มข.พบสมุนไพรส่องฟ้าต้านมะเร็ง

bangkokbiznews140308_001ส่องฟ้าเป็นสมุนไพรไทยที่พบทั่วไปในเขตร้อนชื้น และพบได้ตามป่าโปร่งทั่วภาคอีสาน มีลักษณะไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 20-25 เซนติเมตร โดยใบเป็นใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับใบย่อย มีรูปคล้ายไข่ แกมวงรี ส่วนแผ่นใบมีจุดน้ำมันกระจาย เมื่อส่องดูจะมองเห็นจุดโปร่งแสงเล็กๆ กระจายทั่วทั้งใบ ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง โดยมีกลีบดอกสีขาวแกมเหลือง ผลสดรูปกลมรี และยอดอ่อนรับประทานเป็นผัก สรรพคุณทางยาต้มน้ำดื่มเพื่อแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นส่วนหนึ่งตำรายาไทย โดยสามารถพบต้นส่องฟ้าได้ทั่วไปตามพื้นที่ทำเลเลี้ยงสัตว์สาธารณะ ป่าโปร่ง ป่าเบญจพรรณ หรือบริเวณที่มีดินทรายถึงดินร่วนทราย ยอดอ่อนสามารถรับประทานได้ แต่ไม่เป็นที่นิยม เพราะค่อนข้างแข็งกระด้าง

รศ.ฉวี เย็นใจ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เผยว่า จากการศึกษาวิจัยเรื่อง “องค์ประกอบทางเคมีของส่องฟ้าและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเคมีและฤทธิ์ทางชีวภาพ” พบว่าส่องฟ้ามีองค์ประกอบทางเคมีเป็นคาร์บาโซลโดยส่วนใหญ่ และยังพบสารคูมารินอีกด้วย ทั้งนี้สารคาร์บาโซลเป็นสารที่มีอะตอมของไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบหลัก (หรือที่เรียกว่าอัลคาลอยด์) และแสดงฤทธิ์ทางชีวภาพที่ดีในการต้านมะเร็ง จากการทดสอบฤทธิ์ต้านมะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งช่องปาก และมะเร็งท่อน้ำดีซึ่งเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในภาคอีสาน พบว่าองค์ประกอบทางเคมีของต้นส่องฟ้ามีสารคาร์บาโซลบางชนิดมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งมะเร็งปอดและมะเร็งช่องปากที่ดี (IC50= 1.3-2.7 µM) สำหรับเซลล์มะเร็งท่อน้ำดีชนิด KKU-OCA17 และ KKU-214 ก็สามารถถูกยับยั้งได้ด้วยสารคาร์บาโซลจากต้นส่องฟ้าเช่นกัน (การทดสอบมะเร็งท่อน้ำดี ทำโดย รศ.ดร วีรพล คู่คงวิริยพันธุ์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น)

รศ.ฉวี ยังเผยต่ออีกว่า นอกจากการค้นพบสารบางชนิดในต้นส่องฟ้าที่มีฤทธิ์ยับยั้งมะเร็งต่างๆ แล้ว ยังพบสารคูมารินบางสารในต้นส่องฟ้านี้มีฤทธิ์ต้าน lipid per oxidation ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับภาวะผิดปรกติในร่างกาย เช่น ภาวะความจำเสื่อม มะเร็ง เบาหวาน ดังนั้นการค้นพบสารคาร์บาโซลและคูมารินในส่องฟ้าจึงเป็นสารที่สามารถลดน้ำตาลในกระแสเลือดได้เช่นกัน (โดยฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ทำโดย อ.ดร. กุสุมาลย์ น้อยผา คณะวิทยาการสุขภาพและการกีฬา มหาวิทยาลัยทักษิณ)

หลังค้นพบว่าต้นส่องฟ้ามีฤทธิ์ของสารบางชนิดในการต้านมะเร็ง และลดน้ำตาลในกระแสเลือดได้แล้ว ผู้วิจัยได้มีการเตรียมอนุพันธ์ของคาร์บาโซล โดยอาศัยความรู้ทางเคมีอินทรีย์สังเคราะห์ สารคาร์บาโซลได้ถูกดัดแปลงโครงสร้างให้เป็นอนุพันธ์ต่างๆ ซึ่งจะเป็นอีกทางหนึ่งที่จะได้สารโครงสร้างใหม่ๆที่อาจแสดงฤทธิ์ที่น่าสนใจ

เมื่อทำการดัดแปลงโครงสร้างของคาร์บาโซลโดยนำไปต่อกับสารบางชนิด พบว่าสามารถช่วยลดภาวะความจำเสื่อมได้เช่นกัน (โดยงานวิจัยชิ้นนี้นักวิจัยหลักคือ อาจารย์ ดร. จันทนา บุญยะรัตน์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น )

กล่าวคือสารบางชนิดจากต้นส่องฟ้ามีฤทธิ์ ต้านมะเร็ง ลดน้ำตาลในเลือดอันก่อให้เกิดโรคเบาหวาน และเมื่อนำสารในต้นส่องฟ้าไปต่อกับสารบางชนิด พบว่า สามารถช่วยลดภาวะความจำเสื่อมได้อีกด้วย ทั้งนี้นักวิจัยเจ้าของโครงการได้ทำการวิจัยเชิงประยุกต์โดยร่วมมือกับนักวิจัยทั้งในและนอกมหาวิทยาลัยเพื่อทำการทดสอบสารจากต้นส่องฟ้า กับสารในโรคแต่ละชนิดจนสามารถศึกษาข้อค้นพบดังกล่าวได้สำเร็จ

รศ.ดร.ศจี สัตยุตม์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า การค้นพบองค์ประกอบทางเคมีในต้นส่องฟ้าครั้งนี้ จึงถือเป็น มิติใหม่แห่งวงการนักวิจัย ในการค้นพบองค์ประกอบทางเคมีจากพืชสมุนไพรพื้นบ้านที่หลายคนมองข้าม คาดว่างานวิจัยชิ้นนี้จะสามารถพัฒนาสารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพิ่มคุณประโยชน์ของสมุนไพรไทยให้มีศักยภาพสูงขึ้น โดยคาดหวังว่าจะสามารถผลิตเป็นยา เพื่อรักษาโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคความจำเสื่อม เป็นประโยชน์ต่อสังคมได้ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การวิจัยที่กล่าวมาเป็นเพียงการวิจัยเริ่มต้นเท่านั้น หากจะพัฒนาต่อไปจนสามารถใช้เป็นยาแผนปัจจุบัน ต้องผ่านกระบวนการอีกมากมาย อาทิ การค้นหาผลข้างเคียงที่ยังไม่ได้มีการศึกษา ทั้งนี้“องค์ประกอบทางเคมีของส่องฟ้าและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเคมีและฤทธิ์ทางชีวภาพ” ยังไม่สามารถรักษาโรคมะเร็งหรือเบาหวานได้โดยตรง จากข้อค้นพบระบุว่าสารบางชนิดในต้นส่องฟ้าสามารถต้านโรคมะเร็งและโรคเบาหวานได้ และมีแนวโน้มว่าจะสามารถพัฒนาต่อยอดพัฒนาเป็นยาได้ ทั้งนี้ผู้วิจัยหวังเป็นอย่างยิ่งว่างานวิจัยชิ้นนี้จะถูกพัฒนาต่อยอดโดยนักวิจัยรุ่นหลังเพื่อผลักดันให้งานวิจัยนี้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ เป็นประโยชน์แก่มนุษยชาติต่อไป

ผลงานวิจัยเรื่องต้นส่องฟ้า พืชสมุนไพรพื้นบ้าน มีฤทธิ์ทางยา ช่วยต้านมะเร็ง โดยการค้นพบของ รศ.ดร.ฉวี เย็นใจ สาขาวิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ และทีมงานนักวิจัย นักศึกษาปริญญาโท และปริญญาเอก ท่านที่สนใจต่อยอดขยายผลสู่ภาคธุรกิจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้โดยตรงกับฝ่ายวิจัย มข โทร 043-009700 ต่อ 40057

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 8 มีนาคม 2557

.

Related Article :

.

 

ส่องฟ้า

สมัดใหญ่ (เลย), ส่องดาว, ส่องฟ้า(ตะวันออกเฉียงเหนือ), ส่องฟ้าดง, ดาวกระจาย
ชื่อวิทยาศาสตร์ Clausena wallichii Oliv. var. guillauminii (Tanaka) J.P.Molino

ฐานข้อมูลสมุนไพรไทยเขตอีสานใต้  คณะ เภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

 

Advertisements

วิจัย ข้าวโพดแฟนซีสีม่วง เพิ่มคุณค่าต้านมะเร็งเนื้องอก

ข้าวโพด…เป็นพืชธัญหารที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับมนุษย์ มาตั้งแต่โบราณกาล กระทั่งปัจจุบันยังนำไปสู่ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ และอื่นๆอีกมากมาย…

…ข้าวโพดข้าวเหนียว…เป็น ข้าวโพดอีกชนิดหนึ่งที่ผู้บริโภคชื่นชอบ ทำให้เกษตรกรนิยมปลูกกันมากเพราะ ความต้องการของตลาดสูง นักวิจัยได้เห็นความสำคัญตรงจุดนี้จึงได้ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนมีข้าวโพดข้าวเหนียวสายพันธุ์ใหม่ชื่อว่า “ข้าวโพดข้าวเหนียว แฟนซีสีม่วง 111” ที่ ภาคเอกชน ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คิดค้นขึ้นมาเพื่อผู้ที่รักสุขภาพ…

รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บอกว่า ข้าวโพดสายพันธุ์นี้เป็นข้าวโพดลูกผสม ระหว่าง ข้าวโพดสีม่วง กับ ข้าวโพดข้าวเหนียว ใช้เวลา พัฒนา 7 ปี ปลูกในแปลงทดสอบประมาณ 3-4 ปี จำนวน 30–40 แห่ง ที่บริเวณ อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี อ.เมือง จ.ลพบุรี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ฯลฯ จุดเด่น คือ ตั้งแต่ ราก ลำต้น ฝัก ซัง เมล็ด ไหม และ ดอกมีสีม่วง…อีกทั้งสามารถนำไปปลูกได้ในทุกสภาพพื้นที่ สามารถต้านแรงลมได้ดี และ ฝักมีขนาดใหญ่ ให้ ผลผลิตสูงกว่าสายพันธุ์อื่นๆถึง 50 เปอร์เซ็นต์

“…นักวิจัยประกอบด้วย นายนิพัฒน์ ลิ้ม-สงวน กับ นางจันทร์เพ็ญ แสงประกาย จาก สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มก. ได้จัดทำโครงการ “ทดสอบคุณค่าทางโภชนาการและเชิงสุขภาพของข้าวโพดแฟนซีสีม่วง 111 ระยะเก็บเกี่ยว” โดยทำการวิเคราะห์ปริมาณ สารแอนโธไซยานินส์ ความสามารถต้านอนุมูลอิสระ และสารประกอบฟีนอลิก พบว่าในระยะเก็บเกี่ยว 72 วัน มีสารทั้ง 2 ชนิดมากที่สุด…” รศ.วุฒิชัย กล่าวและว่า

วิธีการวิเคราะห์ข้าวโพดแฟนซีสีม่วง…ด้วยการทำ DPPH assay และ ABTS asssy นำไป เปรียบเทียบกับ ข้าวโพดเหลือง และ ข้าวโพดขาว พบการต้านอนุมูลอิสระ และ สารทั้งสองชนิดมากกว่าอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังได้วิเคราะห์องค์ประกอบ ทั้ง โปรตีน ไขมัน และ คาร์โบไฮเดรต มีความแตกต่างกัน รวมทั้งสารอาหารจำพวกเกลือแร่ และ วิตามิน มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย และ สุดท้ายวิเคราะห์ Amino acid profile พบว่า ในระยะเก็บเกี่ยว 72 วัน ให้กรดอะมิโนสูงสุด ซึ่ง สามารถต้านมะเร็งเนื้องอกได้

นอกจากนี้ ข้าวโพดแฟนซีสีม่วงฝักสดที่มีคุณภาพดีแล้ว ยังให้ เปลือกสูงถึงไร่ละ 2,500 กิโลกรัม ซึ่งนำ ไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ เช่น อาหารสัตว์ ได้อีกด้วย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ เกษตรกรสามารถนำไปสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น… สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มกริ๊งกร๊าง 0-3626-6316-9.

 

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ที่มา: ไทยรัฐ 30 กรกฎาคม 2555

 

พบพระคุณใน ค่าน้ำนม มารดาเพิ่ม คุ้มกันรอดอันตรายมะเร็งหลายชนิด

นักวิทยาศาสตร์ศึกษาพบ พระคุณของ “ค่าน้ำนม” อีกอย่างหนึ่ง ว่า ทารกที่ได้ดื่มกินนมแม่ ยังได้คุณแก่สุขภาพ โดยช่วยคุ้มครองให้ พ้นภยันตรายจากมะเร็งชนิดต่างๆ หลายอย่างด้วย

วารสาร “น้ำนมแม่” เปิดเผยว่า นักวิจัยได้พบน้ำนมแม่มีสารต่อต้านมะเร็งอย่างหนึ่งอยู่อย่างอุดม พวกเขาได้นำน้ำนมเหลือง อันเป็นน้ำนมแรกเริ่ม และน้ำนมแม่ของแม่ที่มีทารกโตแล้วมาตรวจวิเคราะห์ ซึ่งพบว่าน้ำนมเหลืองและน้ำนมจากเต้า มีสารต่อต้านมะเร็งอย่างอุดม สูงตั้ง 100-400 เท่า ในขณะที่ในนมผงไม่มีอยู่เลย.

 

ที่มา: ไทยรัฐ  4 พฤษภาคม 2555

.

Related link:

.

High Levels of TRAIL Protein in Breast Milk Might Contribute to Anticancer Activity

ScienceDaily (Apr. 23, 2012) — The benefits of breast milk are well known, but why breastfeeding protects against various forms of cancer remains a mystery. A new study in the Journal of Human Lactation (published by SAGE) found high levels of cancer-fighting TNF-related apoptosis inducing ligand (TRAIL) in human milk, which might be one source of breast milk’s anticancer activity.

