ตัดต่อมทอนซิล

dailynews141207_01หลายคนต่อมทอนซิลอักเสบบ่อย จนกระทบกับชีวิตประจำวัน จึงมีคำถามว่าควรตัดทิ้งดีไหม แล้วจะมีปัญหาอะไรหรือไม่

เกี่ยวกับเรื่องนี้ รศ.นพ.ปารยะ อาศนะเสน อาจารย์ประจำภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า ต่อมทอนซิลเป็นต่อมน้ำเหลืองชนิดหนึ่งที่อยู่ในช่องคอของคนเรา มีหน้าที่สร้างเซลล์เกี่ยวข้องกับการต่อต้านและกำจัดเชื้อโรค

ต่อมทอนซิลที่เราพูดกัน คือ ต่อมทอนซิลในช่องคอมีอยู่ 2 ต่อม แต่ในทางการแพทย์ต่อมทอนซิลยังหมายถึงต่อมน้ำเหลืองซึ่งมีอยู่หลายต่อม เช่น ต่อมทอนซิลหลังโพรงจมูก ต่อมทอนซิลที่โคนลิ้น โดยร่างกายของคนเรามีต่อมน้ำเหลืองบริเวณศีรษะและคอกว่า 300 ต่อม เพราะฉะนั้นคำถามที่เราเจอ คือ ถ้าตัดต่อมทอนซิลออกไปแล้วภูมิต้านทานร่างกายจะแย่ลงหรือไม่ คำตอบคือไม่เพราะเอาออกแค่ 2 ต่อมเท่านั้นจากกว่า 300 ต่อม ไม่ได้ทำให้ภูมิต้านทานลดลง

โรคเกี่ยวกับต่อมทอนซิลที่พบบ่อย คือ ต่อมทอนซิลอักเสบการติดเชื้อ ทั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อรา ซึ่งเชื้อที่พบบ่อยและเป็นสาเหตุทำให้ต่อมทอนซิลอักเสบ คือ เชื้อไวรัส รองลงมาคือแบคทีเรีย และเชื้อรา ส่วนโรคเกี่ยวกับทอนซิลที่พบรองลงมาคือ เนื้องอก มักพบในคนไข้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ประจำ ดื่มเหล้าประจำ มีประวัติสัมผัสกับสารเคมี ยกตัวอย่างคนที่ทำงานเกี่ยวกับกัมมันตภาพรังสี มีประวัติการฉายแสงมาก่อน

ถ้าเป็นการติดเชื้อ มักจะมาโรงพยาบาลด้วยอาการไข้ เจ็บคอ กลืนน้ำลายแล้วเจ็บ กลืนลำบาก บางคนมีอาการร้าวไปที่หู คือ เจ็บคอแต่ร้าวไปที่หู แต่ถ้าเป็นเนื้องอกของต่อมทอนซิล คนไข้จะมาด้วยอาการเหมือนมีอะไรอยู่ในคอ ต่อมทอนซิลจะมีขนาดโตขึ้น บางคนอาจจะเบื่ออาหาร น้ำหนักลด ซึ่งอาจเป็นอาการของมะเร็ง บางคนต่อมทอนซิลแตกเป็นแผลอาจมาด้วยอาการน้ำลายปนเลือด บางคนมีอาการเจ็บคอด้านใดด้านหนึ่ง เพราะเนื้องอกต่อมทอนซิลมักจะเป็นด้านใดด้านหนึ่ง คนไข้ก็จะมาด้วยอาการเจ็บคอด้านเดียว และอาจปวดร้าวไปที่หู

การรักษาต่อมทอนซิลอักเสบถ้าเกิดจากเชื้อไวรัสไม่แนะนำให้กินยาต้านจุลชีพ หรือยาแก้อักเสบ เพราะยาแก้อักเสบเป็นยาต้านแบคทีเรีย อย่างที่เคยบอกไว้ว่าสาเหตุส่วนใหญ่ของต่อมทอนซิลอักเสบคือติดเชื้อไวรัส ดังนั้นไม่มีความจำเป็นต้องรับประทานยาแก้อักเสบ แต่ให้รักษาตามอาการ เช่น เจ็บคออาจใช้สเปรย์ลดอาการเจ็บคอหรืออมลูกอมที่มียาชา ยาลดอาการเจ็บคอ หรืออาจกินยาพาราเซตามอล หลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ด รสจัด ของร้อน ของมัน ของทอด แล้วจะหายเอง

