ผู้เชี่ยวชาญแห่งองค์การอนามัยโลกชี้ว่าโรคหูพิการในผู้ป่วยหลายล้านรายสามารถป้องกันได้

voathai130323_001องค์การอนามัยโลกรายงานว่าราวครึ่งหนึ่งของคนที่สูญเสียการได้ยินสามารถป้องกันปัญหาได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคบางชนิดที่เป็นสาเหตุให้หูพิการ องค์การอนามัยโลกชี้ว่ายังมีความหวังว่าจะมีการปรับปรุงมาตรการต่างๆที่ช่วยป้องกันการสูญเสียการได้ยินลงได้ในอนาคต

องค์การอนามัยโลกประมาณว่ามีคนมากกว่า 360 ล้านคนทั่วโลกหรือประมาณห้าเปอร์เซ็นต์ของประชากรโลกทั้งหมดที่มีปัญหาการได้ยินบกพร่อง รายงานขององค์การอนามัยโลกชี้ว่ายิ่งคนเริ่มสูงวัยมากขึ้น ก็ยิ่งประสบกับปัญหาการได้ยินบกพร่องมากขึ้น รายงานชี้ว่าหนึ่งในสามของกลุ่มผู้สูงวัยที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไปหรือประมาณ 165 ล้านคนทั่วโลกมีปัญหานี้

แต่ปัญหาการได้ยินบกพร่องไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะวัยที่สูงขึ้น ด็อกเตอร์เชลลี่ ชัดดา แห่งฝ่ายป้องกันความพิการทางสายตาและการได้ยิน องค์การอนามัยโลก กล่าวว่ามีเด็กอายุต่ำกว่าสิบห้าปีราว 32 ล้านคนทั่วโลกที่มีปัญหาการได้ยินบกพร่อง

ด็อกเตอร์ชัดดากล่าวว่ามีความเจ็บป่วยหลายอย่างที่เป็นสาเหตุให้การได้ยินบกพร่อง รวมทั้งโรคหูอักเสบที่พบได้ทั่วไปในประเทศรายได้น้อยและรายได้ปานกลาง ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่ามลภาวะทางเสียงเคยเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะกับแรงงานที่ทำงานในสิ่งแวดล้อมที่เกิดยินเสียงดังตลอดเวลา แต่มาในปัจจุบัน มีมลภาวะทางเสียงในสิ่งเเวดล้อมรอบตัวคนทั่วไป พบได้ในชีวิตประจำวัน เป็นเสียงที่พัฒนาขึ้นมาจากเทคโนโลยีสมัยใหม่

องค์การอนามัยโลกชี้ว่าปัญหาการได้ยินบกพร่องพบมากที่สุดในประเทศเอเชียใต้ เอเชียแปซิฟิก และประเทศอาฟริกาทางใต้ของทะเลทรายซาฮาร่า ปัญหาการได้ยินบกพร่องมีสาเหตุจากความผิดปกติทางพันธุกรรมทั้งที่เกิดขึ้นเองและสืบทอดจากพ่อแม่ หรืออาจเกิดจากความผิดปกติขณะอยู่ในครรภ์และในขณะคลอด

ในขณะที่โรคภัยไข้เจ็บบางชนิด อาทิ โรคสมองอักเสบ หัด คางทูม อาจเป็นสาเหตุของความบกพร่องของการได้ยินได้ เเต่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน

องค์การอนามัยโลกชี้ว่าราวครึ่งหนึ่งของกรณีผู้ที่มีปัญหาการได้ยินบกพร่องสามารถป้องกันได้อย่างง่ายดาย หลายกรณีสามารถบำบัดให้หายได้หากพบปัญหาและได้รับการรักษาเเต่เนิ่นๆด้วยการผ่าตัดฝังอุปกรณ์หูเทียม แต่ด็อกเตอร์ชัดดากล่าวกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่าเป็นที่น่าเสียดายเพราะมีผู้ป่วยจำนวนมากไม่ไปพบเเพทย์เพื่อหาทางบำบัด

