแผ้วแจ่มใส แต่สูตรสำเร็จที่ว่านี้กลับตกหล่นเรื่องของการตรวจสุขภาพ!?

เหตุผลที่ควรคิดถึงเรื่องการตรวจสุขภาพก็เพื่อให้รู้เท่าทันโรค รวมทั้งประเมินความเสี่ยงป่วยโรคต่างๆ เนื่องจากหลายโรคไม่แสดงอาการผิดปกติให้ทราบในระยะแรกเริ่ม แต่รอวันส่งสัญญาณเมื่อตัวโรคก่อความเสียหายไปมากแล้ว หลายต่อหลายคนที่ละเลยการตรวจสุขภาพ เมื่อถึงวันที่โรคร้ายแสดงตัว ก็อาจทำให้สุขภาพทรุด จนยากที่จะฟื้นคืนกลับไปมีเรี่ยวแรงเหมือนก่อน

การตรวจสุขภาพทั่วไป มักตรวจวัดความดันโลหิต ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง ตรวจร่างกายทั่วไปโดยแพทย์ เอ็กซเรย์ทรวงอก ตรวจเลือด และตรวจปัสสาวะ ผลตรวจเหล่านี้สามารถชี้ความเสี่ยง และเตือนให้ระวังโรค

อย่างการตรวจความดันโลหิต หากไม่ตรวจ จะไม่มีทางรู้เลยว่า ความดันโลหิตของเราปกติหรือไม่ บางอาการที่เกิดขึ้นแบบไม่รู้สาเหตุ เช่น ร่างกายจะอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย วิงเวียนศีรษะ เป็นลมบ่อย หน้ามืดเวลาเปลี่ยนอิริยาบถอย่างรวดเร็ว เหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับภาวะความดันโลหิตต่ำ คือ ต่ำกว่า 90/50 มิลลิเมตรปรอท ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้นานๆ จะทำให้โลหิตไหลเวียนเลี้ยงอวัยวะสำคัญของร่างกายไม่ทัน อันตรายกับเซลล์สมอง กล้ามเนื้อหัวใจ ไต ถ้าความดันโลหิตลดต่ำลงมากๆ จะทำให้อวัยวะสำคัญขาดออกซิเจน อาจเป็นลม ช็อก และเสียชีวิต

ในทางตรงกันข้าม หากความดันสูง หรือเกินค่า 140/90 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป แม้อาการไม่ชัดเจนเท่าความดันต่ำ แต่การปล่อยให้ความดันโลหิตสูงมาก ๆ ส่งผลให้วิงเวียนศีรษะ ปวดไปทั่วศีรษะ ปวดท้ายทอย ยิ่งถ้าทิ้งปัญหานี้ไว้นาน ๆ เสี่ยงเกิดเส้นเลือดในสมองตีบตันหรือแตก เป็นอัมพฤกษ์หรืออัมพาต เช่นเดียวกับเส้นเลือดที่หัวใจจะตีบตันจนหัวใจขาดเลือดหรือหัวใจล้มเหลว ฉะนั้น เรื่องของความดัน ถ้าผิดปกติแล้วรู้ทัน ก็ทานยาเพื่อควบคุมความดันให้เป็นปกติ ช่วยลดความเสี่ยงป่วยโรคดังที่กล่าวได้

ส่วนการตรวจเลือดนั้น ผลการตรวจวิเคราะห์ค่าพื้นฐานมีทั้งฮีโมโกลบิน (ส่วนประกอบสำคัญในเม็ดเลือดแดง ซึ่งมีหน้าที่รับ-ส่งออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซต์ระหว่างปอดกับเนื้อเยื่อ), ความเข้มข้นของเลือด, เกล็ดเลือด, เม็ดเลือดขาว เหล่านี้ช่วยบอกความสมบูรณ์และลักษณะของเม็ดเลือด และภาวะโลหิตจางหรือไม่ กรณีที่ผลตรวจชี้ว่ามีภาวะซีดหรือโลหิตจาง จะทำให้สันนิษฐานเบื้องต้นว่าอาจเกิดจากสาเหตุต่างๆ เช่น ภาวะพร่องหรือขาดสารอาหารบางชนิด มีโรคเรื้อรัง อาทิ โรคตับ ไต มะเร็งเม็ดเลือด โรคทางพันธุกรรม พวกธาลัสซีเมีย เม็ดเลือดแดงผิดรูป หรืออาจเกิดจากเครียด นอนน้อย

