นมแม่…ของขวัญมหัศจรรย์แห่งชีวิต

thairath150123

คุณค่าของนมแม่

วิวัฒนาการสร้างสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมซึ่งนับเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีวิวัฒนาการขั้นสูงสุด เพราะมีการส่งผ่านสายใยชีวิตจากแม่สู่ลูกผ่านทางนมแม่ ไม่ว่าจะเป็นสุนัข แมว วัว และสัตว์อีกหลายประเภท ต่างก็มีน้ำนมซึ่งเต็มไปด้วยสารอาหารที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของลูกน้อย ไม่เพียงแต่เพื่อให้มีการเจริญเติบโตตามปกติเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งผ่านความรัก ความผูกพัน และอารมณ์ความรู้สึกของการมีชีวิตอีกด้วย

จึงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า สำหรับทารกตัวน้อยๆ นมแม่เป็นอาหารที่วิเศษที่สุด นมแม่คือความเท่าเทียมกันของความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะยากจนหรือร่ำรวย ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่หรือชนบทห่างไกล ธรรมชาติได้มอบนมแม่ให้กับคุณแม่ทุกคน คุณแม่มีหน้าที่ส่งต่อของขวัญชิ้นนี้ไปยังทารกที่รอคอยของขวัญที่แสนวิเศษตั้งแต่วันแรกที่เขาเริ่มต้นชีวิตบนโลกใบนี้

นมแม่ สะท้อนถึงความชาญฉลาดของธรรมชาติในแบบที่มนุษย์ไม่สามารถลอกเลียนได้ นมแม่อุดมไปด้วยสารอาหารครบถ้วน เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของทารกในวัยต่างๆ สารอาหารในนมแม่ มีการเปลี่ยนแปลงไปตามอายุของทารกที่มากขึ้น สอดคล้องกับการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารก เพื่อให้ทารกไม่ขาดสารอาหาร หรือได้รับสารอาหารมากเกินไป ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร นมแม่ยังเต็มเปี่ยมด้วยคุณค่าเสมอ

เมื่อทารกได้รับสารอาหารครบถ้วนตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะส่งผลต่อสุขภาพของทารกไปตลอดชีวิต นักวิจัยพบว่าทารกที่ได้กินนมแม่เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่จะมีโอกาสเกิดโรคต่างๆ ได้น้อยกว่าทารกที่ไม่ได้กินนมแม่ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง และโรคอ้วน ดังนั้น นมแม่จึงไม่ได้มีผลดีแค่ในช่วงแรกของชีวิตเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพลูกน้อยไปตลอดชีวิตเลยทีเดียว

นอกจากสารอาหารแล้ว นมแม่ยังมีส่วนประกอบที่น่าทึ่งอีกหลายร้อยชนิด ทั้งหมดนี้เป็นกลไกการสร้างชีวิตที่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นสารที่เกี่ยวข้องกับการสร้างภูมิคุ้มกันเทียบเท่ากับวัคซีนหลายพันเข็ม จุลินทรีย์สุขภาพที่ส่งผ่านมาทางนมแม่เพื่อเสริมสร้างระบบการย่อยและการดูดซึมสารอาหาร สารที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมเชาว์ปัญญาและพัฒนาการทางอารมณ์ สารที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งหลายชนิด ทารกที่กินนมแม่จะเจริญเติบโตอย่างสมวัยเพราะเขาได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน มีสุขภาพดีตลอดชีวิตเพราะเขาได้รับสารอาหารที่เหมาะสมตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต ไม่เจ็บป่วย ติดเชื้อบ่อย เพราะเขาได้รับภูมิคุ้มกันธรรมชาติที่ดีที่สุด ฉลาดและอารมณ์ดีเพราะเขาได้รับการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกผ่านทางอาหารชีวิต

คุณแม่ทุกคนคงจะทราบดีถึงประโยชน์มากมายมหาศาลของนมแม่ และไม่มีใครปฏิเสธได้ว่านี่คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูก แต่เพราะเหตุใดเราจึงเห็นคุณแม่หลายคนประสบปัญหาเกี่ยวกับการให้นมแม่จนบางท่านต้องเลิกให้นมแม่ก่อนถึงเวลาอันควร

