จามส่อภาษาสำเนียงส่อสกุล

thairath130502_004แพทย์ประสาทวิทยาและจิตแพทย์ชื่อดังของอเมริกา พบว่าอาการไอจามของใครอาจจะบอกให้รู้ถึงลักษณะนิสัยของคนผู้นั้นได้

หมอผู้ก่อตั้งมูลนิธิรักษาและวิจัยการรับรู้กลิ่นและรสด้วย กล่าวว่า “การจามก็เหมือนการหัวเราะ บางคนหัวร่อเสียงดัง บางคนก็ค่อย เช่นเดียวกับการจาม มันมักจะเป็นเสียงแบบเดียวกัน ตั้งแต่ตอนหนุ่มไป” เขาบอกเสริมว่า “มันเป็นเรื่องทางจิตวิทยา และบอกให้รู้ถึงพื้นฐานบุคลิกลักษณะ หรือท่าทางเบื้องหลัง”

อย่างเช่น ผู้ที่เปิดเผยและแสดงออก ชอบสังคม จะชอบจามเสียงดังเหมือนลูกระเบิด ได้ยินไปแปดบ้าน ส่วนพวกขี้อาย ก็จะแอบกลั้นการจามเอาไว้ ได้ยินเสียงเหมือนหนูร้องจิ๊ดเดียว “ทั่วๆ ไปแล้ว การจามเป็นปรากฏการณ์ ที่อยู่นอกเหนืออำนาจใจ ส่วนหนึ่งก็เป็นกลไกเพื่อการป้องกันโดยธรรมชาติ และยังเป็นการขับแบคทีเรีย หรือสิ่งซึ่งอาจเป็นอันตรายออกไปด้วย”.

ที่มา : ไทยรัฐ 1 พฤษภาคม 2556

.

Related Article :

.

Personalities: A loud, explosive sneeze is likely to come from an outgoing, demonstrative person while someone who's shy will try and hold back, resulting in a stifled, Minnie-Mouse style expulsion (file picture)

Personalities: A loud, explosive sneeze is likely to come from an outgoing, demonstrative person while someone who’s shy will try and hold back, resulting in a stifled, Minnie-Mouse style expulsion (file picture)

Are you a snorter or a squeaker? How the way you sneeze can reveal your real personality

  • Outgoing people make loud, explosive sneezes, according to US study
  • Those who are shy will try and hold back, resulting in stifled expulsion
  • Chicago neurologist Dr Alan Hirsch says sneezes ‘are like laughter’

By DAVID GARDNER

PUBLISHED: 00:12 GMT, 24 April 2013

The way we sneeze tells a lot about our personalities, according to an American study.

A loud, explosive sneeze is likely to come from an outgoing, demonstrative person while someone who’s shy will try and hold back, resulting in a stifled, Minnie-Mouse style expulsion, says neurologist Dr Alan Hirsch.

‘Sneezes are like laughter,’ he adds. ‘Some laughs are loud, some are soft. And it’s similar with sneezing. It will often be the same from youth onward in terms of what it sounds like.

‘It’s more of a psychological thing and represents the underlying personality or character structure,’ Dr Hirsch, also a psychiatrist and founder of the Smell & Taste Treatment and Research Foundation in Chicago, tells NBC in the US.

Sneezing is a reflex action caused when irritants such as germs, pollen and dust infiltrate the nose lining and the brain sends out a message to get rid of it, triggering a deep breath that gets held in the lungs, tightening the chest muscles and building pressure.

The tongue gets pushed against the roof of the mouth, forcing breath to rush out through the nose – all in the time it takes to go achoo!

‘I have world famous kitten sneezes,’ says Susan Frykholm, a 31-year-old multimedia sales specialist from Seattle, in the report. ‘I’m not trying to be cute but people usually start laughing at how ‘precious’ they are.’

‘Mine are like a revolutionary war cannon,’ adds Dan Fine, a 54-year-old IT consultant who is also from Seattle.

Tara Spicer, a 29-year-old copywriter from Washington, has her own reasons for her sneezing habits.

Achoo: Sneezing is a reflex action caused when irritants infiltrate the nose lining and the brain sends out a message to get rid of it, triggering a deep breath that gets held in the lungs, tightening the chest muscles

Achoo: Sneezing is a reflex action caused when irritants infiltrate the nose lining and the brain sends out a message to get rid of it, triggering a deep breath that gets held in the lungs, tightening the chest muscles

 

‘I’m a sneeze stifler. I’ve always pinched my nose to mute the noise. I think it’s a subconscious rebellion against my grandmother, who raised me much of my life, and took pride in her ear-shattering siren-sneeze,’ she says.

