เปิดคัมภีร์ตำรับยาไทย ‘เบญจอำมฤตย์’ างเลือกพิชิตมะเร็ง

dailynews140305_001aพืชผักสมุนไพรหลายชนิดของไทยอุดมด้วยคุณประโยชน์ นอกจากความโดดเด่นด้านอาหารแล้วยังมีสรรพคุณทางยา

จากฐานข้อมูลภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ในตำราการแพทย์แผนไทยพบตำรับยาไทยและภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านที่ใช้สมุนไพรในรูปของยาตำรับรักษาอาการมีอยู่มาก ล่าสุดจากรายงานข่าวสร้างความสนใจเป็นทางเลือกของผู้ป่วยมะเร็งตับ โดย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทย นำสูตรยาสมุนไพรโบราณ เบญจอำมฤตย์ สูตรยาในคัมภีร์แพทยศาสตร์สงเคราะห์มาทำการศึกษาวิจัยซึ่งพบว่า ยาตำรับนี้มีสรรพคุณ ต้านเซลล์มะเร็ง !!

dailynews140305_001b

นายแพทย์วัฒนะ พันธุ์ม่วง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย ภัคณัฏฐ์ เอกธีรเศรษฐ์ เภสัชกรแผนไทยและ สิบเอกหญิงภาวิณี อ่อนมุข แพทย์แผนไทยผู้ร่วมวิจัยของโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสานในโครงการติดตามประสิทธิผลและความปลอดภัยของตำรับยาเบญจอำมฤตย์ในผู้ป่วยมะเร็งตับให้ความรู้เล่าถึงตำรับยาโบราณดังกล่าวว่า ในโครงสร้างของสถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทยซึ่งมีงานบริการในเรื่องของยาแผนไทยที่ใช้ในงานบริการเพื่อให้ครอบคลุมในเรื่องการรักษาการให้บริการ จึงมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านการแพทย์แผนไทยเป็นหลัก อีกทั้งมีนักวิชาการในส่วนอื่น ๆ ทำงานร่วมกันเพื่อคัดเลือกตำรับยาแผนไทยจากคัมภีร์การแพทย์แผนไทยซึ่งมีอยู่มากมายนำมาใช้ในงานบริการของสถาบันฯ

dailynews140305_001e

ยาเบญจอำมฤตย์ เป็นหนึ่งในตำรับยาในคัมภีร์ที่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมุนไพร ผู้ทรงคุณวุฒิได้คัดเลือกโดยแนะนำถึงความน่าสนใจของยาตำรับนี้   เมื่อมีการคัดเลือกออกมาคณะทำงานก็ได้นำมาศึกษาโดยจัดทำเป็นงานวิจัยซึ่งที่ผ่านมาเปิดตัวตำรับยาขึ้น  อีกทั้งมีผู้สมัครเข้ารับการรักษาแบบให้ติดตามต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก

“คัมภีร์ยาดังกล่าวมีความเป็นมายาวนานนับร้อยปี ตำรับยาเบญจอำมฤตย์มาจากคัมภีร์ธาตุบรรจบซึ่งบันทึกไว้ในหนังสือการแพทย์ไทยเดิม หนังสือแพทยศาสตร์สงเคราะห์ซึ่งหนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมเขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อนำมาสอนแพทย์ในยุคสมัยนั้นซึ่งภายในโรงเรียนแพทย์มีทั้งการสอนแผนไทย แผนปัจจุบันควบคู่กัน

ยาตำรับนี้และคัมภีร์เล่มนี้จึงมีหลายเรื่องที่น่าสนใจโดยถ้ามองกลับไปจะเห็นถึงเรื่องราวของตำรับยา การรักษา ฯลฯ และจากตำรับยาที่มีการบันทึกไว้ยาวนาน ส่วนหนึ่งนี้แสดงให้เห็นถึงผลต่อการรักษา อีกทั้งที่ผ่านมาก็มีการนำมาใช้กันอยู่บ้าง”

dailynews140305_001d

ยาตำรับนี้มีตัวยา 9 ชนิด ได้แก่ รงทอง มหาหิงค์ ยาดำ มะกรูด ขิงแห้ง  ดีปลี พริกไทย รากทนดี และดีเกลือ ซึ่งในสรรพคุณของยาที่ปรุงส่วนใหญ่เป็นกลุ่มยาระบาย ยาขับลม ซึ่งตัวที่ออกฤทธิ์คือ รงทองโดยสมุนไพรชนิดนี้มีฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งและด้วยยาตำรับนี้มีความโดดเด่นในเรื่องของยาระบาย ยาขับลม โดยยาที่อยู่ในร่างกายจะอยู่ได้ไม่นานจะถูกขับทำลายออกมาซึ่งสิ่งนี้เป็นภูมิปัญญาไทยเป็นความชาญฉลาดของคนโบราณซึ่งปรุงยาดังกล่าวไว้

