คุณเป็นโรคนี้หรือเปล่า Fibromyalgia Syndrome

 

“คอลัมน์เภสัชอาสา .. ปรึกษาปัญหาปวด” กลับมาพบกับผู้อ่านอีกครั้ง ครั้งนี้นำเรื่องเกี่ยวกับโรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง (Fibromyalgia Syndrome) มาฝากกัน พร้อมกับวิธีดูแลตัวเองแบบง่ายๆ

ชื่ออาจจะดูเรียกยาก แต่หากจะพูดให้เข้าใจง่ายๆแล้ว โรคนี้จัดเป็นกลุ่มอาการปวดของกล้ามเนื้อทั่วร่างกายเรื้อรัง ร่วมกับอาการอ่อนล้า ทำให้มีปัญหานอนไม่หลับ ส่งผลกระทบต่อจิตใจและอารมณ์โดยตรง มักจะเกิดหลังจากได้รับบาดเจ็บ จากการผ่าตัด การติดเชื้อ หรือได้รับผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรง มักจะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

อาการของโรคเป็นอย่างไร

อาการในแต่ละบุคคลจะมีอาการมากน้อยแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของอากาศ ระดับความเครียด การออกกำลังกาย จะมีอาการสำคัญๆที่เห็นได้ชัดเจน ดังนี้

1. อาการปวด มักจะพบมากบริเวณคอและหลัง ซึ่งจะมีอาการปวดอย่างต่อเนื่อง แต่ความปวดมาก-น้อยจะมีไม่เท่ากัน ลักษณะอาการปวดที่พบมักจะเป็นการปวดตึงๆ, ปวดเหมือนถูกของร้อน , ปวดเหมือนถูกของทิ่มแทง

2. มีความไวต่อการสัมผัส ผู้ป่วยโรคนี้มักจะมีความไวต่อความเจ็บปวดเป็นอย่างมากและจะเจ็บนานกว่าปกติ

3. ข้อติด ผู้ป่วยโรคนี้จะสามารถเคลื่อนไหวลำบาก หากอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานๆ เนื่อจากกล้ามเนื้อมีการหดตัว

4. นอนหลับไม่สนิทและอ่อนเพลีย ผู้ที่เป็นโรคนี้มักจะนอนหลับไม่สนิท แม้ว่าจะมีเวลานอนนานเนื่องจากตื่นตอนกลางคืนบ่อย และบางรายอาจมีอาการอ่อนเพลียร่วมด้วย

การดูแลตนเองเบื้องต้น จะทำได้อย่างไรบ้าง

การดูแลตนเองในเบื้องต้น สามารถทำได้ก่อนการใช้ยารับประทาน ซึ่งผู้ที่เป็นจะต้องสร้างความรู้ความเข้าใจในอาการของโรคเบื้องต้นเสียก่อน รวมถึงผู้ที่อยู่ใกล้ชิดก็จะต้องพยายามเข้าใจในผู้ที่เป็นโรคนี้ให้มาก โดยการให้ความรู้ ให้กำลังใจ เพื่อเปลี่ยนทัศนคติจากความวิตกกังวล ท้อแท้ หรือซึมเศร้า ให้เป็นความเชื่อมั่นเพื่อที่จะส่งเสริมให้สามารถอยู่กับอาการต่างๆได้อย่างเหมาะสม ซึ่งการลดความเครียดนั้น สามารถทำได้หลายวิธีเช่น ออกกำลังกายแบบแอโรบิค เพื่อช่วยเพิ่มสมรรถภาพของร่างกายในผู้ที่มีสุขภาพเสื่อมถอยจากการเจ็บปวดเป็นเวลานาน การออกกำลังกายวิธีนี้มีข้อดีคือ ผู้ออกกำลังกายสามารถเลือกได้หลากหลายวิธี ซึ่งอาจจะพิจารณาตามความเหมาะสมของอายุ สภาพร่างกาย ความพอใจ และการเข้าถึงวิธีออกกำลังกายในแต่ละราย การออกกำลังกายจะต้องเริ่มทำทีละน้อย เพราะอาจกระตุ้นให้มีอาการปวดมากขึ้นได้ เมื่อออกกำลังกายอยู่ตัวแล้วจึงค่อยปรับขึ้นตามความสามารถ , การทำสมาธิ , การเล่นโยคะ , การนวดสปา หรือการนวดแผนไทย (โดยอาจใช้สมุนไพรไทย เช่นใ ช้ครีมที่มีสารสกัดจาก “น้ำมันไพลเข้มข้น” ที่เคยอยู่ในลูกประคบมาอยู่ในรูปแบบของครีมนวดซึ่งใช้ง่ายและไม่ต้องมีวิธียุ่งยากในการใช้)

