สารพันปัญหาโรคข้อเข่าเสื่อม

dailynews140202_002aโรคข้อเข่าเสื่อมนับว่าเป็นปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งในผู้สูงอายุทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดเข่าเวลาเดิน ขาโก่ง การทรงตัวของร่างกายไม่ดี ร่างกายเสียสมดุล มีโอกาสเกิดการหกล้มได้ง่าย  มีผลทำให้เกิดกระดูกหักตามมาโดยเฉพาะกระดูกตะโพกหักในผู้สูงอายุ ในคนไทยมีผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมมากถึง 6 ล้านคน

dailynews140202_002b

อาการปวดเข่าในโรคข้อเข่าเสื่อมเกิดจากสาเหตุใด?

1. มีการอักเสบของเยื่อบุข้อเข่า ทำให้ข้อเข่ามีอาการบวมตึง เนื่องจากเยื่อบุข้อที่อักเสบมีการสร้างน้ำไขข้อที่ไม่มีคุณภาพออกมาในปริมาณมากจึงทำให้เกิดอาการบวมตึงขึ้นภายในข้อเข่า คล้ายกับลูกโป่งที่ขยายตัวออกทำให้ข้อเข่าตึงมากขึ้นมีอาการปวดบริเวณหลังเข่าเหยียดข้อเข่าได้ไม่สุด

2. เกิดกระดูกงอกรอบ ๆ บริเวณข้อเข่าอันเนื่องมาจากเกิดความไม่มั่นคงของข้อเข่า ร่างกายตอบสนองด้วยการพยายามสร้างกระดูกรอบ ๆ ข้อเข่าขึ้นมาทดแทน กระดูกที่งอกขึ้นมาใหม่นั้นไปเบียดเนื้อเยื่ออ่อนรอบ ๆ บริเวณข้อเข่ามีผลทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดเข่าเพิ่มมากขึ้นในอิริยาบถที่งอเข่านาน เช่นท่านั่งคุกเข่า นั่งขัดสมาธิ นั่งพับเพียบ เวลาลุกขึ้นยืนจึงทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดรอบ ๆ บริเวณข้อเข่า

3. มีการฉีกขาดของเส้นเอ็น และหมอนรองกระดูก มีการทำลายกระดูกที่บริเวณกระดูกใต้ต่อผิวข้อ

4. กระดูกบริเวณข้อเข่าทั้ง 2 ด้านมาเสียดสีกันทำให้มีอาการปวดมากขึ้นในขณะที่ผู้ป่วยนั่งนาน ๆ แล้วจะลุกขึ้นผู้ป่วยจะมีความรู้สึกเหมือนกับต้องพยายามตั้งไข่ก่อนที่จะเดิน ไม่เหมือนกับช่วงที่เป็นหนุ่มสาว อันเนื่องมาจาก โรคข้อเข่าเสื่อมมีการทำลายกระดูกอ่อนผิวข้อ ซึ่งกระดูกอ่อนผิวข้อจะทำหน้าที่ลดแรงกระแทกบริเวณข้อเข่าและทำให้การเคลื่อนไหวของข้อเข่าเป็นไปอย่างคล่องตัว ดังนั้นเมื่อกระดูกอ่อนผิวข้อถูกทำลายลงจึงทำให้การเคลื่อนไหวของข้อเข่าลำบาก

5. ในผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมมักจะมีหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมร่วมอยู่ด้วย ดังนั้นเมื่อมีอาการปวดเข่าจะทำให้ผู้ป่วยเสียสมดุลในการเดินทำให้เกิดอาการเดินกะเผลกซึ่งจะส่งผลต่อการรับน้ำหนักของกระดูกสันหลัง ทำให้เกิดการอักเสบของกระดูกข้อต่อบริเวณสันหลัง มีผลทำให้ผู้ป่วยอาจจะมีอาการปวดหลังร่วมกับอาการปวดร้าวลงเข่าและน่องร่วมด้วย

6. มีการทำลายกระดูกบริเวณข้อเข่าเพิ่มมากขึ้น  เพิ่มความดันภายในโพรงกระดูกใต้ผิวข้อเข่า มีอาการปวดของกระดูกในตำแหน่งนั้น ๆ

dailynews140202_002d

มีแนวทางการรักษาอย่างไรบ้าง ควรรับประทานยาลดปวดอะไรบ้าง ยาที่ใช้มีผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง? 

ยาส่วนใหญ่ที่แพทย์นิยมใช้ในการรักษาอาการปวดในโรคข้อเข่าเสื่อมชนิดรับประทานได้แก่

ยาแก้ปวดพาราเซตามอล เป็นยาที่มีประสิทธิภาพดี ผลข้างเคียงน้อย สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลเม็ดละ 500 มิลลิกรัม ได้ถึง 6 เม็ดต่อวัน  แต่กลุ่มผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคตับแข็ง และโรคตับอักเสบควรระมัดระวังในการใช้ยาในกลุ่มนี้ เพราะอาจจะมีผลทำให้อาการโรคตับที่เป็นอยู่แย่ลงได้

ยาลดการอักเสบ (NSAIDs) ซึ่งเป็นยาที่แพทย์นิยมใช้ในการรักษาอาการปวดให้แก่ผู้ป่วย  เป็นกลุ่มยาที่มีประสิทธิภาพในการลดปวดได้ดี ปัญหาส่วนใหญ่ของยาในกลุ่มนี้มักจะมีผลข้างเคียงได้แก่ อาการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร หรืออาจทำให้เกิดอาการเลือดออกภายในระบบทางเดินอาหารได้ ถ้าใช้ในผู้สูงอายุ หรือใช้ยากลุ่มนี้ร่วมกับการใช้ยาในกลุ่มต้านการแข็งตัวของเลือด ข้อห้ามสำหรับการใช้ยาในกลุ่มนี้ได้แก่ผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคไต หรือไตวาย และผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยง และกลุ่มผู้ป่วยที่รับการรักษาด้วยการทำบอลลูนที่หลอดเลือดหัวใจ

dailynews140202_002c

การฉีดยาสเตียรอยด์มีประโยชน์และโทษอย่างไรบ้าง? 

