‘ข้าว’ อาหารสุขภาพระดับโลก

dailynews140301_001คนไทยบริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก แต่รู้หรือไม่ว่าข้าวที่เรากินอยู่ทุกวันนี้ โดยเฉพาะข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสีมากจนเกินไปมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร ไปฟังคำตอบกัน

นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ บอกว่า ชนชาติที่บริโภคข้าวเป็นอาหารหลักนอกจากชาวเอเชียแล้วยังมีอีกหลายชาติในโลก ยกตัวอย่างสหรัฐอเมริกาก็บริโภคข้าวเป็นหลัก โดยในมลรัฐลุยเซียนามีอเมริกันชนที่สืบเชื้อสายมาจากชาวฝรั่งเศสยุคอาณา นิคมเรียกว่าพวก “เคจัน” ที่ชอบรับประทานอาหารรสเผ็ดราดกับข้าวสวย

บรรพบุรุษของเรา ท่านมีความผูกพันกับข้าวมากกว่าแค่ท้องอิ่ม ไม่ว่าจะเป็นพิธีทำขวัญข้าว พิธีบูชาพระแม่โพสพ ไปจนถึงพิธีเก็บเกี่ยวที่ล้วนเป็นการแสดงความเคารพต่อข้าวอย่างสูง ข้าวแต่ละเม็ดเป็นของศักดิ์สิทธิ์ เพราะกว่าจะได้มานั้นยากลำบากไม่ใช่ง่าย ๆ สมัยก่อนต้องตำข้าวด้วยครกกระเดื่องกว่าจะได้ข้าวแต่ละเม็ดต้องกอบแล้วกอบอีกเข้าครกตำ ซึ่งพิธีเหล่านี้จะทำให้คนรุ่นใหม่ยากที่จะลืมบุญคุณแห่งข้าว

สิ่งหนึ่งซึ่งพระแม่โพสพให้แก่คนไทยผ่านข้าว คือ คุณประโยชน์ที่อัดแน่นอยู่ในเม็ดข้าว ซึ่งในแต่ละเม็ดที่ยังบริสุทธิ์สมบูรณ์ไม่ผ่านการขัดสีนั้นมีสารอาหารที่จำเป็นอยู่มากไม่แพ้ผักผลไม้สด

ในข้าว 1 เม็ดที่ขัดสีไม่มากเกินไปจะมีวิตามินและแร่ธาตุที่น่าสนใจ คือ แมงกานีส  ซีลีเนียม ฟอสฟอรัส ทองแดง แมกนีเซียม วิตามินบี

ข้าวที่ผ่านการขัดสีน้อยอย่าง “ข้าวซ้อมมือ” มีการศึกษาจนทำให้รู้ว่าข้าว คือ สุดยอดอาหารสุขภาพอย่างหนึ่งโดยงานวิจัยจากนานาสถาบันระดับโลกเป็นเครื่องยืนยันดังต่อไปนี้

 

มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด โดย รพ.บริกแฮมแอนด์วีเมนได้ทำการรวบรวมข้อมูลจากพยาบาลกว่า 70,000 รายเป็นเวลา 12 ปีจนได้ข้อสรุปที่เผยว่า คนที่รับประทานธัญพืชไม่ขัดสีอย่างข้าวซ้อมมือนั้นจะคุมน้ำหนักตัวได้นิ่งกว่าคนที่กินธัญพืชขัดสี แถมยังช่วยยันน้ำหนักตัวไว้ไม่ให้เพิ่มได้ถึงเกือบครึ่ง

 

มหาวิทยาลัยลุยเซียนาสเตท พบว่า ข้าวซ้อมมือและน้ำมันรำข้าวช่วย “ลดไขมัน” ลงได้โดยเฉพาะไขมันตัวร้าย (LDL-c) ซึ่งนักวิจัยชี้ว่าคุณสมบัติพิเศษของน้ำมันในข้าวที่มักอยู่ในส่วนที่ขัดสีน้อยนั้นช่วยป้องกันหัวใจได้โดยตัวของมันจะไม่จับเป็นตะกรันเหนียวข้นในหลอดเลือดซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและตีบตันของหลอดเลือดสำคัญตามที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะสมอง กับหัวใจ

 

สถาบันวิจัยมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกาและมหาวิทยาลัยคอร์แนล ประกาศว่าธัญพืช เช่น ข้าวนั้นเป็นยาวิตามินชั้นดีเพราะมี “พฤกษเคมี”ที่ทรงพลังในการต้านทานโรคต่าง ๆ รวมถึงโรคมะเร็ง ซึ่งสารหนึ่งที่มีอยู่ในข้าวที่ไม่ขัดสีจนขาว คือ “ฟีโนลิกส์” ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับที่มีในสมุนไพรชั้นดีอย่างขมิ้น ชาเขียวหรือแม้แต่ไวน์แดง สารนี้มีอยู่ในข้าวเช่นกัน

 

การศึกษาจากเดนมาร์กลงตีพิมพ์ในวารสารนิวตริชั่น ชี้ว่า ข้าวไม่ขัดขาวโดยเฉพาะข้าวซ้อมมือมีฤทธิ์ป้องกัน “โรคหัวใจ” ได้ดีมาก จากสารพิเศษที่ชื่อ “ลิกแนน” ซึ่งเป็นหนึ่งในใยอาหารที่มีกลไกเบื้องหลังการเป็นเกราะให้หัวใจคือลิกแนนจะถูกแปรรูปในลำไส้จนกลายเป็น “เคมีป้องกันหัวใจและมะเร็ง” ซึ่งสารนี้จะไหลเวียนอยู่ในเลือดของผู้ที่บริโภคข้าวสุขภาพทั้งหลายเพื่อป้องกันโรคหัวใจ

ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างสำหรับข้าวที่เรารับประทานกันมาตั้งแต่เกิดจนเป็นเรื่องแสนจะธรรมดา เมื่อดูให้ดีก็จะเห็นว่าข้าวที่ดูเป็นของใกล้ตัวที่อาจเป็นคำตอบสุขภาพให้เราได้ในหลายเรื่อง ซึ่งขอเพียงแค่เข้าใจคุณค่าของข้าวและชาวนาอย่างแท้จริง.

 

นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน

ที่มา : เดลินิวส์ 1 มีนาคม 2557

Advertisements

กิน ‘อาหารสด’ ทดแทนอาหารเสริม

dailynews140105_001ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารออกมาจำหน่ายสารพัดชนิด แม้ราคาจะค่อนข้างสูง แต่หลายคนที่มีกำลังซื้อก็ยอมควักกระเป๋าซื้อหามารับประทาน จึงมีคำถามจากคนที่เบี้ยน้อยหอยน้อยว่าแล้วมีอาหารสดที่ซื้อหาได้ง่าย ราคาถูก สรรพคุณเทียบชั้นผลิตภัณฑ์เหล่านั้นหรือไม่ ไปฟังคำตอบจาก นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ กันเลย

เริ่มจาก มะยมกับมะขามป้อมแทนผลเบอรีแบบฝรั่ง มะยม คือ “เบอรี” ชนิดหนึ่ง หลายท่านอาจคิดว่าถ้าดื่มเครื่องดื่มที่โฆษณาว่าเป็นเบอรีรวมสกัดแล้วจึงจะดี แต่ที่จริงแล้วสารสำคัญของเบอรีที่ดีที่สุดคือการกินสดที่ไม่ใช่สกัดมาผ่านกระบวนการเป็นของสำเร็จรูป มะยมมีโพลีฟีนอลส์ที่ช่วยหลอดเลือดสมอง ส่วนมะขามป้อมมีวิตามินซีสูงช่วยเสริมภูมิต้านทานได้

ใบบัวบกแทนแปะก๊วย ใบบัวบกมีความพิเศษในเรื่องการบำรุงหลอดเลือดตามที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะสมอง ทำให้ไม่เกิดเลือดคั่ง ช่วยเส้นเลือดขอด ผลต่อสมองที่สำคัญคือช่วยให้สงบ ไม่กังวลตื่นเต้นจากสาร “ไทรเทอพีนอยด์” ที่มีอยู่ในบัวบก ที่สำคัญคือหาง่ายในบ้านเราและราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับการรับประทานแปะก๊วยช่วยสมองที่ต้องกินจากใบ ไม่ใช่เม็ดแปะก๊วยเหลือง ๆ

กระชายแทนโสม กระชายได้ชื่อว่าเป็นสมุนไพรบำรุงกำลังได้ดีจนมีชื่อเล่นว่า “โสมไทย” เพราะในโสมจีนหรือเกาหลีนั้นมีดีตรงที่สารจินซิโนไซด์ซึ่งเป็นสารคล้ายฮอร์โมนเพศแต่ก็ต้องระวังผลข้างเคียง สำหรับกระชายก็มีสารกลุ่มฟีโนลิกส์ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระได้ แถมยังช่วยลดความเสื่อมที่กระดูกและข้อในผู้สูงวัยได้ ยับยั้งการโตของเชื้อจุลินทรีย์ทั้งในลำไส้และเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง นอกจากนั้นยังช่วยป้องกันโรคหัวใจและไล่มะเร็งที่ไม่มีใครปรารถนาด้วย