ด็อกเตอร์ชัดดากล่าวว่าคนยังมีทัศนคติทางลบต่อโรคหูหนวกและการใช้อุปกรณ์ช่วยปรับปรุงการได้ยิน ปัญหานี้เป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยหูหนวกไม่เข้ารับการบำบัด หรือ ผู้ป่วยไปพบผู้เชี่ยวชาญแล้วแต่ไม่ต้องการใช้อุปกรณ์ช่วยในการได้ยินเสียง
องค์การอนามัยโลกชี้ว่าคนที่สูญเสียการได้ยินจะไม่สามารถสื่อสารกับคนอื่นได้ มักรู้สึกโดดเดี่ยวและเหงา ในประเทศกำลังพัฒนา เด็กที่มีปัญหาการได้ยินมักไม่ได้ไปโรงเรียน ผู้ใหญ่ที่การได้ยินบกพร่องมักหางานทำยาก มีผลกระทบทางเศรษฐกิจ

องค์การอนามัยโลกเร่งเร้าให้มีการพัฒนาโครงการป้องกันการสูญเสียการได้ยินให้เป็นส่วนหนึ่งในระบบการสาธารณสุขพื้นฐานและชี้ว่ามีมาตรการอื่นๆอีกหลายอย่างที่ช่วยป้องกันปัญหาการได้ยินบกพร่อง อาทิ การฉีดวัคซีนให้แก่เด็กเล็กเพื่อป้องกันไข้สมองอักเสบ โรคหัด คางทูมและหัดเยอรมัน และส่งเสริมให้หญิงตั้งครรภ์ตรวจหาโรคซิฟิลิสและเข้ารับการบำบัดหากเป็นโรคนี้เนื่องจากโรคนี้จะส่งผลให้ทารกในครรภ์หูหนวกได้องค์การอนามัยโลกรายงานว่าราวครึ่งหนึ่งของคนที่สูญเสียการได้ยินสามารถป้องกันปัญหาได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคบางชนิดที่เป็นสาเหตุให้หูพิการ องค์การอนามัยโลกชี้ว่ายังมีความหวังว่าจะมีการปรับปรุงมาตรการต่างๆที่ช่วยป้องกันการสูญเสียการได้ยินลงได้ในอนาคต

องค์การอนามัยโลกประมาณว่ามีคนมากกว่า 360 ล้านคนทั่วโลกหรือประมาณห้าเปอร์เซ็นต์ของประชากรโลกทั้งหมดที่มีปัญหาการได้ยินบกพร่อง รายงานขององค์การอนามัยโลกชี้ว่ายิ่งคนเริ่มสูงวัยมากขึ้น ก็ยิ่งประสบกับปัญหาการได้ยินบกพร่องมากขึ้น รายงานชี้ว่าหนึ่งในสามของกลุ่มผู้สูงวัยที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไปหรือประมาณ 165 ล้านคนทั่วโลกมีปัญหานี้

แต่ปัญหาการได้ยินบกพร่องไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะวัยที่สูงขึ้น ด็อกเตอร์เชลลี่ ชัดดา แห่งฝ่ายป้องกันความพิการทางสายตาและการได้ยิน องค์การอนามัยโลก กล่าวว่ามีเด็กอายุต่ำกว่าสิบห้าปีราว 32 ล้านคนทั่วโลกที่มีปัญหาการได้ยินบกพร่อง

ด็อกเตอร์ชัดดากล่าวว่ามีความเจ็บป่วยหลายอย่างที่เป็นสาเหตุให้การได้ยินบกพร่อง รวมทั้งโรคหูอักเสบที่พบได้ทั่วไปในประเทศรายได้น้อยและรายได้ปานกลาง ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่ามลภาวะทางเสียงเคยเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะกับแรงงานที่ทำงานในสิ่งแวดล้อมที่เกิดยินเสียงดังตลอดเวลา แต่มาในปัจจุบัน มีมลภาวะทางเสียงในสิ่งเเวดล้อมรอบตัวคนทั่วไป พบได้ในชีวิตประจำวัน เป็นเสียงที่พัฒนาขึ้นมาจากเทคโนโลยีสมัยใหม่

