นวดกระชับสัมพันธ์

การนวด เป็นแนวทางการรักษาตามแบบฉบับไทยโบราณ นอกจากกระชับสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัวแล้ว ยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายอีกด้วย

หากมองย้อนไปถึงวิถีชีวิตคนไทยในอดีต ผู้เฒ่าผู้แก่ในบ้านมักเรียกใช้ลูกหลานให้มาบีบนวด นอกจากจะช่วยผ่อนคลายแล้ว ยังสร้างความใกล้ชิดระหว่างวัยได้ด้วย

การนวด เป็นแนวทางการรักษาตามแบบฉบับไทยโบราณ นอกจากจะกระชับสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัวแล้ว ยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย สามารถป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ ทั้งที่มาพร้อมกับลมหนาวในฤดูหนาว สายฝนในฤดูฝนและไอร้อนให้ฤดูร้อน

ไม่มีข้อห้ามสำหรับบุคคลทั่วไปที่จะนวด เพราะผู้นวดสามารถปรับน้ำหนักขณะนวด และเลี่ยงจุดเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ในกรณีที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดัน มีแผลเปิด กระดูกหักหรือผ่านการผ่าตัดมาหมาดๆ คนใส่ข้อต่อเทียม ปวดสะบักหัวไหล่ด้วยอาการเกร็ง การนวดเบาๆ จะช่วยทำให้ผ่อนคลายได้ในระดับหนึ่ง

“การนวดผ่อนคลายช่วยลดอาการเกร็ง ซึ่งเป็นสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวด ช่วยให้ร่างกายมีอาการทุเลาขึ้น อาการเครียดและปวดเมื่อยลดลง” เภสัชกรปรีดา ตั้งตรงจิตร ผู้บริหารศูนย์สุขภาพเชตวัน กล่าว

การนวดให้เป็นยาขนานหนึ่งที่ให้ผลการรักษาในเปอร์เซ็นต์สูง โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากอาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ที่ผู้ป่วยต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ที่ถึงแม้จะช่วยให้หายจากโรคภัยได้เร็วกว่าการนวด แต่ผลข้างเคียงจากยากลับไม่ใช่สิ่งที่ดีต่อร่างกายในระยะยาว

ทุกวันนี้การนวดไทยได้รับการพัฒนาขึ้น โดยประยุกต์การนวดแผนโบราณเข้ากับศาสตร์การใช้น้ำมันหอมระเหย เช่น น้ำมันไพร น้ำมันมะพร้าว ตลอดจนปรับน้ำหนักการนวดให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ทั้งนวดกดลึก และนวดแบบผิว เป้าหมายเพื่อรักษาแนวทางการนวดแผนไทยแบบดั้งเดิมเอาไว้

ศาสตร์การนวดแผนไทยซึ่งเป็นศาสตร์ดั้งเดิมที่ไม่มีการศึกษาพัฒนาเพิ่มเติม แต่ ณ ปัจจุบัน จารึกวัดโพธิ์ตามตำราฤๅษีดัดตน จับเส้นประทาน 10 ที่ควบคุมระบบหายใจ สมอง การมองเห็น การได้ยิน การทรงตัว การเคลื่อนไหวของร่างกาย อจินตา อวัยวะภายใน ระบบการขับถ่าย และอวัยวะสืบพันธุ์

ทุกจุดสามารถควบคุมทุกส่วนของร่างกายได้ โดยกำลังถูกรวบรวมและวิเคราะห์เพื่อที่จะอธิบายได้ถึงเหตุผล ที่มาที่ไป ตลอดจนความเสี่ยง และข้อห้ามข้อควรระวัง เช่น กดจุดนี้ช่วยอะไร จุดไหนห้ามกด เพราะอาจเสี่ยงทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ

“การนวดแผนไทยมีผลต่อการพัฒนาทางสมองและพฤติกรรมของเด็กออทิสซึม การนวดเพื่อผ่อนคลายสำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ และการนวดวาระสุดท้าย เพื่อลมหายใจที่สงบ เป็นแนวทางที่พัฒนาขึ้นใหม่ โดยมีทฤษฎีรองรับ จากศาสตร์การนวดที่มีมาแต่โบราณ” เภสัชกรปรีดากล่าว

การนวดแผนไทย ณ ปัจจุบัน ได้รับความนิยมจนติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก ทุกวันนี้มีชาวต่างชาติสนใจเรียนรู้เทคนิคการนวดจำนวนมาก แม้แต่แอฟริกาใต้และเคนยา ซึ่งมีวิธีการนวดตามแบบฉบับของตัวเอง ก็ได้ให้ความสนใจเทคนิคการนวดแผนไทยเช่นกัน

