ทางเลือกรักษาปวดหลังเรื้อรัง

Sciatica causes shooting pains in the lower back or more commonly down one leg

Sciatica causes shooting pains in the lower back or more commonly down one leg

“ปวดหลัง” เป็นอาการของโรคที่ไม่ถึงกับอันตรายถึงชีวิต เพราะส่วนมากเป็นแล้วหาย ขอบเขตของโรคแค่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน อาจทำให้คุณภาพชีวิตลดลงบ้างอันเนื่องมาจากความเจ็บปวดทรมาน

สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้โรคปวดหลังเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันนั้น โดยมากมักมีปัจจัยมาจากลักษณะท่าทางการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การนอน นั่ง ยืน ยกของ หรือแม้แต่การออกกำลังกาย อย่างไรก็ดี ภายในงานมหกรรมดูแลสุขภาพ “แฟมมิลี่ เฮลท์ แฟร์ 2013″ ที่จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 6 กับธีมเก๋ ๆ “Secret to live by Samitivej Srinakarin” ที่โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ เครือโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเชียงใต้

จัดขึ้นเพื่อสร้างกระแสให้คนรักสุขภาพตื่นตัวเรื่องการดูแลสุขภาพของตนเอง โดยมุ่งหวังให้คนไทยมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ เปี่ยมไปด้วยความสุข ณ ศูนย์การค้าพาราไดส์ ปาร์ค เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีเคล็ดลับการดูแลอิริยาบทในชีวิตประจำวันให้ห่างไกลจากโรคปวดหลังมาฝากกัน

หากเป็นการนอน ควรนอนในท่าที่ทำให้กระดูกสันหลังอยู่ในลักษณะที่ถูกต้อง ผ่อนคลาย ที่นอนก็ควรเลือกของดีคือเมื่อนอนแล้วการยุบตัวของที่นอนต้องรับกับส่วนโค้งของกระดูกสันหลังอย่างพอเหมาะ เมื่อตื่นนอนในตอนเช้า ควรยืดเส้นยืดสายก่อนลุก และพลิกตัวไปด้านที่จะยืนพร้อมใช้ข้อมือยันพยุงตัวก่อนลุกขึ้น
การทำกิจวัตรประจำวันในห้องน้ำก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะช่วงเวลาเช้าหลังยังไม่ยืดหยุ่นพอที่จะรับการทำงานหนัก ๆ ดังนั้น อ่างล้างหน้าไม่ควรอยู่ต่ำเกินไป

ส่วนการแปรงฟันล้างหน้าก็ต้องระวังเรื่องการก้มหลัง ซึ่งอาจให้มือข้างหนึ่งยันระหว่างการล้างหน้าเพื่อลดการทำงานของหลัง ขณะที่การลุกจากชักโครกควรใช้มือยันหน้าขา หรือใช้มือพยุงหลังไว้ หากที่พักอาศัยมีผู้สูงอายุควรพิจารณาจัดหาเก้าอี้นั่งถ่าย อีกเรื่องที่ต้องตระหนักก็คือ ที่แขวนกระดาษชำระหรือแม้แต่หนังสือสำหรับอ่านไม่ควรอยู่ทางด้านหลังของชักโครก

มาถึงการป้องกันโรคปวดหลังที่เกิดขึ้นจากการขับรถ อย่างแรกที่ควรทำก็คือ ตำแหน่งของที่นั่งไม่ควรห่างหรือชิดเกินไป กรณีต้องขับรถเป็นเวลานานควรมีการพักและยืดหลังเป็นระยะ และจอดรถพักให้ปรับเบาะเอนเล็กน้อยเพื่อลดความเครียดให้แผ่นหลัง ถ้าจะให้ดีควรมีแผ่นเสริมเบาะให้เนินรับกับแผ่นหลังช่วงเอว นอกจากนี้ การขึ้นลงรถควรหลีกเลี่ยงการเอี้ยวตัวหมุนและใช้มือช่วยพยุงเวลาลุกนั่ง