องค์การอนามัยโลกชี้ว่าปัญหาการได้ยินบกพร่องพบมากที่สุดในประเทศเอเชียใต้ เอเชียแปซิฟิก และประเทศอาฟริกาทางใต้ของทะเลทรายซาฮาร่า ปัญหาการได้ยินบกพร่องมีสาเหตุจากความผิดปกติทางพันธุกรรมทั้งที่เกิดขึ้นเองและสืบทอดจากพ่อแม่ หรืออาจเกิดจากความผิดปกติขณะอยู่ในครรภ์และในขณะคลอด

ในขณะที่โรคภัยไข้เจ็บบางชนิด อาทิ โรคสมองอักเสบ หัด คางทูม อาจเป็นสาเหตุของความบกพร่องของการได้ยินได้ เเต่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน

องค์การอนามัยโลกชี้ว่าราวครึ่งหนึ่งของกรณีผู้ที่มีปัญหาการได้ยินบกพร่องสามารถป้องกันได้อย่างง่ายดาย หลายกรณีสามารถบำบัดให้หายได้หากพบปัญหาและได้รับการรักษาเเต่เนิ่นๆด้วยการผ่าตัดฝังอุปกรณ์หูเทียม แต่ด็อกเตอร์ชัดดากล่าวกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่าเป็นที่น่าเสียดายเพราะมีผู้ป่วยจำนวนมากไม่ไปพบเเพทย์เพื่อหาทางบำบัด

ด็อกเตอร์ชัดดากล่าวว่าคนยังมีทัศนคติทางลบต่อโรคหูหนวกและการใช้อุปกรณ์ช่วยปรับปรุงการได้ยิน ปัญหานี้เป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยหูหนวกไม่เข้ารับการบำบัด หรือ ผู้ป่วยไปพบผู้เชี่ยวชาญแล้วแต่ไม่ต้องการใช้อุปกรณ์ช่วยในการได้ยินเสียง
องค์การอนามัยโลกชี้ว่าคนที่สูญเสียการได้ยินจะไม่สามารถสื่อสารกับคนอื่นได้ มักรู้สึกโดดเดี่ยวและเหงา ในประเทศกำลังพัฒนา เด็กที่มีปัญหาการได้ยินมักไม่ได้ไปโรงเรียน ผู้ใหญ่ที่การได้ยินบกพร่องมักหางานทำยาก มีผลกระทบทางเศรษฐกิจ

องค์การอนามัยโลกเร่งเร้าให้มีการพัฒนาโครงการป้องกันการสูญเสียการได้ยินให้เป็นส่วนหนึ่งในระบบการสาธารณสุขพื้นฐานและชี้ว่ามีมาตรการอื่นๆอีกหลายอย่างที่ช่วยป้องกันปัญหาการได้ยินบกพร่อง อาทิ การฉีดวัคซีนให้แก่เด็กเล็กเพื่อป้องกันไข้สมองอักเสบ โรคหัด คางทูมและหัดเยอรมัน และส่งเสริมให้หญิงตั้งครรภ์ตรวจหาโรคซิฟิลิสและเข้ารับการบำบัดหากเป็นโรคนี้เนื่องจากโรคนี้จะส่งผลให้ทารกในครรภ์หูหนวกได้

28.03.2013

ที่มา : www.voathai.com

.

Related article :

.

A technician adjusts the controls on a hearing device

A technician adjusts the controls on a hearing device

WHO: Hearing Loss For Millions Can Be Prevented

The World Health Organization (WHO) reports about half of all cases of hearing loss can be prevented.  To mark International Ear Care Day, which falls on March 3, WHO says there is hope of improvement for many of the hundreds of millions of people worldwide who suffer from hearing loss.