แต่ถ้าเกิดจากเชื้อแบคทีเรียอาจพิจารณาให้ยาต้านจุลชีพ โดยเชื้อที่พบส่วนใหญ่คือ เชื้อสเตร็ปโตคอคคัส กรุ๊ปเอ ก็จะให้เพนนิซิลิน หรืออะมอกซิซิลลิน รับประทาน เหตุผลที่ให้คือ เชื้อสเตร็ปโตคอคคัสจะคล้ายกับเนื้อเยื่อบางอย่างที่อยู่ในไต กับหัวใจ เราพบว่าคนไข้ที่เป็นต่อมทอนซิลอักเสบที่เกิดจากเชื้อสเตร็ปโตคอคคัส กรุ๊ปเอ ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง เชื้อพวกนี้ซึ่งโครงสร้างคล้ายกับเนื้อเยื่อของคนเรา อาจกระตุ้นทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายไปทำลายตรงไตกับลิ้นหัวใจ

ควรตัดต่อมทอนซิลทิ้งเมื่อใด รศ.นพ.ปารยะ อธิบายว่า
1. เมื่อเป็นบ่อย เป็น ๆ หาย ๆ จนรบกวนคุณภาพชีวิตประจำวัน เป็นทุกครั้งต้องขาดเรียนทุกครั้ง ทำให้ประสิทธิภาพการเรียน การทำงานลดลง ที่พูดถึงตรงนี้หมายถึงการติดเชื้อแบคทีเรีย ไม่ใช่ไวรัส
2. ต่อมทอนซิลโตมากจนปิดกั้นทางเดินหายใจ และ
3. เมื่อสงสัยว่าเป็นเนื้องอก

สำหรับผลแทรกซ้อนจากการตัดต่อมทอนซิลจะต้องอธิบายให้คนไข้เข้าใจ เช่น หลังผ่าตัดอาจมีเลือดออก มีอาการเจ็บคอ กินเจ็บ กลืนลำบาก แต่จะเป็นเพียงระยะเวลาสั้น ๆ แต่การตัดต่อมทอนซิลไม่มีผลต่อภูมิต้านทานร่างกายแต่อย่างใด.

นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน

ที่มา: เดลินิวส์  7 ธันวาคม 2557

Advertisements

ผู้ดีเผย ‘เหล้า-บุหรี่’ ติดท็อปเทนสารเสพติดอันตรายที่สุด

Credit : indiascanner.com

Credit : indiascanner.com

ศูนย์อาชญากรรมและยุติธรรมศึกษา สหราชอาณาจักรเผย “เหล้า-บุหรี่” ติดอันดับ 10 สารเสพติดอันตรายที่สุด…

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เปิดเผยรายงานล่าสุดจากประเทศอังกฤษ ว่า ศูนย์อาชญากรรมและยุติธรรมศึกษา สหราชอาณาจักร ได้รายงานผลการประเมินและจัดอันดับสารเสพติดชนิดต่างๆ 20 ชนิด ใน 3 ประเด็นคือ อันตรายต่อร่างกาย ความรุนแรงของการเสพติด และผลกระทบของการใช้สารนั้นต่อสังคมในภาพรวม ผลการวิเคราะห์พบว่า ยาเสพติดที่อันตรายที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ เฮโรอีน ตามด้วยโคเคน บาร์บิวทัวเรท เมทาโดน แอลกอฮอล์ เคตามีน เบนโซไดอะซีปีน แอมเฟตามีน ยาสูบ และอันดับสิบบูพรีนอร์ฟิน ในขณะที่ฝิ่นติดอันดับที่ 11, สารระเหย ติดอันดับที่ 12, แอลเอสดีติดอันดับที่ 14 และยาอีติดอันดับที่ 18

