ฟันผุเสี่ยงต่อโรคหัวใจ

dailynews140809_01“ฟัน” นับเป็นอีกอวัยวะหนึ่งที่สำคัญของร่างกายที่ต้องหมั่นดูแลรักษาให้มีความแข็งแรง เพราะนอกจากจะช่วยในการบดเคี้ยวอาหารแล้ว ฟันยังมีส่วนสำคัญในการพูด ช่วยในการออกเสียง รวมทั้งยังมีส่วนช่วยสร้างเสริมสุขภาพสร้างรอยยิ้มที่ชวนประทับใจ

เมื่อฟันป่วย ก็คงจะมีผลต่อความมั่น ใจอย่างมากทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ฟันผุ”

ยิ่งพบฟันผุ แม้จะเป็นเพียงรอยผุเล็ก ๆ ไม่มีอาการปวดหรือ เสียวฟันก็ไม่ควรละเลย นิ่งนอนใจ ควรรีบพบทันตแพทย์เพื่อรับการรักษาก่อนที่จะลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียง เพราะฟันผุสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย รวมทั้งยังเกิดในเด็กทารกได้ด้วย โดยหลังจากการดูดนม ควรมีการดูดนํ้าตามเพื่อทำความสะอาดคราบนํ้าตาลที่ติดตามฟัน เพราะนํ้าตาลในนมสามารถทำให้เกิดฟันผุได้ ส่วนเด็กในวัยเรียนก็มักจะชอบรับประทานขนมหวาน ลูกอม ขนมขบเคี้ยว ก็ทำให้เกิดฟันผุ สำหรับช่วงวัยรุ่นและวัยทำงานพอเติบโตขึ้นการทานขนมเหมือนกับวัยเด็กก็จะลดลง ฟันผุก็ลดลงกว่าเด็ก แต่ในกลุ่มผู้ใหญ่จะพบโรคเหงือกมากขึ้น ซึ่งถ้าไม่รักษาก็จะลุกลามกลายเป็นโรคเหงือกอักเสบได้

ฟันที่ผุจะเริ่มจากรูเล็ก ๆ หากปล่อยทิ้งไว้นิ่งนอนใจไม่รีบไปพบทันตแพทย์เพื่อรับการรักษา ก็จะกลายเป็นรอยผุที่ขยายใหญ่ขึ้นและอาจลุกลามไปถึงโพรงประสาทฟัน ทำให้เกิดการอักเสบขึ้น โดยเชื้อโรคจะลุกลามไปที่รากฟัน เกิดหนองส่งผลเสียต่ออวัยวะสำคัญข้างเคียง ไม่ว่าจะเป็น ตา โพรงไซนัส และสมอง

อาการปวดฟันจากฟันผุ หากปล่อยให้ลุกลามจะมีอาการปวดเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เชื้อโรค จะแพร่กระจายตามกระแสเลือดไปตามอวัยวะต่าง ๆ ที่สำคัญ อย่างเช่น ส่งผลเสียต่อโรคหัวใจ จากที่มีการตรวจพบเชื้อโรคที่ทำให้เกิดฟันผุ “สเตร็ปโตคอคคัส” ซึ่งเป็นเชื้อชนิดเดียวที่ตรวจพบที่เยื่อบุหัวใจอักเสบ ลิ้นหัวใจอักเสบ ดังนั้น จึงมีการตื่นตัวในการป้องกันรักษาสุขภาพฟัน เพื่อไม่ให้โรคฟันผุไปทำให้โรคหัวใจทวีความรุนแรงขึ้นหรือมีผลเสียต่อโรคหัวใจ

แต่อย่างไรก็ตาม คงต้องมีความเข้าใจกันก่อนว่า โรคหัวใจเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ แม้ว่าจะมีการศึกษาติดตาม แต่ในทางวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันข้อมูลรับรองว่าฟันผุทำให้เกิดโรคหัวใจได้หรือไม่ แต่พบว่ามีผลเสียต่อโรคหัวใจ เมื่อใดที่มีเลือดออกในช่องปาก เชื้อแบคทีเรียในช่องปากจะสามารถเข้าไปในกระแสเลือดได้ และเมื่อผู้ป่วยโรคหัวใจมีอาการปวดฟันมาเข้ารับการรักษา อาจต้องให้ผู้ป่วยรับประทานยาปฏิชีวนะก่อนการทำฟันเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