New global WHO estimates indicate more than 360 million people, or more than five percent of the world’s population have disabling hearing loss. The report says more people face losing their hearing as they age. It notes one in three people over the age of 65 years – a total of 165 million people worldwide – is hard of hearing.

But this disability is not restricted to the old. Dr. Shelly Chadha of WHO’s Department of Prevention of Blindness and Deafness, says around 32 million children under age 15 are affected by hearing loss.

“There are conditions which lead to this hard-of-hearing situation, including ear infections, which are very, very common in the low and middle-income countries, which often manifest [themselves] as a discharging ear…. Also, very importantly – noise, which is something which was traditionally limited to the occupational arena where people occupationally exposed were at risk of developing hearing loss. But, today, with environmental noise, with increasing technology – well, noise is a part of all our lives.”

WHO reports disabling hearing loss is highest in South Asia, the Asia Pacific region and Sub-Saharan Africa. It can be caused by hereditary and non-hereditary genetic factors or certain complications during pregnancy and childbirth.

While infectious diseases, such as meningitis, measles and mumps also can cause the loss of hearing, most of these diseases can be prevented through vaccination.

Preventive measures  

WHO says about half of all cases of hearing impairment are easily preventable. It says many can be treated through early diagnosis and interventions such as surgically implanted hearing devices.

Dr. Chadha says that unfortunately many people are discouraged from seeking help.

“The stigma attached to hearing loss and the use of hearing aids is one of the biggest challenges, one of the biggest barriers to providing services for hearing loss and improving access to hearing aids. Because even where we do try to improve access to hearing aids, very often people are resistant because they do not want to wear a hearing aid.”

WHO says people with hearing loss who are not able to communicate with others often feel isolated and lonely. In developing countries, the organization says children with this disability rarely receive any schooling. It says adults who do not hear well have difficulty finding jobs what, in turn, negatively impacts the economy.

WHO urges countries to develop programs for preventing hearing loss within their primary health care systems. It says other measures that can prevent people from losing their hearing include vaccinating children against measles, meningitis, mumps and rubella, as well as screening for and treating syphilis in pregnant women.

Lisa Schlein
March 03, 2013

SOURCE : www.voanews.com

ไม่อยากหูตึง แนะดื่มไวน์แดง

ผลวิจัยโชว์สารที่พบในไวน์แดง ใช่จะดีแค่ป้องกันโรคหัวใจ ยังช่วยป้องกันไม่ให้สูญเสียการได้ยินด้วย

ผลวิจัยโชว์สารที่พบในไวน์แดง ใช่จะดีแค่ป้องกันโรคหัวใจ ยังช่วยป้องกันไม่ให้สูญเสียการได้ยินด้วย

นานมาแล้ว เรารับรู้กันว่า การดื่มไวน์แดงในปริมาณที่เหมาะสม หรือประมาณ 1 แก้วต่อวัน สามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและโรคสมองเสื่อมได้ ล่าสุด มีผลวิจัยหนึ่งที่ขอเพิ่มเติมประโยชน์จากการดื่มไวน์แดงไปอีกข้อ เนื่องจากทำการศึกษาพบว่า ไวน์แดงมีส่วนช่วยป้องกันการสูญเสียการได้ยิน

การศึกษานี้เป็นของทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเฮนรี ฟอร์ด ในเมืองดีทรอยด์ สหรัฐ ทำการทดลองกับหนูในห้องแล็บ โดยให้สารเรสเวอราทรอล (Resveratrol) ซึ่งสารนี้พบได้ในองุ่นแดงและไวน์แดง จากนั้นจึงเปิดเสียงดังอึกทึกคึกโคมเป็นระยะเวลานานให้หนูฟัง เพราะโดยหลักการแล้ว ถือว่าเสียงอันดังนั้นมีส่วนทำให้ประสิทธิภาพการได้ยินลดลง

