“ข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็ก” รู้เท่าทันก่อนโรคลุกลาม

dailynews140202_001สุขภาพดีสิ่งที่ทุกคนต่างปรารถนา การดูแลรักษาสุขภาพ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง ไม่ละเลยมองข้ามความผิดปรกติที่เกิดขึ้นนับแต่เบื้องต้น ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายห่างไกลจากความเจ็บป่วย

โรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็ก หรือ Juvenile Iidiopathic arthritis (JIA) ภัยสุขภาพสร้างความทรมานให้กับเด็กเมื่อมีอาการปวดข้อ ข้อบวม ข้ออักเสบ ฯลฯ และในบางรายที่มีอาการข้ออักเสบมากขึ้นอาจพิการและเสียชีวิตได้ โรคดังกล่าวเป็นหนึ่งใน กลุ่มโรคภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง หรือที่เรียกว่า ภูมิแพ้ตัวเอง หรือ แพ้ภูมิตัวเอง ซึ่ง ภาวะภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง หมายถึงภาวะที่ภูมิคุ้มกันทำงานเกินหน้าที่เพราะหลังจากที่กำจัดเชื้อโรคไปแล้ว แต่ภูมิคุ้มกันยังคงทำงานอยู่จนทำร้ายร่างกายแทนที่จะปกป้อง

โรคข้ออักเสบโดยไม่ทราบสาเหตุในเด็กก็เกิดจากการที่ภูมิคุ้มกันหันกลับมาทำร้ายข้อตัวเอง ทางการแพทย์ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า ภาวะภูมิคุ้มกันทำร้ายข้อตัวเองนี้เกิดจากอะไรจึงเรียกโรคนี้ว่า โรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็กซึ่งเกิดได้กับข้อทุกส่วนของร่างกายไม่เพียงแต่ ข้อมือ ข้อเท้า ข้อเข่า ข้อสะโพก แต่ยังเกิดได้กับกระดูกต้นคอ บริเวณขากรรไกร ฯลฯ

แพทย์หญิงโสมรัชช์ วิไลยุค แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคข้อและรูมาติสซั่มในเด็ก หน่วยโรคภูมิแพ้ ภูมิคุ้มกันและโรคข้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลให้ความรู้แนะนำวิธีสังเกตอาการโรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็กว่า ส่วนมากอาการของข้ออักเสบหรือข้อติดมักจะเกิดตอนเช้าหรือที่เรียกว่า ภาวะ Morning Stiffness หรือในช่วงที่อากาศเย็นซึ่งจะทำให้ขยับข้อลำบากและปวดข้อมาก สังเกตได้จากเด็กเดินกะเผลกหลังจากตื่นนอนเนื่องจากเวลาหลับไม่ได้ขยับตัว ทำให้สารอักเสบหลั่งออกมา

แต่พอตื่นนอนแล้วขยับข้อหรือในช่วงที่อากาศอุ่นขึ้น อาการข้อติดก็จะดีขึ้นซึ่งอาการลักษณะนี้อาจทำให้เด็กบางคนไม่สามารถนอนกลางวันหรือนั่งเรียนทั้งวันได้ แต่ในบางรายก็อาจมีอาการปวดทั้งวัน สังเกตได้จากเด็กที่เป็นข้ออักเสบที่ข้อเข่าจะไม่ยอมเดินจะร้องให้อุ้มตลอดเวลา หากเป็นที่สะโพกจะเจ็บเวลาอุ้ม ฯลฯ ผู้ปกครองคุณพ่อ คุณแม่จึงควรสังเกตอาการลูกว่ามีอาการข้อตึงแข็งทำให้ขยับหรือลุกลำบากหรือไม่หรือเดินกะเผลกในช่วงเช้า สังเกตอาการเจ็บปวดต่างๆจากสีหน้าท่าทางของลูก เช่น เจ็บมือหากโดนจับหรือจูงมือ เจ็บขาหรือข้อเท้าเวลาเดิน เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีอาการแสดง คือ เป็นไข้สูงวันละครั้งอาจจะเป็นช่วงเช้าหรือช่วงเย็นก็ได้ หากเป็นช่วงเย็นมักจะเป็นช่วงเย็นของเวลาเดียวกัน และในช่วงไข้สูงเด็กจะมีอาการซึม แต่พอไข้ลดลงเด็กจะรู้สึกสบายดี ซึ่งต่างจากการติดเชื้อทั่วๆ ไปที่เด็กมักจะไข้สูงตลอดทั้งวัน นอกจากข้ออักเสบแล้วยังอาจจะมีอาการของผื่นเม็ดแดงๆ เล็กๆ ขึ้นเวลาที่มีไข้ขึ้นและเมื่อไข้ลงผื่นก็จะหายไป

dailynews140202_001b

“ข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็ก โรคนี้อาจจะยากในการวินิจฉัย แต่หากคุณพ่อ คุณแม่ช่วยสังเกตและอธิบายอาการของลูกได้ก็จะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้ตรงจุดยิ่งขึ้น ในการสังเกตอาการข้ออักเสบอาจเปรียบเทียบระหว่างข้อข้างซ้ายและข้อข้างขวาหรือเปรียบเทียบกับพี่น้องหรือเพื่อนๆ หากมีอาการข้ออักเสบจะสังเกตได้ถึงข้อที่บวม นูน แดงหรือจับบริเวณข้อที่อักเสบจะรู้สึกร้อนๆ

dailynews140202_001c

อีกวิธีสังเกตจากบริเวณที่เป็น อาทิ หากเป็นข้ออักเสบบริเวณข้อเข่าให้สังเกตว่าข้อเข่าจะมีรอยบุ๋มเหมือนลักยิ้ม หากรอยบุ๋มหายไปแสดงว่าข้ออาจจะเริ่มบวมหรือมีน้ำในข้อได้ หากเป็นที่ข้อเท้าให้สังเกตขณะเด็กนอนคว่ำเท้า ข้อจะอูมขึ้นมาและหากเป็นที่นิ้วมือให้สังเกตว่าเด็กไม่สามารถจับดินสอเขียนหนังสือได้ หรือจะหยิบจับอะไรได้ลำบาก เป็นต้น”

dailynews140202_001a

โรคข้ออักเสบแบ่งออกเป็น 7 กลุ่ม ได้แก่

Systemic onset juvenile idiopathic arthritis (SoJIA) เป็นชนิดที่รุนแรงและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ เพราะมีอาการอยู่ในหลายระบบของร่างกาย โดยเด็กจะเป็นไข้สูงกว่า 2 อาทิตย์ และมีผื่นแดงๆ ที่เรียกว่า ผื่นแซลมอน ขึ้นตามร่างกาย

Oligoarticular JIA หรือ pauciarticular JIA ผู้ป่วยในกลุ่มนี้จะมีอาการข้ออักเสบน้อยกว่า 5 ข้อ แต่อาจมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดตาอักเสบได้มากกว่าชนิดอื่นๆ

Polyarticular JIA ที่มีรูมาตอยด์แฟกเตอร์ ผู้ป่วยในกลุ่มนี้ จะมีอาการข้ออักเสบมากกว่า 5 ข้อ ขึ้นไปและมีอาการปวดข้อเล็กๆ เช่น ข้อนิ้วมือ หรือข้อนิ้วเท้า และเด็กที่อยู่ในกลุ่มนี้ พอโตขึ้นจะมีอาการเหมือนผู้ใหญ่ที่เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

 Polyarticular JIA ที่ไม่มีรูมาตอยด์แฟกเตอร์ การดำเนินของโรคในกลุ่มนี้ จะรุนแรงน้อยกว่ากลุ่มที่มีรูมาตอยด์แฟกเตอร์ แต่ก็เสี่ยงต่อการเกิดภาวะตาอักเสบได้

Enthesitis related arthritis หรือ ERA จะพบอาการข้ออักเสบในตำแหน่งที่มีเส้นเอ็นไปเกาะกับกระดูก เช่น บริเวณส้นเท้า ฝ่าเท้า กระดูกสะบ้า ข้อต่อของกระดูกสันหลังบริเวณเอว เป็นต้น ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวดมาก โดยมากจะเป็นในเด็กผู้ชายอายุตั้งแต่ 6 ปี ขึ้นไป ที่คุณพ่อ – คุณแม่ หรือ พี่น้องท้องเดียวกัน มีประวัติป่วยเป็นโรคนี้

Psoriatic arthritis หรือ โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน จะพบผื่นสะเก็ดเงินร่วมกับอาการข้ออักเสบ ชนิดนี้จะยากต่อการวินิจฉัยพบน้อยในเด็กไทย และ

Undifferentiated JIA ข้ออักเสบที่ไม่เข้าพวกกับ 6 กลุ่มข้างต้นซึ่งจัดอยู่ในประเภทนี้

การตรวจวินิจฉัยทำได้โดยการตรวจเลือด เพื่อหาค่า CBC, ESR และ CRP และสำหรับวิธีการรักษาใช้ยาหลากหลายประเภทที่เหมาะสมกับกลุ่มโรคทั้ง 7 กลุ่ม นอกจากนี้ ผศ.มลรัชฐา ภาณุวรรณากร ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลแนะนำวิธีปฏิบัติตัวเพื่อช่วยฟื้นฟูเพิ่มอีกว่า นอกจากการใช้ยาในการรักษาโรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็กแล้ว คุณพ่อ คุณแม่จำเป็นต้องช่วยเหลือฟื้นฟูเด็กทางกายภาพอีกด้วย

สำหรับวิธีปฏิบัตินั้นสามารถให้ออกกำลังกายเบาๆ ที่เหมาะสมและเน้นที่การบริหารข้อต่างๆ ของร่างกาย เช่น การวิ่งช้าๆ การเดิน ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ฯลฯ หรือการบริหารข้อเพื่อไม่ให้เกิดอาการข้อติด เช่น หากจะบริหารข้อเข่าอาจทำท่าหมุนหัวเข่า หากบริหารนิ้วมือ บริหารด้วยการกำมือแบบหลวมๆหรือฝึกบีบลูกบอล บริหารข้อเท้า อาจบริหารด้วยการยืนเขย่งหรือการกระดกข้อเท้าขึ้น-ลง ควรหลีกเลี่ยงกีฬาประเภทที่มีการกระแทกหรือการต่อสู้ เช่น บาสเกตบอล ฟุตบอล หรือ เทควันโด จะทำให้ข้อเกิดการอักเสบมากขึ้นได้

นอกจากการรักษาด้วยยา และการฟื้นฟูทางกายภาพแล้วจำเป็นต้องดูแลในด้านต่างๆ อาทิ การรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ เลือกทานอาหารที่สุก สะอาด ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดและอาหารดิบ เพราะเด็กที่ป่วยด้วยโรคนี้มักได้รับยากดภูมิคุ้มกันจึงติดเชื้อได้ง่ายซึ่งผู้ป่วยควรพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง อย่างไรก็ตามการรักษาโรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็กเป็นเรื่องที่ท้าทาย และละเอียดอ่อน ต้องคำนึงถึงการเจริญเติบโตของเด็ก การหมั่นสังเกตอาการและพบแพทย์ทันทีที่พบความผิดปกติจะช่วยให้อาการข้ออักเสบไม่ลุกลาม ผู้ป่วยไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับโรคและเติบโตได้เหมือนเด็กปกติทั่วไป.

ที่มา: เดลินิวส์ 2 กุมภาพันธ์ 2557

Advertisements

โรคปวดข้อในเด็ก…มีจริงหรือ?

คำกล่าวที่ว่า “เด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็ก” มักเป็นประโยคสั้น ๆ ที่ได้ใจความและทำให้เราเข้าใจในความเป็นเด็กมากขึ้น เพราะฉะนั้นเวลาที่เด็กมีอาการเจ็บป่วย เขาจะบอกเราไม่ได้ว่ารู้สึกอย่างไร คงได้แต่เกิดจากการสังเกตและคาดเดาของผู้ปกครองและคนใกล้ชิดเท่านั้น

ประวัติเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยในการวินิจฉัย ไม่แพ้กับการตรวจร่างกาย ปัญหาที่หมอมักพบบ่อย ๆ ปัญหาหนึ่งคือ “ลูกไม่ยอมเดินเอาแต่ร้องไห้ แม่ก็ไม่รู้ว่าลูกร้องเพราะจะอ้อนแม่หรือปวดขา” “บางทีลูกเป็นอะไรไม่รู้ หงุดหงิดง่าย แต่พอแม่อุ้มหรือจับขาก็ร้องไห้จ้าเลยก็มี  มารู้ทีหลังว่าที่แท้ลูกปวดข้อตะโพก หรือปวดข้อเข่า เวลาแม่อุ้มจึงร้องไห้เพราะเจ็บ” เพราะเด็กโดยเฉพาะในเด็กเล็กยากที่จะบอกว่ามีข้ออักเสบหรือไม่ ไม่เหมือนในผู้ใหญ่ซึ่งเห็นได้ชัด

หมอเป็นหมอเฉพาะทางที่ดูแลผู้ป่วยเด็กที่มาด้วยเรื่องเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง หรือบางทีจะได้ยินคนเรียกภาวะนี้ว่า “แพ้ภูมิตัวเอง” เพราะเข้าใจง่ายกว่า แต่ในความเป็นจริงเราไม่ได้แพ้ภูมิอะไร โรคในกลุ่มนี้เกิดจากภูมิคุ้มกันเราสับสน ทำลายไม่เลือก แทนที่จะทำลายแต่เพียงเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกายเราก็ดันไปทำลายเนื้อเยื่อตัวเอง จึงเกิดการอักเสบตามอวัยวะต่าง ๆ ตามมา หนึ่งในนั้นคือโรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็ก (เจไอเอ) ซึ่งจะกล่าวในภายหลัง

เพราะเด็กไม่พูด ไม่สามารถอธิบายได้ เราจึงต้องอาศัยการตรวจร่างกาย เพื่อจะได้วินิจฉัยโรคได้ถูกต้อง หลายครั้งที่มีคนถามหมอว่า เด็กนี่เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้ด้วยเหรอ? นึกว่าเป็นแต่คนแก่ หรือไม่ก็ไม่เคยรู้เลยว่าลูกมีข้ออักเสบ มารู้อีกทีข้อติดไปหมดแล้วก็มีเด็กบางคนป่วยมาเป็นระยะเวลาหลายปี มาพบหมออีกที ตัวเล็กนิดเดียวเพราะเวลากินอะไรเข้าไปก็เอาไปใช้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอจากโรคหมด ไม่ได้ใช้กับการเจริญเติบโตเลย แถมข้อติดอีกต่างหาก กลายเป็นพิการตั้งแต่อายุยังน้อย

ปัจจุบันในประเทศไทยมีหมอที่เชี่ยวชาญทางด้านนี้อยู่น้อยมาก เทียบกับประชากรทั้งประเทศ จึงมีไม่น้อยเลย ที่มีเด็กป่วยด้วยโรคนี้ แต่ไม่ได้รับการรักษาแต่เนิ่น ๆ ดังนั้นนี่คงเป็นโอกาสดีที่หมอจะได้ให้ความรู้ ความเข้าใจ พร้อมวิธีสังเกตลูกๆ ของคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายว่า  เมื่อไรที่ควรสงสัยว่าลูกเราน่าจะมีความผิดปกติเกี่ยวกับโรคข้อและควรจะมาพบแพทย์

โรคข้ออักเสบในเด็กทั่ว ๆ ไป จะแบ่งเป็นชนิดที่เกิดขึ้นฉับพลันกับชนิดที่เป็นเรื้อรัง  โดยชนิดที่เป็นเรื้อรัง เด็กมักจะมีอาการมากกว่า 6 สัปดาห์ และมีอาการต่อเนื่องเกือบทุกวัน  ชนิดที่พบบ่อยสุดเป็นชนิดที่เกิดฉับพลัน ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ คราวนี้มาดูกันว่า มีสาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้เด็กมีอาการปวดแขนขา หรือข้ออักเสบ

ข้อสังเกตง่าย ๆ ให้คุณแม่ดูว่าลูกมักบ่นปวดข้อเวลาไหนเป็นหลัก ถ้าลูกเป็นข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็ก (เจไอเอ) ที่กล่าวไปแล้วข้างต้น  เด็กมักจะบ่นปวดตอนเช้า ๆ หลังตื่นนอน  ข้อมักจะติดแข็งขยับลำบาก เวลาขยับจะปวด แต่พอสาย ๆ อาการปวดจะทุเลาลง เริ่มขยับได้มากขึ้น ลูกจะให้ประวัติว่าพอนั่งรถถึงโรงเรียนอาการปวดข้อจะดีขึ้น เนื่องจากตอนนอนมีการหลั่งสารที่ทำให้เกิดการอักเสบออกมา พอตื่นนอนข้ออักเสบจึงกำเริบ พอขยับข้อสักพัก สารพวกนี้จะถูกดูดกลับไปในกระแสเลือด อาการเลยดีขึ้น 

โรคนี้พบได้ตั้งแต่เด็กอายุประมาณ 1 ปีขึ้นไป การประคบน้ำอุ่นจะทำให้เคลื่อนไหวข้อได้ง่ายขึ้น และลดอาการปวดได้  หากเด็กบ่นปวดข้อช่วงตอนเย็นหลังเลิกเรียน กรณีนี้พบมากและมาปรึกษาหมอบ่อย  ส่วนมากจะเป็นจากการใช้งานเยอะ ไม่ใช่โรคอะไร เพราะเด็กกลุ่มนี้จะมีกิจกรรมสูง วิ่งเล่นกันทั้งวัน  และส่วนมากเด็กกลุ่มนี้มักจะมีอาการหรือภาวะข้อหลวมร่วมด้วย

ดังนั้นหากเขาใช้ข้อไหนมากเป็นพิเศษก็จะบ่นว่าปวดข้อนั้นภายหลังจากใช้งาน เด็กกลุ่มนี้จะเติบโตปกติ จะมีประวัติการปวดมาเป็นปี ๆ แต่ก็ไม่มีข้อติดแต่อย่างใด การลดกิจกรรมที่ทำให้ใช้ข้อนั้นมากจนเกินไปลง อาการปวดข้อก็จะดีขึ้น  ส่วนเด็กที่มักมีอาการปวดขาตอนกลางคืน เกิดขึ้นได้จาก 2 สาเหตุ ซึ่งจะเป็นอย่างไรนั้น สัปดาห์หน้าหมอมีคำตอบมาฝาก พร้อมทั้งคำถามเกี่ยวกับโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ในเด็ก และการรักษา.

อ.พญ.โสมรัมชช์ วิไลยุค
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ที่มา:  เดลินิวส์ 24 ธันวาคม 2554

.

Related link:

.

ภาวะปวดข้อในเด็ก ที่พ่อแม่ควรรู้

สวัสดีปีใหม่ แฟนคอลัมน์ “หมอรามาฯ ไขปัญหาสุขภาพ” ขอให้มีความสุขตลอดทั้งปี มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคภัย และก็ติดตามเรื่องราวสุขภาพต่าง ๆ ที่คุณหมอของ รพ.รามาธิบดี เขียนเองกับมือได้ทุกสัปดาห์เช่นเคยค่ะ

ฉบับที่แล้วนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับโรคปวดข้อในเด็ก ที่มีการแบ่งชนิด และลักษณะอาการที่คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตลูก ๆ ตั้งแต่ยังเด็ก สัปดาห์นี้ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับโรคปวดข้อในเด็กมาฝากกันต่อ

เด็กที่มักมีอาการปวดขาตอนกลางคืน เกิดขึ้นได้จาก 2 สาเหตุ อย่างแรกที่เรียกกันว่า “โกรวอิ้ง เพนส์” ซึ่งเมื่อก่อนเชื่อว่าเป็นเพราะกระดูกยืดหรือเด็กกำลังโต แต่ในความเป็นจริงไม่เกี่ยวกับเด็กกำลังโตหรือกระดูกยืดแต่อย่างใด บางคนเชื่อว่าเกิดจากการปวดกล้ามเนื้อที่ใช้งานมามากระหว่างวัน แต่ภาวะนี้ไม่ใช่โรค และไม่ต้องรักษา มักพบในเด็กที่มีช่วงอายุ 3-8 ขวบ หรือวัยก่อนเข้าโรงเรียน ซึ่งเด็กจะตื่นมาบ่นปวดขาตอนกลางคืน ให้คุณแม่นวด แล้วก็นอนหลับได้ พอตอนเช้ามาก็วิ่งเล่นได้ตามปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ภาวะนี้จะหายไปได้เองเมื่อโตขึ้น ถ้าเด็กมีข้ออักเสบจริง ๆ เด็กจะไม่ยอมให้แม่นวดเลย เพราะจะเจ็บ

จะตรงกันข้ามกับ “โกรวอิ้ง เพนส์” ในอีกกรณีที่เด็กหลับไปแล้ว ตื่นขึ้นมาร้องปวดขามากตอนกลางคืน นวดยังไงก็ไม่หาย ลูกจะดูซึมลง น้ำหนักลด เบื่ออาหาร หรืออาจมีไข้ไม่ทราบสาเหตุร่วมด้วย กรณีนี้ต้องสงสัยภาวะมะเร็งที่ลามไปที่กระดูก ควรพาลูกไปปรึกษากุมารแพทย์โดยเร็ว  อีกภาวะหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การติดเชื้อในข้อ ซึ่งในกรณีนี้คุณพ่อคุณแม่จะบอกได้ชัดเจนว่าข้อลูกผิดปกติเพราะข้อจะบวมแดงร้อนชัดเจน ไข้ขึ้นสูง ขยับข้อนั้น ๆ แทบไม่ได้ คือปวดตลอดเวลา มักจะมีอาการเพียงข้อเดียว ส่วนมากเด็กที่เป็นโรคนี้มักจะมีภูมิต้านทานต่ำกว่าปกติ จึงติดเชื้อได้ง่าย

ส่วนสุดท้ายที่จะกล่าวถึงในข้ออักเสบฉับพลันคือไข้รูมาติก ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชื่อ สเตร็ปโตคอคคัส เด็กมักมีอาการคออักเสบ หรือเป็นหวัดนำมาก่อนประมาณ 3 สัปดาห์ ภายหลังการติดเชื้อระบบภูมิต้านทานเราเกิดสับสนระหว่างเชื้อโรคกับเนื้อเยื่อในร่างกาย จึงเกิดการทำลายเนื้อเยื่อตัวเองขึ้น ที่กล่าวไปข้างต้นว่าเป็นการเกิดภาวะ “ภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง” ซึ่งในโรคนี้จะเกิดบริเวณข้อ หัวใจ หรือแม้แต่ในสมอง ผู้ป่วยจะมาด้วยอาการไข้สูง ปวดข้อมาก ข้ออักเสบ บวม ร้อน ขยับแล้วเจ็บมาก รวมทั้งในบางรายมีอาการลิ้นหัวใจรั่วหรือการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติร่วมด้วย

ส่วนภาวะข้ออักเสบเรื้อรังที่มีคนถามว่า “เด็กเป็นรูมาตอยด์แบบผู้ใหญ่ได้ด้วยเหรอ” ขอตอบว่าได้ค่ะ สมัยก่อนจะเรียกกันว่า “ข้ออักเสบรูมาตอยด์ในเด็ก” ปัจจุบันเปลี่ยนใหม่แล้วเรียกว่า “ข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็ก” เพราะไม่ทราบสาเหตุจริง ๆ ว่าอยู่ดี ๆ ทำไมถึงเกิดขึ้น รู้แต่ว่าเกิดจากระบบภูมิต้านทานที่ทำงานผิดปกติ แทนที่ภูมิต้านทานเราจะทำร้ายสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคที่เข้ามาในร่างกายแต่เพียงอย่างเดียว หลังจากกำจัดสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรคไปแล้ว มันกลับไม่หยุดทำงานและหันกลับมาทำร้ายตัวเอง และเจาะจงที่ข้อ จึงเกิดข้ออักเสบขึ้นมา ไม่มีใครบอกได้ว่าทำไมมันถึงทำงานผิดพลาดได้อย่างนี้ ลักษณะของอาการข้ออักเสบในเด็กจะแตกต่างกับรูมาตอยด์ในผู้ใหญ่หลายอย่าง นี่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้องเปลี่ยนชื่อเรียกใหม่ เพราะกลัวจะสับสนกัน

ข้ออักเสบรูมาตอยด์ในผู้ใหญ่มักจะปวดตามข้อนิ้วมือ และมักเป็นเท่ากันทั้งสองข้าง ในเด็กอาการข้ออักเสบเป็นได้หลายแบบมาก ตั้งแต่ปวดข้อเข่า ข้อเท้า ข้อมือ กระดูกสันหลังบริเวณคอ บริเวณเอว สารพัดจะปวด จะเป็นทั้งสองข้างหรือข้างเดียวก็ได้ เด็กบางรายเป็นมากจนแทบจะเดินไม่ได้ ต้องหยุดโรงเรียนบ่อย ๆ มีผลกระทบทั้งครอบครัวและตัวเด็กเอง นอกจากนี้ข้ออักเสบชนิดนี้ยังถูกแยกย่อยออกได้เป็นอีกหลายชนิด ขึ้นกับการดำเนินของโรค และการรักษา บางชนิดเด็กจะมีอาการไข้สูงเรื้อรัง หาสาเหตุของไข้ยังไงก็ไม่เจอ และมีผื่นร่วมด้วย โดยเด็กจะมีไข้สูงวันละ 1-2 ครั้ง ตอนมีไข้เด็กจะปวดข้อและซึมมาก พอไข้หาย เด็กบางคนลุกขึ้นวิ่งเล่นได้เลยก็มี  ลักษณะผื่นจะเป็นสีชมพูเรื่อ ๆ เม็ดเล็ก ๆ ผื่นจะขึ้นตามไข้ ถ้าไข้ขึ้นผื่นขึ้น ไข้หายผื่นหาย ผื่นจะไม่ค่อยคัน จึงแตกต่างกับเด็กที่มีผื่นจากโรคภูมิแพ้ทั่วไป

สำหรับยาที่ใช้รักษาก็เป็นยาในกลุ่มยาต้านการอักเสบ และยากดภูมิคุ้มกัน ก็เพราะภูมิคุ้มกันมันทำงานเยอะเกินเราก็เลยต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันเพื่อควบคุมมันไม่ให้มาทำร้ายตัวเอง ในระยะยาวมีทั้งเด็กที่หายขาด หรือมีทั้งเป็นเรื้อรังจนกระทั่งโตเป็นผู้ใหญ่ ทั้งนี้แล้วแต่ชนิดที่เด็กคนนั้นเป็น เพราะการดำเนินโรคในแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน แต่การรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จะทำให้รักษาง่ายกว่า และลดภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่า เพราะฉะนั้นหากลูกมีอาการดังกล่าวข้างต้น ก็ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางแต่เนิ่น ๆ เพราะถ้ารักษาช้า อาจมีภาวะแทรกซ้อนตามมา เด็กไม่โตเท่าที่ควร หรือทำให้ข้อติด ข้อโดนทำลาย ทำให้ใช้งานไม่ได้ตามปกติ กลายเป็นพิการไป ทั้ง ๆ ที่รักษาได้ตั้งแต่แรก.

อ.พญ.โสมรัชช์ วิไลยุค
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์

ที่มา:  เดลินิวส์ 7 มกราคม 2555

.

Arthritis in Children

tag: Juvenile Idiopathic Arthritis (JIA)