ข้าวซ้อมมือแทนซีเรียลอาหารเช้า (ธัญพืชอบกรอบและขนมปังโฮลวีต) ข้าวซ้อมมือ ข้าวสีนิล ข้าวเหนียวดำและข้าวไทยที่ไม่ผ่านการขัดสีมากมีสาร “แอนโทไซยานินส์” ที่เทียบได้กับสารสกัดเมล็ดองุ่นหรือไวน์แดง นอกจากนั้นถ้ารับประทาน “จมูกข้าว” เสริมเข้าไปด้วยก็จะช่วยให้ได้สารเสริมภูมิคุ้มกันอย่าง “เบต้ากลูแคน” เข้าไปอีก การเพาะข้าวกล้องงอกช่วยเพิ่มคุณค่าในแง่สาร “กาบา” ที่ช่วยสื่อประสาทสำคัญในสมองได้ไม่แพ้เครื่องดื่ม “มอลต์สกัด”

เห็ดโคนแทนเห็ดทรัฟเฟิล เห็ดทำอะไรก็อร่อย โดยเฉพาะเห็ดสัญชาติไทยอย่าง เห็ดนางฟ้า เห็ดเออรินจิ เห็ดเข็มทอง เห็ดหอม

เห็ดเผาะหรือจะเป็นเห็ดฟางธรรมดา ๆ นี่ก็ให้คุณค่าทางอาหารแบบสดใหม่เทียบกันไม่ได้กับซุปเห็ดที่ขายกันราคาแพง เห็ดของไทยที่ถือเป็นสุดยอดอย่างหนึ่งคือ “เห็ดโคน” ชอบขึ้นใกล้จอมปลวก อยู่ในธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่มีกลิ่นหอม ถือเป็นสมุนไพรบำรุงร่างกาย ช่วยให้เจริญอาหารด้วย

ปลาทูและไข่ขาวแทนคอลลาเจนผง การรับประทานคอลลาเจนสกัดจำพวก “คอลลาเจนเพ็พไทด์” หรือคอลลาเจนไฮโดรไลเสทมากไปทำให้ไตทำงานหนัก แต่การรับประทานคอลลาเจนจากธรรมชาติอย่างปลาทูและไข่ขาวที่หาง่ายจะให้ประโยชน์ที่คุ้มกว่า ทั้งในแง่วิตามินบำรุงผิวที่ครบถ้วนและแง่ของราคาที่หาซื้อได้อย่างสบายใจ

ไข่ไก่แทนซุปไก่ ถ้าท่านอยากได้ประโยชน์จากไก่ในราคาไม่แพงให้หา “ไข่ไก่” มารับประทาน ธรรมชาติของแม่ไก่ต้องใส่ของดีที่สุดไว้ในไข่ไก่เพื่อให้ตัวอ่อน ดังนั้นการรับประทานไข่ไก่สักฟองหนึ่งย่อมให้คุณค่าที่ครบถ้วนจากของสดกว่าการดื่มซุปไก่สำเร็จรูป ถ้าปีนี้ท่านไม่อยากมอบกระเช้าซ้ำซากขอให้ลองจัดกระเช้าไข่ไก่ให้กันแทนก็ได้

นํ้าเต้าหู้แทนเครื่องดื่มเพ็พไทด์ การดื่มเพื่อบำรุงสมองนั้น สารสำคัญต่อสมองไม่ได้อยู่ที่เพ็พไทด์อย่างเดียวหากแต่อยู่ที่ “นํ้า” และ “วิตามินบี” ที่ต้องมีครบด้วย ซึ่งมีอยู่แต่ในของสดเท่านั้น ในเครื่องดื่มสกัดก็จะมีเพียงเท่าที่เขาใส่มา ซึ่งในนํ้าเต้าหู้หรือนมถั่วเหลืองธรรมชาตินั้นจะให้สารบำรุงสมองนอกจากเพ็พไทด์แล้วก็ยังมี วิตามินบี 6 แพลนท์สตานอลช่วยลดไขมันและยังมี “พฤกษฮอร์โมน” ซึ่งช่วยความจำและยังป้องกันกระดูกพรุนได้อีกด้วย

ถั่งเช่าดักแด้ไหมไทยแทนถั่งเช่าทิเบต ถั่งเช่าทิเบตมีดีตรงสารบำรุงกำลังอย่าง “คอดีเซปิน” และ “เบต้ากลูแคน” ซึ่งไทยเราผลิตสุดยอด “ถั่งเช่า” สายพันธุ์ใหม่ได้จากการค้นคว้าของนักวิจัยที่สนับสนุนโดยกรมหม่อนไหม ทำให้เพาะได้สายพันธุ์ถั่งเช่าที่เฉพาะซึ่งเชื่อว่าต่อไปจะมีการศึกษากันอย่างกว้างขวางและกระจายออกสู่ตลาดได้มากขึ้นในราคาที่ไม่แพงจนน่าตกใจดังเช่นถั่งเช่าทิเบตหรือถั่งเช่าสีทอง

นํ้ามันเมล็ดชาล้างหลอดเลือดแทนนํ้ามันรำข้าว การศึกษาชี้ว่าคุณค่าของนํ้ามันจาก “เมล็ดชานํ้ามัน” ไม่ได้ด้อยไปกว่า “นํ้ามันมะกอก” แต่อย่างใด เพราะมันมีกรดไขมันดีชนิดไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวสูง นอกจากนั้นยังมีกรดไขมัน โอเมก้า 3 6 และ 9 ในปริมาณที่สูง ที่สำคัญคือเมล็ดชานํ้ามันหาได้ในบ้านเรามีผลผลิตมาจากศูนย์วิจัยและพัฒนาชานํ้ามันและพืชนํ้ามันที่ จ.เชียงราย.

นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน

ที่มา : เดลินิวส์ 5 มกราคม 2557

‘ข้าวกล้อง’ พระเอกตัวจริง

ไขข้อสงสัย ข้าวกล้อง มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์มากกว่า ข้าวขาว อย่างไร? กับคอลัมนิสต์น้องใหม่ในแวดวงสุขภาพ @princessfangy กูรูด้านวิทยาศาสตร์อาหาร ประเดิมเรื่องแรกในคอลัมน์ ‘กินดี’ กับเรื่องข้าว ๆ

‘ข้าว’ อาหารจานหลักที่คนไทยส่วนใหญ่ขาดไม่ได้ทุกมื้อ จัดเป็นแหล่งพลังงานหลักให้กับร่างกายของเรา

แล้วทราบไหมคะว่า ข้าว จัดเป็นอาหารที่เรารับประทานกันในปริมาณมากที่สุดในชีวิตเมื่อเทียบกับอาหารชนิดอื่น กล่าวคือถ้าคำนวณด้วยหลักว่า พวกเราทานข้าวมื้อละ 100 กรัม หรือคิดเป็นปริมาณแค่ราวๆ 1 ทัพพีเองนะคะ เดือนๆ นึงข้าวที่เราทานกันจะมีน้ำหนักเกือบ 10 กิโลกรัมต่อคนเลยทีเดียวเชียวค่ะ

ในเมื่อเราทานกันในปริมาณที่เยอะขนาดนี้ ถ้าจะเรียกว่าข้าวนั้นเป็นพระเอกในมื้ออาหารไทยก็คงไม่ผิดนัก ฉะนั้น เราน่าจะลองหันมาใส่ใจกับพระเอกแห่งมื้ออาหารของเราดูว่า ข้าวแบบไหนถึงจะเรียกว่าเป็นพระเอกตัวจริงกันสักนิดดีไหมคะ

ข้าว ที่เรารับประทานกันส่วนใหญ่เป็นข้าวที่ผ่านการขัดสี จนได้เป็นข้าวขาว เมล็ดเรียวๆ สวยๆ  ทราบไหมคะว่า กว่าจะได้ข้าวขาว ๆ สวย ๆ แบบนี้นั้น ต้องผ่านการขัดสีหลาย ๆ ครั้ง จนเยื่อหุ้มของเมล็ดข้าวที่เรียกอีกชื่อว่า ‘รำ’ และจมูกข้าวหลุดออกไปจนเหลือแต่เนื้อในของข้าว ทั้งที่ความจริงแล้ว รำข้าวและจมูกข้าวที่หลุดออกไปนั้นมีคุณค่าทางอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก แต่เรากลับเอาส่วนที่มีประโยชน์ที่สุดในเมล็ดข้าวหรือรำนั้น ไปให้พี่หมูน้องหมูทานแทนเรากัน ดูสิคะ!!

ปัจจุบันมีผู้ที่ใส่ใจสุขภาพหันมาทานข้าวแบบไม่ขัดสีหรือที่เรียกกันว่า ‘ข้าวกล้อง’ กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น สมัยที่เรายังเด็ก อาจเคยได้ยินคนโบราณเขาเรียกข้าวประเภทนี้ว่า ‘ข้าวซ้อมมือ’ ซึ่งนี่แหละค่ะคือพระเอกตัวจริงของเรา

ความจริง ไม่ว่าจะเรียกข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ ก็คือข้าวที่มีประโยชน์ชนิดเดียวกันนั่นเองค่ะ แต่ที่คนโบราณเรียกว่าข้าวซ้อมมือนั้น ก็เพราะสมัยก่อนชาวบ้านจะใช้วิธีการตำข้าวด้วยมือ เพื่อเอาเปลือกออกไป ซึ่งปัจจุบันใช้การสีเอาเปลือกออกด้วยเครื่องสีข้าวแทน

สงสัยไหมคะว่า ข้าวกล้องมีสารอาหารที่มีประโยชน์ ที่ทำให้เป็นพระเอกตัวจริงมากกว่าข้าวขาวอย่างไร? มาดูกันค่ะ

อันดับแรกเลย คาร์โบไฮเดรตหรือพลังงานในข้าวอาจจะไม่ต่างกัน แต่สิ่งที่ช่วยให้พระเอกอย่างข้าวกล้องดูจะเหนือกว่าพระรองอย่างข้าวขาวนั้น คือวิตามินในกลุ่มบี ไม่ว่าจะเป็น วิตามินบี 1 ที่ข้าวกล้องมีมากกว่าข้าวขาวถึง 4 เท่า วิตามินบี 2 มี มากกว่าข้าวขาวประมาณ 2 เท่า อีกทั้งวิตามินบี 3 (ไนอาซีน) หรือวิตามินบี 5 (กรดแพนโทเทนิก) บี 6 ที่มีมากกว่าข้าวขาวตั้ง 5 เท่าเลยนะคะ

วิตามินบีต่างๆที่กล่าวมานี้ช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง ทำให้ความจำดี อารมณ์ดี ช่วยในการทำงานของกล้ามเนื้อ ช่วยเสริมความฟิตของกล้ามเนื้อหัวใจ ช่วยรักษาโรคเหน็บชา เพิ่มความแข็งแรงของเยื่ออ่อนในร่างกาย เช่นเยื่อตา เยื่อบุในปาก และยังช่วยเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตอีกด้วย

นอกจากนั้นยังมีวิตามินอี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสำคัญที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ ทั้งยังช่วยในเรื่องการขยายหลอดเลือดฝอย ทำให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น ลดการอุดตันของเส้นเลือด แถมยังช่วยลดคอเลสเตอรอล ช่วยในการผลัดผิวหนังขึ้นมาใหม่ ช่วยเพิ่มการทำงานของอินซูลิน ทำให้ระบบประสาทดีขึ้น และยังเชื่อว่าทำลายฤทธิ์ของสารก่อมะเร็งได้ด้วย

ถัดมาข้าวกล้องยังมีกากอาหาร (Fiber) ซึ่งช่วยระบบขับถ่าย ไม่ทำให้ท้องผูก และยังช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ได้อีกด้วย นอกจากนี้พระเอกตัวจริงของเรายังมีโปรตีน วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ มากกว่าข้าวขาว ที่ช่วยในการส่งเสริมการทำงานของส่วนต่างๆในร่างกายให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอ

ส่วนใครที่รู้สึกว่าข้าวกล้องมีสีสันไม่น่าทานแถมยังแข็งไม่นุ่มลิ้น แนะนำให้ผสมข้าวขาวเล็กน้อยก่อนในระยะแรก ๆ อาจตามด้วยแครอท ข้าวโพด เห็ดหอม และเมล็ดแตงโม เพื่อเพิ่มคุณค่าสารอาหารชนิดอื่น ๆ และเพิ่มสีสัน ความอร่อยให้กับข้าวกล้องได้อีกนะคะ

ถึงตอนนี้ก็พอจะรู้จักพระเอกตัวจริงหรือข้าวกล้องกันแล้ว รู้ขนาดนี้แล้วอย่าลืมหาข้าวกล้องมาฝึกทานให้เป็นประจำทดแทนข้าวขาวที่เคยทานอยู่

ฝรั่งเขาบอกว่า You are what you eat ทานอะไรก็เป็นแบบนั้น ดังนั้นใส่ใจสักนิดเลือกพระเอกตัวจริงไว้ในทุกมื้ออาหาร จะได้ทานอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายกันดีกว่าค่ะ.

“PrincessFangy”
twitter.com/PrincessFangy

 

ที่มา: เดลินิวส์ 7 กันยายน 2555