ในเลือดยังมีเรื่องสำคัญซ่อนอยู่อีก นั่นคือ ระดับน้ำตาลในเลือด ค่าบียูเอ็นและครีเอตินินเพื่อบอกการทำงานของไต ค่ากรดยูริคซึ่งเกี่ยวกับเรื่องไขข้อ และค่าไขมันในเลือดจากโคเลสเตอรอลกับไตรกลีเซอไรด์ ค่าพวกนี้ส่วนใหญ่เป็นผลสะท้อนมาจากไลฟ์สไตล์การกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ประกอบกับขาดการออกกำลังกาย

ขณะที่ผลตรวจปัสสาวะจะช่วยให้ทราบการทำงานของไต เช็คความผิดปกติที่ระบบทางเดินปัสสาวะ ช่วยคัดกรองโรคเบาหวานได้ทางหนึ่ง นอกจากนี้ ผลจากเอกซ์เรย์ทรวงอกช่วยตรวจกรองเนื้องอกในปอด ประเมินขนาดของหัวใจ และดูแนวกระดูกสันหลังว่าคดงอหรือไม่ ที่สำคัญยังช่วยให้รู้ทันวัณโรคปอด เพราะในระยะแรก ผู้ที่ป่วยจะไม่มีอาการ ทว่าได้เอกซ์เรย์ทรวงอก มักแสดงให้เห็นจุดทึบหรือเป็นหย่อมทึบที่ปอด

เมื่อทราบว่า ผลดีจากการตรวจสุขภาพเปิดเผยสภาพร่างกายข้างในได้ไม่น้อย ในหนึ่งปีขอให้ใส่ใจไปตรวจสุขภาพกันสักครั้ง ถ้าผลตรวจเผยว่า ไร้โรคภัย ก็นับว่าเป็นเรื่องดี แต่หากพบความผิดปกติ จะได้รักษาโรคเสียแต่แรกเริ่ม ทั้งนี้แพทย์หลายท่านก็ยังแนะนำด้วยว่า การเฝ้าระวัง ป้องกันโรค ย่อมดีและคุ้มค่ากว่าการรักษาเมื่อเจ็บป่วยไปแล้ว แถมช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทางราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ยังออกคำแนะนำให้ผู้ใหญ่ในแต่ละช่วงวัยควรฉีดวัคซีนเพื่อสร้างหรือกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ ซึ่งถือเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันโรคภัยให้สุขภาพอีกทางหนึ่ง

การตรวจสุขภาพ หรือแม้แต่ฉีดวัคซีนป้องกันโรค ยังถือเป็นการสร้างเกราะป้องกันโรคที่มีราคาคุ้มค่ากว่าค่ายาค่ารักษาที่ต้องเสียเมื่อป่วยไปแล้ว ฉะนั้น เรื่องสุขภาพ อย่าให้เข้าข่าย “เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย” เลย.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์

ที่มา: เดลินิวส์ 14 มกราคม 2556

Advertisements

ตรวจเพื่อก้าวต่อ

“เอดส์” กลายเป็นโรคเรื้อรังโรคหนึ่งที่รักษาได้ ต้องกินยาไปตลอดชีวิต แม้จะยังไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่ผู้ป่วยก็สามารถมีอายุยืนยาวเหมือนคน
ทั่วไป

ศ.กิตติคุณ นพ.ประพันธ์ ภานุภาค ผอ.ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย บอกว่า ไม่เพียงแต่มียารักษา คนไทยทุกคนไม่ว่าจะรวยหรือจนก็สามารถเข้าถึงการรักษา เพราะรัฐบาลให้คนไทยทุกคนที่ติดเชื้อรักษาฟรี นายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่ม จึงไม่ต้องกลัวว่าใครจะรู้ แล้วจะถูกไล่ออกจากงาน เกณฑ์การเริ่มการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอดส์ก็ถูกปรับให้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องรอให้คนไข้ป่วย หรือรอให้ภูมิต้านทานลดลงจนต่ำมาก เพราะการเริ่มการรักษาเร็วมีประโยชน์ทั้งต่อสุขภาพตัวเองและสังคมภายนอก ทั้งการลดการส่งต่อเชื้อเอชไอวีให้ผู้อื่น และลดการแพร่กระจายของเชื้อวัณโรคจากผู้ป่วยไปสู่คนอื่น