ส่วนการดูแลในด้านอาการปวดแบบเรื้อรั้งและอาการไวต่อการสัมผัสนั้น อาจใช้วิธีการรักษาได้หลายวิธี เช่น การรับประทานยา การฝังเข็ม การนวดไทย การทำกายภาพบำบัด หรือการใช้สารสกัดจากพริก ซึ่งมีสาร “แคปไซซิน” หรือ “เจลพริก”ซึ่งช่วยในการบรรเทาอาการปวดแบบเรื้อรัง และบรรเทาอาการปวดที่เกิดจากปลายประสาทอักเสบได้ (มักมีอาการปวดเหมือนถูกไฟฟ้าช๊อต หรือถูกของทิ่มแทง บางรายอาจมีอาการชาร่วมด้วย) แต่จะต้องใช้อย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 2 สัปดาห์ขึ้นไป

“ปัจจุบัน Fibromyalgia Syndrome ยังเป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุ แต่เชื่อว่าน่าจะมีความผิดปกติในระบบประสาทส่วนกลาง มักพบว่ามีความสัมพันธ์กับประวัติครอบครัว การได้รับบาดเจ็บ การติดเชื้อไวรัส ความเครียดทางจิตใจ ภาวะซึมเศร้า กังวล ความผิดปกติของต่อมไรท่อ หรือเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน

(หน้าพิเศษ Hospital Healthcare)

ที่มา : Hospital Healthcare   วันที่ 03 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เครือมติชน ปีที่ 8 ฉบับที่ 77 กุมภาพันธ์ 2557

ที่มา: มติขน 5 กุมภาพันธ์ 2557

Advertisements

ระวัง..เด็กข้อบวมอูม ปวด เสี่ยงพิการ

dailynews121225_001aแม้บุตรหลานจะเกิดมามีอวัยวะครบ 32 ประการ แต่หากโชคร้ายป่วยด้วยโรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุแล้วรักษาไม่ทันก็เสี่ยงพิการได้ ดังนั้น พ่อแม่ควรรู้จักโรคดังกล่าวให้ดี เพื่อนำข้อมูลไว้ใช้สังเกตความผิดปกติ

แพทย์หญิงโสมรัชช์ วิไลยุค แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคข้อและรูมาติสซั่มในเด็ก หน่วยโรคภูมิแพ้ ภูมิคุ้มกันและโรคข้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็กว่า…

เป็นหนึ่งในกลุ่มโรคภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง หรือที่นิยมเรียกว่า ภูมิแพ้ตัวเอง บ้างเรียก แพ้ภูมิตัวเอง ซึ่งทั้งหมดหมายถึง ภาวะที่ภูมิคุ้มกันทำงานเกินหน้าที่ โดยหลังจากกำจัดเชื้อโรคแล้ว ภูมิคุ้มกันยังทำงานอยู่จนกลายเป็นการทำร้ายร่างกาย ส่วนโรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็ก เหตุที่แพทย์ต้องเรียกเช่นนี้เพราะปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า ภาวะภูมิคุ้มกันทำร้ายข้อตัวเองนั้น เกิดจากอะไร?! และโรคนี้ก็ไม่ใช่โรคเก๊าท์อย่างที่ผู้ใหญ่เป็นกัน