หลังการทดลองผ่านไป ทีมวิจัยพบว่า การให้สารเรสเวอราทรอล ส่งผลให้หนูทดลองเหล่านั้นมีประสิทธิภาพในการได้ยินไม่ลดลง แม้จะผ่านสภาพแวดล้อมที่มีเสียงอันดังมานานก็ตาม โดยหัวหน้าทีมวิจัยอธิบายเพิ่มเติมว่า การศึกษาครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่ตัวสารดังกล่าวและผลการตอบสนองของร่างกายเมื่อได้รับบาดเจ็บ หรือถูกรบกวนให้เกิดความเสื่อม

สำหรับสารเรสเวอราทรอลนั้น จัดเป็นสารที่มีประสิทธิภาพมาก เพราะตามคำกล่าวอ้างของทีมวิจัยชี้ว่า สารนี้อาจช่วยป้องกันการอักเสบของร่างกาย ชะลอความเสื่อมตามวัย ตลอดจนการทำงานของสมอง และการสูญเสียการได้ยิน

หากอนาคตมีการทดลองอย่างต่อเนื่อง หรือมีการนำมาทดลองกับคนอย่างปลอดภัย เราอาจมีตัวช่วยป้องกันหูตึง หูหนวก ซึ่งถือเป็นปัญหาสุขภาพที่มักเกิดขึ้นเมื่อเข้าสู่วัย 60 ปี ทั้งนี้ในปัจจุบัน ผู้คนวัย 40-50 ปี จำนวนไม่น้อย เริ่มประสบปัญหาสูญเสียการได้ยินแล้ว.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
takecareDD@gmail.com

ที่มา : เดลินิวส์ 25 กุมภาพันธ์ 2556

.

Related Article :

.

Resveratrol, a chemical found in red grapes and red wine, may protect against hearing loss

Resveratrol, a chemical found in red grapes and red wine, may protect against hearing loss

Red wine isn’t just good for your heart – now experts say it may even prevent HEARING LOSS   

  • Thought that resveratrol, the chemical found in red grapes and red wine, has a protective effect
  • Appears to reduce the damage caused by loud noise

By ANNA HODGEKISS

PUBLISHED: 18:40 GMT, 21 February 2013

 

It has long been touted as the tipple with a host of health benefits, said to protect against conditions such as heart disease and dementia.

Now scientists say red wine may also protect against hearing loss, too.

It’s thought that the chemical resveratrol, found in red grapes and red wine, is the reason why.

This is the same compound that has been linked with other positive health benefits such as preventing cancer and heart disease.

In a study conducted at the Henry Ford Hospital in Detroit, healthy rats were less likely to suffer noise-induced hearing loss when given resveratrol before being exposed to loud noise for a long period of time.
Study leader Dr Michael Seidman said: ‘Our latest study focuses on resveratrol and its effect on the body’s response to injury – something that is believed to be the cause of many health problems including Alzheimer’s disease, cancer, ageing and hearing loss.

‘Resveratrol is a very powerful chemical that seems to protect against the body’s inflammatory process, as it relates to ageing, cognition [brain function] and hearing loss.’

Hearing loss affects half of people over the age of 60, but many begin to suffer problems in their 40s or 50s.

It usually sets in with the death of tiny ‘hair’ cells in the inner ear as a result of ageing.

The study found that resveratrol reduced noise-induced hearing loss in rats exposed to potentially deafening sounds.

Dr Seidman said: ‘We’ve shown that by giving animals resveratrol, we can reduce the amount of hearing and cognitive decline.’

The study is published in the journal Otolaryngology-Head and Neck Surgery.

Last month, scientists from the Hebrew University of Jerusalem reported that washing down red meat with a glass of red can actually prevent the build-up of cholesterol in the body.

The researchers, from the  found that after eating red or dark meat, compounds called malondialdehyde accumulate in the blood stream.

These can help to form the type of cholesterol that can raise the risk of heart disease.

Meanwhile drinking a large glass of red wine every day could help prevent bowel cancer, Leicester University researchers said recently.

SOURCE: dailymail.co.uk

หูไม่ค่อยได้ยินเสียงแนะวิธีแก้ไข

หูเป็นอวัยวะสำคัญอย่างหนึ่งของร่างกายที่จะรับคลื่นเสียง เป็นสื่อสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้มนุษย์เราได้มีความเข้าใจต่อกัน ว่าต้องการอะไร มีอะไรที่อยากพูดอยากบอกจะได้สื่อสารกันรู้เรื่อง ทำให้โลกนี้น่าอยู่ และมีความรู้สึกดี ๆ ขึ้นอีกมาก ผู้ที่มีความบกพร่องในการได้ยิน จะเป็นปัญหาของสุขภาพมองโลกนี้ไปอีกแบบหนึ่ง หูจึงเป็นอวัยวะสำคัญที่จะต้องดูแลถนอมมิให้เกิดภยันตรายให้ได้

เวลาเราได้ยินเสียง เสียงเมื่อผ่านเข้าช่องหู ไปกระทบแก้วหูเป็นผนังบาง ๆ ขวางรับอยู่จะสั่นส่งคลื่นไปยังหูด้านใน ซึ่งจะมีเซลล์เป็นขน ๆรองรับอยู่มากจะเปลี่ยนพลังงานเสียงเป็นพลังงานไฟฟ้าส่งต่อผ่านกระดูกสำคัญชิ้นเล็ก ๆ ไปยังสมอง สมองจะแปลงสัญญาณที่ได้รับออกมาเป็นเสียงพูดสื่อให้คู่สนทนาได้รับรู้ได้ เป็นมหัศจรรย์ของชีวิตอย่างหนึ่งที่คนมักมองข้ามไป

หู ก็เหมือนอวัยวะอื่นทั่วไป อายุเพิ่มมากขึ้นย่อมมีความเสื่อมเป็นธรรมดา อวัยวะอื่นมักพูดว่าหย่อนยาน แต่หูกลับพูดว่าตึงขึ้น แต่ความหมายเหมือนกันคือจะเสื่อมไม่ค่อยได้ยิน มีผู้วิจัยว่า ผู้ที่อายุเกิน 60 ปี 100 คน มักพบหูเสื่อมฟังไม่ค่อยได้ยินราว 25 คน จะทำให้เป็นปัญหาต่อชีวิตประจำวัน จึงจำเป็นต้องคอยดูแล เมื่อเป็นแล้วก็ต้องรีบแก้ไขแต่เนิ่น ๆ ด้วย

การสูญเสียการได้ยิน โดยทั่วไปโรคพื้น ๆ มักจะมีอาการมาขวางทางเดินในช่องหู ที่สำคัญคือ ขี้หู เป็นปฏิกิริยาของเซลล์ในช่องหูที่ทำให้เกิดขึ้นมาตามธรรมชาติ เวลาเราเปลี่ยนอิริยาบถตะแคงศีรษะไปมาจะหลุดออกมาเอง บางท่านก็ชอบเอาสำลีพันปลายไม้แยงหูเพื่อกวาดออกหรือไปให้ช่างตัดผมแคะออก ยังเห็นเป็นประจำอยู่มาก ผลเสียคือ แคะขูดมากไปจะเกิดแผลและติดเชื้อทำให้ช่องหูอักเสบจากเชื้อโรคและเชื้อราได้ อีกอย่างหนึ่งคือ ประสาทหูเสื่อม ต้องแก้ไขกันต่อไป

ผมมาคุยเรื่องหูในวันนี้ เนื่องจากได้มีโอกาสได้พูดคุยกับ พญ.ชนิดา กาญจนลาภ อดีตแพทย์ทางหู รพ.รามาธิบดี และคณะ พญ.สุมนา ช่อไสว, กิตติพร ตัณฑะพงศ์, สมทรัพย์ อธิคมรักสฤษฎ์, บุญทิวา ตนาภิชาติ และ วนิดา วาณิชอังกูร ได้ไปออกหน่วยแพทย์ของมูลนิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล ที่ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เมื่อต้นเดือนนี้

