ปวดท้องโรคกระเพาะ…โรคฮิตของวัยรุ่น

dailynews140412_001สังคมในปัจจุบันเป็นสังคมที่มีความเร่งรีบ และมีค่านิยมในการรับประทานอาหารที่แตกต่างจากในอดีต ทำให้อาการปวดท้อง ไม่สบายท้อง อาหารไม่ย่อย หรือ dyspepsia เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุดอย่างหนึ่งในเวชปฏิบัติ และมักพบได้ทุกวัยโดยเฉพาะวัยรุ่นจนถึงวัยผู้ใหญ่ ซึ่งส่วนมากมีอาการเป็นครั้งคราว ไม่รุนแรง แต่ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเรื้อรังเป็น ๆ หาย ๆ ส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิต ทำให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดเป็นโรคร้ายแรงจนต้องมาพบแพทย์

สาเหตุส่วนใหญ่ของอาการปวดท้อง ไม่สบายท้องของเด็กวัยรุ่นและผู้ใหญ่ เกิดจากโรคกระเพาะแปรปรวน หรือ โรคกระเพาะชนิดไม่มีแผล ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องบริเวณลิ้นปี่ แสบ หรืออึดอัดไม่สบายท้อง จุกเสียดหลังรับประทานอาหารแล้วรู้สึกอิ่มเร็วกว่าปกติ คลื่นไส้อาเจียน มักไม่พบความผิดปกติเมื่อทำการตรวจร่างกาย หรืออาจกดเจ็บบริเวณลิ้นปี่เพียงเล็กน้อย โรคกระเพาะกลุ่มนี้ถ้าได้รับการส่องกล้องดูภายในกระเพาะอาหาร มักพบว่าผิวเยื่อบุกระเพาะอาหารปกติหรือมีการอักเสบเพียงเล็กน้อย และไม่มีแผลในกระเพาะอาหาร

สาเหตุของโรคกระเพาะแปรปรวนยังไม่ทราบชัดเจน แต่เชื่อว่าเกิดจากกลไกหลายอย่าง ได้แก่ การหลั่งกรดในกระเพาะอาหารในปริมาณมากกว่าปกติ การรับรู้สิ่งกระตุ้นไวกว่าปกติ ความผิดปกติของฮอร์โมนในทางเดินอาหาร รวมถึงการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของกระเพาะและลำไส้เล็กส่วนต้น โดยมีสิ่งกระตุ้นที่ทำให้อาการแย่ลง เช่น ความเครียดทางกายและจิตใจ การรับประทานอาหารบางประเภท เช่น อาหารมัน อาหารรสจัด แอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ เป็นต้น อย่างไรก็ตามยังมีโรคอื่น ๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการปวดท้องคล้ายโรคกระเพาะแปรปรวน ได้ เช่น โรคกระเพาะอาหารอักเสบหรือแผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้นจากสาเหตุต่างๆ เช่น ยาแก้ปวด การติดเชื้อแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ไพโลไร (Helicobactor pylori) โรคกรดไหลย้อน หลอดอาหารอักเสบ โรคนิ่วในถุงน้ำดี มะเร็งกระเพาะอาหารหรือหลอดอาหาร เป็นต้น

โรคเหล่านี้มักพบในผู้ใหญ่ได้มากกว่าในเด็ก หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องรวดเร็วแล้ว อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงขึ้นได้ ทั้งนี้อาการที่เป็นสัญญาณอันตรายที่ควรรีบไปพบแพทย์ ได้แก่ อาเจียนรุนแรงต่อเนื่อง กลืนลำบาก เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ซีดเหลือง ถ่ายดำ มีอาการปวดท้องแม้ในตอนกลางคืน หรือทานยาโรคกระเพาะทั่วไปแล้วอาการไม่ดีขึ้น เป็นต้น

 เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการปวดท้องบริเวณลิ้นปี่ ก็จะได้รับการซักประวัติและตรวจร่างกายโดยละเอียดและแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เช่น ตรวจเลือดดูภาวะซีด ตรวจอุจจาระเพื่อดูว่ามีเลือดปนมาหรือไม่ ตรวจโดยส่องกล้องกระเพาะอาหารเพื่อดูการอักเสบและแผล ตรวจหาเชื้อแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไรด้วยลมหายใจ และอัลตราซาวด์หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องท้อง

แนวทางการรักษาโรคกระเพาะขึ้นอยู่กับการวินิจฉัย หากพบเป็นโรคกระเพาะแปรปรวน หรือโรคกระเพาะชนิดไม่มีแผล แม้จะมีอาการเรื้อรัง แต่มักไม่เปลี่ยนแปลงเป็นแผลหรือมะเร็ง แต่อาการที่เป็นบ่อย ๆ นั้นอาจรบกวนชีวิตประจำวัน การรักษาโดยอาศัยการปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหารและการดำเนินชีวิตร่วมกับการใช้ยาเพื่อลดอาการ เช่น ยาลดการหลั่งกรด ยาแก้อาเจียน ยาขับลม

ส่วนระยะเวลาในการรักษานั้นไม่แน่นอน ขึ้นกับผู้ป่วยแต่ละราย ส่วนใหญ่เมื่อรับประทานยา 1-2 สัปดาห์ อาการมักจะทุเลาลง แต่อาจเป็นซ้ำได้ ส่วนโรคกระเพาะอักเสบรุนแรง หรือเป็นแผลในกระเพาะนั้นต้องรักษาตามสาเหตุร่วมกับใช้ยาลดการหลั่งกรดเป็นเวลานาน 4-8 สัปดาห์ขึ้นไป

ทั้งนี้การปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันหรือลดอาการปวดท้องโรคกระเพาะทำได้ไม่ยากและสามารถเริ่มได้ด้วยตัวคุณเอง ดังนี้

– รับประทานอาหารในปริมาณพอเหมาะไม่มากเกินไป
– หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมันหรือรสจัด
– ลดปริมาณการดื่มชา กาแฟ เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน น้ำอัดลม และแอลกอฮอล์
– งดการสูบบุหรี่
– หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่มีฤทธิ์ระคายเคืองกระเพาะอาหาร โดยเฉพาะยาแก้แพ้
– โปรดหลีกเลี่ยงความเครียดและพักผ่อนให้เพียงพอ

อาการปวดท้อง ท้องอืด อาหารไม่ย่อยเป็นภาวะที่พบได้บ่อย ส่วนใหญ่เกิดจากโรคกระเพาะแปรปรวน หรือ โรคกระเพาะชนิดไม่มีแผล ซึ่งไม่อันตราย แต่อาจก่อให้เกิดความรำคาญและวิตกกังวลความเข้าใจถึงสาเหตุและหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้อาการแย่ลงได้ จะช่วยลดภาวะนี้ลงได้อย่างมาก ทั้งนี้ควรไปพบแพทย์ หากมีสัญญาณอันตรายหรืออาการไม่หายหลังการปรับพฤติกรรมดังกล่าวแล้ว.

อ.พญ.ฉัตต์มณี เลิศอุดมผลวณิช
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์
โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ที่มา :  เดลินิวส์ 12 เมษายน 2557

Advertisements