ในที่ทำงานหรือแม้แต่ช่วงขณะทำงานก็ต้องระวังเช่นกัน โดยการการนั่งทำงานต้องอยู่ในท่าที่ไม่บิดลำตัวและเก้าอี้นั่งควรเป็นเก้าอี้ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับกับส่วนโค้งของหลัง ถ้าไม่มีอาจใช้หมอนใบเล็กหนุน เวลานั่งเอนให้ส่วนก้นเข้าไปชิดกับด้านใน เพื่อให้ส่วนหลังสัมผัสกับพนักพิง และระดับของเท้าควรวางให้เข่าสูงระดับเดียวกับสะโพก และจัดวางโต๊ะทำงานให้เหมาะสมไม่ทำร้ายสุขภาพ

ส่วนอิริยาบทยามพักก็ไม่ควรยืนนิ่ง ๆ เป็นเวลานาน ควรเปลี่ยนอิริยาบทเป็นพัก ๆ หากพักผ่อนด้วยการนั่งก็ไม่ควรนั่งหลังงอหรือหลังค่อม จะผ่อนคลายด้วยท่านอนคว่ำศอกยันพื้นบ้างก็ได้ ตบท้ายที่การออกกำลังกาย ควรหาวิธีออกกำลังกายช่วยให้กล้ามเนื้อหลังมีความยืดหยุ่น แข็งแรง และชะลอการเสื่อมตามธรรมชาติ แต่หากไม่เคยออกกำลังกายหรืองดเว้นไปนาน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเสียก่อน

พร้อมกันนั้น ยังมีท่าออกกำลังกาย 8 ท่า ป้องกันโรคปวดหลังให้ลองปฏิบัติเพื่อสุขภาพหลังที่ดี

เริ่มจากท่าที่ 1 ยืดกล้ามเนื้อโคนขาด้านหลัง ให้นอนหงายงอเข่า 1 ข้างยกขาข้างที่เหยียดให้สูงเท่ากับเข่าข้างที่งอโดยให้เข่าตึงตลอดเวลายกขึ้นลงช้าๆ 10 ครั้งทำสลับขาอีกข้างหนึ่ง

ท่าที่ 2 ยืดกล้ามเนื้อสะโพก นอนหงาย เอามือสอดใต้เข่าอีกข้างหนึ่งดึงมาให้ชิดหน้าอกให้มากที่สุดนับ 1-10 ทำสลับข้างไป-มา

ท่าที่ 3 ยืดกล้ามเนื้อหลังนอนหงายชันเข่า 2 ข้างเอามือสอดใต้เข่าทั้ง 2 ข้างดึงเข้ามาจนชิดหน้าอกนับ 1-10 พัก

ท่าที่ 4 เพิ่มกำลังกล้ามเนื้อหน้าท้อง นอนหงายชันเข่า 2 ข้างอามือกอดอกยกศีรษะและสะบักขึ้นเล็กน้อยให้พ้นพื้นให้รู้สึกว่ากล้ามเนื้อท้องกำลังเกร็งตัวนับ 1-5 พัก

ท่าที่ 5 เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้องด้านข้างและกล้ามเนื้อหลังส่วนลึก นอนหงายชันเข่ากดหลังแนบกับพื้นใช้มือหนุนศีรษะแล้วยกตัวเอียงซ้ายนับ 1-5 พักแล้วทำซ้ำอีกด้านหนึ่ง

ท่าที่ 6 ลดความแอ่นของบั้นเอว นอนหงายชันเข่าเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องให้หลังแบนติดพื้นพร้อมกับเกร็งกล้ามเนื้อก้นย้อย โดยการทำท่าขมิบก้นให้ก้นลอยพ้นพื้นนับ 1-10 พัก

ท่าที่ 7 ยืดกล้ามเนื้อเนื้อสีข้าง นอนหงายงอเข่าข้างหนึ่งใช้ส้นเท้าอีกข้างหนึ่งทับเข่าข้างที่งออยู่กดลงด้านตรงข้ามลงจรดพื้นนับ 1-10 หัวไหล่ 2 ข้างต้องแนบพื้นตลอดเวลาทำสลับข้าง และ

ท่าที่ 8 เพิ่มกำลังกล้ามเนื้อหลัง นอนคว่ำหมุนหมอนบริเวณท้องแขนแนบลำตัวแอ่นตัวยกไหล่และลำตัวขึ้นนับ 1-5 พักระวังอย่าให้ศีรษะแหงนมากเกินไปจะทำให้ปวดคอ