Others describe sneezes sounding like screams or in rapid succession.

‘In general, sneezing is an involuntary phenomenon, part of the body’s mechanism of defense, a way of clearing out bacteria or other agents that would be injurious,’ Dr Gordon Siegel, a Chicago ear, nose and throat doctor tells NBC.

‘That being said, you can control to a degree the way it comes out.’

Dr Siegel, an assistant clinical professor at Northwestern Feinberg School of Medicine, tells how a friend used a colourful expression to punctuate his sneezes.

‘When he sneezes, he likes it to come out saying ‘horses***’ and he’s got it down,’ he says. ‘There is partial control of the final product.’

The experts say the bone structure of the face and shape of the nose may play a smaller role in the different sneezing styles.

But Dr Siegel insists: ‘What we perceive as the sneezing sound is not really affected significantly by the nose structure.’

Most people don’t think too much about sneezing. They just happen naturally, he adds.


SOURCE :  www.dailymail.co.uk

Advertisements

ดับเครียดด้วย “คิดบวก”

ยุคสมัยนี้ หลายคนบอกว่า “ความเครียด” แทบจะกลายเป็นโรคประจำตัว แวะเวียนมาเคาะประตูบ้านถี่ขึ้น ทั้งจากเรื่องในครอบครัว สังคมแวดล้อม หรือ แม้กระทั่งการรับฟังข่าวสารต่าง ๆ ยิ่งเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตด้วยแล้ว ล้วนชักนำ “ความเครียด” ให้เกิดขึ้นได้ง่าย พบได้หลายวัย หลากปัญหา!!

ผศ.พญ.วินิทรา นวลละออ จิตแพทย์ และผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่ากลุ่มคนที่ค่อนข้างเครียดมักพบในวัยรุ่น และผู้ใหญ่ โดยวัยรุ่นส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ เช่น มีปัญหากับเพื่อน ถ้าเป็นวัยผู้ใหญ่มักเป็นเรื่องในที่ทำงาน แล้วก็เรื่องความขัดแย้ง สำหรับวัยสูงอายุไม่ค่อยเครียด แต่มักจะป่วยเป็นโรคทางจิตเวช คือ ซึมเศร้า

นอกจากทักษะน่าสนใจ อย่าง การออกกำลังกาย เล่นโยคะ รวมถึงการนั่งสมาธิ ซึ่ง ผศ.พญ.วินิทรา ได้แนะนำ โดยมีงานวิจัยรองรับมาแล้วว่าปฏิบัติประจำช่วยป้องกันความเครียด ช่วยให้หายเร็วขึ้น หรือ ส่งผลกับเราน้อยลงแล้ว ยังมีอีกหนึ่งทฤษฎีน่าสนใจ เรียกว่า “โพซิทีฟ ไซโคโลจี”

ผศ.พญ.วินิทรา กล่าวว่า โพซิทีฟ ไซโคโลจี เป็นแนวคิดจิตวิทยาซึ่งรู้จักกันมานานแล้ว แต่ว่าคนคิดขึ้นมาคนแรกเขาคิดว่ามีทางไหนบ้างทำให้เราเลิกพูดถึงด้านลบของจิตใจ มาพูดถึงด้านบวก ทำให้คนที่เครียดอยู่สุขภาพจิตดีขึ้น ป้องกันตัวเองได้ หรือ ทำให้คนปกติ ทำอย่างไรเขาถึงจะคิดในทางบวก แล้วก็มีชีวิตที่ดีขึ้น

“หลักการสำคัญก็คือ คิดว่าทุกอย่างในโลกนี้มีทางออก เราทำให้ชีวิตมีด้านบวก หรือ ด้านดี ๆ ได้โดยที่ไม่ต้องไปโฟกัสอยู่ที่ด้านลบ หมอเคยฟังเลคเชอร์ของคนที่มาพูดเรื่องโพซิทีฟ ไซโคโลจี เขาบอกว่า คนทั่วไปจะเข้าใจผิดว่าการมองโลกในแง่บวกคือการหลอกตัวเอง แต่โพซิทีฟ ไซโคโลจีบอกว่า เราไม่ได้มองแง่บวกอย่างนั้น เราไม่ได้หลอกตัวเอง โพซิทีฟ ไซโคโลจีควรจะเรียกว่า เรียลลิตี้ ไซโคโลจี มากกว่า คือ การมองชีวิตตามความเป็นจริง