ศ.นพ.ประกิต กล่าวว่า ในกลุ่มสารเสพติด 10 อันดับแรก มี 4 ชนิดเป็นยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย 4 ชนิดเป็นยาเสพติดควบคุมที่ต้องใช้ภายใต้คำสั่งแพทย์ และมีเพียง 2 ชนิดคือแอลกอฮอล์และยาสูบที่เป็นสิ่งเสพติดที่ขายได้อย่างเสรี ในส่วนข้อมูลคนที่เสียชีวิตพบว่ายาสูบทำให้ชาวอังกฤษเสียชีวิตมากที่สุด ปีละ 114,000 คน สุรา 40,000 คน ในขณะที่ยาเสพติดอีก 8 ชนิดที่เหลือทำให้เสียชีวิตรวม 1,673 คน จากเฮโรอีน 700 คน โคเคน 406 คน และแอมเฟตามีนหรือยาบ้า 35 คน ในขณะที่ยาสูบเป็นสาเหตุร้อยละ 40 ของผู้ที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และสุราเป็นสาเหตุร้อยละ 50 ของผู้ที่เข้ารักษาตัวในห้องฉุกเฉิน

เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวด้วยว่า ประเทศไทย และประเทศอังกฤษมีจำนวนผู้สูบบุหรี่ใกล้เคียงกันคือประมาณ 11-12 ล้านคน แต่คนไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ปีละประมาณ 50,000 คน หรือครึ่งหนึ่งของอังกฤษ ทั้งนี้ แนวโน้มจำนวนคนไทยที่เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่จะเพิ่มขึ้น เมื่อคนไทยมีอายุยืนขึ้นและรายได้ประชาชาติเพิ่มขึ้น ทุกฝ่ายในสังคมไทยจึงต้องช่วยกันลดจำนวนคนไทยที่สูบบุหรี่ ด้วยการไม่เริ่มสูบบุหรี่หรือเป็นกำลังใจให้คนที่คุณรักเลิกบุหรี่ให้ได้ และช่วยกันสนับสนุนร่างกฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฉบับใหม่ เพื่อลดจำนวนเยาวชนไทยที่จะตกเป็นเหยื่อของบริษัทบุหรี่.

ที่มา: ไทยรัฐ  14 ธันวาคม 2555

อัมพฤกษ์อัมพาตครึ่งซีกจากสมองขาดเลือด

โรคอัมพฤกษ์อัมพาตครึ่งซีกเป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ บางครั้งมองเห็นทุกวันเดินไปเดินมาเป็นปกติดี วันดีคืนดีอยู่ ๆ ก็เกิดอาการเฉียบพลัน ซึ่งมักจะเป็นตอนกลางคืน เช้ามาเดินไม่ได้เสียแล้ว เกิดขึ้นกับใครจะเป็นภาระต่อคนในครอบครัวอย่างมาก เพราะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เป็นระยะยาวนาน ทุกคนต่างมีภาระหน้าที่กันทั้งนั้น ผู้สูงอายุจึงต้องระมัดระวังรักษาสุขภาพไว้ให้ดี

Stroke เป็นอาการที่เกิดคล้ายเป็นลมไป เกิดจากสมองขาดเลือดไปเลี้ยง แล้วเกิดโรคแทรกซ้อนตามมา เกิดขึ้นกับคนทั้งโลก จนมีการตั้ง World Stroke Day ขึ้นมา ปีนี้กำหนด 29 ต.ค. 55 ในสหรัฐอเมริกาสมองขาดเลือดเป็นสาเหตุตายที่สำคัญโรคหนึ่ง ปีที่แล้วเสียชีวิต 137,000 ราย มีการรณรงค์ในคำขวัญของโลกว่า 1 ใน 6 จะเกิดในชั่วชีวิตของท่าน และทุก 6 วินาทีจะมีการตาย 1 คน

ในบ้านเราพบอยู่ได้เสมอ ไม่มีการรวบรวมว่าจริง ๆ ทั้งหมดพบมากน้อยเพียงใด

สาเหตุ สมองขาดเลือดไปเลี้ยงทั้งอาหารและออกซิเจน ทำให้เซลล์สมองตาย อาจจากหลอดเลือดสมองตีบตันจากไขมันสะสมผนังหลอดเลือด หรือจากก้อนเลือดไปอุด หรือจากเส้นเลือดสมองแตกจากโรคความดันโลหิตสูง ก้อนเลือดโป่งแตก แล้วไปกดศูนย์ประสาทต่าง ๆ ของสมองไปด้วย อีกอย่างหนึ่งคือจากก้อนเลือดอาจหลุดลอยจากที่อื่นไปอุดเส้นเลือดในสมองทำให้สมองขาดเลือดไปเลี้ยงได้เช่นกัน