อุปสรรคที่สำคัญที่สุดต่อความก้าวหน้าในด้านการรักษา คือ การที่ไม่ค่อยมีผู้ติดเชื้อมาให้รักษาในขณะที่ยังไม่ป่วย หรือในขณะที่ภูมิต้านทานยังดีอยู่ เพราะไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ เนื่องจากไม่เคยไปตรวจ ในสหรัฐอเมริกา 20% ของคนที่ติดเชื้อไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ ในขณะที่เกือบครึ่งของคนไทยที่ติดเชื้อยังไม่รู้ตัว ดังนั้น การรณรงค์ให้ประชาชนทั่วไป ไม่เฉพาะกลุ่มเสี่ยงไปรับการตรวจเลือดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะถ้าบอกว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงควรไปตรวจ ก็จะไม่มีใครไปตรวจ เพราะทุกคนมักเข้าข้างตัวเองว่าไม่เสี่ยง ดังนั้น ทุกคนที่มีหรือเคยมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันแม้กับสามีหรือภรรยาของตนเองควรจะไปตรวจหมด

ผู้ที่ไม่ต้องไปตรวจ คือ ผู้ที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เลยในชีวิต หรือเคยมีเพศสัมพันธ์แต่ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง คนที่ไม่เคยใช้ยาเสพติดชนิดฉีด และคู่สามีภรรยาที่เคยไปตรวจพร้อม ๆ กัน และตรวจไม่เจอ หลังจากนั้นไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปมีพฤติกรรมเสี่ยงอีก

“ตรวจเพื่อก้าวต่อ” เป็นโครงการรณรงค์ให้คนไทยตรวจเอดส์เป็นปกติวิสัย ซึ่งสภากาชาดไทยได้ร่วมกับภาครัฐและเอกชนตลอดจนภาคีเครือข่ายจัดทำขึ้น ซึ่งทุกฝ่ายจะร่วมรณรงค์ต่อไปในอีก 4 ปีข้างหน้าอันเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ทั่วโลกที่เรารู้จักกันมาระยะหนึ่งแล้ว คือ “เก็ตติ้ง ทู ซีโร่” (Getting to Zero) หรือ “เอดส์ลดลงให้เหลือศูนย์ได้”

อยากให้คนไทยมองเห็นว่าการตรวจเอดส์เป็นเรื่องธรรมดา และเป็นสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่ง คล้ายกับการตรวจสุขภาพประจำปีไม่จำเป็นต้องลึกลับหรือนิรนามอีกต่อไป หลังจากตรวจแล้ว ชีวิตจะได้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นชีวิตเดี่ยว หรือชีวิตคู่ที่จะไม่ติดเชื้อตลอดไป หรือติดเชื้อก็มีสุขภาพที่ดีและอายุยืนยาวเหมือนคนอื่นทั่วไป

สาเหตุที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ไปตรวจเอดส์ มีหลายอย่าง จะยกมาทีละอย่าง พร้อมเสนอทางออกดังนี้

1. ไม่คิดว่ามีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น มีสามีหรือภรรยาเพียงคนเดียว ตัวเองก็ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่นเลยก่อนแต่งงาน แต่เราไม่สามารถมั่นใจว่า “เขา” จะมีคนอื่นนอกจากเราหรือไม่ ดังนั้น ไปตรวจพร้อมกันสักครั้ง แล้วพูดคุยกันให้รู้เรื่อง หลังจากนั้นถ้าพลั้งเผลอก็บอกกันตรง ๆ ใส่ถุงยางป้องกันจนกว่าจะไปตรวจใหม่อีกรอบ