ขณะที่คนไทยเองก็ให้ความสนใจการนวดแผนไทยมากขึ้น ดูได้จากบริการสปาและความงามแทบทุกแห่ง ที่นำเสนอนวดแผนไทยเป็นหนึ่งในบริการเรียกลูกค้าเข้าใช้บริการ

บทความโดย รศ.นพ.ประดิษฐ์ ประทีปะวณิช ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล หัวข้อ “นวดเพื่อสุขภาพ” (www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=344) เพิ่มเติมว่า การนวดมีข้อห้าม ข้อควรระวังที่ต้องให้ความสนใจ ได้แก่

– ระยะที่มีไข้ไม่ควรนวดเพราะกล้ามเนื้อยอกระบมได้ง่าย
– ปวดข้อและกล้ามเนื้อที่อยู่ในระบบเฉียบพลัน เช่น มีอาการปวดมาก บวม แดงร้อนของข้อ ให้หลีกเลี่ยงจนกว่าอาการจะทุเลา
– ผู้ที่มีภาวะข้อหลวมหรือเคลื่อน เช่น ผู้ป่วยไขข้อรูมาตอยด์ ผู้ที่มีกระดูกสันหลังเคลื่อน ไหล่หลวม ควรหลีกเลี่ยงการบีบนวดบริเวณนั้น บริเวณใกล้เคียงสามารถนวดแต่ต้องให้ความระมัดระวังโดยไม่นวดรุนแรงและหลีกเลี่ยงการดัด
– บริเวณที่กระดูกหักยังไม่ติดสนิท เพราะความแข็งแรงอาจจะยังไม่เพียงพอต่อแรงนวด
– บริเวณที่ใส่ข้อเทียมควรหลีกเลี่ยงการนวดที่รุนแรง
– สตรีตั้งครรภ์ไม่ควรนวดที่ท้อง
– ผู้ที่เป็นโรคติดต่อทางผิวหนัง
– ผู้ที่มีภาวะผิดปกติในการแข็งตัวของเลือด เพราะอาจทำให้เลือดออกใต้ผิวหนังเป็นจ้ำ หรือเป็นก้อนเลือดในกล้ามเนื้อ

แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไม่เคยนวดไทยมาก่อน นวดครั้งแรก ๆ หรือผู้ที่กล้า ๆ กลัว ๆ ไม่แน่ใจ ทำให้กล้ามเนื้อเกร็ง ไม่ผ่อนคลายขณะถูกนวด มักจะเกิดอาการปวดยอกระบบกล้ามเนื้อได้ แต่มักจะหายไปใน 2 – 3 วัน หลังจากนั้นจะรู้สึกสบายหายปวดเมื่อย แต่ถ้าอาการยังปวดมากควรปรึกษาแพทย์

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 8 ธันวาคม 2554

Related Link:

Advertisements

นวดเพื่อสุขภาพ โดย รศ.นพ.ประดิษฐ์ ประทีปะวณิช

นวดเพื่อสุขภาพ

รศ.นพ.ประดิษฐ์ ประทีปะวณิช
ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู

Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

1.ความเป็นมาของการนวดแผนโบราณ
ตอบ การนวดอาจกล่าวได้ว่าเป็นการรักษาอาการปวดวิธีแรกที่มนุษย์เรารู้จัดตังแต่โบราณกาล เป็นวิธีทางธรรมชาติที่เกิดจากการเรียนรู้ เช่น ปวดตรงไหนก็ถู บีบนวดตรงนั้น ต่อมามีการสั่งสมประสบการณ์จนเป็นศาสตร์หนึ่งในการรักษา สำหรับการนวดแผนไทย หรือบางครั้งเรียกนวดแผนโบราณ มีบันทึกตั้งแต่สมัยสุโขทัย มาเจริญรุ่งเรืองมากสมัยอยุธยา แล้วจืดจางลงเมื่อแพทย์แผนใหม่เข้ามาสู่ประเทศของเรา ปัจจุบันกลับได้รับความนิยมอย่างมากอีกครั้งเนื่องจากสรรพคุณที่ปรากฏให้เห็น ที่น่าประหลาด คือ คนที่เห็นคุณค่ากลับเป็นคนต่างชาติ