ในกรณีที่ข้อเข่ามีการอักเสบมาก ร่วมกับตรวจร่างกายแล้วพบว่าข้อเข่าบวม ตึง มีน้ำในข้อเข่าซึ่งเกิดจากการอักเสบของเยื่อบุข้อเข่า สามารถรักษาด้วยการดูดเอาน้ำในข้อเข่าที่มีการอักเสบออกมาได้ เพื่อลดความดันภายในข้อเข่า ร่วมกับการฉีดยาสเตียรอยด์เพื่อลดการอักเสบได้โดยตรง จะช่วยลดอาการปวดให้ผู้ป่วยได้อย่างมาก ในมาตรฐานการรักษาทั่วไปแนะนำว่าไม่ควรฉีดยาเข้าข้อเข่ามากกว่า 3-5 ครั้งต่อปี อย่างไรก็ตาม การใช้ยาสเตียรอยด์ฉีดเข้าข้อเข่าได้บ่อยแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณของยาสเตียรอยด์ที่ฉีดเข้าข้อเข่า และความรุนแรงของโรคข้อเข่าอักเสบ ซึ่งถ้าในกรณีที่มีการทำลายของข้อเข่าอย่างมาก ร่วมกับอาการขาโก่งมาก ๆ มักจะแนะนำผู้ป่วยรับการรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

dailynews140202_002e

การใช้ไม้เท้าในการช่วยเดินมีประโยชน์หรือไม่?  

แนะนำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อ เข่าเสื่อมใช้ไม้เท้าในการช่วยพยุงตัวในขณะเดิน ให้ถือไม้เท้าด้านตรงข้ามกับข้อเข่าข้างที่ปวด เพราะจะช่วยในการแบ่งรับน้ำหนักของข้อเข่าข้างที่มีการอักเสบ มีอาการปวด เพราะส่วนใหญ่คนทั่วไปจะมีความเข้าใจผิดคิดว่าถ้ามีอาการปวดเข่าข้างไหนก็จะถือไม้เท้าข้างนั้น

ในกรณีที่มีอาการปวดเข่ามาเป็นระยะเวลานาน ขาโก่งมาก ๆ โดยเฉพาะตอนที่เดิน  มีผลรบกวนต่อการใช้ชีวิตประจำวันมาก ๆ แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์เพื่อรับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ซึ่งด้วยเทคโนโลยี และเทคนิคการผ่าตัดในปัจจุบัน ช่วยทำให้ผลลัพธ์ของการผ่าตัดได้ผลดีมาก และผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนปกติ และท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่าง ๆ ได้ตามใจหมาย.

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ ภาควิชาออร์โทปิดิกส์
คณะแพทยศาสตร์, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
tleerapun@gmail.com, http://www.taninnit.com,
Facebook: Dr.Keng หมอเก่ง,
line ID search : keng3407

ที่มา: เดลินิวส์ 2 กุมภาพันธ์ 2557

Advertisements

น้ำตาลหนึ่งเข็มสามารถบรรเทาอาการปวดเข่าจากข้อเสื่อม

New solution: A sugar solution injected into the knee may be a new method of treating osteo-arthritis

New solution: A sugar solution injected into the knee may be a new method of treating osteo-arthritis

น้ำตาลหนึ่งเข็มสามารถบรรเทาอาการปวดหัวเข่าจากการปล่อยเซลล์ซ่อมแซมเอ็นที่เสียหาย

  • การบำบัดแบบ Prolotherapy เกี่ยวข้องกับการฉีดสารละลายน้ำตาลที่หัวเข่า
  • การกระตุ้นนี้ปล่อยเซลล์ที่สามารถช่วยให้เกิดกระบวนการเยียวยาข้อเสื่อม

การใช้สารละลายน้ำตาลเดกซ์โทรส 10 -25 % ฉีดเข้าไปในข้อเข่าอาจเป็นวิธีใหม่ในการรักษาโรคข้อเสื่อม โดยน้ำตาลและน้ำจะช่วยลดอาการปวดและตึงโดยการกระตุ้นกลไกการซ่อมแซมร่างกายตามธรรมชาติ

โซลูชั่นหวานทำงานโดยทำหน้าที่เป็นระคายเคืองอ่อนภายในข้อต่อวิกฤติการอักเสบในระดับต่ำ

การอักเสบนี้ไม่เพียงพอที่จะก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ ที่รุนแรง แต่เพียงจะกระตุ้นการปล่อยเซลล์ที่สามารถช่วยในการรักษาความเสียหายบางส่วนที่เกิดจากโรค

มีการศึกษาล่าสุดที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซินในสหรัฐอเมริกา

อ่านเพิ่มเติม

.

Sweet release: The treatment, known as prolotherapy, is thought to work by triggering the release of cells that repair damaged ligaments in the knee

Sweet release: The treatment, known as prolotherapy, is thought to work by triggering the release of cells that repair damaged ligaments in the knee

A dose of sugar can ease the pain of creaky knees by releasing cells that repair damaged ligaments

  • Prolotherapy involves injecting a sugar solution into the knee
  • This stimulates the release of cells that can help the healing process

By PAT HAGAN

PUBLISHED: 21:11 GMT, 8 July 2013

A sugar solution injected into the knee could be a new way to treat osteo-arthritis. Research suggests the sugar and water mixture reduces pain and stiffness by stimulating the body’s natural repair mechanisms.

The sweet solution works by acting as a mild irritant inside the joint, triggering low-level inflammation.

This inflammation is not enough to cause any severe harm, but is sufficient to stimulate the release of cells that can help to heal some of the damage caused by the disease.

Doctors use a solution containing water and between 10 and 25 per cent dextrose, a type of sugar.

They use dextrose because it is cheap, readily available and safe – causing only mild irritation inside the knee joint. The treatment, known as prolotherapy, is thought to work by triggering the release of fibroblasts, cells that build and maintain connective tissue such as ligaments.

The fibroblasts repair damaged ligaments in the knee, making it more stable and relieving discomfort.

In a recent study at the University of Wisconsin in the U.S., researchers recruited 90 men and women with painful knee osteoarthritis and split them into three groups.

One group received three separate sugar jabs, each one four weeks apart, and another had injections of a salt water solution.

The last group did not have any injections but instead followed an at-home exercise regimen designed to alleviate some of the pain and discomfort.

Each volunteer was monitored using a scoring  system, called the Western Ontario McMaster University Osteo-arthritis Index, to measure the severity of the condition. The 12-minute test uses a 100-point scale  and includes questions on how easy it is to use the stairs, get in and out of a car or put on a pair of socks.