หน่วยตรวจหูคณะนี้ ได้ตรวจคนไข้ 121 ราย ตรวจการได้ยิน 6 ราย พบมีขี้หูเหนียวอุดแน่นทำให้บกพร่องการได้ยิน 28 ราย แก้วหูทะลุส่งต่อโรงพยาบาลพื้นที่ 9 ราย และเป็นโรคทางจมูกลุกลามให้หูอักเสบอีก 14 ราย

วิธีการเอาขี้หูเหนียวออก นอนตะแคงหยอดยาลงในรูหู สักพักหนึ่งจะใช้น้ำอุ่น 37 องศาพอดีกับอุณหภูมิของร่างกายฉีดล้างเข้าในหู น้ำที่ฉีดถ้าเย็นไป ร้อนไป คนไข้จะเวียนหัวทันที จะต้องคุมให้อยู่อุณหภูมิเท่ากับร่างกายให้ได้ สักครู่ขี้หูจะค่อยคลายตัวเป็นก้อนเล็ก ๆ ออกมา คนไข้จะรู้สึกหายหูตึงอย่างมหัศจรรย์ทันที ฟังเสียงคนพูดได้ชัดเจน ดีใจมาก ชีวิตกลับคืนเป็นปกติ

ผู้สูงอายุ สูบบุหรี่ประจำ ความดันสูง ไขมันสูง โรคเบาหวาน ดื่มกาแฟประจำ ล้วนทำให้เส้นเลือดไปเลี้ยงประสาทหูตีบแข็ง เลือดเลี้ยงไม่พอ ทำให้ประสาทเสื่อม เป็นผลทำให้หูไม่ค่อยได้ยินไปด้วย จึงต้องแก้สาเหตุจากสิ่งเหล่านี้ด้วย

เสียงดัง ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่พบบ่อย มีคนไข้หลายรายเกิดเสียงดังใกล้หูจากประทัดหรือของระเบิด หูดับไม่ได้ยินทันที ต้องค่อยรักษากันไปจะค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับดีขึ้นมาเอง

การอักเสบใกล้บริเวณหู บริเวณปากช่องหู คออักเสบ หวัดลงคอ จมูกอักเสบ อวัยวะเหล่านี้มีท่อต่อเชื่อมกันมายังช่องหู เมื่อมีการอักเสบขึ้นมาจะลุกลามมายังหูทำให้อักเสบไปด้วยได้ การอักเสบติดเชื้อไปจนถึงมีหนอง ล้วนทำให้ประสาทหูพลอยกระทบไปด้วย พอการอักเสบหาย เรื่องหูไม่ค่อยได้ยินก็จะค่อยกลับคืนสภาพดีดังเดิม

โรคที่กล่าวมานี้เป็นโรคพื้นฐาน พบได้บ่อยในชุมชน เมื่อแก้สาเหตุอาการก็จะหายไป ส่วนโรคที่เกี่ยวกับประสาทหูก็มีความสำคัญเช่นกัน เมื่อมีโอกาสคงจะได้นำมาคุยกันต่อไป

โรคบกพร่องการได้ยิน สาเหตุพื้นฐานในชนบทมักจะเป็นเรื่องขี้หูเหนียวอุดตันค้างอยู่ เมื่อเอาออกเสียก็หาย ส่วนใหญ่จะไม่รู้ไม่มีใครตรวจดูในช่องหูให้ การป้องกันง่ายสุดไม่ควรเอาอะไรไปแคะคุ้ยในรูหูจะทำให้เกิดการอักเสบและลุกลามเข้าในหูส่วนในได้.