2. การนวดแบ่งออกเป็นกี่ประเภท
ตอบ การนวดแบ่งตามสรรพคุณออกเป็น 3 อย่าง คือ นวดเพื่อสนุขภาพ นวดเพื่อการบำบัดรักษาและนวดเพื่อการฟื้นฟูสรรถภาพ นอกจากนี้การนวดแผนโบราณยังแบ่งออกได้ตามกรรมวิธีการนวดเป็น 2 อย่างใหญ่ๆ คือ นวดเชลยศักดิ์ และนวดราชสำนัก บางแห่งแบ่งนวดฝ่าเท้าออกมาต่างหาก

3. การนวดกับการจับเส้นแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร
ตอบ การจับเส้นเป็นอันเดียวกับการนวดแบบเชลยศักดิ์ เช่น นวดรักษาอาการปวดเมื่อย ที่เรียกว่าเส้นจม

4. ปัญหาสุขภาพใดบ้างที่สามารถใช้การนวดเป็นการบำบัดรักษา
ตอบ ถ้านวดเพื่อส่งเสริมสุขภาพก็นวดได้ทุกคนโดยเฉพาะผู้สูงอายุ เพราะการนวดสามารถกระตุ้นระบบต่างๆของร่างกายทำให้กระปี๋กระเปร่า ผ่อนคลาย นอนหลับสบาย ถานวดเพื่อการบำบัดรักษา จะมีประโยชน์มากในกลุ่มอาการปวด โดยเฉพาะปวดเมื่อย ปวดกล้ามเนื้อ ไม่ว่าจะเป็นปวดหลัง ปวดคอ ปวดคอ โรคเครียด โรคนอนไม่หลับ

5.การนวดมีข้อห้าม ข้อควรระวังในกรณีใดบ้างหรือไม่
ตอบ
การนวดมีข้อห้าม ข้อควรระวังที่ต้องให้ความสนใจ ได้แก่
– ในระยะที่มีไข้ไม่ควรนวดเพราะกล้ามเนื้อยอกระบบได้ง่าย
– ปวดข้อและกล้ามเนื้อที่อยู่ในระบบเฉียบพลัน เช่น มีอาการปวดมาก บวม แดงร้อนของข้อ ให้หลีกเลี่ยงจนกว่าอาการจะทุเลาก่อน
– ผู้ที่มีภาวะข้อหลวมหรือเคลื่อน เช่น ผู้ป่วยไขข้อรูมาตอยด์ ผู้ที่มีกระดูกสันหลังเคลื่อน ไหล่หลวม ควรหลีกเลี่ยงการบีบนวดบริเวณนั้น บริเวณใกล้เคียงสามารถนวดแต่ต้องให้ความระมัดระวังโดยไม่นวดรุนแรงและหลีกเลี่ยงการดัด
– บริเวณที่กระดูกหักยังไม่ติดสนิท เพราะความแข็งแรงอาจจะยังไม่เพียงพอต่อแรงนวด
– บริเวณที่ใส่ข้อเทียมควรหลีกเลี่ยงการนวดที่รุนแรง
– สตรีตั้งครรภ์ไม่นวดที่ท้อง
– ผู้ที่เป็นโรคติดต่อทางผิวหนัง
– ผู้ที่มีภาวะผิดปกติในการแข็งตัวของเลือด เพราะอาจทำให้เลือดออกใต้ผิวหนังเป็นจ้ำ หรือเป็นก้อนเลือดในกล้ามเนื้อได้
แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไม่เคยนวดไทยมาก่อน นวดครั้งรกๆ หรือผู้ที่กล้าๆ กลัวๆไม่แน่ใจ ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งไม่ผ่อนคลายขณะถูกนวด มักจะเกิดอาการปวดยอกระบบกล้ามเนื้อได้ อาการต่างๆเหล่านี้มักจะหายไปใน 2 – 3 วัน หลังจากนั้นจะกลับรู้ยึกสบายหายปวดเมื่อย แต่ถ้าอาการยังมากควรปรึกษาแพทย์

6. องค์ประกอบที่สำคัญในการนวดที่มีประสิทธิอะไรบ้างภาพ และความปลอดภัยจะต้องประกอบไปด้วยอะไรบ้าง
ตอบ
ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับความรู้ของผู้นวด ผู้นวดจะต้องมีความรู้ขั้นพื้นฐานทางกายวิภาคและวินิจฉัยโรคหรือภาวะต่างๆที่เป็นข้อห้ามหรือข้อควรระวัง อาจจะดูได้จากหลังสูตรหรือใบประกาศที่ผู้นวดได้ผ่านการอบรมมา ตลอดจนสถานบัน ส่วนประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับประสบการณ์ความชำนาญของผู้นวด ผู้ที่มีประสบการณ์การนวดเวลานวดจะให้ความรู้สึกที่นิ่งดูนุ่มนวลถึงแม้จะหนัก สามารถทราบได้ว่าควรใช้แรงนวดหนักเบาต่างกัน ในแต่ละราย ผู้ที่ชำนาญในการนวดจะมีผลงานการนวดดีมาก เรียกฝีมือดี ตามศัพท์พื้นบ้านว่ารสมือเด็ด นอกจากนี้ยังขึ้นกับสถานที่ ควรเป็นสถานที่ที่สะอาดและบรรยากาศผ่อนคลาย

