“กระจับ” สมุนไพรแห่งการบำรุง

bangkokbiznews140822_01เมื่อพูดถึงต้น “กระจับ” หลายๆ คนอาจไม่รู้จัก ไม่เคยเห็น และไม่เคยได้ยินว่ามีต้นไม้ชื่อแปลกๆ ชนิดนี้ด้วยหรือ กระจับ เป็นพืชน้ำ ส่วนใหญ่อยู่ใต้น้ำ โผล่ใบขึ้นมาเหมือนต้นบัว นับว่าเป็นไม้น้ำที่น่าสนใจมากชนิดหนึ่ง เพราะมีรูปร่างประหลาด มีผลหน้าตาเหมือนเขาควาย เด็กๆ ชอบเอามาต้มกิน หรือนำมาเป็นของเล่น เขาควิดกัน

“กระจับ” มีชื่อวิทยาศาสตร์ Trapa bicornis . อยู่ในวงศ์ TRAPACEAE มีชื่อตามท้องถิ่นเรียกต่างๆ ว่า เขาควาย มะแงง ม่าแงง พายับ เป็นต้น กระจับเป็นพืชน้ำล้มลุกอายุหลายฤดู ลักษณะเป็นกอลอยน้ำ ใบมี 2 แบบ คือ ใบใต้น้ำเป็นเส้นยาวคล้ายราก ส่วนใบลอยน้ำมีลักษณธะคล้ายสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ขอบใบแหลม ผิวใบด้านบนสีเขียวเป็นมัน ด้านล่างมีสีแดง ก้านใบยาว ตรงกลางพองออก ดอกเป็นดอกเดี่ยวสีขาว ออกที่โคนก้านใบ มีกลีบดอก 4 กลีบ บานเหนือน้ำ เมื่อเป็นผลจะจมลงใต้น้ำ ผลหรือฝักกระจับมีสีดำขนาดใหญ่ เปลือกหนาแข็งเขางอโค้งคล้ายเขาควาย เนื้อในสีขาว ขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อ

กระจับ มีสรรพคุณทางยาที่สำคัญ คือ เป็นยาบำรุงของทั้งเด็ก ผู้หญิง ผู้ชาย ผู้สูงอายุ และคนหลังฟื้นไข้ เนื่องจากเด็กต้องการการเสริมสร้างเนื้อเยื่อ เพื่อเตรียมตัวเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์แข็งแรง เพื่อเป็นรากฐานของสุขภาพที่ดีในภายภาคหน้า ตามทฤษฎีการแพทย์แผนไทย กระจับ ช่วยสร้างน้ำอสุจิในผู้ชายและสร้างไข่และผนังมดลูกในผู้หญิง ซึ่งล้วนเป็นกลไกของเสมหะ กระจับที่บำรุงเสมหะจึงทำหน้าที่สร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสืบพันธุ์ของทั้งสองเพศ นอกจากนี้ เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่ากระจับช่วยบำรุงผู้สูงอายุ บำรุงกำลังคนไข้ ฟื้นฟูลำไส้หลังอาการท้องเสีย แก้อ่อนเพลีย แก้เมาค้าง

และนอกจากมีฤทธิ์ทางบำรุงแล้วกระจับยังมีสรรพคุณไปในทางดับพิษร้อน เช่น การมีประจำเดือนมาก แก้ร้อนในกระหายน้ำ โดยเฉพาะการกินกระจับอ่อนสดๆ เป็นต้น