จากการรักษาผู้ป่วยเด็กในโรคนี้ พญ.โสมรัชช์ เคยพบเด็กที่ป่วยมีอายุน้อยสุด คือ 8-9 เดือน และมีไปจนถึงอายุ 16 ปี อย่างไรก็ตาม โรคของเด็กที่พบได้ตั้งแต่อายุยังน้อย จะยิ่งสังเกตความผิดปกติได้ยาก เนื่องจากเด็กเล็กๆ อาจยังไม่สามารถสื่อสารบอกความเจ็บปวดได้ ประกอบกับลักษณะจ้ำม้ำน่ารักของเด็กที่อ้วนท้วนสมบูรณ์ รวมทั้งอาการเดินกระเผลกที่อาจทำให้ผู้ใหญ่คิดว่า เด็กไปเล่นซนแล้วหกล้ม ล้วนทำให้ผู้ใหญ่ไม่ทันรู้สึกถึงความผิดปกติว่า ข้อกระดูกของเด็กกำลังมีปัญหา

dailynews121225_001b

พญ.โสมรัชช์ จึงเล่าอาการสำคัญของโรคว่า เด็กที่ป่วยข้อกระดูกจะบวมอูมผิดปกติ ถ้าเป็นนานๆ จะมีน้ำอยู่ในข้อ เมื่อผู้ปกครองใช้มือสัมผัสข้อจะรู้สึกอุ่นกว่าข้อข้างที่ปกติ แถมมีรอยแดงปรากฏบริเวณข้อ จับแล้วเจ็บ ตำแหน่งที่เป็นจะมีภาวะกระดูกโตผิดปกติ ทั้งยังพบอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ตาอักเสบ ไข้สูงโดยไม่รู้สาเหตุในเวลาเดิมทุกวัน มีผื่นเม็ดแดงๆ เล็กๆ เฉพาะตอนมีไข้  

โรคนี้มิได้เกิดขึ้นได้เฉพาะข้อมือ ข้อเท้า ข้อเข่าเท่านั้น แต่สามารถเกิดขึ้นกับข้อกระดูกทุกส่วนของร่างกาย มีทั้งเป็นจุดเดียวหรือหลายจุด หากข้ออักเสบที่เข่า เด็กมักไม่ยอมเดิน ร้องให้อุ้มตลอดเวลา ในทางตรงกันข้าม หากอักเสบที่ข้อสะโพก จะเจ็บเวลาถูกอุ้ม

ถ้าอักเสบที่ข้อมือ จะเจ็บเวลาถูกจับมือหรือจูงเดิน ถ้าเป็นที่ข้อเท้า จะเดินกะเผลก กรณีที่รุนแรงถึงขั้นเดินไม่ได้ ขณะที่ข้ออักเสบบริเวณกระดูกต้นคอ จะเงยหน้าไม่ได้ ก้มหัวไม่สุด หันซ้ายขวาไม่สุดหรือไม่ได้ และถ้าอักเสบที่ข้อกระดูกขากรรไกรจะสังเกตได้ยาก แต่อาการบ่งชี้คือ อ้าปากไม่สุด ปวดเวลาขยับกรามหรือเคี้ยวอาหาร ถ้าเป็นนานๆ อาจทำให้คางเล็กไปเลย

นอกจากนี้ ผู้ป่วยเด็กบางรายมักมีอาการข้อติดช่วงหลังตื่นนอนตอนเช้า หรือช่วงที่อากาศเย็น ทางการแพทย์เรียกภาวะนี้ว่า มอร์นิ่ง สติฟฟ์เนส (Morning Stiffness) เนื่องจากเวลาที่หลับหรือไม่ได้ขยับตัว สารอักเสบจะหลั่งออกมา จึงทำให้ขยับข้อลำบากและเจ็บปวดมาก แต่เมื่อได้ขยับข้อ หรืออาการอุ่นขึ้น อาการจะทุเลาลง

dailynews121225_001c

หากพ่อแม่รู้ไม่เท่าทันโรค เด็กไม่ได้รับการรักษาหรือพบแพทย์ช้าเกินไป อาจทำให้รักษาไม่หาย พิการหรือร้ายที่สุดอาจเสียชีวิต ส่วนเด็กที่สงสัยว่าป่วย แพทย์จะตรวจเลือดเพื่อวิเคราะห์ค่าสำคัญ คือ CBC, ESR, และ CRP หากผลชี้ว่าเป็น จะทำการรักษาด้วยยากิน ยาฉีด ซึ่งมีค่าใช้จ่ายราว 2-4 หมื่นบาทต่อเดือน (แต่ก็มีทั้งยาชนิดที่เบิกได้และไม่ได้ตามสิทธิ์) ร่วมกับการทำกายภาพ ออกกำลังกายเบาๆ แบบไม่ลงแรงกดข้อ