อย่าง ทะเลาะกับสามี เพราะสามีไปมีคนอื่น ก็ต้องดูว่าสามีไปมีคนอื่นเพราะอะไร ถ้าเกิดรู้สาเหตุแบบที่พระพุทธเจ้าท่านบอกไว้ก็คือเราต้องคิดด้วยปัญญา ถ้าเพราะบุคลิกเขาเป็นแบบนี้อยู่แล้ว อาจจะต้องคิดใหม่ว่าอยู่กับเขาต่อไปได้ไหม หรือว่าถ้าอยู่กับเขาต่อ เขามีส่วนดีอื่น ๆ เช่น เขาไม่ดื่มเหล้า เขาดูแลครอบครัว ดูแลลูกดี แล้วสิ่งนี้ยอมรับได้ไหม ถ้ายอมรับไม่ได้อีกต้องเลิกกัน แล้วยอมรับผลที่ตามมาได้หรือเปล่า คือ มองตามความเป็นจริง จะทำให้เครียดน้อยลง”

การมองโลกในแง่ดีแน่นอนคือมีความสุข ซึ่ง ผศ.พญ.วินิทรา มองว่า เหมือนการถอดแว่นสีดำ ที่เดิมมองอะไรก็มืดมนไปหมด เมื่อเราใส่แว่นสีชมพู ดูแล้วก็มีความสุข ทั้งยังทำให้มองเห็นโอกาสดี ๆ เพิ่มขึ้น เวลาคนมีความทุกข์จะมีคำศัพท์ คือ ทิวบ์วิชั่นส์ เหมือนการมองลอดท่อ สิ่งที่เห็นเป็นแสงแค่ปลายทางไกล ๆ สองข้างเห็นแค่ขอบท่อ แต่ถ้ามองโลกในแง่บวก เชื่อว่าโลกนี้ไม่ได้มีแค่ในท่อนี้ เอาท่อออก เราจะเห็นว่าโลกกว้างใหญ่มาก มีทางแก้ปัญหาเยอะ

ลองเปลี่ยนมุมมองปัญหา ค่อย ๆ จัดการอย่างเหมาะสมบนพื้นฐานการมองชีวิตตามความเป็นจริง บางทีทางออกอาจปรากฏรอให้เลือกมากกว่าหนึ่ง.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์

 

ที่มา:เดลินิวส์ 15 สิงหาคม 2555

จิตแพทย์ในนิวยอร์คผสานผสมจิตวิทยาสมัยใหม่กับการนั่งสมาธิเพื่อช่วยบำบัดคนไข้

ศาสตร์ด้านจิตวิทยาแห่งโลกตะวันตกกับเทคนิคทางด้านจิตวิญญานจากโลกตะวันออก กลายเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมอเมริกัน แม้ว่าศาสตร์ทั้งสองจะต่างกันคนละโลก

อดัม ฟิลิปส์

2 สิงหาคม 2555

สียงเทปบทสวดของพระทิเบตที่เปิดให้คนไข้ฟังขณะนั่งรอพบจิตแพทย์ในแมนฮัตตั้น ฟังแล้วเหมือนไม่ได้อยู่ที่นิวยอร์ค  ที่นี่เป็นสำนักงานใหญ่ของสถาบันนาลันดาเพื่อศาสตร์ด้านการทำสมาธิ (Nalanda Institute for Contemplative Science) จิตแพทย์ โจเซฟ โลอิซโซ ผู้อำนวยการสถาบันและผู้ก่อตั้ง เรียนจบปริญญาเอกด้านพุทธศาสนาศึกษา หนังสือเล่มใหม่ที่เขาเขียนชื่อ Sustainable Happiness หรือ ความสุขที่ยั่งยืน เสนอข้อมูลความรู้ที่เขาใช้เวลาหลายสิบปีในการวิจัยและบำบัดคนไข้ ด้วยการผสมผสานความรู้ด้านจิตวิทยาดั้งเดิม ประสาทวิทยาสมัยใหม่ กับพุทธศาสนา 