สรรพคุณที่สำคัญและโดเด่นที่สุดของ “กระจับ” คือ เป็นยาบำรุงครรภ์ บำรุงน้ำนม ผู้หญิงเป็นผู้ดูแลชีวิต ชีวิตเริ่มตั้งแต่ในครรภ์ของมารดา ผู้เป็นมารดาจะคอยระมัดระวังการใช้ชีวิต การกินยา กินอาหาร เพื่อป้องกันไม่ให้มีผลกระทบมาถึงลูกในท้อง ทั้งยังแสวงหาอาหารที่เป็นประโยชน์ มีคุณสมบัติในการบำรุงทารกในครรภ์ และเมื่อลูกคลอดออกมาก็ต้องมีน้ำนมอันสมบูรณ์ให้ลูกดื่มกิน ซึ่งพืชพรรณที่มีคุณสมบัติดังกล่าว ต้องมีสารอาหารและความปลอดภัยสูง ในตำรายาไทยจัดให้ “กระจับ” เป็นหนึ่งในนั้น ที่พิเศษคือ กระจับบำรุงทารกในครรภ์และบำรุงน้ำนม ในมุมของการแพทย์แผนไทยกระจับมีคุณสมบัติ หวาน เย็น ช่วยบำรุงเนื้อหนังให้บริบูรณ์ หรือบำรุงทางเสมหะ ซึ่งเป็นกลไกของการเสริมสร้างเนื้อเยื่อต่างๆ ทำให้ทารกเจริญเติบโตได้ดี ทำให้แม่มีน้ำนมเลี้ยงลูก

ในความเป็นผู้หญิงที่จะต้องเป็นแม่ ภรรยา และผู้ดูแลคนในบ้าน สุขภาพของคนในบ้านอยู่ในมือเรา ในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป การบำรุงครรภ์เหลือเพียงยาบำรุงเลือดที่รับจากคลินิกฝากครรภ์ อาหารการกินเพื่อบำรุงนั้นอยู่ในแคปซูลของบริษัทผลิตอาหารเสริม เพียงหันกลับมามองชะลอมใส่ฝักสีดาหน้าตาประหลาด อาจคืนพลังอำนาจในการบำรุงสุขภาพ ที่ผู้หญิงจะนำคืนมาให้ครอบครัว กระจับ จึงเป็นอาหารของการบำรุงที่ควรค่าแก่การบริโภค

ตำรับยา

ยาบำรุงกำลังกระจับสำหรับชาย-หญิง

นำผลกระจับ 100 ผล ต้มน้ำทิ้งไว้ให้เย็น ปลอกเปลือกออก นำเปลือกตากแดดให้แห้ง ตำผลใส่ในขวดแก้วไว้ นำผงยา 1 ช้อนโต๊ะ ใส่ผสมกับน้ำผึ้ง น้ำตาล นม ดื่มวันละ 1 ครั้ง ทุกๆ วัน

ตำรับอาหาร

กระจับต้มสามารถนำมาปลอกเปลือกต้มกินเล่นเป็นของว่าง นำมาทำเป็นของหวานกิน เช่น กระจับต้มน้ำขิง กระจับน้ำแข็งใส กินร่วมกับเมล็ดบัว มะพร้าวอ่อน ใส่น้ำหวานน้ำแข็งกินเป็นของหวาน และยังสามารถนำมาประกอบอาหารได้ เช่น กระจับต้มซี่โครงหมู กระจับผัด และกระจับผัดพริกกุ้งนาง

ใครที่ยังไม่เคยเห็นและอยากเห็น สามารถร่วมชมและเรียนรู้เรื่องราวกระจับและสมุนไพรอื่นๆ ได้ที่ บูธกิจกรรมโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในงานมหกรรมสมุนไพรครั้งที่ 11“การแพทย์แผนไทยหัวใจดูแลสุขภาพ” ในระหว่างวันที่ 3 – 7 กันยายนนี้ ณ อาคาร 6 – 8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 22 สิงหาคม 2557