สำหรับสถานการณ์ของโรคนี้ในไทย พญ.โสมรัชช์ เล่าว่า เฉพาะที่ รพ.รามาฯ มีผู้ป่วยเด็กโรคนี้ 200 ราย มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพียงคนเดียว ขณะที่รพ.เด็กมีแพทย์ด้านเดียวกันนี้อีก 2 ท่าน และที่รพ.ศิริราชอีก 1 ท่าน ถือว่าในไทยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญยังมีไม่มาก ทว่าการรักษาโรคข้ออักเสบในเด็กนี้เป็นเรื่องท้าทายและละเอียดอ่อน เนื่องจากต้องคำนึงถึงการเจริญเติบโตของเด็ก และปรับยาให้เหมาะสมด้วย

เมื่อได้รู้แล้วว่า ข้ออักเสบในเด็กแบบไม่ทราบสาเหตุนี้เป็นเช่นไร หากพบลูกหลานมีอาการดังที่กล่าว รีบพาไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด่วน เพื่อช่วยให้เด็กพ้นความทรมานจากอาการปวด ป้องกันไม่ให้พวกเขาต้องพิการหรือเสียชีวิต.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
takecareDD@gmail.com

ที่มา : เดลินิวส์ 25 ธันวาคม 2555

.

Related Article :

.

thairath121225_001

ฝันร้ายของลูกน้อย กับโรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็ก

หลายๆ คน อาจเคยได้ยินเกี่ยวกับโรครูมาตอยด์ หรือโรคข้ออักเสบเรื้อรัง และคิดว่าเป็นโรคที่เกิดขึ้นกับผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ความจริงแล้ว มีเด็กจำนวนมากที่ป่วยเป็นโรคนี้ แต่ร่างกายของเด็กกับผู้ใหญ่นั้นมีความแตกต่างกัน ทำให้โรคข้ออักเสบในเด็กและผู้ใหญ่จึงไม่เหมือนกัน ดังนั้น จึงเรียกโรคข้ออักเสบที่เกิดกับเด็กว่า “โรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็ก”

แพทย์หญิงโสมรัชช์ วิไลยุค แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคข้อและรูมาติสซั่มในเด็ก หน่วยโรคภูมิแพ้ ภูมิคุ้มกันและโรคข้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “โรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็ก เป็นหนึ่งในกลุ่มโรคภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง (Autoimmune Disease) หมายถึง ภูมิคุ้มกันทำงานเกินหน้าที่ เพราะหลังจากที่กำจัดเชื้อโรคไปแล้ว แต่ภูมิคุ้มกันยังคงทำงานอยู่จนทำร้ายร่างกายของบุคคลนั้นๆ ซึ่งโรคข้ออักเสบโดยไม่ทราบสาเหตุในเด็ก ก็เกิดจากการที่ภูมิคุ้มกันหันกลับมาทำร้ายข้อตัวเอง ทำให้เกิดข้ออักเสบในเด็กได้ โดยสามารถพบเด็กที่ป่วยเป็นโรคข้ออักเสบฯ ได้ตั้งแต่อายุ 8 – 9 เดือน จนกระทั่ง 16 ปี”