แต่ถ้าทำอย่างป้องกันทุกทางอาการปวดหลังจากเกิดขึ้นและไม่บรรเทา จนต้องเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดโรคกระดูกสันหลัง ทว่า อาการกลับไม่หายขาดยังคงมีอาการเจ็บปวดหรืออาการทางระบบประสาทที่ย่ำแย่ ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่า Failed Back Surgery หรือ Failed Back Syndromeเกี่ยวกับเรื่องนี้ ศ.นพ.ประกิต เทียนบุญ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลัง ข้อ และข้อสะโพกเทียม รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ ระบุว่า การผ่าตัดกระดูกสันหลังจะคาดหวังผลสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์เสมอไปคงเป็นไปได้ยาก ตัวต้นเหตุของการผ่าตัดกระดูกสันหลังแล้วไม่หายขาดมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย

“ปัจจัยที่ว่าได้แก่ การวินิจฉัยโรคต้องถูกต้องและแม่นยำ ความรอบรู้ ความชำนาญ และการทำงานเป็นทีมของทีมแพทย์ และเครื่องมือ และอุปกรณ์ต้องมีความพร้อมและสมบูรณ์ต่อการใช้งานที่เหมาะสม หากทำได้อย่างที่กล่าวมานี้ความสำเร็จของการผ่าตัดจะสามารถหวังผลได้มากยิ่งขึ้น” ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลัง ข้อ และข้อสะโพกเทียม รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ กล่าว ศ.นพ.ประกิต บอกต่อด้วยว่า ปัจจัยสำคัญอีกอย่างคือ ตัวผู้ป่วยเองต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ในบางครั้งต้องมีการใส่โลหะช่วยยึดกระดูกสันหลัง ร่างกายจำเป็นต้องใช้เวลาในเชื่อมติดให้แข็งแรง เพราะฉะนั้นการดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดเป็นอีกประเด็นที่สำคัญมาก ก็จนกว่าบาดแผลหรือกระดูกเชื่อมติดแข็งแรงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถึงจะถือว่าปลอดภัยจากการผ่าตัด

นอกจากนี้ ศ.เกียรติคุณนายแพทย์เจริญ โชติกวณิชย์ ผู้อำนวยการศูนย์กระดูกสันหลังและข้อ ประธานที่ปรึกษาศูนย์ Revision Spine Center รพ. สมิติเวช ศรีนครินทร์ และประธานสมาคมโรคกระดูกและข้อของประเทศในภาคพื้นเอเซียแปซิฟิก ยังได้กล่าวเสริมว่า ทั้งนี้ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ และทีมแพทย์ทางด้านการผ่าตัดโรคกระดูกสันหลัง เล็งเห็นความสำคัญในการรักษา เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาของ Failed Back Surgery จึงได้ทำการจัดตั้งศูนย์ที่เรียกว่า “Revision Spine Center”

เพื่อทำหน้าที่ในการรักษาผู้ป่วยที่เป็น Failed Back Surgery ขึ้นเป็นแห่งแรกของประเทศไทยและในเอเชียแปซิฟิก เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านกระดูกและข้อ โดยได้รับการรับรองมาตรฐานการรักษาโรคเฉพาะทาง CCPC สำหรับโรคปวดหลัง (LowBack Pain) จากสถาบัน JCI (Joint CommissionInternational) ด้วยความชำนาญของทีมแพทย์ที่มากด้วยประสบการณ์ การวินิจฉัยที่แม่นยำพร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัย ทำให้มั่นใจในผลการรักษาได้มากขึ้น ว่าสามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อีกครั้ง

“วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งศูนย์แห่งนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อการรักษา Failed Back Surgery เพียงอย่างเดียว แต่ต้องการจัดตั้งให้เป็นศูนย์แห่งการเรียนรู้ เป็นแหล่งการเรียนการสอนเพื่อสร้างความชำนาญให้กับแพทย์ ตลอดจนเป็นแหล่งรวมข้อมูล และผลผลิตทางงานวิจัย เผยแพร่ออกสู่สังคมในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย ถือว่าเป็นศูนย์และเป็นห้องผ่าตัดที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ครับ” ศ.เกียรติคุณ นพ.เจริญ กล่าว

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 19 เมษายน 2556

Advertisements