การให้นมแม่เป็นภาระหน้าที่อันใหญ่หลวงของคนเป็นแม่ หลายคนรู้สึกเหน็ดเหนื่อย อ่อนล้า เครียด หมดกำลังใจ และท้อถอย เพราะหนทางทุกอย่างไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ถ้าหากคิดว่าสิ่งเหล่านี้คือการลงทุน คุณแม่กำลังลงทุนในสิ่งที่มีความเสี่ยงต่ำและผลตอบแทนสูงที่สุด เพราะสิ่งที่ตอบแทนความเหน็ดเหนื่อยในวันนี้ของคุณแม่คือเด็กคนหนึ่งที่มีสุขภาพแข็งแรง เฉลียวฉลาด และเติบโตเป็นคนที่มีคุณภาพต่อไป

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

เคล็ดไม่ลับของการประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้กับคุณแม่และคนที่กำลังจะเป็นคุณแม่ทุกคน

– หาความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่ก่อนคลอด

– มีความมั่นใจว่าเราสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้

– หากเจออุปสรรคหรือรู้สึกท้อถอย ให้มองไปข้างหน้า คิดถึงสิ่งดีๆ ที่จะเกิดขึ้น

– หาที่ปรึกษา ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน คุณหมอ พยาบาล

เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ และขอแสดงความยินดีกับคุณแม่ทุกคนที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะคุณคือผู้วิเศษสุดที่ได้ทำหน้าที่ส่งมอบของขวัญมหัศจรรย์จากธรรมชาติให้กับลูกน้อยของคุณแล้ว

แพทย์หญิงอรพร ดำรงวงศ์ศิริ
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

ที่มา : ไทยรัฐ 23 มกราคม 2558

Advertisements

เลี้ยงลูกด้วยนมแม่พ้นสมองเสื่อม

thairath130809_001มารดาที่เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมของตนเอง จะได้คุณประโยชน์ รอดพ้นจากโรคสมองเสื่อม และยิ่งเลี้ยงลูกด้วยเลือดในอกยิ่งนานก็จะยิ่งหนีห่างโรคอันน่าหวาดหวั่นมากขึ้นเท่านั้น

วารสารวิชาการ “โรคสมองเสื่อม” รายงานว่า การ เลี้ยงลูกด้วยนมมารดายังช่วยให้อานุภาพของอินซูลินซึ่งลดน้อยลงเมื่อตอนตั้งครรภ์กลับฟื้นคืนขึ้นใหม่ ซึ่งสาเหตุของโรคสมองเสื่อมอันหนึ่งก็เกิดจากการดื้อต่ออินซูลินในสมอง

นักวิจัยมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ได้ศึกษาจากข้อมูล ที่รวบรวมจากกลุ่มสตรีอังกฤษกลุ่มหนึ่ง ถึงความสัมพันธ์ ของการเลี้ยงลูกด้วยนมมารดากับความเสี่ยงกับโรค สมองเสื่อม

หัวหน้าคณะนักวิจัยกล่าวว่า โรคสมองเสื่อมเป็นโรคแพร่หลายที่สุดในโลกอย่างหนึ่ง ประมาณกันว่ามีผู้ป่วยมากถึง 35,600,000 คน “เราเชื่อว่าในอนาคตจะต้องมีผู้ป่วยตามชาติที่มีรายได้ต่ำและปานกลางต่างๆกันมากขึ้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหายุทธวิธีที่สิ้นเปลืองน้อยและเกิดผลกว้างไกล เพื่อป้องกันประชาชน จากโรคอันเป็นการล้างผลาญอันนี้”

ก่อนหน้านี้เคยมีการศึกษาพบว่า การเลี้ยงลูกด้วยนม มารดาช่วยคุ้มครองแม่ให้รอดพ้นจากโรคบางอย่างได้.