ขณะเดียวกันก็มีการผายลม เรอ โดย ขิง ดีปลี พริกไทยเป็นสมุนไพรช่วยขับลม ส่วนยาดำ ดีเกลือ รากทนดี เป็นยาระบายเช่นกันช่วยให้เกิดการขับถ่ายเหมือนกับการรักษาแผนปัจจุบันซึ่งในการรักษามะเร็งตับ ตับแข็ง ต้องใช้ยาระบายให้คนไข้ถ่ายระบายเช่นเดียวกัน

ตามคัมภีร์การแพทย์แผนไทยสมัยก่อนจะไม่ได้เรียกว่า มะเร็ง ในคัมภีร์ธาตุบรรจบที่กล่าวถึงยาเบญจอำมฤตย์จะบอกถึงตัวยา วิธีการปรุง   เรื่องของอาการของผู้ป่วยที่ควรใช้ยาในกลุ่มนี้ แต่เมื่อมีการคัดเลือกตำรับยาเมื่อพิจารณาดูอาการโดยรวมซึ่งมีความคล้ายกับผู้ป่วยมะเร็งตับจึงนำยาตำรับนี้มาศึกษาวิจัยในการรักษามะเร็งตับ ซึ่ง หลังจากที่วิจัยศึกษาผ่านมาช่วงหนึ่งพบว่าให้ประสิทธิผลตามที่ระบุไว้ในตำรับยา

ยาเบญจอำมฤตย์ ตามคัมภีร์กล่าวไว้ว่าเป็นยาช่วยให้ถ่าย จากที่ผู้ทรงคุณวุฒิมองเห็นถึงความโดดเด่นของยา อีกทั้งผลการติดตามที่ผ่านมาระยะหนึ่งซึ่งเห็นถึงประสิทธิผลของตำรับยาในขณะนี้ทางสถาบันวิจัยฯ โรงพยาบาลได้รวบรวมข้อมูล วิจัยต่อเนื่อง รวมทั้งศึกษาตำรับยาโบราณอีกหลายตำรับที่จะนำมาช่วยผู้ป่วย

dailynews140305_001c

ตำรับยาดังกล่าวจากการวิจัยเริ่มต้นที่หลอดทดลอง ปรุงยาขึ้นมาโดยนำมาทดสอบกับเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง ผลที่ได้คือ ยามีผลต่อเซลล์มะเร็งตับอันดับแรกโดยฆ่าเซลล์มะเร็งตับได้ดี  นอกจากนี้ยังได้ศึกษาถึงเซลล์มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ มะเร็งต่อมลูกหมากซึ่งก็เป็นผลรองลงมา จากนั้นก็นำมาทดสอบความเป็นพิษในสัตว์ทดลองซึ่งผลการทดสอบความเป็นพิษพบว่ายาตำรับนี้ปลอดภัยในสัตว์ทดลอง  ความเป็นพิษค่อนข้างต่ำจึงมีความมั่นใจว่ายาตัวนี้น่าจะมีความปลอดภัยในคน แต่อย่างไรก็ตามงานวิจัยยังคงศึกษาทดลองต่อเนื่อง ติดตามประสิทธิผลและความปลอดภัยของตำรับยาในผู้ป่วยมะเร็งตับ ในกลุ่มอาสาสมัครที่เข้าร่วมในงานวิจัยการศึกษาวิจัยจะมีการเจาะเลือด ตรวจร่างกายเป็นระยะ ๆ

 

อย่างไรก็ตามการวิจัยแม้จะพบข้อดีให้ผลในการรักษา แต่การใช้ยาจะต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อย่างในกรณีที่คนไข้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน แพทย์จะตรวจวินิจฉัยก่อนว่าเหมาะสมจะจ่ายยาหรือไม่

ถ้ามีความเหมาะสมก็จะจ่ายให้โดยที่ปรับขนาดยาตามอาการของคนไข้  อีกทั้งอาจจะต้องมียาเสริมบางตัวเพื่อทำให้คนไข้มีอาการดีขึ้นซึ่งอาจจะต้องมียาละลายเสมหะ ยาหอมช่วยในการพักผ่อน  อีกขั้นตอนเมื่อคนไข้ได้รับยาเบญจอำมฤตย์ไปสักระยะหนึ่งจะต้องได้รับยาบำรุงตับเพิ่ม เรียกว่า ยาบุญอำมฤตย์ เพื่อให้ตับฟื้นตัวขึ้นมา เพราะฉะนั้นการใช้ยาการรักษาจะต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ!!

