เข่าโก่งผิดรูป รักษาได้ ไม่ทรมานอีกต่อไป

dailynews140803_02เข่าโก่งเข่าฉิ่ง นับว่าเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างหนึ่งในสังคมไทย สาเหตุหลักส่วนใหญ่เกิดเนื่องมาจากการเสื่อมของกระดูกและข้อของร่างกายโดยเฉพาะที่ตำแหน่งบริเวณข้อเข่า สาเหตุที่ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมส่วนใหญ่ปล่อยให้เกิดอาการจนเกิดการผิดรูปของข้อเข่าเพราะความกลัวต่อการผ่าตัดรักษา กลัวว่าหลังการผ่าตัดแล้วจะเดินไม่ได้ บางครั้งได้ยินมาจากเพื่อนบ้านว่าอย่าไปผ่าตัดแก้ไขเลยเดี๋ยวผ่าเสร็จกลับมาก็เดินไม่ได้ ส่วนใหญ่โรคข้อเข่าเสื่อม ถ้านั่งอยู่ไม่ได้เดินลงน้ำหนักผู้ป่วยมักจะไม่มีความเจ็บปวด อาการปวดส่วนใหญ่มักจะเกิดในช่วงขณะที่เดิน ถ้าขาโก่งมาก ๆ จะทำให้ผู้ป่วยเดินลำบาก เดินเซมีโอกาสหกล้มได้บ่อยขึ้นเพราะสมดุลการทรงตัวของร่างกายเสียไป ทำให้มีโอกาสเกิดกระดูกตะโพกหักจากการล้มเพิ่มมากขึ้น

สำหรับโรคข้อเข่าเสื่อมในระยะเบื้องต้นนั้นสามารถให้การรักษาด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หลีกเลี่ยงการนั่งคุกเข่า ขัดสมาธิ พับเพียบ การลดน้ำหนักของร่างกายอย่างน้อยประมาณร้อยละ 5 ของน้ำหนักปัจจุบัน การหลีกเลี่ยงการยกของหนัก รวมทั้งการใช้ยาลดปวด ยาลดอักเสบ การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าข้อเข่าเพื่อลดการอักเสบและอาการปวด ซึ่งได้ผลดีในโรคข้อเข่าเสื่อมระยะเบื้องต้น ในกรณีที่ผู้ป่วยเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมานานจนทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดตลอดเวลาในขณะที่เดินลงน้ำหนัก หรือเดินขึ้นบันได ร่วมกับอาการของข้อเข่าที่ผิดรูป มีข้อเข่าโก่ง หรือข้อเข่าฉิ่งมาก จนมีผลต่อการเดินและสมดุลของร่างกาย และเป็นสาเหตุหลักอย่างหนึ่งของอาการปวดหลัง ร่วมกับอาการปวดร้าวลงตะโพก หรือต้นขา เพราะการที่ผู้ป่วยมีขาโก่งมาก ๆ ทำให้เวลาเดินผู้ป่วยจะเดินตัวเอียง ยิ่งทำให้กระดูกสันหลังมีการเสื่อมมากกว่าปกติ จึงทำให้เกิดการอักเสบของข้อต่อบริเวณกระดูกสันหลัง ในบางครั้งทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาทร่วมด้วยจึงมีอาการปวดร้าวลงตะโพกและขา เมื่อมีอาการปวดเข่า และขาโก่งผิดรูปมากแล้ว การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมนับว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดเพื่อแก้ไขความผิดปกติ

ในปัจจุบันการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมด้วยการผ่าตัดนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่เข้าใจ การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม คือการผ่าตัดเอาส่วนของผิวกระดูกบริเวณข้อเข่าที่ไม่ดีออก รวมทั้งกระดูกงอกส่วนเกินที่เกิดจากกระบวนการเสื่อม มีการตัดแต่งกระดูกเพื่อแก้ไขความผิดปกติที่เกิดขึ้น แล้วใช้วัสดุโลหะข้อเข่าเทียมครอบกระดูกในส่วนที่ตัดแต่งแล้ว วัตถุ ประสงค์ในการผ่าตัดรักษาข้อเข่าเสื่อมเพื่อให้ผู้ป่วยมีข้อเข่าที่สามารถกลับมาใช้งานได้เหมือนปกติ แก้ไขการผิดรูปของข้อเข่า และที่สำคัญคือแก้ปัญหาเรื่องอาการปวดข้อเข่าเรื้อรัง ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น สามารถเคลื่อนไหวและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นสุข นอกจากนี้ยังทำให้ผู้ป่วยเดินได้เป็นปกติ ไม่เซ ลดความเสี่ยงต่อการล้มที่จะเป็นสาเหตุของกระดูกตะโพกหัก  และข้อเข่าเทียมที่ใช้ในผู้ป่วยให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานตลอดไป

เนื่องจากการพัฒนาทั้งในเรื่องของการดูแลเรื่องอาการปวดหลังผ่าตัดโดยแพทย์วิสัญญีที่จะช่วยควบคุมอาการปวดหลังผ่าตัดโดยการวางสายเพื่อให้ยาชาและยาแก้ปวดไว้ที่ตำแหน่งช่องว่างในโพรงกระดูกสันหลัง  หรือในตำแหน่งของเส้นประสาทที่บริเวณต้นขา เพื่อให้มีการปลดปล่อยยาชาและยาแก้ปวดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อควบคุมอาการปวดหลังผ่าตัด ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยไม่มีอาการปวด และสามารถเคลื่อนไหวข้อเข่าข้างที่ผ่าตัดได้เร็วยิ่งขึ้น และสามารถเดินลงน้ำหนักได้ภายใน 2 วันหลังการผ่าตัด ทำให้ผลการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมด้วยวิธีการผ่าตัดได้ผลเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก และลดความทุกข์ทรมานจากอาการปวดให้แก่ผู้ป่วยเป็นอย่างดี นอกจากนี้วิธีการนี้ยังช่วยลดผลข้างเคียงจากการให้ยาแก้ปวดมอร์ฟีนเข้าทางเส้นเลือดที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะได้มาก

สำหรับเทคนิคการผ่าตัดนั้นขนาดของแผลผ่าตัดไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่จะมีผลต่อการลดอาการปวดของผู้ป่วยหลังผ่าตัด ในบางครั้งการผ่าตัดด้วยขนาดแผลที่เล็กมาก จะทำให้มีการดึงรั้งของแผลมากยิ่งขึ้น ทำให้เนื้อเยื่ออ่อนรอบ ๆ บริเวณที่ผ่าตัดมีการบาดเจ็บมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดมากหลังการผ่าตัด การผ่าตัดด้วยแผลปกติจะช่วยให้แพทย์ผู้ผ่าตัดสามารถแก้ไขการผิดรูปของข้อเข่า และวางตำแหน่งของข้อเทียมได้ถูกต้องแม่นยำมากขึ้น.

อ่านต่ออาทิตย์ที่ 17 ส.ค.57

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ ภาควิชาออร์โธปิดิกส์
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
tleerapun@gmail.com
http://www.taninnit.com

ที่มา : เดลินิวส์ 3 สิงหาคม 2557

dailynews140817_03

ขาโก่งผิดรูป รักษาได้ ไม่ทรมานอีกต่อไป

การพัฒนาเครื่องมืออุปกรณ์ของข้อเข่าเทียมที่เหมาะสมกับบุคคลและความคงทนของอุปกรณ์ข้อเข่าเทียมที่ใช้ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาให้มีอายุการใช้งานที่นานขึ้น  มีการพัฒนาวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทดแทนกระดูกส่วนที่เสื่อม  ในการทดลองในห้องทดลองพบว่าถ้าลดแรงเสียดทานระหว่างผิวสัมผัสของข้อเข่าเทียมได้มากเท่าไหร่ ก็จะช่วยทำให้การใช้งานของข้อเข่าเทียมมีอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้นกว่าปกติ อย่างไรก็ตามอายุการใช้งานของข้อเข่าเทียม

นั้นยังขึ้นกับเทคนิคของการผ่าตัด และประสบการณ์ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การตัดแต่งกระดูกในการวางตำแหน่งของข้อเข่าเทียมได้ถูกต้องเหมาะสมด้วย

ในวันนี้ผมขอยกตัวอย่างผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมทั้ง 2 ข้างที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดข้อเข่า เดินลำบาก ข้อเข่าผิดรูป เดินเซและหกล้มได้ง่ายซึ่งทำให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตอย่างลำบากเป็นระยะเวลานานถึง 2 ปี ผู้ป่วยมีอาชีพรับราชการตำรวจ ทนทุกข์ทรมานจากอาการปวดเข่ามานาน ผู้ป่วยให้ประวัติว่า “เคยเจ็บเข่าจากอุบัติเหตุเล่นฟุตบอล จากนั้นก็เจ็บเข่าเป็น ๆ หาย ๆ เรื่อยมา ในระยะสองปีมานี้อาการปวดเพิ่มขึ้นมากเรื่อย ๆ คนรอบข้างเริ่มทักโดยเฉพาะคุณแม่บอกว่าเดินไม่สวย เดินแปลก ๆ เดินขาไม่ตรง เราก็ไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่ จนมีอาการเจ็บมากจนทนไม่ไหว มาพบแพทย์ที่โรงพยาบาล แพทย์ได้ส่งตรวจทำการเอกซเรย์ เห็นได้ชัดเจนว่ากระดูกเข่าของเราชิดเข้าด้านในท่ายืนตรง แพทย์ได้แนะนำให้รักษาโดยการผ่าตัด ตอนแรกรู้สึกกังวล แต่เห็นกระดูกเข่าของตนเองจากภาพถ่ายรังสีแล้วก็คิดว่า ถ้าปล่อยทิ้งไว้เข่าก็จะต้องชิดเข้ามากเรื่อย ๆ ยังไงก็ต้องผ่าอยู่ดี และคิดว่าการเข้ารับการผ่าครั้งนี้ต้องเจ็บ ต้องปวดและใช้เวลาพักฟื้นนานแน่ ๆ มีความกังวลว่ากระบวนการรักษา การผ่าตัดมันเป็นอย่างไร แพทย์จะทำอะไรกับเรามั่ง แต่หลังจากการได้คุยและได้รับคำแนะนำจากแพทย์ที่จะทำการผ่าตัด พร้อมกับเข้าไปศึกษาถึงวิธีการรักษา การปฏิบัติตัวและตัวอย่างประวัติการรักษาจากผู้ป่วยที่เคยรับการผ่าตัดรักษาเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแล้ว  ได้คลายความกังวลลงมาบ้าง หลังจากรับการรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแล้วไม่ได้เจ็บปวดอย่างที่คิดไว้ สองวันแรกหลังผ่าไม่ปวดเลย และเริ่มไปทำกายภาพ หัดเดินด้วยไม้สี่ขา หัดเหยียดเข่างอเข่า ประมาณวันที่สี่เริ่มมีอาการระบม ปวด แพทย์ได้ให้ยาแก้ปวด อาการปวดทุเลาลง ไปทำกายภาพต่อได้สบาย มาตอนนี้หลังผ่าประมาณยี่สิบวัน รู้สึกดีมาก แผลแห้งดี งอเหยียดเข่าได้เต็มที่ ยืนขาตรง เดินตรง เหมือนกับได้ชีวิตใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง”  สำหรับผู้ป่วยรายนี้ เนื่องจากเข่าของผู้ป่วยมีอาการผิดรูปทั้ง 2 ข้าง ทำให้ไม่สามารถเดินได้เป็นปกติ หลังจากที่ผมได้พูดคุยและอธิบายถึงข้อดีและความเสี่ยงจากการผ่าตัดเช่น โอกาสของการติดเชื้อ การเกิดลิ่มเลือดอุดกั้นในเส้นเลือดดำ การควบคุมอาการปวดหลังการผ่าตัด ก็ได้พิจารณารักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมพร้อมกันทั้ง 2 ข้างให้กับผู้ป่วย หลังการผ่าตัดได้มีการให้ยาระงับปวดด้วยการวางสายเพื่อให้ยาลดอาการปวดที่โพรงประสาทในส่วนกระดูกสันหลัง ซึ่งผลการผ่าตัดทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้คือ ลดอาการปวดข้อเข่าให้กับผู้ป่วย  แก้ไขความผิดรูปของข้อเข่าทั้ง 2 ข้าง ทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาเดินได้อย่างปกติ ทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้นเป็นอย่างมาก

สำหรับารปฏิบัติตนหลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมได้แก่ การทำกายภาพบำบัด เพื่อให้ข้อเข่าสามารถเหยียดได้ตรง และงอข้อเข่าได้เพิ่มมากขึ้น การฝึกเดิน และการควบคุมอาการปวดหลังผ่าตัด ซึ่งส่วนใหญ่ยังอาจมีความจำเป็นที่ต้องได้รับยาแก้ปวดหลังการผ่าตัดประมาณ  1-3 เดือนแรกหลังการผ่าตัด หลังจากนั้นก็ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาแก้ปวด สามารถขับรถได้หลังการผ่าตัดเมื่อผู้ป่วยสามารถควบคุมการทำงานของข้อเข่าได้ดี และไม่มีอาการปวดข้อเข่าแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ก็ประมาณ  3 เดือนหลังการผ่าตัด ในกรณีที่ผู้ป่วยจำเป็นต้องไปทำหัตถการเกี่ยวกับทันตกรรม ผู้ป่วยจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดเพื่อที่จะรับยาปฏิชีวนะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากการทำหัตถการที่ฟันมายังที่บริเวณข้อเข่าข้างที่ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ชีวิตมีความสุขอีกครั้งหลังการผ่าตัดครับ.

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์
ภาควิชาออร์โธปิดิกส์
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
tleerapun@gmail.com
http://www.taninnit.com

 

ที่มา : เดลินิวส์ 17 สิงหาคม 2557

สารพันคำถามในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมในการรักษาข้อเข่าเสื่อม

dailynews140302_001โรคข้อเข่าเสื่อมนับว่าเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างหนึ่งในผู้สูงอายุ คนไทยเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมากกว่า 6 ล้านคน ผู้ป่วยมักจะมีอาการปวดเข่า โดยเฉพาะเวลาเดิน ขาโก่งผิดรูป มักจะเกิดคำถามขึ้นมากมายเกี่ยวกับการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

เมื่อไหร่ที่ผู้ป่วยจำเป็นต้องรับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม?

การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมด้วยวิธีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมมักจะพิจารณาในผู้ป่วยที่มีอาการปวดเข่ามากโดยเฉพาะเวลาเดิน หลังจากที่แพทย์ให้การรักษาผู้ป่วยด้วยวิธีการต่าง ๆ ไปแล้วแต่อาการปวดเข่าของผู้ป่วยยังไม่ทุเลาลง ส่วนใหญ่ผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมมักมีอาการปวดเข่ามากเวลาเดิน โดยเฉพาะเวลาเดินขึ้นบันไดมักมีอาการปวดบริเวณ ด้านในของข้อเข่า อันเนื่องมาจากการที่มีกระดูกงอกออก มาเสียดสีกับเนื้อเยื่ออ่อนรอบ ๆ ข้อเข่า ร่วมกับมีการอักเสบของเยื่อบุข้อจึงทำให้เกิดอาการบวมของข้อเข่า อาการปวดมากเวลาเดินจึงทำให้ผู้ป่วยลดการใช้ชีวิตกิจวัตรประจำวัน และไม่อยากจะทำอะไร จึงมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีขาโก่งมาก ๆ แพทย์มักจะแนะนำให้ผู้ป่วยทำการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เนื่องจากว่าในผู้ป่วยที่ขาโก่งผิดรูปมาก ๆนั้นจะมีผลทำให้เดินลำบาก การทรงตัวของผู้ป่วยเสียไป เดินได้ไม่ดี มีโอกาสหกล้มได้ง่าย และอาจจะเกิดกระดูกหักตามมา นอกจากนั้นขาที่โก่งที่ทำให้เกิดการเดินที่ผิดปกติ ยังมีผลต่อสมดุลของร่างกาย ทำให้มีการกระจายนํ้าหนักของร่างกายผิดปกติไปโดยเฉพาะที่บริเวณกระดูกสันหลัง จึงมักจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดหลังเพิ่มมากขึ้น และในบางครั้งผู้ป่วยอาจจะมีอาการปวดหลังและชาร้าวลงขา ร่วมกับอาการปวดเข่าเนื่องจากโรคข้อเข่าเสื่อมด้วย

 

วัตถุประสงค์และความคาดหวังของผู้ป่วยหลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม?

มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่แพทย์ผู้ทำการรักษาต้องอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจและมีการกำหนดวัตถุประสงค์ และความคาดหวังของผู้ป่วยร่วมกันในการรักษาด้วยการผ่าตัด เพราะในบางครั้งถ้าผู้ป่วยมีความคาดหวังที่สูงมาก ๆ และผลที่ได้อาจจะไม่เป็นไปตามที่ผู้ป่วยคาดหวังก็อาจจะมีผลกระทบต่อความพึงพอใจของผู้ป่วย และคิดว่าการผ่าตัดนั้นไม่ประสบความสำเร็จ วัตถุประสงค์หลักในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมนั้นเพื่อ

ลดอาการปวดเข่า ทำให้ผู้ป่วยสามารถเดินได้สะดวกเพิ่มมากขึ้น อาการปวดจะลดน้อยลงเป็นลำดับหลังการผ่าตัด ซึ่งส่วนใหญ่อาการปวดมักจะหายเป็นปกติประมาณ 3 เดือนหลังการผ่าตัด หลังจากการผ่าตัดผู้ป่วยอาจจะมีความรู้สึกชาที่บริเวณแผลผ่าตัด หรืออาจจะมีอาการคัน หรือปวดที่บริเวณแผลผ่าตัดได้บ้าง เนื่องจากว่าในขณะที่แพทย์ผ่าตัดอาจจะตัดเส้นประสาทเล็ก ๆ ที่ไปเลี้ยงผิวหนังในบริเวณที่ผ่าตัด จึงทำให้ผู้ป่วยอาจจะมีความรู้สึกชา และความรู้สึกผิดปกติที่บริเวณแผลผ่าตัดได้ แต่ไม่มีผลอันตรายใด ๆ ต่อผู้ป่วยแก้ไขความผิดรูปของข้อเข่า ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักจะมีอาการเข่าโก่ง การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมจะช่วยแก้ไขแนวของเข่าและขาข้างนั้นให้ตรง สามารถรับนํ้าหนักได้ดี การเดิน และการทรงตัวของผู้ป่วยดีขึ้น ทำให้ช่วยเรื่องสมดุลของร่างกาย และป้องกันไม่ให้เกิดการหกล้มได้ง่ายซึ่งมีโอกาสทำให้เกิดกระดูกหักตามมา

ทำให้คุณภาพของชีวิตผู้ป่วยดีขึ้น เมื่ออาการปวดและขาของผู้ป่วยอยู่ในแนวปกติ สามารถเดินได้ดีขึ้นกว่าก่อนการผ่าตัด ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้เป็นปกติ

ช่วยทำให้อาการปวดหลังที่เกิดร่วมกับโรคข้อเข่าเสื่อมทุเลาลง ส่วนใหญ่ผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมมักจะมีปัญหาโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมและเกิดการกดทับเส้นประสาทร่วมกัน จึงทำให้นอกจากอาการปวดเข่าแล้ว อาจจะมีอาการปวดหลัง ปวดชาร้าวลงขาร่วมด้วย หลังจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมจะช่วยทำให้ข้อเข่าสามารถรับนํ้าหนักได้เป็นปกติ สมดุลของร่างกายดีขึ้น จะช่วยบรรเทาอาการปวดหลังที่ผู้ป่วยมีอยู่ด้วย

 

ถ้าผู้ป่วยอายุมากจะมีความเสี่ยงจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมหรือไม่?

ในเรื่องของอายุนั้นมักจะเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่นำมาพิจารณาเพื่อให้การรักษา อย่างไรก็ตามถ้าผู้ป่วยมีความทุกข์ทรมานจากโรคข้อเข่าเสื่อมเป็นอย่างมากทำให้มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันมาก และเมื่อแพทย์ตรวจร่างกายผู้ป่วยพบว่ามีความพร้อมที่สามารถผ่าตัดได้ แพทย์ก็สามารถให้การรักษาด้วยการผ่าตัดข้อเข่าเทียมให้ผู้ป่วยได้แม้จะมีอายุมากเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ป่วย

ในปัจจุบันด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ทั้งในเรื่องของการผ่าตัดรักษา ประสบการณ์ของแพทย์ที่ทำการผ่าตัด การพัฒนาเทคโนโลยีของข้อเข่าเทียมที่นำมาใส่แทนผิวข้อเข่าเดิมของผู้ป่วย รวมทั้งเทคนิคการดูแลควบคุมอาการปวดหลังการผ่าตัด ทำให้การรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมให้ผลลัพธ์ที่ดี ผู้ป่วยมีความพึงพอใจกับผลการรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเป็นอย่างมาก และสามารถกลับไปใช้ชีวิตและท่องเที่ยวไปตามที่ต่าง ๆ ได้อย่างมีความสุข อย่ากลัวเลยครับกับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ท่านได้ประโยชน์จากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมมากกว่าที่คิดครับ ความกลัวเรื่องการผ่าตัดอาจจะทำให้ท่านพลาดโอกาสที่สำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นมากกว่าสภาพก่อนผ่าตัดครับในกรณีผู้ป่วยเข่าเสื่อมที่มีข้อบ่งชี้สำหรับการรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