Advertisements

มข.พบสมุนไพรส่องฟ้าต้านมะเร็ง

bangkokbiznews140308_001ส่องฟ้าเป็นสมุนไพรไทยที่พบทั่วไปในเขตร้อนชื้น และพบได้ตามป่าโปร่งทั่วภาคอีสาน มีลักษณะไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 20-25 เซนติเมตร โดยใบเป็นใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับใบย่อย มีรูปคล้ายไข่ แกมวงรี ส่วนแผ่นใบมีจุดน้ำมันกระจาย เมื่อส่องดูจะมองเห็นจุดโปร่งแสงเล็กๆ กระจายทั่วทั้งใบ ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง โดยมีกลีบดอกสีขาวแกมเหลือง ผลสดรูปกลมรี และยอดอ่อนรับประทานเป็นผัก สรรพคุณทางยาต้มน้ำดื่มเพื่อแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นส่วนหนึ่งตำรายาไทย โดยสามารถพบต้นส่องฟ้าได้ทั่วไปตามพื้นที่ทำเลเลี้ยงสัตว์สาธารณะ ป่าโปร่ง ป่าเบญจพรรณ หรือบริเวณที่มีดินทรายถึงดินร่วนทราย ยอดอ่อนสามารถรับประทานได้ แต่ไม่เป็นที่นิยม เพราะค่อนข้างแข็งกระด้าง

รศ.ฉวี เย็นใจ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เผยว่า จากการศึกษาวิจัยเรื่อง “องค์ประกอบทางเคมีของส่องฟ้าและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเคมีและฤทธิ์ทางชีวภาพ” พบว่าส่องฟ้ามีองค์ประกอบทางเคมีเป็นคาร์บาโซลโดยส่วนใหญ่ และยังพบสารคูมารินอีกด้วย ทั้งนี้สารคาร์บาโซลเป็นสารที่มีอะตอมของไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบหลัก (หรือที่เรียกว่าอัลคาลอยด์) และแสดงฤทธิ์ทางชีวภาพที่ดีในการต้านมะเร็ง จากการทดสอบฤทธิ์ต้านมะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งช่องปาก และมะเร็งท่อน้ำดีซึ่งเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในภาคอีสาน พบว่าองค์ประกอบทางเคมีของต้นส่องฟ้ามีสารคาร์บาโซลบางชนิดมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งมะเร็งปอดและมะเร็งช่องปากที่ดี (IC50= 1.3-2.7 µM) สำหรับเซลล์มะเร็งท่อน้ำดีชนิด KKU-OCA17 และ KKU-214 ก็สามารถถูกยับยั้งได้ด้วยสารคาร์บาโซลจากต้นส่องฟ้าเช่นกัน (การทดสอบมะเร็งท่อน้ำดี ทำโดย รศ.ดร วีรพล คู่คงวิริยพันธุ์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น)

รศ.ฉวี ยังเผยต่ออีกว่า นอกจากการค้นพบสารบางชนิดในต้นส่องฟ้าที่มีฤทธิ์ยับยั้งมะเร็งต่างๆ แล้ว ยังพบสารคูมารินบางสารในต้นส่องฟ้านี้มีฤทธิ์ต้าน lipid per oxidation ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับภาวะผิดปรกติในร่างกาย เช่น ภาวะความจำเสื่อม มะเร็ง เบาหวาน ดังนั้นการค้นพบสารคาร์บาโซลและคูมารินในส่องฟ้าจึงเป็นสารที่สามารถลดน้ำตาลในกระแสเลือดได้เช่นกัน (โดยฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ทำโดย อ.ดร. กุสุมาลย์ น้อยผา คณะวิทยาการสุขภาพและการกีฬา มหาวิทยาลัยทักษิณ)

หลังค้นพบว่าต้นส่องฟ้ามีฤทธิ์ของสารบางชนิดในการต้านมะเร็ง และลดน้ำตาลในกระแสเลือดได้แล้ว ผู้วิจัยได้มีการเตรียมอนุพันธ์ของคาร์บาโซล โดยอาศัยความรู้ทางเคมีอินทรีย์สังเคราะห์ สารคาร์บาโซลได้ถูกดัดแปลงโครงสร้างให้เป็นอนุพันธ์ต่างๆ ซึ่งจะเป็นอีกทางหนึ่งที่จะได้สารโครงสร้างใหม่ๆที่อาจแสดงฤทธิ์ที่น่าสนใจ

เมื่อทำการดัดแปลงโครงสร้างของคาร์บาโซลโดยนำไปต่อกับสารบางชนิด พบว่าสามารถช่วยลดภาวะความจำเสื่อมได้เช่นกัน (โดยงานวิจัยชิ้นนี้นักวิจัยหลักคือ อาจารย์ ดร. จันทนา บุญยะรัตน์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น )

