สารพิษซารินในซีเรีย

dailynews130907_001จากกรณีที่มีการใช้อาวุธเคมี “ซาริน” โจมตีเขตพลเรือนชานกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,400 คน เป็นภาพที่สะเทือนใจของคนทั่วโลก ขณะเดียวกันอาจทำให้หลายคนอยากรู้ข้อมูล “สารพิษซาริน”มากยิ่งขึ้น

ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ที่ปรึกษาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ประเภทวิทยาศาสตร์ประยุกต์ สาขาวิชาเวชกรรม ราชบัณฑิตสถาน บอกว่า “ซาริน” เป็นอาวุธเคมีที่มีพิษร้ายแรงจึงถูกจัดว่าเป็นอาวุธทำลายล้างมวลมนุษย์ หรือ เวพอนส์ ฟอร์ แมส ดีสตรัคชั่น (Weapons for Mass Destruction : WMD) อันหมายถึง อาวุธที่มีอานุภาพสูง สามารถทำลายล้างมวลชนได้ทีละมาก ๆ ทั้งทหารและพลเรือน พืชผล และปศุสัตว์

อาวุธที่มีอานุภาพสูง สามารถทำลายล้างมวลชนได้ทีละมากๆ อาจจัดไว้ในประเภทใดประเภทหนึ่งดังต่อไปนี้ คือ สารเคมี สารกัมมันตรังสี ระเบิดนิวเคลียร์ สารชีวภาพ หรือสารผสมมีทั้งสารเคมีและชีวภาพ ผสมกัน

“อาวุธเคมี” หมายถึง สารเคมีใด ๆ ที่ออกฤทธิ์โดยสำแดงพิษ เช่น สารที่ออกฤทธิ์ เป็นพิษที่ขัดขวางต่อกระบวนการดำรงชีพจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย หรือ ก่อภาวะชะงักงันหรือก่ออันตรายต่อร่างกายได้อย่างถาวร ทั้งนี้ไม่รวมถึง สารบางอย่างที่เป็นผลพลอยได้ เช่น ควันจากการระเบิด สารที่ทำให้เกิดแรงผลักดันขับเคลื่อน เช่น ออกซิเจนเหลว

สารเคมีที่ใช้อาจส่งผลต่อปอด ระบบหายใจ ระบบประสาท ก่อให้เกิดจิตหลอน ก่อภาวะชะงักงัน ไร้ความสามารถ เป็นพิษต่อเลือด ก่อตุ่มพุพอง

“ซาริน” จัดเป็นสารเคมีที่มีพิษต่อระบบประสาทรุนแรงที่สุด เป็นของเหลว ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ระเหยได้ที่อุณหภูมิห้อง ละลายได้ในน้ำทุกความเข้มข้น หากต้องการนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เป็นอาวุธเคมี ที่ออกฤทธิ์ต่อระบบหายใจในช่วงเวลาสั้น ๆ เพื่อก่อการร้าย นำไปใช้ในวันที่อากาศอบอุ่น ไม่หนาวเย็น สารซารินก็จะระเหยเป็นไอได้มากพอที่จะก่อพิษ หากอากาศเย็น จะระเหยได้น้อย นิยมใช้พ่นเป็นละอองฝอย หรือบรรจุไว้ในหัวระเบิด เมื่อระเบิดตกลงสู่พื้นดิน ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้น จะได้รับสารพิษ เข้าทางผิวหนังก่อน ต่อมาซารินจะระเหยออกมาเป็นก๊าซทำให้แพ้พิษโดยทางหายใจได้

“ซาริน” ยังเกิดพิษจากไอระเหยเข้าทางการหายใจ และ เยื่อบุตา การกินก็เกิดพิษได้ ดูดซึมเข้าทางผิวหนังก็ได้ แต่ไม่มากนัก อาจไม่ทำให้ถึงตาย

เมื่อได้รับสารพิษเข้าไปแล้ว ระยะเวลาที่จะเกิดอาการต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับปริมาณของสารพิษที่ได้รับ อาการจะคล้ายแพ้พิษ สารเคมีกำจัดศัตรูพืช “ออร์แกโนฟอสเฟท” ได้แก่ น้ำมูกไหล น้ำตาไหล ปวดลูกตา กระบอกตา ตาพร่า รูม่านตาแคบ และอาการอื่น ๆ เช่น เหงื่อไหลพราก น้ำลายไหลมาก แน่นหน้าอก หายใจหอบ หัวใจเต้นผิดปกติ อาจเต้นเร็วหรือเต้นช้าก็ได้ แรงดันเลือดผิดปกติ อาจแรงดันต่ำ หรือแรงดันสูง อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ มีความรู้สึกสับสน คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน ปัสสาวะบ่อย กล้ามเนื้อกระตุก และอาจมีอาการชัก ถ้าได้รับเข้าไปในร่างกายในปริมาณมาก อาจหมดสติ ชักกระตุก เป็นอัมพาต การหายใจล้มเหลว หยุดหายใจ และเสียชีวิตในที่สุด