สามารถรับชมการสัมภาษณ์ผู้ป่วยที่มีประสบการณ์ตรงที่รับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมได้ที่

http://taninnit-oaknee.blogspot.com/2012/12/total-knee-replacement.html

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์
ภาควิชาออร์โทปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
tleerapun@gmail.com, http://www.taninnit.com,
Facebook: Dr.Keng หมอเก่ง,
line ID search : keng3407

ที่มา : เดลินิวส์ 2 มีนาคม 2557

โรคข้อเข่าเสื่อม ผ่าตัดไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

dailynews130901_001ปัจจุบันโรคข้อเข่าเสื่อมนับว่าเป็นปัญหาที่สำคัญของผู้สูงอายุในประเทศไทย จากสถิติพบว่าประชาชนคนไทยเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมกว่า 6 ล้านคน ซึ่งนับว่าเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของประเทศ ผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมส่วนใหญ่ มักมีอาการปวดเข่าเวลาเดิน โดยเฉพาะตอนเดินขึ้นบันได อาการปวดส่วนมากมักเป็นบริเวณด้านในของข้อเข่า เวลานั่งอยู่เฉย ๆ มักไม่มีอาการปวด ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความสามารถในการเดิน สูญเสียความมั่นใจ มีผลทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง บางกรณีที่ผู้ป่วยมีข้อเข่าเสื่อมและขาโก่งมาก ๆ นั้นมีผลทำให้การเดินของผู้ป่วยผิดปกติไป มีโอกาสเกิดการหกล้มและทำให้เกิดการหักของกระดูกบริเวณตะโพก ทำให้ผู้ป่วยเกิดทุพพลภาพเพิ่มมากขึ้น

dailynews130901_001-1

การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมเริ่มต้นด้วยการบรรเทาอาการปวด การปรับเปลี่ยนพฤติ กรรมในชีวิตประจำวันมีความสำคัญมาก พยายามหลีกเลี่ยงการนั่งคุกเข่าขัดสมาธิ พับเพียบ โดยเฉพาะท่านทั้งหลายที่ชอบนั่งสมาธิ เพราะการนั่งในท่าที่งอเข่ามาก ๆ จะทำให้เพิ่มแรงดันภายในเข่า และกระดูกที่งอกจากโรคข้อเข่าเสื่อมไปกดทับกับเนื้อเยื่ออ่อนรอบ ๆ เข่า จะทำให้ท่านมีอาการปวดมากขึ้น ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักร่างกายมากจำเป็นต้องลดน้ำหนัก ซึ่งส่วนใหญ่ที่แนะนำให้ลดประมาณร้อยละ 5 ของน้ำหนักตัว

การใช้ยาลดปวดเพื่อบรรเทาอาการก็ควรระมัดระวัง ยาที่ค่อนข้างจะปลอดภัยมากที่สุดคือยาพาราเซตามอล จะช่วยบรรเทาอาการปวดเข่าได้ ต้องระวังการใช้ยากลุ่ม NSAIDs ที่เวลาทานแพทย์มักจะแนะนำให้รับประทานหลังอาหารทันที เพราะจะมีผลต่อกระเพาะอาหาร นอกจากนั้นอาจมีผลต่อไตได้ หากจำเป็นต้องรับประทานยากลุ่มนี้ควรจะรับประทานหลังอาหารทันทีและดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อให้ร่างกายสามารถขับยานี้ออกไปได้ สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องไตควรหลีกเลี่ยงการใช้ยากลุ่ม NSAIDs โดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้การทำงานของไตแย่ลง

dailynews130901_001-2

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการเข่าเสื่อมมาก และขาโก่งผิดรูป มีผลต่อการใช้งานของข้อเข่าในชีวิตประจำวัน เดินลำบาก แนะนำให้รักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ด้วยเทคโนโลยี ความรู้และทักษะของแพทย์ในปัจจุบันทำให้การรักษาข้อเข่าด้วยวิธีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมได้ผลดีมาก ผู้ป่วยสามารถลุกเดินได้ภายใน  2 วันหลังการผ่าตัด สิ่งที่ผู้ป่วยกลัวการผ่าตัดรักษามี  2 ประการหลัก ๆ คือ 1. ผ่าแล้วกลัวเดินไม่ได้  และ 2. กลัวอาการปวดหลังผ่าตัด อย่างไรก็ตามด้วยความรู้ และความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบันทำให้ผลการรักษาผ่าตัดได้ผลดีเยี่ยม หลังผ่าตัดผู้ป่วยอาจจะมีอาการปวดน้อยมาก และสามารถลุกเดินได้หลังผ่าตัด และสามารถเดินได้โดยไม่ใช้ไม้เท้าชนิดวอล์กเกอร์ ภายใน 3 เดือนหลังผ่าตัด วิธีการลดอาการปวดหลังการผ่าตัด มีการนำเทคนิคของการระงับความรู้สึกที่บริเวณสันหลัง หรือการระงับความรู้สึกที่เส้นประสาทโดยตรง จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดลดน้อยลงเป็นอย่างมาก รวมทั้งเทคนิคการผ่าตัดที่ดีขึ้น ทำให้ผู้ป่วยที่รับการรักษาด้วยการผ่าตัดมีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก และสามารถกลับไปทำงาน และช่วยเหลือตนเองได้เร็วยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีเทคนิคการเย็บแผลชั้นใน และใช้กาวทาบริเวณแผลผ่าตัดซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องมาตัดไหมหลังผ่าตัด