นพ.สุวิทย์ เกียรติเสวี
suvit.kiatisevi@gmail.com

 

ที่มา: เดลินิวส์  24 มิถุนายน 2555

เครื่องช่วยฟังของคนหูตึง ใส่เนียนๆ เป็นธรรมชาติ

เพราะพฤติกรรมที่ชอบไปยุ่งกับหู ไม่ว่าจะเป็นการแคะ การปั่นหู หรือใส่หูฟังสอดลึกพร้อมเร่งเสียงให้ดัง เหล่านี้มักนำปัญหาการได้ยินมาสู่หูของคุณ

โดยศูนย์การได้ยินดีเมด ซึ่งให้บริการตรวจการได้ยินและให้คำปรึกษา อธิบายระดับการสูญเสียการได้ยินไว้ว่า หากการได้ยินยังอยู่ในระดับปกติ จะสามารถได้ยินเสียงเบาๆ ที่ระดับ 0-20 เดซิเบล เช่น เสียงน้ำหยด น้ำไหล นกร้อง ลมพัด ใบไม้ไหว หากเริ่มเข้าสู่ระดับสูญเสียการได้ยินเล็กน้อย จะเริ่มพบปัญหาในการฟัง จับใจความยาก ได้ยินเสียงพยัญชนะบางตัวขาดหาย เช่น ผ ฝ พ ก

ส่วนระดับสูญเสียการได้ยินปานกลาง จะมีปัญหาการจับใจความ เพราะไม่สามารถได้ยินเสียงพยัญชนะและเสียงสระบางตัว และหนักที่สุด คือ ระดับสูญเสียการได้ยินมากถึงรุนแรง ไม่ได้ยินเสียงของคู่สนทนา ส่งผลให้สนทนาและสื่อความหมายไม่ได้

ผู้ที่พบว่า ตนเองมีปัญหาการได้ยิน บางคนเลือกแก้ปัญหาด้วยการสวมเครื่องช่วยฟัง ซึ่งเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กที่ติดกับหูสามารถถอดใส่ได้สะดวก เพื่อขยายเสียงให้ดังขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางการได้ยินหรือได้ยินไม่ชัด ให้รับรู้เสียงได้ดีขึ้น

ปัจจุบันเครื่องช่วยฟังมีการใช้เทคโนโลยีทันสมัย ทั้งระบบรับเสียงรอบทิศทาง ระบบลดปัญหาเสียงรบกวน และระบบส่งสัญญาณบลูทูธ โดยสามารถเชื่อมต่อเพื่อใช้งานในการคุยโทรศัพท์ ฟังวิทยุเอฟเอ็ม หรือแม้แต่เครื่องรับโทรทัศน์

แต่ปัญหาหนักใจอย่างหนึ่งของผู้ที่มีปัญหาการได้ยินคือ ไม่อยากให้การใส่เครื่องช่วยฟังเป็นที่สังเกตเห็นได้ง่าย จึงมีการพัฒนาเทคโนโลยีผลิตเครื่องช่วยฟังในระบบ 3 มิติ ด้วยขั้นตอนที่รวดเร็ว เริ่มจากพิมพ์หูข้างที่จะใส่เครื่องช่วยฟัง แล้วนำพิมพ์ไปเข้าเครื่องสแกน 3 มิติ ได้เป็นภาพที่สามารถปรับแต่งด้วยซอฟท์แวร์

จากนั้นจึงส่งข้อมูลไปยังเครื่องหล่อ หรือ shell 3 มิติ และได้ออกมาเป็นชิ้นงาน สุดท้ายนำไปประกอบเครื่องช่วยฟังและฟังก์ชั่นการใช้งานที่ต้องการ และได้เครื่องช่วยฟังที่สวมใส่สบาย ไม่อึดอัด แถบไม่รู้เลยว่าที่ใบหูมีเครื่องช่วยฟังติดอยู่.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
takecareDD@gmail.com

หมายเหตุ ภาพประกอบจากศูนย์การได้ยินดีเมด

ที่มา: เดลินิวส์ 16 มกราคม 2555