อยากตั้งท้อง แนะนอน 8 ชั่วโมง-เลี่ยงหลอดไฟ

posttoday140802_01ปัญหาคับอกของคุณภรรยาที่พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์แต่ยังไม่สมหวังเสียที นอกจากจะเป็นเรื่องความแข็งแรงของร่างกายแล้ว ผู้เชี่ยวชาญยังพบว่า ยังมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการนอนของสาวๆ ด้วย เนื่องจากผลการศึกษาของรัสเซลไรย์เตอร์ แห่งมหาวิทยาลัยเท็กซัส พบว่า การนอนและแสงจากหลอดไฟนีออนทั้งหลายมีผลต่อความสมบูรณ์ของภาวะเจริญพันธุ์ของคุณสุภาพสตรีทั้งหลาย

พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ การนอนดึกและชอบเล่นสมาร์ทโฟนหรือเปิดไฟเวลานอนมีผลต่อการผลิตเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สำคัญต่อการเจริญพันธุ์ ทำให้รังไข่ของผู้หญิงทำงานไม่เต็มที่ มีผลต่อการตกไข่ในแต่ละเดือน กระทั่งส่งผลให้ท้องยากในที่สุด

นอกจากนี้ ในรายที่ตั้งครรภ์แล้ว แสงไฟจากหลอดไฟทั้งหลายยังส่งผลต่อสมองของทารกในครรภ์ในการผลิตเมลาโทนินเพื่อกำหนดนาฬิกาชีวภาพของร่างกายจนก่อปัญหาต่อสุขภาพในภายหลังได้อีก

ดังนั้น รักอยากเป็นคุณแม่ไวๆ ให้นอนแต่หัวค่ำ และในห้องที่มืดสนิทดีกว่า

 

ที่มา : โพสต์ทูเดย์ 2 สิงหาคม 2557

Advertisements

หมอชี้นอนดึกต้นเหตุทำอ้วนเตี้ย เหตุจากฮอร์โมนแปรปรวน

prachachat140116_001เครือข่ายคนไทยไร้พุง ศึกษาพบปัญหาอ้วน เตี้ยในวัยรุ่นมาจากนอนดึก ส่งผลให้ฮอร์โมนเครียด-หิว หลั่งมาก ฮอร์โมนอิ่มลดลง แนะเข้านอนช่วง 3-5 ทุ่ม งดอาหารก่อนนอนอย่างน้อย 4 ชั่วโมง


วันที่ 15 มกราคม พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล นักวิชาการโครงการ “รวมพลัง ขยับกาย สร้างสังคมไทย ไร้พุง” เครือข่ายคนไทยไร้พุง ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ปัญหาความอ้วน ถือเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา โดยเฉพาะโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ เป็นต้น ซึ่งโรคอ้วนนั้น มีปัจจัยที่มีความซับซ้อนตั้งแต่ระดับยีน ซึ่งบางคนมียีนที่ทำให้เกิดความเสี่ยงทำให้เกิดโรคอ้วนได้ ไปจนถึงโรคบางอย่าง หรือความเครียด การใช้ชีวิตประจำวัน และการนอน

พญ.ธิดากานต์กล่าวต่อว่า โดยเฉพาะการนอนดึกหรือนอนไม่พอนั้น จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับร่างกายหลายด้าน โดยด้านที่เกี่ยวกับความอ้วน คือ ส่งผลให้ฮอร์โมนเครียดที่มีชื่อว่า คอร์ติซอล (Cortisol) หลั่งมากขึ้นในวันถัดมา ฮอร์โมนเครียดที่เพิ่มขึ้นนี้จะกระตุ้นให้คุณรู้สึกอยากอาหารหวานๆ หรือน้ำตาลมากกว่าเดิม นอกจากฮอร์โมนเครียดแล้ว ฮอร์โมนหิว หรือเกรลิน (Ghrelin) ก็จะหลั่งเพิ่มขึ้นด้วย ส่งผลให้หิวเป็นสองเท่า นอกจากนี้ ยังทำให้ฮอร์โมนความอิ่ม หรือเลปติน (Leptin) จะหลั่งลดลง ส่งผลให้แม้ว่าจะรับประทานแล้ว แต่ก็รู้สึกไม่ค่อยอิ่ม ทำให้ต้องหาอะไรรับประทานอยู่ตลอดจนกลายเป็นการกินมากเกินไป และหากอยู่ในช่วงวัยรุ่นถ้านอนดึกก็ยังส่งผลทำให้เตี้ยด้วย ควรเข้านอนช่วง 21.00-23.00 น. ไม่นอนดึกกว่าเที่ยงคืน