จิตแพทย์โลอิซโซ กล่าวว่ามนุษย์เราถูกสร้างให้ปรับตัวเข้ากับชีวิตในธรรมชาติ แต่อารยธรรมที่เราสร้างขึ้นกลายเป็นกรอบกำหนดให้ชีวิตมนุษย์ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ เขาเชื่อว่านี่เป็นสาเหตุให้คนส่วนใหญ่เกิดความเครียด เขายกตัวอย่างกรณีความเครียดที่เกิดจากการทำงาน เจ้านายสั่งให้ส่งงานตามเวลากำหนดแต่คุณกังวลว่าอาจจะทำไม่เสร็จ เกิดอาการหายใจลำบาก เหงื่อออกที่มือ เกิดความเหนื่อยล้า

ความเครียดที่เกิดขึ้น ในระยะยาว นำไปสู่อาการซึมเศร้า อาการเครียดเรื้อรัง ความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ จิตแพทย์โลอิซโซ กล่าวว่า นี่ทำให้เขาผสมผสานการนั่งสมาธิและแนวทางการปฏิบัติในศาสนาพุทธเข้ากับการบำบัดรักษาผู้ป่วย การจดจ่อที่ลมหายใจเข้าออกและการเรียนรู้ที่จะควบคุมความคิด ความรู้สึก และความอยาก ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ช่วยลดความเครียดลงได้และยังเป็นเทคนิคที่ช่วยการฝึกสมองเสียใหม่

จิตแพทย์โลอิซโซ กล่าวว่าหากเรามีสติ เราจะสามารถเข้าใจหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่างได้ชัดเจนขึ้น ช่วยให้ตนเองกำจัดความเข้าใจผิดและควบคุมไม่ให้แสดงปฏิกริยาตอบสนองที่เกินเหตุต่อเหตุการณ์ต่างๆ เลือกที่จะมองข้ามสิ่งที่รบกวนจิตใจเหล่านั้น มองหาทางออกอย่างอื่น และพยามยามมองให้ทะลุปรุโปร่งว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ผู้เชี่ยวชาญคนนี้กล่าวว่า การนั่งสมาธิเป็นเทคนิคที่ช่วยสร้างความแข็งแกร่งทางจิตและสมองเพื่อช่วยให้คนเรามีความสุขและปลอดจากความเครียด

แนวทางบำบัดทางจิตแบบผสมผสานนี้ช่วยผู้ป่วยหลายคนของจิตแพทย์โลอิซโซมีอาการดีขึ้น รวมทั้งชายคนนี้ ผู้ป่วยคนนี้กล่าวกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่า เขามีปัญหาโรคซึมเศร้า การบำบัดกับจิตแพทย์โลอิซโซช่วยให้เขาสามารถปรับตัวและเข้ากับคนอื่นรอบข้างได้ดีขึ้น

การฝึกจิตให้มีสติยังเป็นวิธีที่ได้ผลดีในการรักษาโรคอื่นๆด้วย ยกตัวอย่าง ในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ที่โรคเข้าสู่ภาวะสงบ จิตแพทย์โลอิซโซ ได้ทำโครงการทดลองฝึกทำสมาธิและการพูดคุยแบบกลุ่มนานยี่สิบสัปดาห์แก่ผู้ป่วยหญิงหกสิบคนภาย

ภายหลังการฝึก ผู้เข้าร่วมโครงการเกือบทุกคนบอกว่ารู้สึกกังวลน้อยลงและมีความหวังในชีวิตมากขึ้น

และนั่นคือเป้าหมายของการสร้างความสุขที่ยั่งยืนตามแนวคิดของจิตแพทย์โจเซฟ โลอิซโซ่ ที่ผสมผสานจิตวิทยาแบบโลกตะวันตกกับการปฏิบัติทางจิตวิญญาณจากโลกตะวันออก

ที่มา: voathai.com

.

Related Link:

.

Psychiatrist incorporates Buddhist philosophy to heal patients

by Dava Castillo, All Voices, Jul 2, 2012

Buddhist philosophy and practice is incorporated into psychotherapty by Dr. Loizzo

New York, USA — In the practice and study of Buddhism, non-duality or wholeness is a binding philosophy and critical to achieving enlightenment. All beings are equal in wanting happiness and not wanting pain; therefore one should protect others as one protects the self. This is called “the exchange of self for others,” or mindfullness.