The results, published in the Annals of Family Medicine, showed that one year after the treatment began, the sugar jab group had the biggest improvement in symptoms and were better able to carry out everyday activities.

On average, the sugar group improved by a total of 16 points, compared with five points for salt water jabs and seven for the exercise group. The team are unsure why salt water was not as effective as sugar.

This technique is also being tried in other conditions such as chronic back pain and tennis elbow.

Commenting on the approach, Professor Alan Silman, medical director of Arthritis Research UK, said: ‘Though some “irritant” treatments can be effective, much more work is needed before a treatment based on sugar solution could be recommended to patients.’

Meanwhile, scientists have designed a special glove that may ease the pain of hand arthritis.

Around 130 people who suffer from rheumatoid and osteoarthritis are being treated with the compression glove in a new clinical trial.

The gloves are made from a special fabric that when stretched (when it is worn) puts pressure on the hand and joints.

It’s thought that the pressure might trigger mild inflammation, which, unlike severe inflammation, eases pain although it is not clear why.

In the year-long trial, due to start in September and being  co-ordinated by the University of Salford, patients will be given the compression gloves as part of their usual care.

They will be assessed before and after for pain and stiffness.

SOURCE: www.dailymail.co.uk

คลังสั่งถอน “กลูโคซามีนซัลเฟต” จากระบบเบิกค่ายา ขรก.

ก.คลัง ร่อนจดหมายด่วนถึง สธ.มีมติยกเลิกเบิกค่ายากลูโคซามีนซัลเฟต ในสวัสดิการ ขรก.ตั้งแต่ 1 พ.ย.นี้ เป็นต้นไป เหตุไม่คุ้มค่าในบริบทประเทศไทย

วันนี้ (9 ต.ค.) แหล่งข่าวในกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้ทำหนังสือด่วนที่สุด ที่ กค 0422.2/ว116 เรื่อง การห้ามเบิกค่ายากลูโคซามีนซัลเฟต ลงนามเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2555 โดย น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ถึงหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ หลังกระทรวงการคลัง มีมติให้ยกเลิกการเบิกจ่ายค่ายากลูโคซามีนซัลเฟต ในระบบสวัสดิการพยาบาลข้าราชการ

สำหรับเนื้อหาภายในหนังสือ ส่วนหนึ่งระบุว่า คณะกรรมการบริหารระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการพิจารณาแล้วมีความเห็นว่า

1.กลุ่มยากลูโคซามีนเป็นยาที่คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติไม่คัดเลือกบรรจุเข้าบัญชียาหลักแห่งชาติ
2.เอกสารวิชาการที่ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทยจัดส่งมา ไม่มีข้อมูลใหม่ที่สามารถหักล้างเอกสารงานวิจัยและข้อสรุปของคณะทำงานวิชาการทางการแพทย์ ภายใต้คณะกรรมการที่ได้มีการรวบรวมและมีข้อสรุปว่ากลุ่มยาบรรเทาอาการข้อเสื่อมมีประสิทธิผลในการรักษาไม่ชัดเจน และไม่มีความคุ้มค่าอย่างเพียงพอที่จะให้เบิกจากระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ และ
3.ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ได้ศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของยากลุ่มกลูโคซามีนแล้ว มีข้อสรุปว่า การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมด้วยวิธีอนุรักษ์ที่มีความคุ้มค่าทางอรรถประโยชน์ ได้แก่ การบริหารข้อเข่า แอโรบิก การรับประทานยา NSAIDS ส่วนการให้ยากลูโคซามีนซัลเฟตนั้น พบว่า มีต้นทุนอรรถประโยชน์สูงกว่า 3 เท่าของรายได้ประชากรไทยต่อคนต่อปี จึงยังไม่มีความคุ้มค่าในบริบทของประเทศไทย คณะกรรมการจึงมีมติให้ยกเลิกการผ่อนคลายการเบิกค่ายาดังกล่าว

กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว เห็นว่า จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงเห็นสมควรยกเลิกการผ่อนคลายการเบิกค่ายากลูโคซามีนซัลเฟต และไม่ให้แพทย์ผู้รักษาออกหนังสือรับรองการใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติกลุ่มดังกล่าว เพื่อให้ผู้มีสิทธินำไปใช้เป็นหลักฐานประกอบการเบิกเงินจากส่วนราชการต้นสังกัด โดยให้มีผลบังคับใช้สำหรับการรักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ก่อนหน้านั้น คณะกรรมการบริหารระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการและกระทรวงการคลังได้กำหนดให้ยากลูโคซามีนซัลเฟต เป็นรายการยาที่ห้ามเบิกจ่ายจากระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ แต่ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทยขอให้กระทรวงการคลังพิจารณาทบทวน กระทรวงจึงให้ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ ศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขของกลุ่มยาบรรเทาอาการข้อเสื่อม ภายในระยะเวลา 1 เดือน และระหว่างที่รอผลการศึกษากระทรวงการคลังได้ผ่อนคลายให้ผู้มีสิทธิสามารถเบิกจ่ายค่ายากลูโคซามีนซัลเฟต โดยผู้ป่วยจ่ายเงินไปก่อนแล้วนำใบเสร็จไปเบิกจากต้นสังกัด กระทั่งมีมติให้ยกเลิกการเบิกจ่าย

 

ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 ตุลาคม 2555

โรคข้อเข่าเสื่อม โดย รศ.นพ.อารี ตนาวลี

โรคข้อเข่าเสื่อม

โดย รศ.นพ.อารี ตนาวลี
ภาควิชาออร์โธปิดิกส์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ส่วนประกอบของข้อเข่า

ข้อเข่าประกอบด้วยผิวกระดูกอ่อนที่เรียบและสัมผัสกันเป็นอย่างดี ของกระดูก 3 ส่วน คือ
• กระดูกต้นขา
• กระดูกส่วนหน้าแข้ง
• กระดูกสะบ้า
นอกจากนี้แล้วยังมี เยื้อหุ้มข้อ เอ็นรอบข้อ เอ็นไขว้ในหมอนรองกระดูกและน้ำหล่อลื่นข้อ