dailynews140305_001h

’ตำรับยาดังกล่าวในคัมภีร์ก็จะนำยาทั้ง 9 ชนิดมาชั่งน้ำหนักตามสัดส่วน บางชนิดต้องนำมาผ่านกระบวนการทำลายพิษตามวิธีโบราณ  อย่างเช่น ยาดำ  รงทอง  มหาหิงค์ ฯลฯ ซึ่งการฆ่าฤทธิ์จะมีรายละเอียดมีวิธีการดำเนินการในแต่ละตัวที่ไม่เหมือนกัน บางชนิดจะต้องนำไปคั่วในกระทะ บางชนิดใช้น้ำกะเพราในการฆ่าฤทธิ์ ใช้ใบบัวห่อแล้วนำไปปิ้งไฟจนสุกจากนั้นจึงจะนำมาใช้ได้ ฯลฯ ซึ่งไม่ใช่ว่าได้ตัวยามาแล้วสามารถนำไปปรุงยาใช้ได้ทันที แต่ละชนิดต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอนก่อนที่จะนำมาประกอบเป็นตัวยา“

dailynews140305_001f

จากการวิจัยซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงการเก็บตัวอย่างข้อมูล เก็บตัวอย่างผู้ป่วยที่ได้ยาเป็นการติดตามผลการรักษา ประเมินเป็นระยะโดยเริ่มในผู้ป่วยจำนวนมากขึ้น  ทีมวิจัยกล่าวทิ้งท้ายอีกว่า ด้วยตำรับยาไม่เป็นที่ปิดบังตำรับยาอยู่ในคัมภีร์โบราณซึ่งเมื่อเปิดแพทยศาสตร์สงเคราะห์ก็จะเห็นถึงรายละเอียด แม้จะเป็นสาธารณะแต่ตำรานี้อยู่ในความคุ้มครองของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและทางเลือกซึ่งมีพระราชบัญญัติคุ้มครองภูมิปัญญาของไทยอยู่ ดังนั้นใครจะนำไปจดลิขสิทธิ์ไม่ได้  ส่วนการจะนำมาใช้ควรได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญใช้อย่างถูกต้อง ใช้ให้ตรงกับการวินิจฉัยของโรค ถูกเวลา ถูกขนาดและถูกวิธี เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและได้รับคุณประโยชน์สูงสุด.

dailynews140305_001g

 

รู้ใช้ ‘สมุนไพร’ ให้ปลอดภัย

ยาอำมฤตย์หลังจากมีรายงานข่าวเป็นทางเลือกการรักษา สูตรยาดังกล่าวได้รับความสนใจมีการซื้อวัตถุดิบนำมาปรุงผสมกันเอง ซึ่งทีมนักวิจัยให้ความรู้กล่าวถึงอันตรายและฝากข้อแนะนำข้อควรระวังในการใช้สมุนไพรเพิ่มอีกว่า ก่อนการใช้ยาควรได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ก่อน ไม่ควรซื้อยามาปรุงเองซึ่งสัดส่วนการนำมาปรุงของแต่ละชนิดตัวยาจะไม่เท่ากัน ขนาดยาที่ผู้ป่วยจะได้รับแต่ละรายก็จะไม่เท่ากัน ผู้ป่วยบางคนอาจเป็นคนที่ธาตุหนักท้องผูกแพทย์ก็จะจ่ายยาปริมาณที่ค่อนข้างมากคนไข้ก็จะถ่ายได้ดีขึ้น ขณะที่บางรายที่ธาตุเบาไม่มีปัญหาเรื่องท้องผูก แพทย์จะจ่ายยาขนาดที่ลดลง อีกทั้งการปรับยาอาจจะต้องได้รับยาอย่างอื่นเพิ่มเติม เป็นต้น

ยาแผนไทยบางอย่างสามารถซื้อทานได้เอง แต่ยาบางอย่างต้องอยู่ในการควบคุมดูแลของแพทย์เพราะอาจมีผลข้างเคียงได้ ในกรณีที่ใช้ไม่ถูกขนาด ถูกเวลา อีกทั้งบางครั้งอาจจะต้องปรับยา มียาเสริม ดังนั้นก่อนการนำมาใช้ควรศึกษาข้อมูลก่อนและการใช้ต้องมีความพอดีรวมอยู่ด้วย

อีกสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผลการรักษาดีขึ้นร่วมด้วยซึ่งไม่เพียงเฉพาะยา  แต่ยังขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตัวด้วยเช่นกัน อย่างเช่น การงดของแสลงพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อโรค ทั้งในเรื่องของการดูแลเรื่องอาหาร ควรบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ครบคุณค่า มีความหลากหลาย รวมถึงการออกกำลังกายและการพักผ่อนที่ต้องไม่ละเลยให้ความสำคัญ ขณะเดียวกันต้องดูแลจิตใจร่วมด้วย โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งจะมีความวิตกกังวล เครียดนอนไม่หลับจึงมีความจำเป็นในการดูแลจิตใจให้กำลังใจเป็นการดูแลองค์รวม ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น

ทีมวาไรตี้

ที่มา : เดลินิวส์ 5 มีนาคม 2557

Advertisements