dailynews130901_001-3

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดข้อเข่าเทียมมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ท่านต้องไปตรวจเช็กสุขภาพของฟันเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีฟันผุ เพราะฟันผุอาจทำให้มีเชื้อแบคทีเรียแพร่กระจายไปตามกระแสเลือด และอาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่เข่าข้างที่ทำการผ่าตัด ก่อนผ่าตัดทุกครั้งแพทย์จำเป็นต้องตรวจเช็กสุขภาพของท่านเกี่ยวกับโรคที่ท่านเป็นอยู่ หรือป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนเสมอ เช่น การตรวจการทำงานของหัวใจ การถ่ายภาพรังสีทรวงอก การตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของไขกระดูก การทำงานของไตและตับ เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยสูงสุดและให้ผลการรักษาที่ดีเยี่ยม ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดได้จากการผ่าตัดได้แก่ การติดเชื้อที่บริเวณแผลผ่าตัดซึ่งสามารถเกิดได้ประมาณร้อยละ 1 ภาวะลิ่มเลือดที่ขาอุดตันก็มีโอกาสเกิดได้ แต่น้อยมาก

dailynews130901_001-4

ปัจจุบันการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้นเป็นอย่างมาก สามารถใช้งานของข้อเข่าได้เป็นอย่างดี ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดน้อย ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดมีความพึงพอใจต่อผลการรักษาสูง การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมไม่น่ากลัวอย่างที่คิดครับ.

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์
ภาควิชาออร์โธปิดิกส์
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

ที่มา  : เดลินิวส์ 1 กันยายน 2556

เทคนิคใหม่ “เปลี่ยนข้อเข่า-ข้อสะโพก” ฟื้นตัวเร็ว

dailynews130509_001aอาการปวดเข่า ปวดสะโพก อันเนื่องมาจากความเสื่อมของข้อกระดูก คงเป็นปัญหาที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตนเองหรือคนในครอบครัว เพราะความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นนั้น มักส่งผลให้ผู้ป่วยเดินไม่สะดวก บ้างก็ปวดจนหลับไม่ลง!

สำหรับปัญหาข้อเสื่อมนั้น ทางศูนย์ออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เผยข้อมูลว่า เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการใช้งานข้อต่อจนเกิดการสึกหรอของกระดูกอ่อนผิวข้อ พบมากในผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป หรืออาจเกิดได้ในคนที่มีน้ำหนักตัวมาก ได้รับอุบัติเหตุบริเวณข้อต่อ มีการใช้ข้อต่อผิดลักษณะ ชอบสะพายกระเป๋าหนัก ใส่ส้นสูง สูบบุหรี่ หรือเป็นผลจากกรรมพันธุ์

ปัจจัยข้างต้น คือ สาเหตุของการทำลายกระดูกอ่อนผิวข้อที่มากขึ้นทุกวัน โดยร่างกายไม่สามารถสร้างทดแทนหรือซ่อมแซมได้ ผู้ป่วยจึงต้องเจ็บปวดทรมานจากอาการอักเสบและการทำงานของข้อต่อที่บกพร่อง ซึ่งส่งผลต่อการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน

ทางเลือกในการรักษาอาการข้อเสื่อมทำได้หลายวิธี ตั้งแต่ การรักษาโดยการไม่ใช้ยา เช่น การลดน้ำหนัก การออกกำลังกาย และการใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงข้อ หรือ การรักษาด้วยการใช้ยา และอีกวิธีซึ่งจะพิจารณาทำในผู้ป่วยที่มีปัญหาข้อเสื่อมจนไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้เป็นปกติ คือ การรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม ซึ่งจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งและบริเวณของข้อที่เสื่อม

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม จะแบ่งออกเป็นการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (Total Hip Replacement) และการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (Knee Replacement Surgery) เฉพาะการผ่าเปลี่ยนข้อเข่านั้น ทำได้ทั้งแบบเปลี่ยนผิวข้อเฉพาะบางส่วน และเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อ

dailynews130509_001bและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ข้อสะโพกเทียม ให้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว นพ.สิริพงศ์ รัตนไชย ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ, ข้อเทียม รพ.บำรุงราษฎร์ เล่าว่า ทางบำรุงราษฎร์ได้ส่งทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ 15 คน ไปเรียนรู้การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ข้อสะโพกเทียม กับสถาบันดอร์ของสหรัฐ ซึ่งโด่งดังในการใช้เทคโนโลยีแขนกลหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดข้อเข่าเทียมและข้อสะโพกเทียม

dailynews130509_001cแขนกลหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดดังกล่าว มีชื่อว่า เมโก ควบคุมการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ แบ่งการทำงานออกเป็น 3 ส่วน คือ แขนกลหุ่นยนต์ กล้องจับสัญญาณภาพ 3 มิติ และเครื่องประมวลผลที่คอยควบคุมการทำงานทั้งหมดให้สอดประสานกัน โดยสามารถวัดระยะเพื่อกำหนดตำแหน่งและคำนวณขนาดของข้อเทียมที่เหมาะสมกับปัญหาของผู้ป่วยแต่ละราย ก่อนแพทย์จะทำการเปิดข้อเข่าหรือข้อสะโพก และใช้แขนกลตัดเฉพาะส่วนของกระดูกที่เสื่อมออกผ่านมุมมองจากภาพ 3 มิติ

dailynews130509_001dที่สำคัญ แขนกลจะล็อกตำแหน่งตามการคำนวณเพื่อความเที่ยงตรง ป้องกันการผ่าตัดในตำแหน่งที่คลาดเคลื่อน แถมยังใช้วิธีการกรอแทนการตัด เพื่อไม่ให้เกิดความบอบช้ำกับเส้นเอ็น ลดการสูญเนื้อเยื่อโดยไม่จำเป็น ผู้ป่วยจึงฟื้นตัวได้เร็วและสามารถกลับมาเคลื่อนไหวข้อได้อย่างเป็นธรรมชาติ พักฟื้นไม่เกิน 3 วัน ส่วนใหญ่เริ่มหัดเดินได้ภายใน 24 ชั่วโมง และนับเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะเมื่อ 2 เมษายน 2556 บำรุงราษฎร์ ได้ทำการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม ด้วยแขนกลหุ่นยนต์ เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกของทวีปเอเชีย หลังจากนำเข้าแขนกลหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเมโกเข้ามา.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
takecareDD@gmail.com

ที่มา : เดลินิวส์  9 พฤษภาคม 2556

ผ่าตัดข้อเข่าเทียมแผลเล็ก

ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีปีใหม่แฟนคอลัมน์ทุกท่าน และต้องขอบคุณจากใจจริงที่ติดตาม ส่งคำถามเกี่ยวกับปัญหาทางด้านสุขภาพต่าง ๆ กันเข้ามา และก็เชื่อเหลือเกินว่า เรื่องราวที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้นำเสนอไปนั้น จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับทุกท่าน ในการดูแลตนเองต่อไปในปีขาลนี้

ฉบับนี้ก็ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจมากสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งอย่าง  ที่ได้ประชาสัมพันธ์ข่าว กิจกรรมวัน “1,000 เข่า” ที่จะมีขึ้นในวันที่  17 มกราคมนี้ไปแล้ว ก็มีแฟนคอลัมน์ถามไถ่กันเข้ามามากถึงการดูแลรักษาอาการปวดเข่าต่าง ๆ ดังนั้น มาทำความรู้จักกับอีกหนึ่งวิธีการรักษาอาการปวดเข่าด้วย เทคนิคการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมที่มีแผลผ่าตัดขนาดเล็ก กันดีกว่า

เพราะวันเวลา…ไม่ได้พรากเพียง กำลังกายและความกระปรี้กระเปร่าของ กล้ามเนื้อไปเท่านั้น แต่ยังพรากเอาข้อต่อที่นับวันก็มีแต่เสื่อมทรุดโทรมลงไปด้วย โดยเฉพาะข้อเข่าที่รับน้ำหนักตัว และรับใช้เรามาหลายสิบปี จนวันหนึ่งเกิดความทรมานขึ้น อันเป็นความเจ็บปวดที่ข้อเข่า บ้างก็มีข้อโก่งผิดรูป บ้างก็มีความทรมานเกิดขึ้นทั้งทางร่างกายและจิตใจ

ความเจ็บปวดที่ต้องทนนี้เอง ยังทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมที่ชอบหรือเคลื่อนไหวได้สะดวกเหมือนเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุ ที่มีความวิตกกังวลใจเป็นอย่างมากเช่นเดียวกับญาติหรือผู้ที่คอยดูแล เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นอาจทำให้บางรายถวิลหาการรักษาด้วยวิธีการต่าง ๆ ด้วยหวังว่าจะคลายความทุกข์ทรมาน ทั้งนี้ การผ่าตัดข้อเข่าเทียมเป็นการรักษาอีกวิธีหนึ่งในปัจจุบันที่มีประสิทธิภาพโดยเฉพาะในจุดที่เกิดความเสื่อมรุนแรงขั้นสุดท้ายเกินเยียวยาด้วยการรักษาวิธีอื่น ๆ

แต่เมื่อพูดถึงการผ่าตัดมักทำให้ผู้ที่ได้ยิน ครั้งแรกเกิดความกลัวได้ เช่น กลัวว่าเจ็บขณะผ่าตัด กลัวว่าฟื้นตัวช้าหรือกลัวแผลเป็นขนาดใหญ่ จึงเป็นที่มาของนวัตกรรมการผ่าตัดแผลเล็กหรือบาดเจ็บน้อย ที่ช่วยทำให้ลดความเจ็บปวดจากการผ่าตัดน้อยลง ลดความชอกช้ำของกล้ามเนื้ออันเกิดจากการ ผ่าตัดลง และสามารถฟื้นตัวกลับมายืน เดินได้อย่างรวดเร็ว ที่สำคัญแผล เป็นขนาดเล็กก็ไม่ค่อยเป็นที่สังเกตได้ชัด อีกประการคือ ได้ประสิทธิภาพ ของข้อเข่าเทียมกลับมาและมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นน้อยที่สุด