2. ไม่รู้ว่าตรวจไปจะมีประโยชน์อะไร ถ้าจะติดก็ติดไปแล้ว รู้เร็วก็กลุ้มใจเร็วขึ้น สู้ไม่รู้ดีกว่า รอให้มีอาการก่อนค่อยตรวจจะได้ไม่กลุ้มนาน จริง ๆ แล้ว ถึงจะมีพฤติกรรมเสี่ยง แต่ก็อาจจะยังไม่ติดเอดส์ก็ได้ ถ้ากล้าไปตรวจ ตรวจไม่เจอจะได้ป้องกันตัวเองดีขึ้น และแม้ตรวจเจอ คู่เราที่อยู่กันมา 10-20 ปี อาจจะยังไม่ติดจากเราก็ได้ จึงเป็นโอกาสที่จะป้องกันคู่ของเราไม่ให้ติดเชื้อ และการที่ตรวจเจอขณะที่ยังไม่ป่วย การดูแลรักษาแต่เนิ่น ๆ จะทำให้เราไม่ป่วยหรือเสียชีวิตจากเอดส์

3. กลัวว่าถ้ามีคนรู้ว่าไปตรวจเอดส์ เขาจะมองในแง่ไม่ดี จะกลัวไปทำไม มันเป็นชีวิตของเรา และการตรวจเอดส์เป็นหน้าที่ของทุกคน

4. กลัวจะตรวจเจอ เพราะเคยแต่รับรู้มาว่า เอดส์ไม่มีทางรักษา เอดส์เป็นแล้วตายอย่างเดียว แต่ปัจจุบัน เอดส์รักษาได้ รักษาแล้วไม่ป่วย ไม่ตาย

5. กลัวว่าตรวจเจอแล้ว จะมีคนรู้ จะถูกคนรังเกียจ และอาจถูกไล่ออกจากงาน จริง ๆ แล้ว ผู้ที่รู้ผลการตรวจก็คือเราคนเดียว คนอื่นไม่มีสิทธิรู้ การรักษาก็ไม่ต้องให้นายจ้างออกค่าใช้จ่ายเพิ่ม นายจ้างจึงไม่รู้

6. ไม่รู้ว่าไปตรวจเอดส์ได้ที่ไหน สามารถไปตรวจได้ทุกโรงพยาบาล ไม่จำเป็นต้องไปที่คลินิกนิรนามของสภากาชาดไทยแห่งเดียว

7. ไม่รู้ว่ามีสิทธิตรวจฟรี ความจริงค่าตรวจก็ไม่แพง แต่ถ้ารู้ว่ามีสิทธิตรวจฟรีได้ปีละ 2 ครั้ง ก็คงมีคนอยากใช้สิทธิกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ สิทธิประกันสังคม สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ไปโรงพยาบาลใดก็ได้ เพียงแต่แสดงบัตรประจำตัวประชาชนก็สามารถตรวจฟรีได้ ตัวเลข 13 หลักในบัตรประจำตัวประชาชนที่โรงพยาบาลคีย์เข้าไปจะถูกเปลี่ยนเป็นรหัสใหม่ทันที ไม่มีใครสามารถย้อนกลับมาดูว่าเป็นใครได้ ความลับของเราได้รับการปกปิดด้วยวิธีที่ดีที่สุดในโลก

8. หลายคนที่เคยไปตรวจมาแล้ว ไม่ค่อยอยากกลับไปตรวจซ้ำอีก เพราะ ใช้เวลานาน ในการรอคิว ในการรับคำปรึกษาก่อนตรวจทั้ง ๆ ที่รู้หมดแล้ว และเสียเวลาในการฟังผลเลือด สิ่งที่น่าเบื่อเหล่านี้เป็นเรื่องจริง หลายฝ่ายกำลังปรับปรุงให้สะดวกขึ้น เช่น เพิ่มเจ้าหน้าที่ให้บริการ เพิ่มสถานบริการที่สามารถไปใช้บริการได้มากแห่งขึ้น เพิ่มเวลาให้บริการช่วงเย็น และวันหยุดราชการ และการมีคลินิกเคลื่อนที่ไปให้บริการถึงที่ทำงานหรือในชุมชน พยายามย่นย่อการให้คำปรึกษาแนะนำทั้งก่อนและหลังตรวจ เพราะคนส่วนใหญ่พอมีความรู้อยู่บ้างแล้ว หรือการใช้เอกสารให้อ่าน วิดีโอให้ดู หรือการให้โทรศัพท์คุยทางสายด่วนปรึกษาเอดส์แห่งชาติ 1663 เพื่อทดแทนหรือย่นย่อการให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว เป็นต้น นอกจากนี้ ได้มีความพยายามในการนำชุดทดสอบแบบรู้ผลเร็วมาใช้เพื่อให้ได้ผลการทดสอบภายใน 1 ชั่วโมง ล้วนเป็นวิธีการที่ทุกฝ่ายพยายามปรับปรุงบริการให้รวดเร็ว และสะดวกสบายมากขึ้น