ในขณะที่ฟันมีหน้าที่สำคัญทั้งในเรื่องการบดเคี้ยวอาหาร ช่วยระบบการย่อยอาหาร หากมีฟันผุหรือสูญเสียฟันไปก็จะบดเคี้ยวอาหารได้ไม่ละเอียดพอ เมื่อทานอาหารไม่ได้ ร่างกายก็จะไม่ได้รับสารอาหารสิ่งที่เป็นประโยชน์ ส่งผลให้สุขภาพทรุดโทรมลง การดูแลรักษาถูกวิธีจึงมีความสำคัญช่วยให้ฟันคงอยู่กับเรายืนยาว ก่อนต้องเผชิญกับฟันผุมีวิธีในการดูแลฟันโดยมีหลักใหญ่อยู่ 3 ประการคือ เมื่อทราบสาเหตุของการเกิดขึ้นของฟันผุว่าเกิดจากนํ้าตาล จึงควรแปรงฟันให้สะอาดถูกวิธี ต่อมาคือ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และควรตรวจฟันทุก 6 เดือน

สำหรับการแปรงฟันให้สะอาด วิธีการแปรงฟันต้องแปรงให้ถึงซอกฟัน แปรงฟันให้นานพอและถูกวิธี และแปรงฟันให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง แต่ถ้าสามารถแปรงฟันได้หลังมื้ออาหารทุกครั้งก็จะดีที่สุด อีกทั้งการเลือกแปรงสีฟันควรเลือกแปรงขนอ่อน เวลาที่แปรงฟันก็ควรแปรงในลักษณะหมุนให้ขนแปรงซอกซอนไปตามร่องเหงือก แล้วปัดขนแปรงออกจากตัวฟัน

เมื่อฟันผุส่งผลเสียต่อร่างกายแบบนี้แล้ว ก็ควรหันมาใส่ใจปัญหาช่องปากกันให้มากเข้าไว้ เพื่อจะได้มีฟันไว้ใช้งานได้นาน ๆ.

ทันตแพทย์หญิงนฤมล ทวีเศรษฐ์
งานทันตกรรม คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
มหาวิทยาลัยมหิดล

 

ที่มา : เดลินิวส์  9 สิงหาคม 2557

Advertisements

ฮือฮา ผลวิจัยอ้าง”แปรงฟันบ่อย เป็นผลดีต่อสมอง” ป้องกัน”ความจำเสื่อม”!

Credit : virginiagarberding.authorweblog.com

Credit : virginiagarberding.authorweblog.com

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมว่า ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยเซ็นทรัล แลงเคสเชียร์ อ้างว่า การแปรงฟันบ่อยจะเป็นผลดีต่อสมอง เพราะสามารถป้องกันภาวะความจำเสื่อมได้

รายงานระบุว่า การแปรงฟันให้ขาวทุกวันไม่เพียงแต่จะมีโอกาสที่จะช่วยป้องกันการเป็นมะเร็งช่องปาก, โรคหัวใจ และการเป็นเบาหวานเท่านั้น แต่ยังจะช่วยป้องกันให้คนเราไม่กลายเป็นคนความจำเสื่อม สาเหตุเพราะการแปรงฟันจะป้องกันเชื้อโรคที่ทำให้เกิดโรคปาก ไม่ให้เข้าถึงสมอง และทำลายระบบศูนย์กลางของสมอง ทำให้เกิดภาวะเซลล์สมองเสื่อม และสูญเสียความทรงจำได้ โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เชื้่อโรคในช่องปากสามารถสร้างปฏิกิริยาห่วงโซ่ในคนเราที่นำไปสู่ภาวะความจำเสื่อม ซึ่งไม่ได้หมายความว่า เชื้อโรคทำให้เกิดการเป็นอัลไซเมอร์ แต่เชื้อโรคน่าจะทำให้โรคที่เป็นอยู่แย่หนักขึ้น

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ในทุกๆ วัน เชื้อโรคจะเข้าไปสู่กระแสเลือดผ่านกิจกรรมต่างๆ ของคนเรา เช่น การกิน และการเคี้ยว ขณะที่ผลวิจัยนี้มุ่งเพื่อค้นหาว่าเชื้อโรคสามารถกลายเป็น “ตัวแปร” ในการทำให้คนเราอาจกลายเป็นโรคความจำเสื่อม ผ่านการทดสอบทางเลือด เพื่อประเมินภาวะเสี่ยงที่คนเราจะพัฒนาไปสู่ภาวะอัลไซเมอร์ โดยผลสำรวจพบว่าจากการศึกษาผู้สูงวัยจำนวน 5,500 ราย ที่แปรงฟันน้อยกว่า 1 ครั้งต่อวัน มีโอกาสที่จะกลายเป็นอัลไซเมอร์มากกว่าคนที่แปรงฟัน 3 ครั้งต่อวัน ถึง 65 เปอร์เซนต์

ที่มา : มติชน 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

.

Related Article:

.

Credit : metro.co.uk Brushing your teeth regularly could stop you developing dementia (Picture: Alamy)

Credit : metro.co.uk
Brushing your teeth regularly could stop you developing dementia (Picture: Alamy)

Brushing teeth regularly ‘could help prevent dementia’

By Hayden Smith

Tuesday 30 Jul 2013

Mum really does knows best – when you were nagged to brush your teeth as a child, she was looking after your health and memory, it seems.

Cleaning your pearly whites every day and night not only may prevent cancer, heart disease and diabetes… it may also stop you from developing dementia.

That’s because bugs that cause gum disease can reach the brain and destroy neurons, leading to nerve cell damage confusion and possible memory loss, a new study shows.

Scientists discovered that brain tissue from people with dementia was infected with a bacterium – porphyromonas gingivalis – usually associated with poor oral hygiene.

Prof StJohn Crean, dean of dentistry at the University of Central Lancashire, said: ‘The bacteria could be a trigger that sets off a chain reaction in people pre-disposed to dementia. We are not saying this bacteria causes Alzheimer’s, but it is likely it could make the existing disease condition worse.’

Scientists say the bacteria enters the bloodstream through everyday activities such as eating and chewing – but especially after invasive dental treatment.

They aim to discover if the bacteria can be used as a marker – via a simple blood test – to determine a patient’s risk of developing Alzheimer’s disease.

The discovery adds to a growing body of evidence that suggests a link between gum disease and dementia.

A recent study of 5,500 elderly people found those who brushed their teeth less than once a day were 65 per cent more likely to develop dementia than those who brushed three times a day.

SOURCE : metro.co.uk

พบวิธีรักษาความสะอาดปากกับฟัน เอายาสีฟันทานิ้วนวดป้องกันได้ 4 เท่า

ทันตแพทย์ระดับด็อกเตอร์ของสวีเดนบอกแนะนำว่า ถ้าต้องการป้องกันฟันผุเป็นรูให้ได้จริงๆ แล้ว ควรจะใช้ยาสีฟันที่เข้าฟลูออไรด์สูงนวดฟันหลังอาหาร จะป้องกันได้มากถึง 4 เท่าตัว

ทันตแพทย์แอนนา นอร์ดสตรอม นักวิจัยมหาวิทยาลัยโกเตนเบิร์ก ได้ทดสอบกับอาสาสมัคร 16 คน วิธีการรักษาฟันต่างๆ ตั้งแต่การแปรงฟันหลายแบบ การใช้ยาสีฟันฟลูออไรด์สูง หรือมาตรฐาน และการแปรงฟันวันละ 2-3 หน ปรากฏผลว่า “ผู้ที่ใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์สูงวันละ 3 หน จะได้รับการปกป้องในปาก มากกว่าผู้ที่แปรงฟันวันละ 2 หนตามมาตรฐาน มากกว่ากันถึง 4 เท่า”

นอกจากนั้นยังมีการแปรงฟันวิธีใหม่ มีการใช้ยาสีฟันนวดฟันด้วยนิ้วเดียว ในการทดสอบด้วย

หมอแอนนากล่าวว่า “วิธีการนวดได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ให้ผลดีอย่างน้อยก็เหมือนกับการสีฟันหนที่สาม ช่วยเพิ่มปริมาณฟลูออไรด์ในปาก”.

 

ที่มา: ไทยรัฐ 3 เมษายน 2555