โรคข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis)
คือการเสื่อมสภาพของผิวข้อ สัมพันธ์กับการเสื่อมของร่างกาย เนื่องจากอายุมากขึ้นหรืออาจมีสาเหตุจากเคยมีกระดูกหักหรือบาดเจ็บมาก่อน หรือมีการติดเชื้อที่ข้อเข่ามาก่อน ทำให้ผิวข้อขรุขระไม่เรียบและมีกระดูกงอก

  • ข้อเข่าเสื่อมที่สัมพันธ์กับอายุมากขึ้น
  • เริ่มพบเมื่ออายุ 45 ปี ขึ้นไป
  • อาการมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
  • พบบ่อยใน
    – เพศหญิง
    – คนอ้วน
    – ผู้ที่มีแกนขาไม่ตรงตั้งแต่อายุน้อย เช่น ขาโก่ง
    – ผู้ที่ใช้งานข้อเข่าอย่างหนักเป็นประจำ เช่น เล่นกีฬาประเภท กระโดด วิ่ง
    – ผู้ที่ใช้งานข้อเข่าไม่ถูกต้องเป็นประจำ เช่น นั่งยองๆ

ความผิดปกติเมื่อข้อเข่าเสื่อม

ผิวที่เสื่อมทำให้เกิดการเสียดสีที่ผิดปกติ ในขณะเคลื่อนไหว ทำให้เกิด
• ข้ออุ่น บวมอักเสบ มีเสียงลั่น
• เจ็บปวด งอหรือเหยียดข้อลำบาก
• ไม่สามารถเดิน ขึ้น และ ลงบันได อย่างปกติ
• ลุกยืนลำบาก
• ข้อมีลักษณะผิดรูป เช่น โก่ง

    
ข้อเข่าภาพซ้าย                        ข้อเข่าภาพขวา

ข้อเข่าภาพซ้าย เป็นข้อเข่าที่ปกติ ซึ่งมีผิวข้อที่เรียบและสัมผัสกันดี ทั้งกระดูกต้นขา หน้าแข้งและสะบ้า

ข้อเข่าภาพขวา เป็นข้อที่มีการอักเสบเสื่อมจนผิวข้อไม่เรียบ ซึ่งทำให้เกิดอาการเจ็บเมื่อเคลื่อนไหว

การป้องกันข้อเข่าเสื่อม

1. รับประทานผักและผลไม้มากขึ้น เพื่อควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้อ้วน
2. เล่นกีฬาเหมาะสมกับวัย เช่น เดิน ว่ายน้ำ
3. บริหารกล้ามเนื้อรอบเอวสม่ำเสมอโดยเฉพาะกล้ามเนื้อเหยียดข้อเข่า
4. หลีกเลี่ยงท่าปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม เช่น
• นั่งยองๆ
• นั่งพับเพียบ
• นั่งคุกเข่า
• นั่งขัดสมาธิ

การรักษาโดยไม่ผ่าตัด
• ทานยาแก้อักเสบ หรือแก้ปวด ซึ่งควรได้รับการดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง
• ใช้เครื่องช่วยเดิน เช่น ไม้เท้า
• ใช้กายอุปกรณ์ เช่น ปลอกสวมข้อเข่า
• ทำกายภาพ เพื่อให้อาการปวดทุเลา
• บริหารกล้ามเนื้อรอบเข่า

การรักษาโดยการผ่าตัด
ควรทำเมื่อมีอาการของโรคมาก และทำให้การดำเนินชีวิตประจำวันไม่เป็นปกติ ซึ่งการผ่าตัดมีวิธีดังนี้
• การจัดแนวกระดูกใหม่
• การเปลี่ยนผิวข้อเข่าเที่ยมซีกเดียว
• การเปลี่ยนผิวข้อเข่าเที่ยมทั้งข้อ

“รายละเอียดเพิ่มเติม ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง”

ผู้ป่วยรับการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าทั้งข้อ

   

ก่อนผ่าตัด            หลังผ่าตัด

    

ก่อนผ่าตัด          หลังผ่าตัด

ผู้ป่วยรับการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าซีกเดียว

     

  ก่อนผ่าตัด         หลังผ่าตัด

     

  ก่อนผ่าตัด           หลังผ่าตัด

การบริหารกล้ามเนื้อต้นขา 

ท่าเหยียดข้อเข่า

1. นั่งบนเก้าอี้ปกติ แล้วเหยียดข้อเข่าตรง
2. เกร็งกำลังค้างไว้ ประมาณ 10 วินาที แล้วจึงงอเข่าทำซ้ำประมาณ 200 ครั้งต่อวัน ไม่จำเป็นต้องทำต่อเนื่องกัน

    

ท่างอข้อเข่า

1. ยืนเกาะเก้าอี้ แล้วงอข้อเข่าดังภาพ
2. เกร็งกำลังค้างไว้ ประมาณ 10 วินาทีแล้วจึงเหยียดข้อเข่า
3. ทำซ้ำประมาณ 200 ครั้งต่อวัน

ท่ากางขา

1. ยืนเกาะเก้าอี้ แล้วกางขาดังภาพ
2. เกร็งกำลังค้างไว้ ประมาณ 10 วินาทีแล้ววจึงหุบขา
3. ทำซ้ำประมาณ 50 ครั้งต่อวัน

ที่มา: หน่วยสุขศึกษา ฝ่ายผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ดัด​เข่า​ ​ทาง​เลือก​หนึ่ง​เพื่อ​รักษา​

สรุป​สาเหตุ​

40-50% ​ของ​ผู้​สูง​อายุ​ ​โดย​เฉพาะ​อ้วน​และ​ขาด​การ​ออก​กำลัง​กาย​ ​มัก​จะ​มี​อาการ​เข่า​ไม่​สบาย​ ​เพราะ​อาการ​ข้อ​เข่า​เสื่อม​

​อาการ​ปวด​เข่า​ที่​มี​สาเหตุ​มา​จาก​ภาวะ​ข้อ​เสื่อม​ ​หรือ​เข่า​เสื่อม​ ​เป็น​ผล​มา​จาก​

1) ​เกิด​การ​เสื่อม​ของ​ข้อ​กระดูก​ตาม​วัย​ ​หรือ​ความ​ถด​ถอย​ตาม​ธรรม​ชาติ​ ​มัก​พบ​ใน​วัย​ผู้​สูง​อายุ​ ​น้ำ​หนัก​ตัว​มาก​ ​ทำ​ให้​เข่า​ต้อง​แบก​รับ​น้ำ​หนัก​มาก​ขึ้น​เมื่อ​เกิด​การ​สึก​กร่อน​ของ​ผิว​ข้อ​ด้าน​ใน​ ​จะ​ทำ​ให้​เกิด​การ​โค้ง​งอ​ของ​ข้อ​เข่า​ที่​เรียก​ว่า​ “​ขา​โก่ง​”