คำถามก็คือ อะไรคือเทคนิคการผ่าตัดข้อเข่าเทียมที่ทำให้ เกิดแผลขนาดเล็ก

คำตอบก็คือ ปัจจุบันการผ่าตัดข้อเข่าเทียมเป็นที่ยอมรับว่าได้ผลดีในการลดความเจ็บปวดและเพิ่มคุณภาพชีวิตหลังเข้ารับการผ่าตัดได้ดี จึงเป็นการผ่าตัดที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก นวัตกรรมเทคนิคการผ่าตัดแผลเล็กได้ช่วยเสริมให้การผ่าตัดข้อเทียมมีการฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยมีขนาดแผลผ่าตัดในเทคนิคการผ่าตัดแผลเล็กสามารถลดความยาวบาดแผลที่ผิวหนังเหลือเพียงประมาณ 10-12 เซนติเมตร จากเดิม 15-20 เซนติเมตร ภายในหนึ่งถึงสองวันหลังผ่าตัดผู้ได้รับการผ่าตัดสามารถยืนและเดินได้ โดยใช้เครื่องช่วยพยุงช่วยเหลือตัวเองได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อบริเวณผ่าตัดบาดเจ็บหรือชอกช้ำน้อย ทำให้กล้ามเนื้อกลับมาทำหน้าที่ได้อย่างรวดเร็ว สามารถยกขาได้เองและก้าวเดินได้อย่างมั่นคงโดยที่มีความเจ็บปวดบริเวณแผล ผ่าตัดเพียงน้อยนิด นอกจากนี้ยังใช้เวลาในการ พักฟื้นที่โรงพยาบาลน้อยลง ลดภาวะแทรกซ้อนขณะที่นอนในโรงพยาบาล รวมทั้งลดค่าใช้จ่าย ได้มาก สามารถกลับไปอยู่กับครอบครัวได้เร็วขึ้นในขณะที่ช่วยตัวเองได้แล้วขณะอยู่ที่บ้าน

ข้อจำกัดหนึ่งของการผ่าตัดเทคนิคแผลเล็กก็คือ การมองเห็นขณะผ่าตัดจะแคบ   ลงทำให้มีโอกาสมีความคลาดเคลื่อนในการวางตำแหน่งข้อเทียมอันใหม่ ซึ่งจะนำมาในอาการเจ็บปวดหลังผ่าตัด เหยียดงอข้อได้ไม่เต็มที่ และการที่ต้องผ่าตัดแก้ไข ซึ่งยากลำบากและเสียค่าใช้จ่ายสูงกว่าเดิมมาก

จึงเป็นที่มาของ คอมพิวเตอร์ช่วยผ่าตัด CAS (Computer-assisted surgery) เป็นอีกวิทยาการหนึ่งที่ช่วยให้การตัดข้อเทียมมีความแม่นยำมากขึ้น โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือช่วยบอกตำแหน่งการจัดกระดูกและข้อขณะผ่าตัดได้แม่นยำสูงกว่าใช้วิธีเดิม   ในการวัด เห็นค่าแตกต่างในระดับน้อยกว่า 1 มิลลิเมตร 1 องศาการเปลี่ยนแปลง เพื่อช่วยเสริมกับเทคนิคการผ่าตัดแผลเล็กบาดเจ็บน้อยให้แม่นยำขึ้น เพื่อให้ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดได้ใช้งานข้อเทียมที่เต็มประสิทธิภาพและเพิ่มอายุการใช้งานข้อเทียมให้ยาวนาน

นอกจากนี้ความเจ็บปวดจากการผ่าตัด เป็นอีกข้อหนึ่งของการกลัวการผ่าตัด คือการกลัวเจ็บที่ต้องมีการผ่าตัดที่เนื้อเยื่อและกระดูก ในปัจจุบันที่วิทยาการระงับความเจ็บปวดขณะผ่าตัดด้วยวิธีให้ยาชาเฉพาะจุด ขณะทำการผ่าตัดจะไม่มีความเจ็บปวดในขณะที่ไม่รบกวนการทำงานตามส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย หลังผ่าตัดเสร็จยังสามารถใช้ยาชาระงับความรู้สึกเจ็บปวดได้ต่อเนื่องอีกจนกว่าจะหายระยะอักเสบหลังผ่าตัดหรือเริ่มเดินได้ ลดอาการแทรกซ้อนคลื่นไส้อาเจียนจากวิธีเก่าจากการวางยาสลบแบบเดิม

ที่กล่าวมาเป็นส่วนหนึ่งของวิทยาการผ่าตัดข้อเทียมที่วิวัฒนา การอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการผู้ป่วยและให้ได้รับการผ่าตัดที่มีประสิทธิภาพสูงสุด คุ้มค่าการที่ต้องลงทุนเจ็บตัวเสียค่า ใช้จ่ายและเวลาเข้ารับการผ่าตัด ได้ใช้งานข้อเข่าที่ปราศจากความเจ็บปวดและได้ทำกิจกรรมใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ โดยมีทีมงานแพทย์พยาบาลที่เชี่ยวชาญดูแลและให้คำปรึกษาอย่างเต็มใจอย่างต่อเนื่อง.

นพ.ธนพจน์ จันทร์นุ่ม
ภาควิชาออร์โปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
มหาวิทยาลัยมหิดล

 

 

ที่มา: เดลินิวส์     2 มกราคม 2553