อาการนำ คล้ายอาการเตือนบอกให้รู้ บางรายที่เกิดตอนกลางคืน นอนอยู่ก็ไม่รู้ ตอนกลางวันระหว่างทำกิจกรรมอยู่พอรู้ได้ ได้แก่ แขน-ขาอ่อนแรง ชาไปครึ่งซีก ปากเบี้ยวชาอ่อนแรงไปครึ่งซีกเช่นเดียวกัน พูดอ้อแอ้ พูดไม่ออก พูดไม่ชัด ตาข้างหนึ่งมัว มองไม่ค่อยเห็น หรือเห็นเป็นภาพซ้อน เวลาเดินจะเซ เสียสมดุล และมักปวดศีรษะมากทันทีขึ้นมา

เมื่อเกิดอาการดังกล่าว ใครที่อยู่ใกล้เคียงพบเข้าหรือตัวเองพอยังรู้ตัวต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

ภาวะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ชายพบมากกว่าหญิง เบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันสูง เครียดกังวลประจำ อ้วน และผู้ที่ชอบสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์บ่อย ล้วนทำให้เกิดง่ายขึ้นทั้งสิ้น กลไกการเกิด สมองเป็นศูนย์สั่งการทำงานของร่างกาย เมื่อสมองขาดเลือดจากสาเหตุใดก็ตาม จะทำให้หน้าที่เสียสั่งงานไม่ได้ ศูนย์ที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อแขนขาเสีย จึงเกิดอัมพฤกษ์อัมพาตขึ้นทันที

การรักษา แพทย์จะประเมินจากการตรวจร่างกายและจาก CT-Scan สมอง หาสาเหตุว่าจะเกิดจากหลอดเลือดในสมองแตกหรือมีก้อนเลือดอุดตัน แล้วรีบวางแผนช่วยเหลือทันที การฉีดสีดูเส้นเลือดในสมอง เป็นวิธีการที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้รู้ถึงสาเหตุและแนวโน้มจะไปอย่างไร เพื่อให้การรักษาได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์

คนไข้หญิงอายุ 64 ปี มีประวัติกินยาความดันโลหิตสูงมา 5 ปี ทำมาค้าขายเป็นปกติ ตอนกลางวันเป็นปกติดี ตกตอนกลางคืนอยู่ ๆ ก็ปวดศีรษะมาก ชักกระตุก น้ำลายฟูมปาก ส่งเสียงพูดไม่รู้เรื่อง ญาติพบแขนขาด้านซ้ายขยับไม่ได้เลย แต่รู้สึกตัว พูดพอรู้เรื่อง ญาติจึงรีบนำส่งโรงพยาบาลจังหวัด แพทย์ได้ให้การรักษาจนเข้าที่ดีในระยะ 3 วัน และต้องการอยากให้ฉีดสีดูเส้นเลือดในสมอง จึงส่งตัวมายัง รพ.ราชวิถี

นพ.พรินทร์ มหัทธโน หัวหน้าประสาทศัลยศาสตร์ รพ.ราชวิถี ได้คุยให้ฟังว่า คนไข้แบบนี้จากอาการ การตรวจและผล CT-Scan สมอง พบเป็นเงาก้อนเลือดออกในสมองไปกดศูนย์ประสาทด้านขวา ทำให้เกิดอัมพาตครึ่งซีกด้านซ้าย ระยะที่รอการฉีดสีในสมองอีก 2 อาทิตย์ แพทย์ได้ให้ยาให้สมองยุบบวม ยากันชัก ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ระดับปกติ ฯลฯ ซึ่งคนไข้รายนี้เส้นเลือดในสมองแตกจากความดันโลหิตสูง 2 อาทิตย์ผ่านมา ดูคนไข้อาการต่าง ๆ ค่อยดีขึ้น หายปวดศีรษะ ไม่ชักกระตุกแล้ว มีแนวโน้มคงไม่ผ่าตัด รอดูผลจากฉีดสีอยู่