2) ​การ​บาด​เจ็บ​จาก​การ​เล่น​กีฬา​ ​เช่น​ ​ใน​ราย​ที่​กระดูก​ผิว​ข้อ​บาด​เจ็บ​ ​หรือ​เป็น​ผล​มา​จาก​หมอน​รอง​กระดูก​ข้อ​เข่า​ฉีก​ขาด​

3) ​อุบัติ​เหตุ​ ​ทำ​ให้​กระดูก​หัก​ ​และ​กระดูก​ติด​ผิด​รูป​ ​ทำ​ให้​มี​การ​โค้ง​งอ​ของ​ข้อ​เข่า​ ​ซึ่ง​ผล​ที่​ตาม​มาท​ำ​ให้​เกิด​การ​รับ​น้ำ​หนัก​ที่​ผิด​ปกติ​ ​ทำ​ให้​เกิด​ข้อ​เข่า​เสื่อม​ตาม​มา​

4) ​จาก​การ​ใช้​งาน​ผิด​ท่า​ทาง​หรือ​อิริยาบถ​ ​เช่น​ ​นั่ง​งอ​เข่า​เป็น​เวลา​นาน​ ๆ ​ทำ​ให้​กระดูก​อ่อน​ผิว​ข้อ​เสียด​สี​กัน​บ่อย​ ๆ ​จน​ใน​ที่​สุด​กระดูก​ผิว​ข้อ​ก็​จะ​เกิด​การ​สึก​หรอ​ ​หรือ​สึก​กร่อน​ ​และ​มี​กระดูก​งอก​หรือ​หิน​ปูน​เกิด​ขึ้น​บริเวณ​ด้าน​ใน​ของ​ข้อ​เข่า​ (​ดัง​รูป​ด้าน​ล่าง​) ​ผล​ที่​ตาม​มาท​ำ​ให้​การ​รับ​น้ำ​หนัก​ของ​ข้อ​เข่า​จาก​เดิม​ที่​มี​การก​ระ​จา​ย​แรง​อย่าง​สม่ำเสมอ​ทั้ง​ด้าน​นอก​และ​ด้าน​ใน​เปลี่ยน​ไป​ ​โดย​จะ​เกิด​การก​ระ​จา​ย​แรง​ไป​เพียง​ด้าน​ใด​ด้าน​เดียว​และ​มัก​จะ​เป็น​ด้าน​ใน​เข่า​ ​ใน​ขณะ​ที่​กระดูก​อ่อน​ผิว​ข้อ​ด้าน​ตรง​ข้าม​ยัง​เป็น​ปกติ​อยู่​ ​ทำ​ให้​ผู้​ป่วย​มัก​มี​อาการ​ปวด​เข่า​ด้าน​ใน​ก่อน​ ​ซึ่ง​เป็น​สัญญาณ​บอก​ว่า​เป็น​ข้อ​เข่า​เสื่อม​ระยะ​แรก​

​อาการ​

​โดย​ทั่ว​ไป​มัก​มี​อาการ​ปวด​บวม​ ​ตึง​ ​ขัด​ ​เวลา​เคลื่อน​ไหว​ ​เมื่อ​หยุด​พัก​ ​อาการ​จะ​ทุเลา​ลง​ ​ใน​ราย​ที่​เป็น​เรื้อ​รัง​จะ​รบ​กวน​ต่อ​การ​เดิน​ ​ทำ​ให้​ไม่​สามารถ​เดิน​ได้​ไกล​ ​ทำ​ให้​เกิด​ปัญหา​จน​ใน​ที่​สุด​ไม่​อยาก​เดิน​ ​ทำ​ให้​เกิด​ปัญหา​สุข​ภาพ​ร่าง​กาย​อื่น​ ๆ ​ตาม​มา​ ​เช่น​ ​กระดูก​พรุน​ ​จาก​การ​ไม่​ได้​ออก​กำลัง​กาย​

​การ​รักษา​และ​ป้อง​กัน​

​การ​รักษา​และ​ป้อง​กัน​ข้อ​เข่า​เสื่อม​ที่​ดี​ที่​สุด​ ​คือ​ ​การ​ออก​กำลัง​กาย​ ​โดย​เฉพาะ​อย่าง​ยิ่ง​ ​การ​ออก​กำลัง​กาย​ฝึก​กล้าม​เนื้อ​รอบ​ ๆ ​หัว​เข่า​ให้​มี​ความ​แข็ง​แรง​ ​เพื่อ​ช่วย​รับ​น้ำ​หนัก​ของ​ร่าง​กาย​แทน​กระดูก​อ่อน​ผิว​ข้อ​

​มี​การ​รักษา​อีก​วิธี​หนึ่ง​ซึ่ง​ให้​ผล​เป็น​ที่​น่า​พอ​ใจ​ ​จาก​การ​ที่​ข้อ​เข่า​มี​ความ​โค้ง​โก่ง​งอ​ ​ทำ​ให้​น้ำ​หนัก​ของ​ร่าง​กาย​กด​ทับ​ลง​ที่​ผิว​ข้อ​เข่า​ด้าน​เดียว​ ​โดย​ที่​ผิว​ข้อ​อีก​ด้าน​ยัง​ปกติ​อยู่​ ​การ​รักษา​โดย​ “​การ​ผ่า​ตัด​ดัด​เข่า​ที่​โค้ง​งอ​ให้​กลับ​มาตร​ง  ​ตาม​ธรรม​ชาติ​ ​หรือ​ HTO” ​โดย​มี​หลัก​การ​เปลี่ยน​แนว​การ​รับ​น้ำ​หนัก​

​จาก​บริเวณ​เข่า​ที่​สึก​กร่อน​ (​ซึ่ง​มัก​เป็น​ด้าน​ใน​เข่า​) ​ไป​ยัง​เข่า​ด้าน​ที่​ยัง​กระดูก​อ่อน​ผิว​ข้อย​ัง​เป็น​ปกติ​อยู่​ ​นอก​จาก​นี้​แล้ว​ภาย​หลัง​การ​เปลี่ยน​แนว​การ​รับ​น้ำ​หนัก​จาก​ด้าน​ที่​มี​ปัญหา​ไป​ยัง​ด้าน​ที่​ยัง​ดี​อยู่​ ​ทำ​ให้​ผิว​ข้อ​ด้าน​ที่​สึก​กร่อน​มี​โอกาส​ซ่อม​แซม​ตัว​เอง​ให้​กลับ​มาปก​ติ​อีก​ครั้ง​

​ข้อ​ดี​ของ​การ​ดัด​เข่า​

1) ​หลัง​จาก​การ​ดัด​เข่า​เสร็จ​สมบูรณ์​ ​ผู้​ที่​มี​อาการ​ปวด​เข่า​จะ​สามารถ​กลับ​ไป​ใช้​ชีวิต​แบบ​ที่​ต้องการ​ได้​ ​เช่น​ ​ขี่​จักรยาน​ ​วิ่ง​ ​เล่น​กอล์ฟ​ ​เพราะ​เข่า​ที่​ได้​มา​คือ​เข่า​ธรรม​ชาติ​ ​ไม่​มี​วัสดุ​ ​หรือ​โลหะ​อยู่​ใน​ข้อ​เข่า​เลย​

2) ​บาด​แผล​ขนาด​เล็ก​

​ภาพ​แสดง​การ​ดัด​เข่า​ภาพ​แสดง​ผู้​ป่วย​ภาย​หลัง​ผ่า​ตัด​ดัด​เข่า​

3) ​เหมาะ​สำหรับ​ผู้​ที่​ยัง​ไม่​อยาก​เปลี่ยน​ข้อ​เข่า​เทียม​ ​เพราะ​รู้​สึก​ว่า​การ​ ​เปลี่ยน​ข้อ​เข่า​เทียม​สำหรับ​อายุ​วัย​ตน​เอง​ยัง​ไม่​เหมาะ​

4) ​ค่า​ใช้​จ่าย​ไม่​แพง​ ​อยู่​โรง​พยาบาล​  ​ระยะ​สั้น​

​ผู้​ที่​เหมาะ​แก่​การ​รักษา​ด้วย​วิธี​นี้​…..

1) ​อายุ​ 40-60 ​ปี​
2) ​กระดูก​ต้อง​แข็ง​แรง​
3) ​ที่​สำคัญ​ต้อง​มี​อาการ​เจ็บ​เข่า​ด้าน​เดียว​ ​ซึ่ง​โดย​มาก​มัก​เป็น​ข้อ​เข่า​ด้าน​ใน​
​ข้อมูล​จาก​ ​ผู้​ช่วย​ศาสตราจารย์​ ​นาย​แพทย์​จิ​ระ​เดช​ ​ตุง​คะ​เศรณี​ ​ศูนย์​กล้าม​เนื้อ​กระดูก​และ​ข้อ​โรง​พยาบาล​พญา​ไท​ 2.

​นาย​แพทย์​สุ​รพ​งศ์ ​อำพัน​วงษ์​

ที่มา:  เดลินิวส์ 7 มิถุนายน 2552

 

.

Related Article:

.

การผ่าตัดดัดเข่า

ผศ.นพ.จิรเดช ตุงคะเศรณี

อาการปวดเข่า เข่าโก่ง เดินกะเผลก เวลาขึ้นบันไดจะมีอาการเสียวที่เข่า ถ้าไปเดินตามถนนที่ขรุขระจะมีอาการเจ็บเข่ามาก บางครั้งเวลานั่งประชุมอยู่เวลาลุกมีเสียงดังในเข่าจนรู้สึกเสียบุคลิกมาก น้ำหนักตัวก็ควบคุมอยู่ ยาเสริมกระดูกผิวข้อแบบกลูโคซามีน แบบทั้งมีคนซื้อมาฝาก และคุณหมอให้มาทานก็ทานอยู่ จนเพื่อนเห็นมีอาการเดินกระเผลก บางครั้งเสียหลักล้มก็มี บอกให้ลองปรึกษาแพทย์เรื่องการรักษาโดยการผ่าตัดดัดเข่าว่าเป็นอย่างไร

4-17-2012 2-51-34 PM
เข่าเสื่อม เกิดจากกระดูกอ่อนผิวข้อสึกกร่อน จากการเสียดสีสัมผัสกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกิดมาจากความผิดปกติของการกระจายแรงที่แต่เดิมการกระจายน้ำหนักตัวจะลงไปยังกระดูกผิวข้อด้านใน และด้านนอก พอๆ กัน โดยการกระจายน้ำหนักจะลงมายังด้านในเข่ามากกว่าเล็กน้อยเมื่ออายุมากขึ้น ร่วมกับการใช้เข่าสมบุกสมบันมากเกินไป การบาดเจ็บข้อเข่าจากการกีฬา อุบัติเหตุการลื่นล้ม อุบัติเหตุจากยวดยานพาหนะ เป็นตัวเร่งการเสื่อมสภาพ ผิวข้อยิ่งสึกเข่าจะมีลักษณะผิดรูปร่าง สังเกตได้ง่าย เวลาเหยียดขาออกไปจนสุด ขาจะไม่ตรง จะมีลักษณะโค้งงอ ที่เรียกว่า “เข่าโก่ง หรือ ขาโก่ง” 
 Untitled-1

มีวิธีการรักษาทางศัลยกรรมกระดูก เรียกว่า “การผ่าตัดดัดเข่า” ภาษาแพทย์ใช้คำว่า “HTO ย่อมาจาก High Tibial Osteotomy”  เป็นการผ่าตัดหรือแก้ไขความผิดปกติของกระดูกบริเวณหัวเข่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เข่าเสื่อม โดยทั่วไปเรามักได้ยินว่า ถ้าเข่าเสื่อมต้องทำการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม หรือการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่า เหมาะสำหรับคนสูงอายุ หรือมีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป ข้อเข่ามีสภาพเสื่อมในระยะสุดท้าย คือ กระดูกผิวข้อเข่าทั้งหมดเสื่อมสภาพอย่างสมบูรณ์ การดัดเข่าโดยการตกแต่งบริเวณกระดูกใต้หัวเข่า มีข้อดีหลายประการเมื่อเปรียบเทียบกับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม ดังนี้

4-17-2012 2-51-49 PM

 

 Untitled-1

ข้อดี

การดัดกระดูกโดยการทำ HTO
1) การรักษาสภาพผิวข้อเดิมไว้ได้ แต่ไปแก้ไขบริเวณกระดูกนอกข้อที่อยู่บริเวณใต้ข้อ
เข่า  เข่าได้รับการแก้ไขยังคงมีผิวข้อเดิมอยู่ เป็นเข่าที่ไม่มีวัสดุแปลกปลอมอยู่ในข้อ
2) ใช้อุปกรณ์ยึดตรึงกระดูกไว้ชั่วคราว จนกระดูกที่ดัดไว้ติดสมบูรณ์จึงเอาออก ใช้เวลา
ประมาณ 6-8 สัปดาห์
3) โดยงานวิจัยสามารถมีอายุการใช้งานได้นานอย่างน้อย 10 ปี 90%
4) สามารถกลับไปใช้งาน, ออกกำลังได้ กลับไปวิ่ง, เล่นกีฬาได้ เมื่อกระดูกที่ดัดไว้ติด
สมบูรณ์
5) กระดูกผิวข้อมีศักยภาพ สามารถมีการซ่อมแซมตัวเองได้ เพราะเป็นผิวข้อตาม
ธรรมชาติ ผิวข้อที่เกิดการสึกกร่อนด้านใน มีโอกาสฟื้นสภาพได้เนื่องจากแรงกดเสียดสี
ที่เกิดขึ้นได้ถูกย้ายไปยังด้านที่ยังไม่ได้มีการใช้งาน หรือด้านที่ยังมีผิวข้อสมบูรณ์อยู่
6) หากเกิดความเสื่อมสภาพเกิดขึ้นในอนาคต สามารถทำการรักษาโดยเปลี่ยนข้อเทียม
ได้ ทำ Primary TKA ได้ โดยมีความยุ่งยากน้อย
       การผ่าตัดข้อเทียมแบบ TKA
       1) จำเป็นต้องเอาผิวข้อที่เสื่อมสภาพออกทั้งหมด และทำการใส่โลหะเทียมครอบส่วนที่เอาออกไป เข่าที่เปลี่ยนจะเป็น
เข่าใหม่ เป็นข้อเทียมที่มีโลหะอยู่
2) โลหะที่ใส่ต้องใส่ไว้ตลอดชีวิต
3) มีอายุการใช้งานตามอายุของผิวข้อและพลาสติกโพลีเอธิลีนที่ใส่เข้าไป โดยประมาณเฉลี่ย 10-15 ปี
4) ต้องทะนุถนอม ต้องระมัดระวังการใช้ข้อเข่า เพราะข้อเทียมมีอายุการใช้งานเหมือนเครื่องจักร
5) ข้อเทียมไม่มีศักยภาพในการซ่อมแซมตัวเอง เพราะเป็นวัสดุทางการแพทย์
6) การทำการผ่าตัดในอนาคตจากการเสื่อมสภาพของข้อเทียม เช่น ข้อเทียมหลวม, การติดเชื้อ, การสึกกร่อนของ
พลาสติกของข้อเทียม ทำให้ต้องทำการผ่าตัดแก้ไข จะมีความยุ่งยากกว่าการผ่าตัดแก้ไขเปลี่ยนข้อเทียมแบบปฐม
ภูมิ หรือ Primary TKA

 

4-17-2012 2-52-02 PM
วิธีดังกล่าวนี้ไม่ใช่การผ่าตัด สามารถกระทำได้แบบผู้ป่วยนอก ทำเสร็จแล้วกลับบ้านได้ ไม่ต้องนอนพักในโรงพยาบาล ใช้ระยะเวลาโดยรวมประมาณ 30 นาที
 Untitled-1

ข้อจำกัด

การดัดกระดูกโดยการทำ HTO
1) การสึกกร่อนต้องเกิดขึ้นเพียงด้านในด้านหนึ่ง ส่วนมากมักเป็นการสึกด้านในข้อเข่า (Unicompartment OA Knee) โดย
ผิวข้อด้านตรงข้ามยังมีความสมบูรณ์
2) กระดูกควรมีความแข็งแรงพอที่อุปกรณ์ยึดกระดูกสามารถตรึงกระดูกที่ทำการตกแต่งได้
3) มีความไม่สะดวกสบายในระยะแรก ช่วง 6-8 สัปดาห์ จนกว่ากระดูกที่ตกแต่งสมานกันสมบูรณ์

การผ่าตัดข้อเทียมแบบ TKA
1) การสึกกร่อนเกิดขึ้นทั้งข้อเข่าด้านใน ด้านนอกและกระดูกสะบ้า Total OA หรือ All Compartment OA Knee
2) สามารถกระทำได้ทั้งที่เป็นโรคกระดูกพรุน เพราะใช้ซีเมนต์ในการช่วยยึดโลหะข้อเทียมกับกระดูก
3) สามารถลุกเดินได้ตั้งแต่วันที่ 3 – 5 ของการรักษา

ที่มา: phyathai.com

.

การผ่าตัดดัดเข่า High Tibial Osteotomy (ตอนที่ 2)
“วิธีที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยป้องกันจากโรคข้อเข่าเสื่อมนี้ได้ก็คือการออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง”
Phyathai_Krungsri_Rest
MSK1
โรคข้อเข่าเสื่อม
เป็นโรคที่เกิดจากการที่กระดูกอ่อนผิวข้อต่อของเข่าสึกกร่อนและถูกทำลายลง ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดที่เข่าขึ้น วิธีที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยป้องกันจากโรคข้อเสื่อมนี้ได้ก็คือการออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง รวมทั้งการทำกายภาพบำบัดซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความเจ็บปวดของข้อเข่า และบริหารกล้ามเนื้อรอบๆ ข้อเข่าให้มีความแข็งแรง เมื่อกล้ามเนื้อมีความแข็งแรงจะช่วยรับน้ำหนักของร่างกายได้อย่างมั่นคง ทำให้ข้อต่อไม่หลวมไม่สึกหรอง่าย เพราะเมื่อข้อต่อสึกหรอ จะทำให้ข้อหัวเข่าหลวมกว่าปกติ ทำให้รู้สึกว่าขาไม่มีแรง เพราะกล้ามเนื้อรอบๆ ข้อหย่อนตัว ร่วมกับอาการปวดทำให้ส่งผลกระทบกับกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน
MSK5 
MSK22
MSK4 

การผ่าตัดดัดเข่าคืออะไร

MSK3
 

การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมนั้นมีวิธีการรักษาอยู่หลายวิธี ทั้งการส่องกล้องเจาะเข่าเป็นรูเล็กๆ แล้วก็มองผ่านจอโทรทัศน์ดูสภาพภายในข้อว่าสึกหรอมากแค่ไหนแล้ว หรือการเปลี่ยนข้อเทียมแต่คนไข้ส่วนใหญ่ยังไม่อยากจะมีอะไรแปลกปลอมเข้าไปอยู่ในร่างกายตัวเอง

เป็นการผ่าตัดที่มีชื่อย่อว่า การผ่าตัด HTO (High Tibial Osteotomy) อาศัยหลักการกระจายน้ำหนักจากข้อเข่าด้านที่มีการสึกกร่อน ซึ่งมักเป็นข้อด้านในไปยังข้อเข่าด้านที่ยังเป็นปกติ ซึ่งมักเป็นด้านตรงข้าม และหลังทำการรักษายังพบว่า ข้อเข่าด้านที่แคบจะกว้างขึ้นได้ รวมถึงลักษณะถุงน้ำใต้กระดูกอ่อนจะหายไปเมื่อแรงกดที่ทำต่อข้อเข่าด้านที่สึกกร่อนลดลง

ปัจจุบันมีการผ่าตัดโดยแพทย์บางท่าน โดยเฉพาะการผ่าตัดแบบเหมือนรูปโดม และยึดตรึงกระดูกไว้ด้วยเหล็กลักษณะคล้ายเสาอากาศทีวีเล็กๆ ซึ่งมีข้อดีหลายประการ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายถูกว่าการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม ก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน หรือเล่นกีฬาได้เหมือนเดิมใครเหมาะที่จะทำการรักษาโดยวิธีนี้บ้าง ผู้ที่เหมาะสมที่จะทำ การผ่าตัด HTO ได้แก่ ผู้ที่มีอาการปวดเข่าด้านใดด้านหนึ่ง โดยที่ผิวข้อด้านตรงข้ามยังสมบูรณ์เป็นปกติอยู่ และกระดูกต้อง ไม่พรุน ซึ่งการรักษาวิธีนี้จะได้ผลดี สิ่งสำคัญขึ้นอยู่กับการเลือกผู้ป่วยที่เหมาะสม

ที่มา: phyathai.com

.

การผ่าตัดดัดเข่า (High Tibial Osteotomy) 

ผศ.นพ.จิรเดช ตุงคะเศรณี

โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่เกิดจากการที่กระดูกอ่อนผิวข้อต่อของเข่าสึกกร่อนและถูกทำลายลง ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดที่เข่าขึ้น วิธีที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยป้องกันจากโรคข้อเข่าเสื่อมนี้ได้ก็คือ การออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง รวมทั้งการทำกายภาพบำบัด  ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อ ลดความเจ็บปวดของข้อเข่า และบริหารกล้ามเนื้อรอบๆข้อเข่าให้มีความแข็งแรง เมื่อกล้ามเนื้อมีความแข็งแรง จะช่วยรับน้ำหนักของร่างกายได้อย่างมั่นคงทำให้ข้อต่อไม่หลวมไม่สึกหรอง่าย  เพราะเมื่อข้อต่อสึกหรอ จะทำให้ข้อหัวเข่าหลวมกว่าปกติ ทำให้รู้สึกว่าขาไม่มีแรง เพราะกล้ามเนื้อรอบๆข้อหย่อนตัว ร่วมกับอาการปวดทำให้ส่งผลกระทบกับกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน

การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมนั้นมีวิธีการรักษาอยู่หลายวิธี ทั้งการส่องกล้องเจาะเข่าเป็นรูเล็กๆ  แล้วก็มองผ่านจอโทรทัศน์ดูสภาพภายในข้อว่าสึกหรอมากแค่ไหนแล้ว  หรือการเปลี่ยนข้อเทียม แต่คนไข้ส่วนใหญ่ ยังไม่อยากจะทำถึงขนาดนั้น เพราะคิดว่า อาการข้อที่เสื่อมยังพอรับได้ และไม่อยากมีอะไรแปลกปลอมเข้าไปอยู่ในร่างกายตัวเอง

artical_msk002

 การผ่าตัดดัดเข่าคืออะไร
เป็นการผ่าตัดที่มีชื่อย่อว่าการผ่าตัด HTO (High Tibial Osteotomy) อาศัยหลักการกระจายน้ำหนักจากข้อเข่าด้านที่มีการสึกกร่อน ซึ่งมักเป็นข้อด้านใน ไปยังข้อเข่าด้านที่ยังเป็นปกติ ซึ่งมักเป็นด้านตรงข้าม และหลังทำการรักษายังพบว่า ข้อเข่าด้านที่แคบ จะกว้างขึ้นได้ รวมถึงลักษณะถุงน้ำใต้กระดูกอ่อนจะหายไปเมื่อแรงกดที่ทำต่อข้อเข่าด้านที่สึกกร่อนลดลง

ปัจจุบันมีการผ่าตัดโดยแพทย์บางท่าน โดยเฉพาะการผ่าตัดแบบเหมือนรูปโดม และยึดตรึงกระดูกไว้ด้วยเหล็กลักษณะคล้ายเสาอากาศทีวีเล็กๆ ซึ่งมีข้อดีหลายประการ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายถูกกว่าการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม ภาวะแทรกซ้อนน้อยและไม่รุนแรง หลังจากที่แผลหายสมบูรณ์ ก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน หรือเล่นกีฬาได้เหมือนเดิม

 ใครเหมาะที่จะทำการรักษาโดยวิธีนี้บ้าง
ผู้ที่เหมาะสมที่จะทำการผ่าตัด HTO ได้แก่ ผู้ที่มีอาการปวดเข่าด้านใดด้านหนึ่ง โดยที่ผิวข้อด้านตรงข้ามยังสมบูรณ์เป็นปกติอยู่ และกระดูกต้องไม่พรุน ซึ่งการรักษาวีธีนี้จะได้ผลดี สิ่งสำคัญขึ้นอยู่กับการเลือกผู้ป่วยที่เหมาะสม

artical_msk003

ที่มา: phyathai.com