สิงห์อมควันฟัง! ผลวิจัยใหม่ในคนสูบบุหรี่ เป็นเหตุให้′โครโมโซม′หาย

matichon141211_01ทีมศึกษาวิจัยที่นำโดยนายแพทย์ลาร์ส ฟอร์สเบิร์ก จากภาควิชาภูมิคุ้มกันวิทยา, พันธุกรรมและพยาธิวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยอัพพ์ซาลาในประเทศสวีเดน เปิดเผยผลการศึกษาที่พบว่า บุหรี่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงในทางลบต่อระบบโครโมโซมของเซลล์เม็ดเลือดในร่างกายของผู้ชายที่สูบบุหรี่ ส่งผลให้โครโมโซมวายซึ่งเป็นหนึ่งในโครโมโซมบ่งชี้เพศขาดหายไป

โดยผลการศึกษาพบด้วยว่า ยิ่งผู้ชายสูบบุหรี่หนักมากขึ้นเท่าใด ปริมาณโครโมโซมวายของบุคคลนั้นก็จะหลงเหลือน้อยลงมากเท่านั้น

นายแพทย์ฟอร์สเบิร์กระบุว่า เซลล์ที่ขาดโครโมโซมวายไม่ถึงกับตายลง แต่เชื่อว่าการขาดหายไปของโครโมโซมวายดังกล่าวนั้นกลายเป็นอุปสรรคในการทำหน้าที่ต่างๆ ของเซลล์ให้ผิดปกติไปจากเดิม ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่อธิบายได้ว่าเพราะเหตุใด ผู้ชาย (ทั้งที่สูบบุหรี่และโดยทั่วไป) จึงเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งมากกว่าผู้หญิง

ทั้งนี้ เนื่องจากโครโมโซมวายนั้นหายไปเองโดยธรรมชาติเมื่อสูงอายุขึ้นด้วย แต่จากการวิจัยพบว่า ผู้ที่สูบบุหรี่มีโอกาสที่จะสูญเสียโครโมโซมวายนี้มากกว่าผู้ชายทั่วไประหว่าง 2.4-4.3 เท่าตัว

ฟอร์สเบิร์กระบุว่า โครโมโซมวายทำหน้าที่เหมือนสัญญาณเตือนภัยของระบบภูมิคุ้มกันว่าเซลล์กำลังถูกทำลายและมีการกลายพันธุ์เกิดขึ้น เพื่อให้ภูมิคุ้มกันทำงาน การขาดหายไปจึงเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งซึ่งเกิดจากเซลล์แบ่งตัวผิดปกตินั่นเอง

ที่มา: มติชน 11 ธันวาคม 2557

Advertisements

เส้นเลือดหัวใจตีบ

dailynew140503_03ก่อนอื่นต้องแสดงความไว้อาลัยต่อการจากไปของคุณพีรพันธุ์ พาลุสุข รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งถึงแก่อนิจกรรมไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ภายหลังจากเข้ารับการรักษาเส้นเลือดหัวใจตีบ และมีภาวะแทรกซ้อนเส้นเลือดในสมองตีบ ส่งผลให้หลายคนหันมาสนใจภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบมากขึ้น

รศ.นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ หน่วยโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล บอกว่า ปัจจุบันอุบัติการณ์เส้นเลือดหัวใจตีบพบมากขึ้นเรื่อย ๆ และเป็นที่น่าวิตก โดยพบบ่อยในผู้ชายซึ่งมีอาการเฉียบพลันทันที ครึ่งหนึ่งของคนที่ไม่เคยมีอาการมาก่อนอาจจะแสดงอาการและต้องไปห้องฉุกเฉิน

เส้นเลือดหัวใจตีบในผู้ชายพบได้ตั้งแต่อายุ 40-45 ปีขึ้นไป ส่วนผู้หญิงจะพบในคนอายุ 55 ปี หรือวัยหมดประจำเดือนแล้ว ถ้าอายุต่ำกว่า 55 ปี ส่วนใหญ่ผู้ชายจะเป็นมากกว่า แต่ถ้าหลังอายุ 55 ปีไปแล้วอุบัติการระหว่างผู้ชายและผู้หญิงจะเท่ากัน

ที่น่าวิตกตกคือส่วนหนึ่งเป็นเฉียบพลันทันที ซึ่งปัญหาตรงนี้เกิดจากการสะสมของไขมัน ส่วนหนึ่งเพราะอายุมากขึ้น ก็มีโอกาสไขมันสะสมมากขึ้น บางครั้งมีการอักเสบ มีการปริของก้อนไขมัน ลิ่มเลือดไปอุด ทำให้ทางเดินทางเลือดตัน กล้ามเนื้อหัวใจตายและเสียชีวิต

อาการแรก ๆ คือ จุกแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก หายใจลำบาก อึดอัด นอนราบไม่ได้ หัวใจเต้นผิดจังหวะ

ปัญหาเส้นเลือดหัวใจตีบเกิดขึ้นได้ทั้งในคนที่ตรวจสุขภาพเป็นประจำและไม่ได้ตรวจสุขภาพ ปัจจัยเสี่ยง คือ ผู้ชาย อายุมาก มีภาวะเครียด สูบบุหรี่ มีภาวะความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เป็นโรคเบาหวาน ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคนี้ชนิดเฉียบพลันทันทีได้ ดังนั้นถ้ามีอาการส่วนใหญ่อาการจะหนักแล้ว

ถามว่าไม่เคยมีอาการอะไรเลยเป็นโรคนี้ได้ไหม ตอบว่าได้ เพราะจู่ ๆก้อนไขมันอาจปริแตก ตรงนี้เป็นสิ่งที่แพทย์ยังไม่รู้ว่าก้อนไขมันที่อยู่ในผนังหลอดเลือดปริแตกและทำให้ลิ่มเลือดไปอุดตันได้อย่างไร แต่คิดว่าความเครียดน่าจะเป็นปัจจัยหนึ่ง

ส่วนโอกาสที่จะเกิดปัญหาเส้นเลือดหัวใจตีบ ร่วมกับเส้นเลือดในสมองตีบนั้น มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่พบไม่บ่อยนัก แต่ก็เป็นไปได้ คือ เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ แล้วลิ่มเลือดหัวใจหลุดไปอุดที่สมอง และอุดที่หลอดเลือดหัวใจด้วย ทำให้เกิดภาวะหัวใจพลิ้ว โดยเฉพาะหัวใจห้องบนพลิ้ว กล้ามเนื้อหัวใจตายมาสักพักแล้ว หัวใจบีบตัวไม่ได้ มีลิ่มเลือดในหัวใจ ลิ่มเลือดก็หลุดไปที่สมอง ใน 100 คนที่เป็นโรคหัวใจ จะมีประมาณ 5 คนที่มีปัญหาเส้นเลือดสมองตามมา ซึ่งไม่บ่อยนักที่จะพบร่วมกัน แต่ก็เป็นไปได้

ท้ายนี้แนะนำว่า ถ้ามีอาการผิดปกติ หายใจอึดอัด แน่นหน้าอก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที และต้องเฝ้าระวังอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตัวเอง สำหรับคนที่ควรไปตรวจร่างกายเป็นประจำ คือ คนที่สูบบุหรี่ เป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง.

นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน

ที่มา : เดลินิวส์  3 พฤษภาคม 2557