สองอาทิตย์ต่อมาได้ถูกฉีดสีเข้าเส้นเลือดแล้วถ่ายภาพเส้นเลือดในสมอง พบก้อนเลือดในสมองกดศูนย์ประสาททำให้แขนขาซีกซ้ายไม่เคลื่อนไหว ไม่พบก้อนเส้นเลือดโป่ง แขนขาข้างซ้ายเริ่มขยับได้แล้ว ทุกวันได้ฝึกให้ญาติดูการทำกายภาพเพื่อจะได้ไปทำต่อที่บ้าน คนไข้เริ่มมีกำลังใจดีขึ้นที่แขนขาขยับได้ ในช่วงอาทิตย์แรกกังวลตลอด เกรงจะถูกทอดทิ้งไม่มีใครช่วยเหลือ

โรคอัมพฤกษ์อัมพาตยังพบบ่อยโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันสูงร่วมด้วย เป็นแล้วจะเป็นภาระต่อครอบครัวอย่างมาก จึงต้องหมั่นดูแลรักษาสุขภาพไว้ให้ดี.

นพ.สุวิทย์ เกียรติเสวี
suvit.kiatisevi.gmail.com

 

ที่มา: เดลินิวส์  14 ตุลาคม 2555

ชายไทยหลายใจ! อะไรคือแรงจูงใจ?

เราเสนอแง่มุมแรงผลักดันการนอกใจของผู้หญิงไปแล้ว ในส่วนของผู้ชายจะพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

ประเด็นเดียวกันจากเมื่อวาน ถุงยางอนามัยดูเร็กซ์ยังเผยผลสำรวจพบว่า ชายไทย มีพฤติกรรมนอกใจคนรักมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในโลก ด้วยสถิติ 54 เปอร์เซ็นต์ ยอมรับว่าเคยนอกใจคนรัก

นี่คนไทยทั้งหญิง-ชาย หากจะทำอะไรก็ไม่คิดจะแพ้ชาติใดในโลกเลยรึไงคะ!!


ชายไทยขี้อวด จิตใจไม่พัฒนา – คุมอารมณ์ไม่ได้

“ผมว่าผู้ชายทางประเทศตะวันตกเขาจะซื่อสัตย์กว่าคนเอเชีย เพราะว่าผู้ชายตะวันตกมีการพัฒนาทางด้านจิตใจมากกว่า สามารถควบคุมตนเองได้ดีกว่า” นพ.โยธิน วิเชษฐวิชัย จิตแพทย์จากโรงพยาบาลสมิติเวช ให้เหตุผลต่อประเด็นที่ทำไมชายไทยถึงครองอันดับการนอกใจมากสุดในโลก

“เพราะว่าสังคมทางบ้านเรา หรือสังคมเอเชีย เหมือนจะมีช่องที่ทำให้ผู้ชายได้เปรียบผู้หญิง และนอกใจได้มากกว่า

จึงทำให้ถูกปลูกฝังมาว่า ผู้ชายไทยถ้ามีภรรยาเยอะได้ จะรู้สึกว่าตนเองมี Power ยิ่งใหญ่ เพราะค่านิยม หรือการมีแฟนเยอะจะทำให้นำไปคุยโม้โอ้อวดกับเพื่อนได้ มีภรรยาเยอะดูเป็นคนเก่ง มีอำนาจ มีเสน่ห์ ผู้ชายเอเชียส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบนั้น

อย่างไรก็ตามในเพศชายนั้นสังคมไทยมีการปลูกฝัง การมีหลายคู่มาแต่โบราณ ตั้งแต่การมีวรรณคดี ที่ตัวเอกมีภรรยาหลายคน แล้วก็ได้รับการยกย่อง

ในขณะที่ทางตะวันตกเรื่องนี้พวกนี้เขาจะเข้มงวดมาก และถ้ามีการนอกใจเกิดขึ้น ผมว่าอาจจะโดนเพื่อนๆ ประณามมากกว่าที่จะรู้สึกชื่นชมกันซะด้วยซ้ำ

อีกทั้งสถิติการหย่าร้างของชาติตะตกจึงน้อยกว่าเอเชีย สาเหตุหลักคือ เรื่องศาสนา ถึงขนาดที่บางประเทศทางตะวันตกเขาห้ามหย่าร้างกันเลยนะ เช่นศาสนาคริสต์บางนิกาย

และในบางประเทศออกเป็นกฎหมายแล้วว่า การจะหย่าร้างนั้น สามีภรรยาต้องแยกกันอยู่แล้วกี่เดือน ๆ ถึงจะหย่าได้ ถ้าไม่มีข้อมูลการแยกกันอยู่มาก่อนก็ห้ามหย่ากัน”

แจงจูงใจ->เหล้า เพื่อน สถานการณ์เสี่ยง!