9. หมอไม่เห็นแนะนำ ก็เป็นอุปสรรคที่สำคัญอย่างหนึ่ง เพราะคนไข้มักเชื่อฟังหมอ แต่หมอส่วนใหญ่เองก็ยังไม่เห็นความสำคัญของการแนะนำให้คนไข้ตรวจเอดส์เป็นปกติวิสัย บางคนก็ไม่รู้จะแนะนำอย่างไร เพราะเห็นเป็นสาวโสดหรือเห็นว่ามีอายุมากแล้ว เรื่องนี้ต้องแก้ด้วยการทำความเข้าใจและให้ความรู้กับหมอในทุกสาขาวิชาชีพ ว่าการตรวจเอดส์มีประโยชน์อย่างไร และเขามีอิทธิพลมากเพียงใดในการแนะนำคนไข้แต่ละคนให้เห็นถึงความสำคัญในการตรวจเอดส์ ถูกหมอพูดกรอกหูบ่อย ๆ ก็อาจยอมไปตรวจก็ได้

อย่างไรก็ตามอาจมีเหตุผลอื่นอีกมากมายที่ทำให้คนไม่อยากหรือไม่กล้าไปตรวจเอดส์ หวังว่าบทความนี้จะทำให้ผู้อ่านมีความเข้าใจมากขึ้นถึงประโยชน์ของการตรวจเอดส์ ซึ่งความกังวลหลายอย่างก็เป็นเรื่องจริง บางอย่างก็กลัวไปเอง หวังว่าผู้อ่านจะสามารถประเมินระดับความเสี่ยงของตัวเองแบบที่ไม่เข้าข้างตนเองมากไป รวมทั้งสามารถชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีกับข้อเสียของการไปตรวจเอดส์ ถ้าเห็นข้อดีมากกว่า จะได้ก้าวข้ามความกลัว ความไม่รู้ ตัดสินใจไปตรวจเอดส์โดยสมัครใจสักครั้งหนึ่ง ตรวจเพื่อก้าวต่อกันเถอะ.

นวพรรษ บุญชาญ

 

ที่มา: เดลินิวส์  24 พฤศจิกายน 2555

.

Related Articles:

.

คลีนิคนิรนาม ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย มีบริการให้คำปรึกษา ให้ความรู้ และการบริการตรวจหาเชื้อเอดส์ โดยการบริการดังกล่าวท่านสามารถใช้บริการได้ฟรี ปีละ 2 ครั้ง เพียงยื่นบัตรประจำตัวประชาชน ณ โรงพยาบาลของรัฐ หรือศูนย์บริการสาธารณสุข ท่านสามารถสอบถามเพิ่มเติมที่คลีนิคนิรนาม โทร.0-22564107-9 ต่อ 200 ในวันเวลาราชการ

การตรวจเลือดหาเชื้อเอดส์ 

คลินิกให้คำปรึกษาแนะนำและตรวจเอดส์ คลีนิคนิรนาม ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย วันเวลาทำการ  จ-ศ. 7.30-18.00น./ ส. 7.30-15.00น.
-ตรวจแบบทราบผล ทันที 200 บาท
-ตรวจด้วยวิธี PCR 1,500 บาท (รู้ผล 1 สัปดาห์)

“ชายเหนือชาย”ติดเอดส์พุ่ง

ตรวจหาเชื้อเอดส์ได้เองที่บ้าน

วาเลนไทน์! มาลดปัญหาเอดส์

ทีมนักวิจัยชี้ว่าการติดเชื้อแบคทีเรียบีวีในผู้หญิงเพิ่มโอกาสแพร่เชื้อเอชไอวีแก่คู่นอนมากขึ้น

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในปัจจุบัน

บ่าวสาว…อุ่นใจก่อนวิวาห์