ดื่มเหล้าแล้วมีปัญหา ?

dailynews131012_002หลายคนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือ “ดื่มเหล้า” เป็นประจำที่มีโอกาส โดยไม่เลือกเทศกาล เพราะคิดว่าดื่มแล้วไม่ได้มีปัญหาอะไร ไม่ติดเหล้า ก็แค่สังสรรค์เล็ก ๆ น้อย ๆ กับเพื่อนฝูง หรือดื่มคนเดียวพอเป็นกระสาย ใครที่คิดอย่างนี้ถือว่า คิดผิด

พญ.พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์ ผอ.สำนักบริหารระบบบริการสุขภาพจิต  กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข  และผู้จัดการแผนงานการพัฒนาระบบการดูแลผู้มีปัญหาการดื่มสุรา (ผรส.) บอกว่า  ปัจจุบันคนมักสนใจว่า ติดเหล้าแล้วจะรักษาอย่างไรไม่ให้กลับไปติดซ้ำอีก แต่สิ่งที่หมออยากจะสื่อสารให้สังคมรับรู้มากกว่าการติดเหล้า คือ “ดื่มเหล้าแล้วมีปัญหา” ซึ่งคนจำนวนนี้มีมากกว่า “คนติดเหล้า” ด้วยซ้ำ

จริง ๆ ไม่ดื่มเหล้าดีที่สุด แต่คนส่วนใหญ่จะอ้างว่า ดื่มนิด ๆ หน่อย ๆ ตามสังคม ดื่มแล้วไม่มีปัญหา ซึ่งการดื่มที่ไม่มีปัญหา คือ ไม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาตามมา แต่ความจริงแล้วมีบางคนที่ดื่มเหล้าเมาแล้วมีปัญหา เช่น มีเรื่องชกต่อย ขับรถชน เกิดอุบัติเหตุ ทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพ ร่างกาย สังคม ครอบครัว แต่คนกลุ่มนี้มักจะไม่ค่อยรับรู้ว่ามีปัญหา

ถ้ามองเป็นรูปพีระมิดคนดื่มเหล้าแล้วมีปัญหาเป็นกลุ่มใหญ่มาก ในขณะที่คนติดเหล้ามีน้อยมากอยู่บนยอดพีระมิด ถ้าเขายังดื่มไปเรื่อย ๆ สุขภาพก็แย่ลงเรื่อย ๆ ยิ่งถ้าเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้ง ส่งผลเสียมากมายทั้งต่อร่างกาย เศรษฐกิจ และสังคม คนกลุ่มนี้บอกให้เขาหยุดดื่มคงไม่หยุด สิ่งที่เราพยายามรณรงค์ คือ ให้เขาตระหนักรับรู้ถึงปัญหา

อีกกลุ่มที่เป็นกลุ่มเสี่ยง คือ “ดื่มเหล้าแต่ยังไม่เคยเกิดปัญหา”  กลุ่มนี้ถ้าไปเตือนไม่ให้เขาดื่ม เขาก็จะบอกว่าไม่เคยเกิดปัญหา ยกตัวอย่าง เช่น ไปดื่มเหล้ากับเพื่อนเมา แล้วขับรถกลับบ้าน วันนี้ปลอดภัยดี ไม่มีอะไร เราถือว่าคนกลุ่มนี้เสี่ยง เพราะไม่รู้ว่าถ้าคุณทำแบบนี้อีกวันต่อไปจะปลอดภัยหรือไม่ คนกลุ่มนี้ต้องให้การศึกษาแก่เขา ทำอย่างไรจะลดการดื่มลง หรือว่าไม่ดื่มเลย

ในเชิงของการป้องกันจะเน้น 2 กลุ่มนี้เป็นกลุ่มหลัก  ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา คือ กลุ่มที่ดื่มเหล้าแล้วมีปัญหา ทำอย่างไรจะให้เขาลดปริมาณการดื่มลงกลายเป็นไม่มีปัญหา และคนดื่มแล้วเสี่ยงแต่ยังไม่เคยมีปัญหา

ส่วนกลุ่มที่สาม คือ “คนติดเหล้า” ซึ่งมีตั้งแต่ติดน้อย ติดมาก คนที่ติดน้อยอาจจะไม่มีอาการรุนแรง อาจจะดื่มบ่อย ๆ ดื่มเป็นประจำ ถ้าไม่ได้ดื่มอาจจะมีอาการหงุดหงิดนอนไม่หลับ ถ้าเป็นมาก อาจมือไม้สั่น สับสน ใช้เวลาในการดื่มตลอดทั้งวัน ขาดความรับผิดชอบในหน้าที่การงาน สิ่งที่จะต้องทำก็ไม่ได้ทำ มีปัญหาแล้วแต่ไม่ยอมรับปัญหา ในคนกลุ่มนี้ต้องได้รับการบำบัดรักษา เพราะเขาไม่สามารถควบคุมการดื่มได้ การลดปริมาณการดื่มอาจจะไม่ช่วยอะไร เพราะเขาติดเหล้าแล้ว

ถามว่าปัญหาสุขภาพจิตเกิดขึ้นตอนไหน คำตอบ คือ
1. บางคนอาจมีปัญหาสุขภาพจิตอยู่แล้ว มีความเครียด ซึมเศร้า แต่ไม่รู่ว่าตัวเองป่วยก็เลยไปดื่มเหล้า แอลกอฮอล์อาจจะออกฤทธิ์ช่วยผ่อนคลายในช่วงแรก คนดื่มอาจคิดว่าทำให้ดีขึ้น จากที่นอนไม่หลับ พอกินเหล้าแล้วนอนหลับ ถ้ารักษาไม่ตรงกับต้นเหตุ สุดท้ายการดื่มจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนคุมไม่ได้
2. มีปัญหาสุขภาพจิตขณะหยุดดื่ม ยกตัวอย่างคนที่ดื่มเหล้าจนติด แอลกอฮอล์ออกฤทธิ์ทำลายเซลล์สมอง ทำให้เซลล์สมองซึ่งทำหน้าที่ควบ คุมอารมณ์ ควบคุมสติทั้งหลายเริ่มลดลง ก่อให้เกิดอาการซึมเศร้า วิตกกังวล พอหยุดดื่ม สมองขาดแอลกอฮอล์ ถูกกระตุ้น ปลุกเร้า กระสับกระส่าย กระวนกระวาย วิตกกังวล นอนไม่หลับ กลายเป็นปัญหาสุขภาพจิตตามมา
3.ดื่มจนติดและทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งแต่ละช่วงการรักษาแตกต่างกัน พูดง่าย ๆ คือ ทั้งหมดมีปัญหาต่อสุขภาพจิตและต้องให้การรักษา

มีคำถามอีกว่าดื่มเหล้าแล้วหยุดได้ไหม ถ้าเกิดตั้งใจหยุดเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และมีโอกาสสำเร็จสูง สิ่งที่เราช่วยคือต้องดูว่าเขาดื่มเหล้ามากขนาดไหน คนที่ติดเหล้าส่วนหนึ่ง สามารถหยุดได้เองถ้าไม่ติดรุนแรง แต่ในคนที่ติดรุนแรง ดื่มหนักมาก เคยมีประวัติทางสมอง เคยหยุดดื่มแล้วมีอาการขาดเหล้ารุนแรง ถ้าจะหยุดดื่มต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ โดยแพทย์จะให้คนไข้ค่อย ๆ ลดปริมาณการดื่มและให้ยาทดแทน ไม่ใช่หักดิบ ในคนที่ไม่ติดรุนแรงสามารถหักดิบได้ไม่มีปัญหาอะไร

สำหรับการเข้าถึงบริการรักษาคนติดเหล้า ในบ้านเราต่ำมาก เราเคยสำรวจคนที่ดื่มสุราจนมีปัญหาสุขภาพเมื่อปี 2551 พบคนมีปัญหาจากการดื่มสุราที่เป็นปัญหาทางการแพทย์ 5 ล้านคนทั้งประเทศ ในจำนวนนี้ติดสุรา 3 ล้านคน แต่มีผู้เข้ารับบริการในโรงพยาบาลไม่ถึง 2 แสนคน คิดเป็นตัวเลขประมาณ 2% น้อยมาก

อีกประเด็นที่อยากฝากคือ ในบ้านเรามักจะรณรงค์ว่าควรจะดื่มอย่างปลอดภัย ดื่มแบบไม่มีอันตราย ซึ่งเป็นการรณรงค์ที่ค่อนข้างอันตรายมาก ประเด็นในการรณรงค์นี้มักออกมาจากประเทศทางตะวันตก ซึ่งดูจากตัวเลข ประชากรของเขาส่วนใหญ่ 80% ดื่มเป็นวีถีอยู่แล้ว แต่คนไทยประมาณ 50-60% ไม่ได้ดื่มเหล้า มีเพียง 40% เท่านั้นที่ดื่ม ดังนั้นการรณรงค์ด้วยแคมเปญเดียวกันกับประเทศตะวันตก จะกระตุ้นทำให้คนไม่ดื่มดื่มมากขึ้น ตรงนี้อันตรายมากสำหรับคนไทย ดังนั้นต้องรณรงค์ว่าไม่ควรดื่มเลย.

นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน

ที่มา: เดลินิวส์ 12 ตุลาคม 2556

Advertisements