“ส่วนการจะป้องกันการนอกใจของผู้ชายนั้น จริง ๆ แล้ว อย่างแรก-เราต้องรู้ผลลัพธ์ของการกระทำก่อนคือ ต้องมีสติ ว่าการที่เรานอกใจจะมีผลเสียผลร้ายอย่างไร เราจะยับยั้งได้ส่วนหนึ่ง อันนี้คือในส่วนของผู้ชายให้ตระหนักถึงผลเสียที่จะตามมา ความเข้าใจ เห็นใจ เอาใจเขามาใส่ใจเรายังได้เสมอ เมื่อเรารู้ว่าทำไปแล้วคนรักเราจะเสียใจ ก็อาจจะยับยั้งชั่งใจได้บ้าง

สอง-การที่เรารู้จักเอาใจเขามาใส่เราจะดีที่สุด เรื่องบางเรื่องบางทีมันไม่มีใครผิดใครถูก มันมีเหตุผลของทั้งสองฝ่าย ฉะนั้นถ้ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่เอาใจเขามาใส่ใจเรา รู้สึกว่าเข้าใจการแก้ปัญหาโดยใช้ความเข้าใจ ผมว่ามันน่าจะดีกว่า ต่อให้คนไปนอกใจมากคงกลับมาอยู่ดี

สาม-การมีเวลาให้กันมากขึ้น ลดโอกาสที่จะไปนอกใจ ในสถานการณ์เสี่ยงอาจเป็นสิ่งที่ช่วยได้มาก เพราะไม่มีโอกาส คนก็จะทำผิดลดลง

สี่-ไม่เอาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์เสี่ยง เช่น ไปเที่ยวกลางคืน คนมีคู่แล้วก็ไปกับเพศตรงข้ามสองต่อสอง เพราะมนุษย์เรามีสัญชาตญาณดิบอยู่แล้ว ทั้งสองเพศเลยครับ มีทั้งฮอร์โมน และฟีโรโมน (Pheromone) ที่จะทำให้การอยู่ด้วยกันสองต่อสองมีแนวโน้มที่จะผิดพลาดได้ง่าย

บางคนไม่ได้ตั้งใจจะนอกใจมาก่อนแต่ไปอยู่ในสถานการณ์เสี่ยง เช่น มีแอลกอฮอล์ผสมกับบรรยากาศยั่วยวนก็อาจทำให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ง่าย แม้จะเป็นคนดี หรือคนที่เคยทำดีมาตลอดก็ตาม

นอกจากไม่นำตัวเองไปอยู่ในสถานที่เสี่ยงแล้ว เรื่องยาเสพติดก็ต้องระวัง และการเอาตัวเองไปอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่มีแนวโน้มจะนอกใจ

แต่หากเราห้ามเขาแล้วไม่ฟัง เขาเลือกที่จะอยู่กับเพื่อนเขาเป็นส่วนใหญ่มากกว่าเรา ก็สามารถพอบ่งบอก อ่านได้ว่า เขาให้ความสำคัญกับใครมากกว่ากัน ถ้ายังไม่รักมากก็รีบชิ่งดีกว่า ถ้าเราเห็นอะไรตั้งแต่ต้น ดังนั้นเมื่อเราจะคบใครสักคนอย่าพยายามปิดหูปิดตนตนเอง อย่าหลอกตัวเอง