นพ.ฆนัท ครุธกูล เลขานุการเครือข่ายคนไทยไร้พุง กล่าวว่า การนอนดึกนั้นจะส่งผลให้โกรท ฮอร์โมน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้ร่างกายเจริญเติบโตทำงานน้อยลง นอกจากนี้ ขอแนะนำว่าไม่ควรรับประทานอาหารก่อนนอนต่ำกว่า 4 ชั่วโมง เพราะจะทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานเพื่อนำไปใช้ต่ำกว่าปกติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของร่างกายโดยตรง

นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ ให้สัมภาษณ์ว่าการดำเนินชีวิตของคนในสังคมเมือง มีการแข่งขันกันสูงมากขึ้น ทำให้คนเรามองข้ามสุขภาพร่างกายของตัวเองไป พบว่าร้อยละ 10 ของคนเมือง มีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมเพิ่มขึ้น ซึ่งมีสาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการทำงาน คือ มีอิริยาบถในการทำงานไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน อาทิ การนั่งหลังค่อม การทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานมากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน โดยไม่ได้เปลี่ยนอิริยาบถ หรือแม้แต่การนอนดึก ทั้งหมดส่งผลให้เกิดความเครียดสะสมได้ทั้งสิ้น สิ่งสำคัญอยากให้ทุกคนดูแลสุขภาพ หมั่นสำรวจความผิดปกติของร่างกายอยู่เสมอ รับประทานอาหารให้ตรงเวลาและครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี
ที่มา : มติชน 16 มกราคม 2557

กินอย่างไรในสไตล์คนนอนดึก

dailynews130731_001นพ.กฤษดา  ศิรามพุช, พบ.(จุฬาฯ) ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ American Board of Anti-aging medicine ได้เขียนคู่มือดูแลร่างกายของคนนอนดึกไว้อย่างน่าสนใจ ตามนี้

สมัยที่ผมเป็นหมออยู่แผนกมะเร็ง มีหลายท่านมาถามว่าถ้าต้องทำงานดึก นอนดึกแล้วจะดูแลสุขภาพอย่างไรดี  เพราะเห็นหมอก็นอนดึกแล้วจะมีเวลาดูแลสุขภาพตัวเองหรือ?

ผมก็เลยให้วิธีที่ผมทำอยู่กับเขาไป

คำแนะนำสำหรับคนนอนดึกและทำงานกลับกลางวันเป็นกลางคืนต้องพิเศษหน่อยครับ เพราะอาชีพนอนดึกคืออาชีพที่เอาชีวิตในอนาคตมาแลก

เอาสุขภาพแลกเงินนั่นละครับ

ไม่ว่าจะเป็นงานดีเจ,พิธีกร,นักแสดง,คุณหมอ,ขายของฯลฯ  อาชีพเหล่านี้เสี่ยงต่อสุขภาพทั้งสิ้น เพราะลงถ้าต้องนอนดึกแล้วหรือต้องทำงานในเวลาที่ร่างกายต้องพักผ่อน  ร่างกายมันก็จะย้อนมาฟ้องด้วยอาการผิดปกติต่าง ๆ อาทิเช่น

มึนศีรษะ, เวียนหัว, คลื่นไส้, เป็นหวัดง่าย, ภูมิแพ้กำเริบ น้ำมูกหยดติ๋ง

เป็นสิ่งที่เรียกอาการ “น้ำจิ้ม” ของคนนอนดึกครับ แต่ถ้ายังอดนอนต่อไปอีก น้ำจิ้มก็จะเปลี่ยนเป็นจานหลักมื้อใหญ่จัดหนักครับ  ทั้งปวดหัวบ่อย, ประจำเดือนไม่มา, อ้วนลงพุงและซึมเศร้าได้ คนที่ไม่ได้นอนเป็นเวลาเท่ากับพาร่างกายเข้าสู่ “หลุมดำ” ที่รวมโรคไว้

ไม่คุ้มเลยแม้แต่นิด

3 ความเชื่อเมื่อนอนดึก

มีความเชื่อเรื่องคนนอนดึกอยู่หลายข้อที่ทำให้สับสนและกลายเป็นความเชื่อที่ผิดจนเสียสุขภาพไปได้  ดังจะขอยกง่าย ๆ ที่ได้ยินบ่อยสัก 2-3 ตัวอย่างนะครับ

1. นอนดึกจะไม่อ้วน ตรงกันข้ามเลยครับ ยิ่งนอนดึกยิ่งเสี่ยงอ้วนได้มาก  หากไม่อยากอ้วนควรเข้านอนแต่หัวค่ำจะดีที่สุด

2. นอนดึกแล้วนอนชดเชยได้ การอดนอนไม่อาจชดเชยได้เหมือนกันการนอนในเวลานั้น ๆ ครับ เหมือนกับเวลาทองที่ผ่านแล้วผ่านเลย  อาจนอนเพิ่มได้บ้างแต่ไม่ดีทั้งร้อยแน่ครับ

3. นอนดึกแล้วต้องกิน คนที่กินตอนดึกเพราะเชื่อว่าต้องกินนั้นส่วนใหญ่มาจากความหิวยามวิกาลที่ทนทานไม่ไหว ยิ่งกินดึกไปจะยิ่งอ้วนง่ายขึ้นครับ

“ถั่ว,ปลา,ไข่” ทำงานดึกต้องเลือกกิน

เมื่อทราบแล้วว่าการนอนดึกไม่ดีนักต่อร่างกายแต่เมื่อเลี่ยงไม่ได้ผมก็เข้าใจมาก ๆ ครับ เพราะทำงานที่ต้องแข่งกับเวลาเช่นเดียวกันกับหลายท่าน

เลยหาเทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยตอบโจทย์คนทำงานดึกได้และไม่เสียสุขภาพมากมาฝากกันครับ เป็นโปรแกรมจัดชีวิตยามวิกาลด้วยการเลือกทานเพื่อบำรุงสุขภาพ

อาหารเฉพาะสำหรับมนุษย์นอนดึกมีดังต่อไปนี้ครับ

1) เนื้อสีขาว หาเนื้อปลา อกไก่ ไข่ขาว เต้าหู้ ทานบ้างครับ  เพราะสร้าง “เคมีสมอง” ที่จำเป็นสำหรับคนนอนดึก  ได้แก่โดพามีน,เอพิเนฟริน

2) กาบ้า (GABA)  เป็นสารช่วยสื่อประสาทสมองทำให้ความจำดีคิดอ่านได้ว่องไว  มีมากในข้าวกล้องงอก,มอลต์,ข้าวบาเลย์,ถั่วแดง,ถั่วดำ,ลูกเดือยและธัญพืชอื่น ๆ ครับ

3) โคลีน (Choline)  มีมากในถั่วเหลือง,ไข่แดง  เป็นเคมีที่ช่วยสร้างความปรองดองเชื่อมโยงถึงกันในสมอง  ป้องกันความจำเสื่อม  ช่วยให้สมาธิและความจำไม่สะดุดลงด้วยอาการอดนอนครับ