ระยะเวลาที่แพ้พิษจนเสียชีวิต อาจกินเวลาภายในไม่กี่นาที หรือภายใน 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิถีทางที่ร่างกายได้รับสารพิษ และปริมาณของสารพิษที่ได้รับ

สำหรับการรักษา ถ้าโดนสารพิษจากระเบิด ให้อาบน้ำชำระล้างสารซารินออกให้เหลือน้อยที่สุด แล้วจึงรักษาประคับประคอง และรักษาตามอาการ ให้น้ำเกลือเข้าหลอดเลือดดำ อาการแพ้พิษนั้น คล้ายคลึงกับการถูกพิษจากสารกำจัดแมลง คือ สารเคมีซารินจะไปขัดขวางการทำงานของเอ็นไซม์ที่สำคัญในการครองชีพ คือ “อะเซติลโคลีนเอสเทอเรส” ซึ่งจะมีผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ล้า และหยุดทำงาน ยาที่ใช้ต้านพิษก็คือ “ยาอะโทรปีน”

ถามว่า เคยมีรายงานการนำเอา “ซาริน” มาใช้เป็นอาวุธมาก่อนบ้างหรือไม่ พบว่า ระหว่าง ปี 2526-2531 มีรายงานการใช้สารซารินมาก่อน ในประเทศอิหร่าน แต่ไม่มีรายละเอียดว่า ฝ่ายใดเป็นผู้ใช้กับฝ่ายใด

นอกจากนี้ในปี 2538 วันโตเกียววิปโยค สถานที่เกิดเหตุ คือ ใจกลางกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เหตุอุบัติขึ้นตอนเช้าตรู่วันที่ 20 มี.ค. 2538 สมุนของขบวนการคลั่งลัทธิโอม ชินริเคียว ได้นำเอา ถุงพลาสติก จำนวน 5 ถุง ไปวางไว้บนพื้นรถไฟใต้ดินโดยสาร 5 ขบวน ที่วิ่งจากชานกรุงมุ่งเข้าสู่กลางกรุงจาก 5 ทิศทางต่าง ๆ กัน ภายในถุงบรรจุของเหลวซึ่งเป็นสารเคมี สารมีพิษต่อระบบประสาทชื่อ “ซาริน” โดยใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ห่อหุ้มถุงเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง เมื่อจะลงจากรถใต้ดิน ก็ใช้ปลายร่มกันฝนที่มีเหล็กแหลมติดอยู่แทงถุงให้แตก ของเหลวภายในถุงรั่วออกและระเหยกลายเป็นก๊าซพิษฟุ้งกระจายไปทั่วรถโดยสาร ก่ออันตรายแก่ผู้โดยสารกันทั่ว ผู้โดยสารต่างร้องขอความช่วยเหลือระงมไปหมด ในวันที่เกิดเหตุ มีสถานีรถไฟได้รับผลกระทบถึง 15 สถานี รวมรายงานผู้ได้รับสารพิษจากทุกสถานีมีจำนวนประมาณ 3,800 ราย ต้องรับไว้รักษาในโรงพยาบาล ประมาณ 1,000 ราย บางรายไม่กี่ชั่วโมงก็มีอาการดีขึ้น และแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ บางรายต้องอยู่โรงพยาบาลหลายวัน มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ในวันนั้น 12 ราย

ภายใน 12 ชั่วโมง ตำรวจในชุดสวมหน้ากากป้องกันสารพิษได้เข้าจู่โจมที่ซ่องสุมของสมุนลัทธิโอมชินริเคียว ซึ่งตำรวจพอจะรู้เบาะแสมาแล้วว่า มีการผลิตอาวุธเคมี และอาวุธชีวภาพ (เชื้อโรค) สะสมเอาไว้ก่อการร้าย แต่ไม่ทราบว่าจะเริ่มเมื่อใดและที่ใด ต่อมาจึงได้จับหัวหน้าลัทธิ และส่งฟ้องศาล ขบวนการมีอิทธิพลมาก ทำให้มีความยุ่งยากซับซ้อนจนเวลาผ่านไปหลายปี พ.ศ. 2543 ก็ยังตัดสินลงโทษไม่ได้ รอต่อมาอีกเป็นปีจึงได้มีการตัดสินลงโทษ

จากเหตุการณ์ที่ญี่ปุ่นผ่านมาสิบกว่าปีก็เกิดเหตุการณ์ซีเรียวิปโยคขึ้นอีก ก็ได้แต่ภาวนาว่าคงจะไม่มีเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกไม่ว่ากับประเทศใดในโลก.

นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน

ที่มา  : เดลินิวส์  7 กันยายน 2556