Researchers took samples of colostrum, the first milk available to newborns, and of mature breast milk from new mothers. Researchers then obtained samples of blood from healthy women, and various ready-to-feed infant formulas. The colostrum, mature breast milk, blood and formula were then all tested to measure their level of TRAIL. The researchers found that colostrum and breast milk contained 400- and 100-fold, respectively, higher levels of TRAIL than blood. No TRAIL was detected in the formula.

“The important role of breastfeeding in the prevention of certain childhood cancers, such as lymphoblastic leukemia, Hodgkin’s disease, and neuroblastoma, has been previously demonstrated,” wrote the authors. “However, endogenous soluble TRAIL represents a strong candidate to explain the overall biological effect of breastfeeding against cancer.”

Mothers chosen to participate in the study were eligible because they exhibited no signs of eclampsia, infection, or fever, and delivered healthy newborns at term.

The authors wrote, “To our knowledge, this is the first time that TRAIL has been measured in colostrum and human breast milk. This study has revealed much higher TRAIL concentrations in colostrum and breast milk compared to the levels of circulating serum TRAIL.”

Journal Reference:

  1. R. Davanzo, G. Zauli, L. Monasta, L. Vecchi Brumatti, M. V. Abate, G. Ventura, E. Rimondi, P. Secchiero, S. Demarini. Human Colostrum and Breast Milk Contain High Levels of TNF-Related Apoptosis-Inducing Ligand (TRAIL)Journal of Human Lactation, 2012; DOI:10.1177/0890334412441071

Data from: sciencedaily.com

ทาน ‘งา’ ประจำ ทำลายความแก่

‘งา’ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง งาช้าง แต่หมายถึง ‘งา’ อาหารที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์นานัปการ มุมสุขภาพกินดี วันนี้ จึงขอแนะนำให้ผู้อ่านทราบถึงคุณค่าของงา

เริ่มจาก งาดำ ที่ได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ มักอยู่ในรูปของส่วนผสมในเครื่องดื่มชนิดต่าง ๆ การรับประทานงาดำจะช่วยให้นอนหลับได้สนิท และตื่นนอนพร้อมความรู้สึกสดชื่นกระปรี้ประเปร่า ทั้งยังป้องกันเหน็บชา ป้องกันอาการท้องผูก บำรุงกระดูก และบำรุงรากผม ทำให้ผมดกดำ

ส่วน น้ำมันงาดิบ หากนำมาใช้นวดตัวเป็นประจำ ช่วยปรับระบบประสาท คลายกล้ามเนื้อ ชะลอความเสื่อมของผิวหนังและกล้ามเนื้อ ให้แลดูอ่อนเยาว์กว่าวัยอยู่เสมอ

อย่างไรก็ตาม งา ถือเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินนานาชนิด เช่น บี1, 2, 3, 5, 6 และ 9 มีสรรพคุณในการช่วยย่อยไขมัน ลดคอเลสเตอรอล ทั้งยังมีวิตามินอี ซึ่งเป็นยาอายุวัฒนะ ชะลอความแก่ และเป็นอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระป้องกันการเกิดมะเร็ง เหมาะกับทุกเพศทุกวัย

สำหรับเมนูสุขภาพที่ปรุงจากงา ทำไม่ยากที่จะแนะนำ คือ เกี๊ยวกรอบคลุกงา มีส่วนเพียงไม่กี่อย่าง ประกอบด้วย

  • แผ่นเกี๊ยว
  • งาขาว และงาดำ อย่างละ 4 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ พอประมาณ
  • น้ำมันพืชสำหรับทอด พอประมาณ

ส่วนขั้นตอนในการทำ เริ่มด้วยการนำงาทั้งสองชนิดมาผสมกัน นำแผ่นเกี๊ยวพรมน้ำเล็กน้อย จากนั้นโรยหน้าด้วยงาที่ผสมรอไว้ นำลงทอดในกระทะที่มีน้ำมัน 1 ใน 3 ทอดจนแผ่นเกี๊ยวฟูและเหลืองกรอบ ตักขึ้นซับน้ำมันแล้วโรยเกลือเล็กน้อย สามารถรับประทานพร้อมน้ำจิ้มรสหวาน หรือนำไปใส่ในสลัดผักก็ยังได้

เมื่อทราบว่า ‘งา’ อัดแน่นไปด้วยสรรพคุณควรคู่กับร่างกายแล้ว อย่าลืมรับประทานงาเป็นประจำเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง.

takecareDD@gmail.com   

ภาพประกอบ http://www.thekneadforbread.com

 

 

ที่มา: เดลินิวส์     4 มิถุนายน 2553