7. การนวดในบ้างครั้งเห็นมีการใช้น้ำมัน ครีม มีความจำเป็นมากน้อยเพียงไร
ตอบ การนวดด้วยครีม เป็นการเสริมความลื่นทำให้นวดไล้ไปตามลำตัว กล้ามเนื้อได้ง่ายขึ้น แต่ความแรงหรือน้ำหนักจะควบคุมลำบาก ส่วนการนวดด้วยน้ำมัน หมายถึง น้ำมันหอมระเหย เรียกว่า หรือ สุคนธบำบัด เป็นการใช้น้ำมันหอมระเหยที่เชื่อว่าผลในการบำบัดรักษาโดยการสูดกลิ่นหรือซึมผ่านทางผิวหนัง น้ำมันระเหยแต่ละชนิดมีสรรพคุณต่างกัน เช่น น้ำมันเซจช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย น้ำมันกุหลาบลดอาการเครียดกระตุ้นอารรณ์โรแมนติก เป็นต้น การนวดน้ำมันจะต้องเปลืองผ้าหมด เป็นที่นิยมในสปาทั่วไปแต่ราคาค่อนข้างแพง ผลใกล้เคียงกัน เพราะนวดน้ำมันหลายแห่ง ก็คือ การนวดแผนไทยที่ดัดแปลงมา

8.การนวดต้องนวดบ่อยมากเพียงไร
ตอบ ไม่มีหลักตายตัว แต่โดยทั่วไปถ้านวดเพื่อส่งเสริมสุขภาพอาทิตย์ละครั้ง หรือ สองอาทิตย์ครั้ง ถ้านวดเพื่อรักษาอาการปวดเมื่อยควรนวดวันเว้นวัน เมื่ออาการทุเลาก็ทิ้งช่วงห่างขั้น จนอาการหายก็หยุดนวด ในกรณีนี้ไม่ควรนวดทุกวันเพราะต้องการให้กล้ามเนื้อได้พัก

9. ทราบว่าทางภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทย์ฯ จะเปิดนวดแผนไทยให้บริการอยากให้ช่วยแนะนำแก่ผู้สนใจ
ตอบ เราเห็นถึงความสำคัญและผลประโยชน์ของการนวดดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการนวดเพื่อสงเสริมสุขภาพ ผ่อนคลายความเครียด นวดบำบัดอาการปวดเมื่อย ปวดหลัง ปวดคอ ปวดหัว นับว่าเป็นการรักษาทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่นิยมการทายยารักษาอาการปวด จึงเปิดบริการนวดไทยขึ้น ที่ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู ตึกศรีสังวาลย์ โรงพยาบาลศิริราช โดยมีอาจารย์หมอเพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ ผอ. กองแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข และอาจารย์ปรีดา ตั้งตรงจิตร ผอ. การแพทย์แผนไทยวัดพระเชตุพนธ์ หรือ วัดโพธิเป็นที่ปรึกษา การให้บริการเราคำนึงถึงความปลอดภัยจึงขอให้มีการตรวจสุขภาพเบื้องต้นโดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูก่อนในครั้งแรก ตอนนี้อยู่ในระหว่างเริ่มดำเนินการ ให้บริการทุกวันพฤหสับดี ผู้สนใจสามารถสอบถามติดต่อสอบถาม คุณญาณณี วงศรานุชิต ไดที่หมายเลข 0-24197504 หรือ 0-24111098

10. ข้อแนะนำช่วงท้ายรายการ
ตอบ การนวดมีประโยชน์มากต่อสุขภาพ แต่ควรพิจารณาถึงผู้นวดและข้อควรระวัง แต่ที่อยากแนะนำ คือ ควรมีการออกกำลังร่วมด้วย เพราะจะทำให้สุขภาพแข็งแรงยิ่งขึ้น

ข้อมูลจาก: คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลับมหิดล

http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=344

Related Link: