ทำสมาธิระงับวิตกกังวลซึมเศร้า

image140110_002นักวิจัยมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ สหรัฐฯ ศึกษาพบว่าการนั่งสมาธินานวันละครึ่งชั่วโมง อาจช่วยระงับความวิตกกังวล อาการซึมเศร้าและความเจ็บปวดลงได้

คณะนักวิจัยได้พบหลักฐานระดับปานกลางยืนยันเรื่องนี้ ในรายงานผลการศึกษาในเรื่องนี้ที่แล้วมา 47 เรื่องด้วยกัน

หัวหน้านักวิจัย ดร.มัธยะ โกยัล กล่าวว่า “คนหลายคนยังคิดว่า การนั่งสมาธิคือการนั่งอยู่นิ่งๆ โดยไม่ได้ทำอะไรเลย ซึ่งไม่จริง ที่จริงแล้วเป็นการฝึกจิตให้มีสติสัมปชัญญะมากขึ้น”

เมื่อ พ.ศ. 2550 เคยมีรายงานว่า คนชาวอเมริกัน เกิดความสนใจศึกษาเรื่องนี้มากประมาณร้อยละ 9 และในจำนวนนี้ มีอยู่ร้อยละ 1 ที่แจ้งว่าได้ใช้วิธีนี้ในการรักษาโรคหรือใช้เป็นยา

ในการศึกษาครั้งล่านี้ พวกเขาได้พบว่ามีผู้ปฏิบัติประมาณร้อยละ 5-10 รายงานว่าช่วยให้คลายความวิตกกังวลลงได้ และมีมากประมาณร้อยละ 10-20 กล่าวว่าทำให้คลายความซึมเศร้าลง เมื่อเทียบกับผู้ปฏิบัติตนแบบอื่น

อย่างไรก็ดี สำหรับผลดีในการช่วยบรรเทาความเจ็บปวด ดร.มัธยะยอมรับว่ายังไม่อาจรู้ได้ว่าการนั่งสมาธิช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดแบบไหนลงได้มากที่สุด.

ที่มา: ไทยรัฐ 10 มกราคม 2557

.

Related Article:

.

image140110_001

Meditation may help with anxiety, depression and pain

07 Jan 2014

Using data from 47 earlier studies, researchers found moderate evidence to support the use of mindfulness meditation to treat those conditions. Meditation didn’t seem to affect mood, sleep or substance use.

“Many people have the idea that meditation means just sitting quietly and doing nothing,” wrote Dr. Madhav Goyal in an email to a news agency. “That is not true. It is an active training of the mind to increase awareness, and different meditation programs approach this in different ways.”

Goyal led the study at The Johns Hopkins University in Baltimore.

He and his colleagues write in JAMA Internal Medicine that meditation techniques emphasize mindfulness and concentration.

So-called mindfulness meditation is aimed at allowing the mind to pay attention to whatever thoughts enter it, such as sounds in the environment, without becoming too focused. Mantra meditation, on the other hand, involves focusing concentration on a particular word or sound.

Approximately 9 percent of people in US reported meditating in 2007, according to the National Institutes of Health. About 1 percent said they use meditation as some sort of treatment or medicine.

For the new report, the researchers searched several electronic databases that catalog medical research for trials that randomly assigned people with a certain condition – such as anxiety, pain or depression – to do meditation or another activity. These randomized controlled trials are considered the gold standard of medical research.

The researchers found 47 studies with over 3,500 participants that met their criteria.

After combining the data, Goyal said his team found between a 5 and 10 percent improvement in anxiety symptoms among people who took part in mindfulness meditation, compared to those who did another activity.

There was also about a 10 to 20 percent improvement in symptoms of depression among those who practiced mindfulness meditation, compared to the other group.

“This is similar to the effects that other studies have found for the use of antidepressants in similar populations,” Goyal said.

Mindfulness meditation was also tied to reduced pain. But Goyal said it’s hard to know what kind of pain may be most affected by meditation.

The benefits of meditation didn’t surpass what is typically associated with other treatments, such as drugs and exercise, for those conditions.

“As with many therapies, we try to get a moderate level of confidence that the therapy works before we prescribe it,” Goyal said. “If we have a high level of confidence, it is much better.”

But he noted that the researchers didn’t find anything more than moderate evidence of benefit from meditation for anxiety, depression and pain.

There was some suggestion that meditation may help improve stress and overall mental health, but the evidence supporting those findings was of low quality.

There was no clear evidence that meditation could influence positive mood, attention, substance use, eating habits, sleep or weight.

“Clinicians should be prepared to talk with their patients about the role that meditation programs could have in addressing psychological stress, particularly when symptoms are mild,” Goyal said.

Dr. Allan Goroll, who wrote an editorial accompanying the new study, told Reuters Health the analysis is an example of an area of much-needed scientific study, because many people make treatment decisions based on beliefs – not data.

“That is particularly the case with alternative and complimentary approaches to treating medical problems,” he said. “It ranges from taking vitamins to undergoing particular procedures for which the scientific evidence is very slim but people’s beliefs are very great.”

Goroll is professor at Harvard Medical School and Massachusetts General Hospital in Boston.

Goyal said people should remember that meditation was not conceived to treat any particular health problem.

“Rather, it is a path we travel on to increase our awareness and gain insight into our lives,” he wrote. “The best reason to meditate is to gain this insight. Improvements in health conditions are really a side benefit, and it’s best to think of them that way.”

(Agencies)

Latest News from Lifestyle News Desk

SOURCE : jagran.com

 

 

โรคปวดจากมะเร็งฝึกทำสมาธิช่วยทุเลาลงได้

dailynews130616_002aมะเร็งระยะสุดท้ายคนไข้มักจะพบกับอาการปวดเสมอ ปวดจนทรมานมาก กินไม่ได้ นอนไม่หลับ พลิกไปพลิกมาด้วยความไม่สบายใจ มีความรู้สึกว่าถ้าไม่ปวดไม่เจ็บ อยู่ ๆ จะวืดไม่รู้สึกตัวไปเลยก็ยังยอม เพราะผู้ที่เป็นโรคนี้มักจะรู้และยอมแล้วว่าสุดท้ายของโรคจะเป็นอย่างไร ทำใจกันมาแล้วเป็นเดือนเป็นปี แต่ที่ยังคิดกังวลตลอดคือความทรมานเรื่องปวด เบาปวดคราใดจะค่อยสบายใจทันที

ความเจ็บปวดมีการบำบัดรักษากันมามากมายหลายแบบตั้งแต่ยากิน ยาทา ยานวด ฉีดยาเข้าที่ประสาท ไปจนถึงต้องใช้ยาแรงสุดเป็นพวกฝิ่น อาจกิน ฉีด ผสมในน้ำเกลือ แล้วให้เป็นระยะตามต้องการ ประเภทฉีดก็ฉีดเมื่อปวดมากหรือเป็นระยะเช่นเดียวกัน บางคนมีความอดทนมาก นาน ๆ พอไม่ไหวจะค่อยเอ่ยปากขอสักครั้ง บางคนที่อดทนมากไม่ขอเลยก็มี หรือเปลี่ยนเป็นยาง่วง ๆ หลับแทน ผมเคยไปตามชนบท ตามป่าเขา มีการอมฝิ่นดิบระงับปวดทำให้ทุเลาไปได้เช่นกัน

dailynews130616_002b

โดยสรุปแล้วเรื่องมะเร็ง ถ้าไม่ปวดคงเป็นบุญไม่มีปัญหาอะไร แต่มักจะพบมีอาการปวดเข้ามาร่วมด้วยเสมอ เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีโอกาสคุยกับ พระภิกษุ ดร.ปพนพัชร์ จิรธัมโม เจ้าอาวาสวัดคำประมง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร เป็นวัดที่มีชื่อเสียงการบำบัดดูแลมะเร็งระยะสุดท้าย โดยใช้สมุนไพรและทำสมาธิบำบัดเรื่องปวด ไม่ยอมให้ยาช่วยเลย และกำลังถูกเชิญไปพูดแก่ผู้สนใจที่โรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี จ.ราชบุรี ฟังเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 56 เลยถือโอกาสตามไปฟังด้วย

วัดคำประมง จ.สกลนคร รักษาคนไข้มะเร็งระยะสุดท้ายมาร่วมสิบปีแล้ว มีเตียงรับคนไข้กินอยู่เสร็จ คนไข้ที่มารวมแล้วราว 3,500 คน เป็นมะเร็งทุกรูปแบบหลากหลายชนิด ส่วนใหญ่จะไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่นมาก่อน มักผ่านการตรวจชิ้นเนื้อ เอกซเรย์ ผ่าตัด ฉายรังสีและเคมีบำบัดมาแล้ว ทางวัดคำประมงมีแพทย์อาสาหลายท่านมาช่วย หนึ่งในนั้นคือ นพ.ศิริโรจน์ กิตติสารพงษ์ คอยช่วยกลั่นกรอง ตรวจ วินิจฉัยโรคให้รู้ประวัติรายละเอียดเพื่อจะได้พิจารณาดำเนินการรักษาต่อไป

คุณวิไลลักษณ์ ตันติตระกูล เป็นหนึ่งในจิตอาสาที่มาช่วยงานที่นี่ พร้อมศึกษาปริญญาโทจนสำเร็จ ขณะนี้กำลังทำปริญญาเอกอยู่ ได้ช่วยประสานงานกับเจ้าอาวาสซึ่ง คนมักเรียกหลวงตา ให้ได้มาคุยและบรรยายครั้งนี้ ผมเคยไปที่วัดมา 2 ครั้งแล้ว พอได้เห็นภาพว่าเขาให้การรักษากันอย่างไร วัดนี้เป็นที่สนใจ คนมาดูงานกันมากทั้งไทยและต่างชาติ มาเป็นจิตอาสาช่วยงาน ช่วยเหลือคนไข้ ช่วยงานของวัดในการดูแลคนไข้ ศึกษาและวิจัยพร้อม ทุกอย่างไม่ได้เก็บเงินคนไข้ ผลงานของที่นี่เด่นทำให้มีผู้ใจบุญกุศลได้ช่วยบริจาคกันเข้ามาอยู่ตลอด

การรักษาแบบองค์รวม : หลาย ๆ อย่างมารวมกัน ด้านธรรมะ จะมีการสวดมนต์ ทำบุญใส่บาตร ทำสมาธิ สมุนไพรบำบัด : คุณหมอพัฒธิกรณ์ ไวยสิงห์ ผู้มีความรู้ดีมากด้านสมุนไพรมาช่วยจัดยาให้ สมุนไพรจะต้มอยู่ในหม้อดินใหญ่หลายหม้อ กินกันตามโรคที่เป็น ทุกคนมีความหวังว่ากินแล้วอาการของโรคจะค่อยทุเลาลง อายุยืนยาวไปนานที่สุด นอกจากนี้มี การออกกำลังกาย จิตเวชบำบัด ดนตรีบำบัด เป็นองค์รวม คนไข้จะถูกรักษาทั้งกายและจิตไปพร้อมกัน ในความรู้สึกที่คนไข้ชอบคือ มีคนดูแลตลอด ไม่ถูกทอดทิ้ง

ทำสมาธิบำบัดอาการปวด : ในห้องประชุม รพ.ศูนย์ราชบุรี มีคนไข้หลายท่านที่ผ่านช่วงวิกฤติของการเจ็บป่วย อาการค่อยดีขึ้น อยู่ในระยะโรคสงบได้มาคุยเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟัง โดยเฉพาะเรื่องปวดว่า เวลาปวดแล้วทำอย่างไร คุณกนกวรรณ เกษแก้ว เป็นมะเร็งเต้านม ได้เล่าให้ฟังถึงอาการปวดที่สุดแสนจะสาหัสว่า มีแผลเต้านมด้วย ผ่านการรักษามาจากโรงพยาบาลทุกอย่างแล้ว ความอดทนเป็นเรื่องสำคัญมาก ฝึกทำสมาธิทุกวัน สรุปว่าแรก ๆ ก็ยังปวดอยู่ จนมาถึงจุดหนึ่งก็จะคลายลงหรือเอาชนะจนได้ โดยไม่เคยใช้ยาแก้ปวดช่วยเลย หลวงตามีกลยุทธ์ในการรักษาดีมาก คอยถามบ่อย ๆ ว่า ตอนตายจะให้หลวงตาเป็นประธานเผาศพหรือไม่ ความกลัวตายทำให้ลืมเรื่องปวดไปหมด

โดยสรุปแล้ว การรักษาที่วัดเป็นแบบองค์รวมของแพทย์ทางเลือก ประกอบด้วยหลายอย่างร่วมกัน คนไข้ร่วมมือร่วมใจช่วยเหลือกันเอง  มีจิตอาสาคอยช่วยและให้คำแนะนำ มีเพื่อนทุกข์คนไข้ด้วยกัน ไม่เหงาไม่ถูกทอดทิ้ง สบายใจมาก

การทำสมาธิเป็นแบบหนึ่งของวิธีการบำบัดจากมะเร็งระยะสุดท้าย คงจะต้องมีการเตรียมตัวและฝึกเป็นพื้นฐานมาก่อน ทั้งนี้ต้องอาศัยความอดทนและมีจิตใจที่เข้มแข็งเป็นหลัก เมื่อมีคนนำทางว่ามันเป็นไปได้ คนหลัง ๆ ก็น่าจะปฏิบัติตามและน่าจะเป็นไปได้เช่นกัน ข้อมูลเพิ่มเติม คุณวิไลลักษณ์ ตันติตระกูล 08-9202-9559.

นพ.สุวิทย์ เกียรติเสวี
suvit.kiatisevi@gmail.com

ที่มา : เดลินิวส์  16 มิถุนายน 2556

อานุภาพความรัก ทนกับความเจ็บปวด

นักวิทยาศาสตร์พบอานุภาพของความรักอีกอย่างหนึ่งว่าสามารถทำให้ทนกับความเจ็บปวดทรมานได้

นักวิจัยมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดของสหรัฐฯ ได้ทดลองกับนักศึกษาชาย 15 คน ด้วยการทำให้รู้สึกเจ็บ ในขณะที่ให้ดูรูปภาพของคนรักไปด้วย พร้อมกับใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สนามแม่เหล็กไฟฟ้า ที่สามารถแสดงให้เห็นภาพส่วนต่างๆของสมอง ในการวิเคราะห์พวกเขาได้พบว่านักศึกษาสามารถทนกับความเจ็บปวดเมื่อได้เห็นภาพของคนรักได้สูงกว่าธรรมดา

นักวิจัยยังได้รู้ว่าอานุภาพของความรักทำให้สมองหลายส่วนแสดงปฏิกิริยาขึ้นอย่างคึกคัก ตั้งแต่ส่วนที่เกี่ยวกับการสร้างสารเคมีโดปามีน  อันเป็นสารที่บันดาลให้เกิดความรู้สึกเป็นสุข

ศาสตราจารย์ปอล กิลเบิร์ท อาจารย์ด้านประสาทและจิตเวช มหาวิทยาลัยดาร์บี้ กล่าวว่า ความสัมพันธ์ของสภาวะอารมณ์กับความรู้สึกเจ็บปวดเห็นได้ไม่ยาก เหมือนอย่างที่นักฟุตบอล แม้จะได้รับบาดเจ็บ ก็ยังแข็งใจเล่น เพื่อชื่อเสียงและชัยชนะของทีม.

ที่มา : ไทยรัฐ 19 เมษายน 2556

.

Related Article :

.

bbc101014_001

Love can ease pain, say brain researchers

14 October 2010

Love hurts, at least according to many a romantic songwriter, but it may also help ease pain, US scientists suggest.

Brain scans suggest many of the areas normally involved in pain response are also activated by amorous thoughts.

Stanford University researchers gave 15 students mild doses of pain, while checking if they were distracted by gazing at photos of their beloved.

The study focused on people early in a romance, journal PLoS One reported, so the “drug of love” may wear off.

The scientists who carried out the experiment used “functional magnetic resonance imaging” (fMRI) to measure activity in real-time in different parts of the brain.

It has been known for some time that strong feelings of love are linked to intense activity in several different brain regions.

These include areas linked to the brain chemical dopamine, which produces the brain’s feel-good state following certain stimulants – from eating sweets to taking cocaine.

“Light up”

The Stanford University researchers had noticed that when we feel pain, some of the same areas “light up” on the scans – and wondered whether one might affect the other.

They recruited a dozen students who were all in the first nine months of a relationship, defined as “the first phase of intense love”.

Each was asked to bring in a picture of the object of their affection and photos of what they deemed an equally attractive acquaintance.


It’s important to recognise that people who feel alone and depressed may have very low pain thresholds, whereas the reverse can be true for people who feel secure and cared for”

Professor Paul GilbertUniversity of Derby

While their brains were scanned, they were shown these pictures, while a computer controlled heat pad placed in the palm of their hand was set up to cause them mild pain.

They found that viewing the picture of their beloved reduced perceptions of pain much more than looking at the image of the acquaintance.

Dr Jarred Younger, one of the researchers involved, said that the “love-induced analgesia” appeared to involve more primitive functions of the brain, working in a similar way to opioid painkillers.

“One of the key sites is the nucleus accumbens, a key reward addiction centre for opioids, cocaine and other drugs of abuse.

“The region tells the brain that you really need to keep doing this.”

Professor Paul Gilbert, a neuropsychologist from the University of Derby, said that the relationship between emotional states and the perception of pain was clear.

He said: “One example is a footballer who has suffered quite a painful injury, but who is able to continue playing because of his emotionally charged state.”

He added that while the effect noticed by the Stanford researchers might only be short-lived in the early stages of a love affair, it may well be replaced by something similar later in a relationship, with a sense of comfort and wellbeing generating the release of endorphins.

“It’s important to recognise that people who feel alone and depressed may have very low pain thresholds, whereas the reverse can be true for people who feel secure and cared for.

“This may well be an issue for the health service, as patients are sometimes rushed through the system, and perhaps there isn’t this focus on caring that might have existed once.”

SOURCE : www.bbc.co.uk