แต่สิ่งสำคัญ ก็คือ เมื่อลูกน้อยมีอาการปวดข้อ ข้อบวม และข้ออักเสบ แต่ไม่สามารถอธิบายอาการหรือสื่อสารถึงความเจ็บปวดได้ ทำให้กว่าคุณพ่อ – คุณแม่จะทราบ หนูน้อยก็ต้องทนทรมานและมีอาการข้ออักเสบมากขึ้น ในบางรายอาจถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิตได้ ดังนั้น คุณพ่อ – คุณแม่ จึงควรสังเกตความผิดปกติของลูก โดยสังเกตจาก หากลูกน้อยของคุณมีอาการข้อบวมหรือมีน้ำอยู่ในข้อ และเวลาที่เอามือจับจะรู้สึกอุ่นกว่าข้อข้างที่ปกติ มีรอยแดงบริเวณข้อ จับแล้วมีอาการเจ็บ หรือมีอาการข้อติดในช่วงเช้า ซึ่งเรียกว่า ‘ภาวะ Morning Stiffness’ เนื่องจากเวลาหลับไม่ได้ขยับข้อทำให้สารอักเสบหลั่งออกมา แต่เมื่อตื่นนอนมาแล้วได้ขยับตัว อาการข้อติดหรือปวดข้อก็จะดีขึ้น ซึ่งอาการแบบนี้ยังส่งผลให้เด็กบางคนไม่สามารถนอนกลางวัน หรือนั่งเรียนทั้งวันได้ หรือช่วงที่อากาศเย็นๆ ทำให้ขยับข้อลำบากและปวดข้อมาก ซึ่งอาการปวดข้อและข้ออักเสบ สามารถพบได้ทั้งบริเวณข้อมือ ข้อเท้า ข้อเข่า ข้อสะโพก กระดูกต้นคอ และบริเวณขากรรไกร นอกจากนี้ ยังอาจพบอาการอื่นๆ อาทิ ตาอักเสบ ไข้สูงโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยไข้จะขึ้นสูงในเวลาเดิมทุกวัน หรือมีผื่นเม็ดแดงๆ เล็กๆ ขึ้นเวลาที่มีไข้ขึ้น และเมื่อไข้ลงผื่นก็จะหายไป หากพบความผิดปกติดังกล่าวควรรีบพาลูกน้อยไปปรึกษาแพทย์ทันที

ปัจจุบัน วิธีการตรวจวินิจฉัยโรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็ก ทำได้โดยการตรวจเลือด และหากพบว่าเป็นโรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็ก จะมีวิธีการรักษาด้วยการใช้ยาซึ่งมีหลากหลายประเภท ได้แก่ ยาในกลุ่มกดภูมิคุ้มกัน ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ยาคอร์ติโคสสเตียรอยด์ ยากลุ่มสารชีวภาพ และในบางรายอาจใช้การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าข้อ แต่เหมาะสำหรับเด็กที่มีอาการข้ออักเสบเพียงข้อเดียว นอกจากนี้ เด็กๆ ที่ป่วยเป็นโรคนี้ ยังต้องมีการดูแลเป็นพิเศษ อาทิ การไม่ทานของดิบ หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดและน้ำอัดลม เป็นต้น พร้อมทั้งยังจำเป็นต้องทำกายภาพบำบัด และออกกำลังอย่างถูกวิธีควบคู่กับการทานยาด้วย

อย่างไรก็ตาม การรักษาโรคข้ออักเสบในเด็กนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทาย และละเอียดอ่อน เพราะต้องคำนึงถึงการเจริญเติบโตของเด็กด้วย ดังนั้น หากคุณพ่อ – คุณแม่ หรือผู้ปกครอง สังเกตอาการของลูกน้อย และพามาปรึกษาแพทย์ทันทีที่พบความผิดปกติ ก็จะช่วยให้อาการข้ออักเสบไม่ลุกลาม และการรักษาก็สามารถทำได้โดยง่าย เพื่อให้หนูน้อยไม่ต้องทนทรมานกับโรคที่เป็นเหมือนฝันร้ายเช่นนี้ และสามารถเติบโตได้เหมือนเด็กปกติทั่วไป

ที่มา : ไทยรัฐ 25 ธันวาคม 2555

โรค​ปวด​ข้อ​-​ฉีด​ยา​เข้า​ข้อ​เพื่อ​กายภาพบำบัด​

ข้อต่าง ๆ ของร่างกายต่างทำหน้าที่  ให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวทำงานต่าง ๆ  ได้สะดวก โดยเฉพาะบ้านเราที่เป็นภาคเกษตรกรรม การทำไร่ทำนาทำสวนต้องใช้ข้อเคลื่อนไหวมาก หากมีการเจ็บปวดขึ้นมา หรือติดขัดขยับไม่ค่อยได้ จะทรมานหรือมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างมาก

โรคข้อที่จะคุยในวันนี้หมายถึงโรคข้อเสื่อมในผู้สูงอายุ (Osteoarthritis) ผู้ที่เป็นมานานจะเห็นความทุกข์ชัดเจน นั่งยอง ๆ ไม่ได้ นั่งคุกเข่าไม่ได้ นั่งพับเพียบไหว้พระสวดมนต์ไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องของข้อเข่า เวลานั่งคุยกับใครต้องเหยียดขาออกดูเหมือนไม่สุภาพ ส่วนข้ออื่น ๆ หลัง ไหล่ ก็เช่นกันจะปวดขยับไม่ค่อยได้ไปหมด

โรคข้อเสื่อม พบได้ทั้งเพศชาย-หญิง อายุเกิน 40 ปีขึ้นไป เซลล์กระดูกอ่อนทำให้มีการเปลี่ยนแปลงจากขบวนการของความเสื่อม กระดูกอ่อนจะถูกทำลายไปจนถึงชั้นกระดูก เริ่มแรกจะปวดตอนเคลื่อนไหว นานเข้าจะปวดทั้งพักและเคลื่อนไหวไปด้วย ตำแหน่งที่พบบ่อย ข้อเข่า ข้อตะโพก กระดูกสันหลัง ข้อนิ้วมือ ฯลฯ จะปวดตอนลงน้ำหนัก ยืน เดิน ภาพทางรังสีจะพบช่องระหว่างข้อแคบลงกว่าเดิม

การรักษา เริ่มด้วยทางยาไปจนถึงการผ่าตัด และการรักษาทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู การฝึกออกกำลังกล้ามเนื้อรอบข้อ และลดน้ำหนักหากน้ำหนักเกินจะช่วยได้มาก

ก่อนจะคุยต่อไปอยากคุยเรื่องที่มาที่ไปของเรื่องนี้เสียก่อน ว่าได้มีการไปตรวจโรคข้อกันที่ไหน เรื่องราวเป็นมาอย่างไร คือ เมื่อ 4 ส.ค. 52 ทางคณะนักศึกษา วปอ. รุ่น 27, มูลนิธิแสง-ไซ้กี   เหตระกูล, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมกับองค์กรแพทย์อีกหลายแห่ง นำแพทย์ทั่วไปและแพทย์เฉพาะทางลงชุมชนตรวจคนไข้ ที่โรงเรียนบ้านเล้า ต.หนองแก้ว อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด

พิธีเปิดเริ่มตอนเช้า รอง ผวจ.ร้อยเอ็ด คุณธานี ปลูกเจริญ มาเป็นประธานเปิดงาน มีผู้บริหารระดับสูงของ กฟภ.มาหลายท่าน นริศ ศรีนวล, มาโนชย์ สังขวุฒิชัยกุล, เศกสิทธิ์ ศุภรัตนาพิทักษ์, สุภณ ศรีสถิตย์ ฯลฯ รวมทั้งเจ้าของพื้นที่ สนั่น โกสีลารัตน์ ผอ.โรงเรียนบ้านเล้า, มังกร สัจจะมโน นายก อบต.หนองแก้ว และกำนัน นิพนธ์ ศรีอุดร ให้ความร่วมมือช่วยเหลือเต็มที่

คนไข้มาตรวจ ราว 2,000 คน ต้องขอชมหน่วยงานทุกองค์กรที่มาช่วยอย่างมาก ทางสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด โรงพยาบาลร้อยเอ็ด โดย เฉพาะการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคบริการได้อย่าง ดีเยี่ยม ทั้งสถานที่ น้ำ-ไฟ อาหารการกิน ไปจนถึงการรับส่งเป็นที่เรียบร้อย ทาง สสจ.ร้อยเอ็ด นพ.ภาสกร ไชยเศรษฐ ได้  ส่งเจ้าหน้าที่และหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่มาช่วย บริการ ทญ.ปิยนาถ แก้วบัวพันธุ์ รพ.เสลภูมิ, ทญ.นฤมล ศีรษะภูมิ รพ.จังหาร พร้อมทันตแพทย์ผู้ช่วย, นพ.ณรงค์ ลิ้มตระกูล ผอ.รพ.ร้อยเอ็ด   ได้ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมเวชภัณฑ์มาช่วยเช่นกัน และอีกหลาย ๆ โรงพยาบาลเจ้าประจำจากกรุงเทพฯ ซึ่งได้มาช่วยกันตลอดระยะ 2 ปีที่ผ่านมา

รพ.ศรีวิชัย 3 อ้อมน้อย สมุทรสาคร นพ.วิชัย วนดุรงค์วรรณ, นพ.พงษ์ศักดิ์ วัฒนา ได้นำเจ้าหน้าที่มาช่วยตรวจคนไข้ที่มีปัญหาเรื่อง กระดูก และข้อและนำอุปกรณ์การแพทย์มาตรวจ หาความหนาแน่นของมวลกระดูกโดย บ.เมดิเซีย อินสตรูเม้นท์ และ บ.เจ็บเซ่น

ฉีดยาเข้าข้อเพื่อกายภาพบำบัด มีคนไข้ปวดข้อ โดยเฉพาะข้อเข่า ข้อไหล่ มากันมาก แต่ละคนปวดกันมานานเป็นปี หลายปี กินยาแก้ปวดสารพัด จนข้อเข่าบวม เหยียดไม่ค่อยออก ข้อไหล่ก็ติดเอามือไพล่หลังไม่ได้สุด ตื่นนอนเช้ากว่าจะลุกขึ้นมาได้ลำบากมาก ต้องค่อย ๆ ขยับทีละน้อยเพราะปวด คุณหมอพงษ์ศักดิ์บอกว่า หนทางที่จะช่วยไม่ให้ข้อต้องเสื่อมไปมากกว่านี้ ต้องฝึกให้ทำกายภาพบำบัดกล้ามเนื้อรอบข้อให้ได้ ได้ฉีดยาสเตียรอยด์เข้าข้อให้ หลังจากดูดน้ำในข้อออก แล้วมีทีมสอนทำกายภาพฝึกให้ข้อได้เคลื่อนไหว ฝึกทำจนเข้าใจและต้องไปทำต่อที่บ้านทุกวัน ไม่ทำข้อจะติดแข็งอีก

คนไข้มาตรวจเรื่องกระดูก 206 ราย ตรวจมวลกระดูกพรุน 188 ราย ฉีดยาเข้าข้อ 34 ราย และฝึกทำกายภาพบำบัดทั้งหมด ทั้งข้อเข่าและข้อไหล่ คุณหมอเน้นว่าจะฉีดให้ครั้งเดียวเท่านั้น เรื่องการฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อ คุณหมอกระดูกแต่ละท่านอาจมีความเห็นต่างกัน แต่มาครั้งนี้ฉีดเพื่อให้ทำกายภาพบำบัดได้เพราะแต่ละรายเท่าที่เห็นปวดบวมมาก ขยับข้อแทบไม่ได้เลย หลังฉีดยาเข้าข้อไปแล้วต่างบอกว่าสบายขึ้นมาก รับปากว่าจะไปฝึกกายบริหารของข้อต่อไปทุกวันไม่ลืม

โรคปวดข้อจากความเสื่อมในผู้สูงอายุยังพบมากอยู่ ปัญหาเรื่องปวด บวม ขยับไม่คล่อง ตัวไปจนถึงติดขยับไม่ได้ทำให้ทุกข์ทรมานมาก  การฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อมีทั้งผลดีและเสีย อยู่ในดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษา การทำกายภาพบำบัดกล้ามเนื้อรอบข้อทุกวันจะช่วยให้อาการปวดทุเลา ลงมาก.

 

ที่มา: เดลินิวส์  23 สิงหาคม 2552