ส่วนเรื่องการเช็กโทรศัพท์ผมว่าคงไม่ต้องถึงขนาดนั้น แค่เราดู Sign อย่างอื่นประกอบกัน เพราะผู้หญิงมักมีความสามารถพิเศษในการหยั่งรู้มากกว่าผู้ชาย ดังนั้นไม่ต้องเช็กโทรศัพท์เขาหรอก ดูสัญญาณอย่างอื่นก็ได้ เช่น เวลาคุยโทรศัพท์ก็ไปยืนคุยห่างเรา หรือปิดเสียง ปิดเครื่อง ในขณะอยู่กับเรา หรือโทรไปถ้าไม่ใช่เวลางานก็ไม่รับบ่อย ๆ แบบนี้ก็น่าสงสัยอยู่ ให้มีการระวังไว้แต่ไม่ใช่ระแวง”

อย่าปิดหูปิดตา โดนแฟนนอกใจซ้ำซาก หาใหม่เถอะ!

“ปัญหาคือ หากเราจับได้ว่าแฟนนอกใจเราหลายครั้งแล้ว เราควรจัดการกับปัญหานี้ได้ด้วยการ ”เลิก” แต่ก็มีผู้หญิงอีกประเภทที่โดนแฟนนอกใจแล้วก็บอกว่าชั้นยอมได้ แต่หากทน และยอมให้เขามีคนใหม่ไปเรื่อย ๆ จนเขาไปมีลูกกับคนอื่นจะทำอย่างไร อาจจะคิดว่า ถึงจะนอกใจ ยังไงเดี๋ยวก็กลับมาหาชั้นอยู่ดี สุดท้ายเขาก็ไม่หยุดหรอก จนเรื่องราวบานปลาย

ดังนั้นการที่บอกว่าแฟนนอกใจแล้วรับได้ มันรับได้ไม่ตลอดหรอก เขาอาจจะพยายามพูดปลอบใจตนเองอยู่

แต่ถ้าเป็นการนอกใจครั้งแรก เราก็ต้องดูระดับของการนอกใจด้วยว่าร้ายแรงระดับไหน เหตุการณ์องค์ประกอบโดยรอบ ถ้าไม่มีอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นเช่นบรรยากาศพาไป เหล้า สารเสพติด แล้วพลาดครั้งเดียว ผมว่าน่าจะพิจารณาดูดี ๆ ถ้าแฟนคุณไม่ได้เป็นคนนิสัย หรือบุคลิกเจ้าชู้ก็ให้อภัย แต่ถ้าครั้งที่สอง สาม ยังเหมือนเดิมก็อย่าทนเลยครับ

ทว่าบางคนจะติดเรื่องอื่น เช่น ถึงเขาจะเจ้าชู้แต่เขามีข้อดีอย่างอื่นนะ หน้าตาดี เอาใจเก่ง รวย แต่เจ้าชู้ ถ้าเจ้าชู้ในระดับที่ก่อปัญหาให้ชีวิตคุณ เช่น ถ้าแค่แอบมองสาว ๆ ถือเป็นเจ้าชู้ไหม อันนี้ก็เจ้าชู้เหมือนกันแต่ระดับความรุนแรงจะไม่มาก

แต่ถ้าไปจีบ นัดเจอกันจนเป็นกิ๊ก อันนี้ก็ระดับสูงขึ้นมากหน่อย แต่ถ้ามีเซ็กซ์กับทุกคนเลยอันนี้ก็ระดับสูงมาก เราจึงควรแยกระดับความเจ้าชู้ของแฟนเราด้วยว่าอยู่ในระดับที่เรารับได้หรือไม่

นอกจากจะทำให้เราช้ำใจแล้วยังจะทำให้เราเสียสุขภาพกายอาจจะติดโรคได้ ดังนั้นการนอกใจมันมีระดับขั้นของความร้ายแรงอยู่ครับ ถ้าถามว่านอกใจหนักครั้งเดียวอาจจะพิจารณาเหตุผลโดยรวมได้ แต่ถ้านอกใจหนักๆ แต่หลายครั้ง นอกจากเสียความรู้สึกอาจจะเสียชีวิตด้วยโรคร้ายด้วย

สุดท้าย ผมแนะนำให้ผู้หญิงจงรู้จักเลือกคู่ครอง โดยมองความเป็นตัวตน และ บุคลิก ของเขา รวมถึงลักษณะนิสัยของครอบครัวของเขาด้วย ไม่เพียงแต่ฐานะการงาน และหน้าตาเท่านั้น”

.
ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 กันยายน 2555