ที่มา : ไทยรัฐ 9 สิงหาคม 2556

.

Related Article :

.

(Breastfeeding | Flickr)  Breastfeeding for up to one year has been found to improve intelligence and development in children.

(Breastfeeding | Flickr) Breastfeeding for up to one year has been found to improve intelligence and development in children.

Breastfeeding Reduces Alzheimer’s Risk — For Mothers

By Jonathan Weiss | Aug 5, 2013
Alzheimer’s disease is a terrible condition marked by the progressive loss of memory and ability to perform daily tasks. The buildup of short protein peptides, known as beta amyloid, is thought to cause the memory-robbing disease, but the initiating factor of the accumulation is unknown. Moreover, it is in dispute as to whether the accumulation itself is the cause of the disease. Scientists and doctors know little as to what can help stave off the disease. But, in looking at correlations between the disease and various factors, a research group in the UK has found a link between breastfeeding and a woman’s Alzheimer’s risk.

The research, published in the Journal of Alzheimer’s Disease, details a study in which 81 women were observed to have a lower risk of the disease if they had breastfed infants. Women who had no history of dementia in their families saw the best benefit, while those with a family history of dementia saw a decreased benefit. Because breastfeeding would be an easy and cheap way to prevent Alzheimer’s in women, this is already seen as a possible prophylactic in women, particularly for those in developing countries.

“Alzheimer’s is the world’s most common cognitive disorder and it already affects 35.6 million people. In the future, we expect it to spread most in low and middle-income countries. So it is vital that we develop low-cost, large-scale strategies to protect people against this devastating disease,” the study’s lead author Dr. Molly Fox, from the Department of Biological Anthropology at the University of Cambridge, said in a press release.

The study opens up some interesting questions about Alzheimer’s disease. It is known that Alzheimer’s is characterized by insulin resistance in the brain, with some scientists calling it type 3 diabetes. Breastfeeding restores insulin tolerance in women who typically become insulin-resistant during pregnancy, which can result in gestational diabetes.

Three main conclusions were garnered from the study:

  • Women who breastfed exhibited a reduced Alzheimer’s disease risk, compared with women who did not breastfeed.
  • Longer breastfeeding history was significantly associated with a lower Alzheimer’s risk.
  • Women who had a higher ratio of total months pregnant during their lives to total months breastfeeding had a higher Alzheimer’s risk.

“Women who spent more time pregnant without a compensatory phase of breastfeeding therefore may have more impaired glucose tolerance, which is consistent with our observation that those women have an increased risk of Alzheimer’s disease,” Fox concluded.

Source: Fox M, Berzuini C, Knapp L. Maternal Breastfeeding History and Alzheimer’s Disease Risk. Journal of Alzheimer’s Disease. 2013.

SOURCE : www.medicaldaily.com

อยากหนีมะเร็ง อย่าเพิ่งรีบด่วนมีลูก ยิ่งมีช้า ยิ่งมีโอกาสหลบหนีได้รอด

Credit : thedailygreen.com

Credit : thedailygreen.com

สตรีอย่าเพิ่งด่วนมีลูก รอไว้จนกว่าจะมีประจำเดือนมานานเกิน 15 ปี จะสามารถหลีกพ้นมะเร็งเต้านมรูปแบบรุนแรงได้ถึงร้อยละ 60

หมอสมาชิกศูนย์วิจัยมะเร็งเฟรด ฮัทชินสัน ของสหรัฐฯ ศึกษาจากผู้หญิงในถิ่นซีแอตเติล วัยระหว่าง 20-44 ปี ผู้มีประวัติการเป็นมะเร็งเต้านมไม่ต่ำกว่า 1,960 คน เทียบกับสตรีปกติ 941 คน

มะเร็งเต้านมในรูปแบบรุนแรง แม้ค่อนข้างจะหายาก เป็นโรคแบบชนิดย่อย การเติบโตและลุกลามของมันอาศัยฮอร์โมน เช่น ฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจน

นอกจากนี้ ผลการศึกษายังยืนยันตามผลการศึกษาที่แล้วมาหลายเรื่อง ที่ส่อว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะช่วยป้องกันมะเร็งแบบนี้ได้ “การให้นมลูกจะเป็นปัจจัยป้องกันมะเร็งชนิดรุนแรงที่สุดได้แบบหนึ่ง” เขาบอก.