4) ช็อกโกแลตดำ(Dark Chocolate)  ท่านที่อยากหาเครื่องดื่มชูกำลังเสริมขอให้เลือกเป็น “โกโก้ร้อน” แทนเพราะมี “ฟลาโวนอยด์” ช่วยให้เลือดไหลลื่นในสมองป้องกันเส้นเลือดอุดตันครับ

5) โอเมก้า(Omega fatty acid)  เลือกหาจากเนื้อปลาแต่ว่าลดการบริโภคน้ำมันพืชให้น้อยลงครับ  ให้รับประทานปลาทูวันละ 2 ตัวหรือทูน่ากระป๋องก็ยังได้ครับ

6) ไบโอติน(Biotin)  กินได้จาก “ไข่แดง” อย่างน้อยวันละ 1 ฟองปลอดภัยทานได้ครับ  ไบโอตินช่วยบำรุงสมองและเส้นผมได้ดี  เหมาะกับท่านที่อยู่ดึกและใช้สมองมาก

7) ใบบัวบก(Centella asiatica) เป็นคลอโรฟิลล์จากธรรมชาติและยังมีสารช่วยลดการอักเสบของร่างกายจากภาวะนอนดึก  หาบัวบกรับประทานสดหรือเอามาปั่นเป็นน้ำคั้นสีเขียวดื่มบ่อยๆ  ช่วยให้สดชื่นตื่นตัวดีครับ

8) ใบแปะก๊วย(Ginkgo biloba)  ย้ำว่าเป็นส่วนของ “ใบ” นะครับไม่ใช่เม็ดแปะก๊วยที่เอามาใส่นมสดซดเล่น  ในใบของแปะก๊วยมีสารสำคัญที่ช่วยป้องกันสมอง  สามารถหาทานได้ในรูปแบบอาหารเสริมครับ

9) วิตามินบี(B Vitamin)  ของดีที่ช่วยเส้นประสาททั้งร่างกายอีกทั้งสมองให้ตื่นตัวได้แม้ในยามอดนอน  วิตามินบีมีดีแทบทุกตัวครับทั้ง บี1,บี2,บี6,บี12 และอีกหลายๆบี  มีผลกระตุ้นสมองป้องกันอาการง่วงมึนซึมครับ

10) ดื่มน้ำให้มาก(Hydration)  สุดท้ายนี้ง่ายๆที่สุดแต่มักถูกมองข้ามคือการ “ดื่มน้ำสะอาด” ครับ  น้ำเปล่าธรรมดานี่เองครับที่ดีต่อสมองเป็นที่สุดเพราะก้อนสมองต้องอาศัยน้ำในการบำรุงเช่นเดียวกับร่างกายที่นอนดึก  ท่านที่รักลองสังเกตว่านอนดึกแล้วปากแห้งเพราะร่างกายคนนอนดึกไม่ได้พักจึงมีการสูญเสียน้ำไปจนปากคอเป็นผง

ส่วนสิ่งที่ควรเลี่ยงในผู้ใช้ชีวิตยามรัตติกาลเป็นอาจินก็คือ

1) กาแฟและชา
2) ของหวาน
3) อาหารเค็ม
4) ออกกำลังตอนดึก
5) ยานอนหลับ

ทั้ง 5 อย่างนี้จะยิ่งรบกวนการนอนทำให้เกิดโรคจากการนอนหลับผิดปกติและทำให้เมื่อถึงเวลาหลับจริงๆอย่างตอนกลางวันไม่สามารถจะหลับได้เต็มตา  พาให้สุขภาพย่ำแย่ลงอย่างรวดเร็วครับ  สำหรับเวชศาสตร์อายุรวัฒน์แล้วการได้หลับตาลงพร้อมกับร่างกายที่ได้อาหารบำรุงถูกจุดจะเป็นคำตอบของท่านที่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ

นอนดึกก็มีทางออกนะครับ

ที่มา : เดลินิวส์ 31 กรกฎาคม 2556