Joseph Loizzo, founder and director of The Nalanda Institute for Contemplative Science, has written a book called Sustainable Happiness in which he shares decades of research and clinical practice using traditional psychoanalysis, neuroscience and Buddhism in the practice of achieving wholeness.

“The main problem in our human condition has to do with the fact that our natures were adapted for life in the wild, and that because of civilization, we are living in very unnatural conditions,” says Loizzo, who believes this is the primary source of stress for most people. “The stress instincts are what prepare us to fight or fly or freeze sometimes in dangerous situations. But since civilization began to sort of take over our whole lives, these stress reactions are a less and less useful part of our makeup,” according to an interview with Voice of America.

Controlling involuntary responses in stressful situations result in shortness of breath, sweating, and adrenaline surges alerting the body it is in possible danger.

“And because really what is challenging us is not a predator, but is another human being,” he says, “whom we need to cooperate with and we need to negotiate with, essentially we become maladapted.”

Buddhist practices and philosophy have long been used for conflict resolution. Dr. Loizzo says by incorporating Buddhist techniques into his medical practice using meditation and breathing techniques, one can re-train the brain to control the body responses to reduce the stress which can lead to depression, chronic anxiety, hypertension and heart disease.

“The idea is that if you’re mindful, you are able to assess things more clearly, and you are able to catch the misperceptions and over-reactions as they occur and opt out of them and choose the alternative [and] to see what is happening to you. Meditation becomes sort of a teachable simple pragmatic system for strengthening the parts of our mind and our brain that we need to be healthy and happy.”

Personal story-telling

Australian aborigines have practiced story-telling for centuries. An adolescent experiences a rite of passage in which they create their own story by going on a “walkabout.” In this practice they trace the paths, or “songlines”, that their ancestors took, and imitate, in a fashion, their heroic deeds in order to build their own life rooted in tradition.

Personal story-telling is also one of the techniques Dr. Loizzo encourages. “That’s the way our minds work. Our minds produce stories and images. And so some of the skills we teach have to do with learning to tell ourselves more constructive stories that empower us and help us to build the life that we really want to live – not the one we are trying to survive, or are afraid of being stuck in forever.”

Such methods have been life-changing for many of Loizzo’s patients.

Depression was a major problem for me,” says one patient. “And through Dr. Loizzo’s support and our interaction I’ve been able to connect myself with other people and develop a network of people who support me in more meaningful relationships, things like that. It’s been a revolution in my life the way I think about myself and think about the world. I feel like I still have a long way to go but I’ve come a long way.”

Mindfulness techniques have been effective in other settings. For example, breast cancer patients whose disease has gone into remission often report PTSD-like symptoms long after treatment ends. Western medicine offers little to ease the continued fear and anxiety.

For a pilot study, Loizzo taught 60 women in a 20-week course that included meditation instruction and group discussions. Afterwards, most reported feeling less anxious and more hopeful about their lives. “Apart from curing and treating the disease, it’s important that we improve people’s quality of life.”

Combining Western psychotherapy with Eastern philosophy is the basis for Dr. Loizzo’s book and the direction of his practice.

Like the Australian Aborigines who, by singing the songs they created in walkabout, could navigate vast distances through the deserts of Australia’s interior, Loizzo’s patients are learning to navigate or “walkabout” in their own lives through meditation and creating constructive stories to empower them through daily living as well as in crises.

Data from : allvoices.com

.

See more video

.

Ajahn Mitsuo Gavesako – Breathing Meditation

How to Meditate on the Breath, developing Mindfulness. By Ajahn Mitsuo Gavesako (Japan) of Wat Sunandavanaram, Kanchanaburi, Thailand พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก วัดสุนันทวนาราม http://www.watpahsunan.org

.

The Power of Mindfulness & Compassion – Ajahn Brahm

.

Ajahn Brahm – Retreats

According to Ajahn Brahm, everyone deserves a ‘retreat’ – to pause mentally and physically. Retreating from the busyness of life leads to moments of silence, peace and contentment. This in turns helps to instill qualities that make one’s life more meaningful and fulfilled.

To quote from Ajahn’s book, Opening The Door of Your Heart,

“Grant yourself a moment of peace
and you will understand
how foolishly you have scurried about.”

So plan for yourself a retreat today.

.

Breath meditation Ajahn Brahm