 

ที่มา : ไทยรัฐ 18 ธันวาคม 2555

.

Related Article :

.

Delaying Childbirth May Reduce the Risk of an Aggressive Form of Breast Cancer, Study Suggests

Dec. 12, 2012 — Younger women who wait at least 15 years after their first menstrual period to give birth to their first child may reduce their risk of an aggressive form of breast cancer by up to 60 percent, according to a Fred Hutchinson Cancer Research Center study. The findings, by Christopher I. Li, M.D., Ph.D., a member of the Public Health Sciences Division at Fred Hutch, are published online in Breast Cancer Research and Treatment.

“We found that the interval between menarche and age at first live birth is inversely associated with the risk of triple-negative breast cancer,” Li said.

While relatively uncommon, triple-negative breast cancer is a particularly aggressive subtype of the disease that does not depend on hormones such as estrogen to grow and spread. This type of cancer, which accounts for only 10 percent to 20 percent of all breast cancers, does not express the genes for estrogen receptor (ER), progesterone receptor (PR) or HER2/neu and therefore does not respond to hormone-blocking drugs such as Tamoxifen.

The study by Li and colleagues in the Public Health Sciences and Human Biology divisions at Fred Hutch is the first to look at how the interval between first menstrual period and age at first birth is related to the risk of this particular type of breast cancer. It is also the first study to look at the relationship between reproductive factors and breast cancer risk among premenopausal women, who have a higher risk of triple-negative and HER2-overexpressing breast cancer than postmenopausal women.

The study also confirmed several previous studies that have suggested that breast-feeding confers a protective effect against triple-negative disease. “Breast-feeding is emerging as a potentially strong protective factor against one of the most aggressive forms of breast cancer,” Li said. The mechanism by which breast-feeding and delaying childbirth reduces the risk of this form of breast cancer is unclear, Li said.

Previous research has shown, however, that the risk of the most common subtype of breast cancer, ER positive, is decreased among women who’ve had a full-term pregnancy and have breast-fed. The reason for this, researchers believe, is that the hormones of pregnancy induce certain changes in the cellular structure of the breast that seem to make the tissue less susceptible to this type of cancer.

The study has particular implications for African-American women, who experience disproportionately high rates of triple-negative disease. While the reason for this remains largely unknown, on a population level reproductive characteristics are known to vary by race, and compared to non-Hispanic white women, African-American women are more likely to start having children at a younger age and are less likely to breast-feed, Li said. “Our observations that delayed childbearing and breast-feeding are protective against triple-negative breast cancer suggest that variations in reproductive histories by race may to some extent explain the higher rates of triple-negative disease in African-American women,” Li said.

The study involved more than 1,960 Seattle-area women between the ages of 20 and 44, 1,021 with a history of breast cancer and 941 without. Reproductive histories among women without a history of breast cancer were compared to those of women with ER-positive (781), triple-negative (180) and HER2-overexpressing (60) breast cancer.

“This is an observational study and also one of the first to focus on premenopausal breast cancer and so our results require confirmation and thus should be interpreted with some caution,” Li said.

The National Cancer Institute and the Department of Defense Breast Cancer Research Program funded the study.

Story Source:

The above story is reprinted from materials provided byFred Hutchinson Cancer Research Center.

Journal Reference:

  1. Christopher I. Li, Elisabeth F. Beaber, Mei-Tzu Chen Tang, Peggy L. Porter, Janet R. Daling, Kathleen E. Malone.Reproductive factors and risk of estrogen receptor positive, triple-negative, and HER2-neu overexpressing breast cancer among women 20–44 years of age.Breast Cancer Research and Treatment, 2012; DOI:10.1007/s10549-012-2365-1

SOURCE : sciencedaily.com