กล่าวคือสารบางชนิดจากต้นส่องฟ้ามีฤทธิ์ ต้านมะเร็ง ลดน้ำตาลในเลือดอันก่อให้เกิดโรคเบาหวาน และเมื่อนำสารในต้นส่องฟ้าไปต่อกับสารบางชนิด พบว่า สามารถช่วยลดภาวะความจำเสื่อมได้อีกด้วย ทั้งนี้นักวิจัยเจ้าของโครงการได้ทำการวิจัยเชิงประยุกต์โดยร่วมมือกับนักวิจัยทั้งในและนอกมหาวิทยาลัยเพื่อทำการทดสอบสารจากต้นส่องฟ้า กับสารในโรคแต่ละชนิดจนสามารถศึกษาข้อค้นพบดังกล่าวได้สำเร็จ

รศ.ดร.ศจี สัตยุตม์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า การค้นพบองค์ประกอบทางเคมีในต้นส่องฟ้าครั้งนี้ จึงถือเป็น มิติใหม่แห่งวงการนักวิจัย ในการค้นพบองค์ประกอบทางเคมีจากพืชสมุนไพรพื้นบ้านที่หลายคนมองข้าม คาดว่างานวิจัยชิ้นนี้จะสามารถพัฒนาสารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพิ่มคุณประโยชน์ของสมุนไพรไทยให้มีศักยภาพสูงขึ้น โดยคาดหวังว่าจะสามารถผลิตเป็นยา เพื่อรักษาโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคความจำเสื่อม เป็นประโยชน์ต่อสังคมได้ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การวิจัยที่กล่าวมาเป็นเพียงการวิจัยเริ่มต้นเท่านั้น หากจะพัฒนาต่อไปจนสามารถใช้เป็นยาแผนปัจจุบัน ต้องผ่านกระบวนการอีกมากมาย อาทิ การค้นหาผลข้างเคียงที่ยังไม่ได้มีการศึกษา ทั้งนี้“องค์ประกอบทางเคมีของส่องฟ้าและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเคมีและฤทธิ์ทางชีวภาพ” ยังไม่สามารถรักษาโรคมะเร็งหรือเบาหวานได้โดยตรง จากข้อค้นพบระบุว่าสารบางชนิดในต้นส่องฟ้าสามารถต้านโรคมะเร็งและโรคเบาหวานได้ และมีแนวโน้มว่าจะสามารถพัฒนาต่อยอดพัฒนาเป็นยาได้ ทั้งนี้ผู้วิจัยหวังเป็นอย่างยิ่งว่างานวิจัยชิ้นนี้จะถูกพัฒนาต่อยอดโดยนักวิจัยรุ่นหลังเพื่อผลักดันให้งานวิจัยนี้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ เป็นประโยชน์แก่มนุษยชาติต่อไป

ผลงานวิจัยเรื่องต้นส่องฟ้า พืชสมุนไพรพื้นบ้าน มีฤทธิ์ทางยา ช่วยต้านมะเร็ง โดยการค้นพบของ รศ.ดร.ฉวี เย็นใจ สาขาวิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ และทีมงานนักวิจัย นักศึกษาปริญญาโท และปริญญาเอก ท่านที่สนใจต่อยอดขยายผลสู่ภาคธุรกิจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้โดยตรงกับฝ่ายวิจัย มข โทร 043-009700 ต่อ 40057

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 8 มีนาคม 2557

.

Related Article :

.

 

ส่องฟ้า

สมัดใหญ่ (เลย), ส่องดาว, ส่องฟ้า(ตะวันออกเฉียงเหนือ), ส่องฟ้าดง, ดาวกระจาย
ชื่อวิทยาศาสตร์ Clausena wallichii Oliv. var. guillauminii (Tanaka) J.P.Molino

ฐานข้อมูลสมุนไพรไทยเขตอีสานใต้  คณะ เภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี