ห้องนอน “ต้นเหตุ” ให้เป็นโรคอ้วน

foxnews121212_001ผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาเผยให้ทราบว่า ในขณะที่คุณกำลังนอนหลับนั้นได้มีการเชื่อมโยงกันกับน้ำหนักตัวของคุณ หรือพูดง่ายๆ ว่าการนอนหลับนับเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราอ้วนได้อย่างไม่น่าเชื่อ และล่าสุดรายการทีวีชื่อดังอย่าง MyFoxAtlanta ได้รายงานเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ปัญหาโรคอ้วนนั้นอาจเกิดขึ้นในห้องนอนของคุณ เพราะในความเป็นจริงแล้วในระหว่างที่นอนหลับ ร่างกายของคุณจะรู้สึกหิวได้โดยอัตโนมัติ เนื่องมาจากระบบเซลล์ต่างๆ ในร่างกายได้ทำการย่อยสลายและเผาผลาญพลังงานที่คุณรับประทานเข้าไปโดยไม่รู้สึกตัว

ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมามีงานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า “การนอนหลับที่มากหรือน้อยจนเกินไปจะส่งผลให้คุณมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น และสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณมีน้ำตัวเพิ่ม คือ การบริโภคน้ำตาลจำนวนมากจากอาหารที่รับประทานเป็นประจำทุกวันนั่นเอง”

ดร.ไมเคิล บรูย์ นักจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ กล่าวว่า “ถ้าคุณสามารถแก้ปัญหาการนอนหลับได้ จะช่วยทำให้น้ำหนักตัวของคุณลดลง และการแก้ปัญหานั้นจะต้องเริ่มจากต้นเหตุ โดยการเริ่มสำรวจในห้องนอนของคุณ และคิดทบทวนว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่ เช่น แสงไฟบนหัวเตียงนั้นสว่างมากเกินไป ประกอบกับมีอาการเครียดหรือไม่” ดังนั้นการแก้ไข ดร.ไมเคิลได้แนะนำว่า “ให้ผู้ที่ประสบปัญหานอนไม่หลับ ลองเปลี่ยนหลอดไฟจาก 90 วัตต์เป็น 40 วัตต์แทน”

อย่างไรก็ตาม นักจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนกล่าวต่อว่า “บางครั้งบรรยากาศรอบตัวที่เงียบหรือเสียงดังจนเกินไป ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นอนหลับยากได้เช่นกัน แต่ถ้าใครที่ไม่สามารถทนอยู่กับความเงียบได้ แนะนำว่าให้คุณลองเปิดวิทยุหรือเปิดพัดลมเบาๆ ก็สามารถเพิ่มความง่วงได้เช่นกัน นอกจากนี้เสียงคลื่นทะเลก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณนอนหลับได้ง่ายขึ้น หรือแม้การนั่งสมาธิ รวมไปถึงการทำจิตใจให้ปลอดโปร่ง การนอนอ่านหนังสือเพื่อฆ่าเวลา หรือหลายคนอาจเลือกวิธีที่แสนเบสิกแต่ได้ผลจริง อย่างเช่น การเลือกหมอนที่เหมาะกับคุณ ก็เป็นตัวช่วยหนึ่งในการนอนหลับที่ดี ทั้งนี้เป็นการป้องกันน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นอันมีสาเหตุจากนอนหลับนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามระยะเวลาในการพักผ่อนที่เหมาะสมนั้นควรอยู่ในระหว่าง 6-8 ชั่วโมง ดร.ไมเคิลกล่าว”.

ที่มา : ไทยโพสต์ 16 มกราคม 2556

.

Related Article :

.

Your bedroom could be making you fat

Published December 12, 2012
FoxNews.com

Having a hard time resisting a doughnut or biscuits and gravy? You may be hungry for sleep, and experts say there’s a big connection between your sleep and your weight, MyFoxAtlanta reported.

The problem may be your bedroom.

Over the last decade, several studies have shown how you sleep dramatically affects your weight. The less sleep you get, the more you crave high-fat, high-sugar comfort foods.

Psychologist and sleep specialist Dr. Michael Breus said if you can solve your sleep issues, the weight will come off. The first place to start is to look around your bedroom for what’s working and what’s not working.

“Walk into your bedroom and take a look around, and how does it make you feel?” Breus asked.

If “stressed” is the answer, Breus said start rethinking your room — focusing on your senses. First is sight.

“Too much light can actually make it difficult to fall asleep. So one of the things I do is I ask people to take the bedside lamp and use a 40 watt bulb instead of a 90 watt bulb,” said Breus.

Next, Breus said, is to listen.

“We know that if it’s too quiet, it’s hard to fall asleep, and if it’s too noisy it’s hard to fall asleep,”  Breus explained.

If you can’t stand the silence, turn on a fan or a sound machine.

“Believe it or not, ocean sounds have been shown to help people fall asleep, any type of meditation, or relaxation, like an audio relaxation can also be quite helpful,” he said.

If the TV helps you fall asleep, Breus says leave it on.

Next, think about your bed.

“And most people don’t think about this, but your mattress and your sheets have a lot to do with you how sleep,” Breus added.

Breus says think of your bedding as “performance equipment.”

“The easiest way to ruin your mattress is to have a cheap pillow,” he said.  “So I often tell people, “Don’t just go out and get the $7 what-have-you. Really get a pillow that fits you and your sleep needs.”

SOURCE: foxnews.com

นอนไม่หลับทำไงดี

ความผิดปกติของการนอนที่พบบ่อยที่สุดคือ “อาการนอนไม่หลับ” ซึ่งพบได้มากถึง 1 ใน 3 ของประชากรที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนไม่หลับ และยังพบในผู้หญิงได้มากกว่าในผู้ชายประมาณ 2 ต่อ 1 นอกจากนี้ยังพบได้มากขึ้นตามอายุ ใครที่เคยนอนไม่หลับ คงทราบถึงความทุกข์ทรมานของภาวะดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ถ้านาน ๆ เป็นครั้งก็ไม่น่าเป็นกังวล แต่หากเป็นบ่อย ๆ ก็แสดงว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น

ผลเสียของการนอนไม่หลับ คนที่นอนไม่หลับจะทำให้เกิดความเจ็บป่วย ไม่สบายทางร่างกายมากกว่าปกติ โดยเฉพาะโรคภูมิแพ้ หอบหืด ความดันโลหิตสูง จะพบได้มากขึ้น อาจต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยกว่าปกติ มีปัญหาทางด้านอารมณ์และจิตใจ ตึงเครียด กังวล อารมณ์เศร้ามากกว่าเดิม มีแนวคิดที่จะฆ่าตัวตายสูง นอกจากนี้แล้ว การนอนไม่หลับยังส่งผลต่อการงาน ความสามารถทั่วไป ขาดงานบ่อยขึ้น และประสิทธิภาพในการทำงานลดลง และอาจหันเข้าหาสุรา ยาเสพติดได้

ชนิดของการนอนไม่หลับ อาจแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ คนที่หลับยาก คนกลุ่มนี้อาจใช้เวลานานเป็นชั่วโมงจึงสามารถนอนหลับได้ คนที่หลับไม่ทน คนกลุ่มนี้พอหัวค่ำอาจหลับได้ แต่ไม่นานก็จะตื่น บางคนอาจไม่หลับอีกตลอดทั้งคืน และ คนที่หลับ ๆ ตื่น ๆ คนกลุ่มนี้อาจจะมีความรู้สึกคล้ายไม่ได้หลับเลยทั้งคืน เพียงแต่เคลิ้มไปเป็นพักพักเท่านั้น..

คุณล่ะเป็นคนในกลุ่มใดหรือไม่? ถ้าเป็นล่ะก็ มาดูกันว่า สาเหตุการเกิดเป็นอย่างไรกันแน่

สาเหตุที่พบบ่อย มักเกิดจากความวิตกกังวลในเรื่องต่าง ๆ เช่น อาการเจ็บปวด ไม่สบายกายจากโรคที่ประสบพบเจอ มีสิ่งรบกวนจากสภาพแวดล้อม เช่น แสงสว่าง เสียงดัง กลิ่นเหม็น เป็นต้น นอกจากนี้ ความไม่คุ้นเคยในสถานที่ อาชีพที่ทำให้เกิดนิสัยการนอนไม่แน่นอนอย่าง อาชีพพยาบาล ตำรวจ ยาม ซึ่งต้องสลับเวรไปมา สาเหตุจากความแปรปรวนของจิตใจที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ จากการติดยา หรือสิ่งเสพติดบางประเภท เช่น สุรา ยาบ้า จากยาแก้โรคบางอย่างที่ผู้นั้นต้องกินอยู่ประจำ เช่น ยาแก้ปวดบางประเภท ยาลดความดันโลหิต เป็นต้น และการถูกฝึกเรื่องการนอนอย่างไม่เหมาะสม ก็เป็นสาเหตุของการนอนไม่หลับต่าง ๆ ได้..แล้วคุณล่ะ มีอาการแบบใด?

หากถามถึงการรักษาแล้วล่ะก็..มีทั้งการรักษาด้วยยาและรักษาโดยไม่ต้องใช้ยา สำหรับวิธีการรักษาแบบไม่ใช้ยา อาจทำได้หลายวิธี   ดังนี้

1. จัดเวลานอนให้สม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน

2. ควรเลิกสูบบุหรี่และเลิกการดื่มแอลกอฮอล์จัด

3. บางครั้งการเปลี่ยนฟูกที่นอนก็เป็นสิ่งจำเป็น เปลี่ยนจากอย่างแข็ง  เป็นอย่างอ่อน หรือสลับกัน ควรเอาใจใส่ผ้าคลุมเตียง ไม่ให้ร้อนหรือเย็นมากเกินไป รวมทั้งเสื้อผ้าที่ใส่นอน ควรนุ่มสบาย อุณหภูมิห้องควรอยู่ในระดับ พอดี

4. การเปลี่ยนท่านอน หากเคยนอนในท่าที่ไม่สบาย

5. อาหารว่างที่ไม่หนักเกินไป อาจช่วยในการนอนหลับ เช่น น้ำส้ม นมอุ่น น้ำผลไม้อื่น ๆ

6. มื้อเย็นควรงดน้ำชา กาแฟ รวมทั้งก่อนนอน

7. การอ่านหนังสือบนเตียงนอนอาจเบนความสนใจจากความวิตกกังวล ควรเลือกรายการโทรทัศน์ที่ไม่ตื่นเต้นมากเกินไป อย่างไรก็ตาม ห้องนอนและเตียงไม่ควรใช้สำหรับเป็นที่รับประทานอาหารหรือของว่างดูโทรทัศน์ หรือทำธุรกิจต่าง ๆ

8. ไม่ควรให้มีเสียงหรือแสงรบกวนจนเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าการนอนหลับเป็นแบบตื่นตัวมากเกินไป อาจต้องนอนแยกกับคนที่นอนกรนเสียงดัง

9. การออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยให้หลับดีขึ้น แนะนำให้เดินเร็วตอนเย็น และให้อาบน้ำอุ่น การผ่อนคลายความตึงเครียดทางเพศอาจช่วยได้

10. พยายามนอนให้มากตามที่ร่างกายต้องการจะได้รู้สึกสดชื่น

11. หลีกเลี่ยงความพยายามอย่างจริงจังที่จะทำให้หลับ ควรมุ่งความสนใจไปที่กิจกรรมอื่น ๆ อีกประการหนึ่งการกลัวนอนไม่หลับยิ่งทำให้ไม่หลับมากขึ้น ยิ่งกลัวยิ่งไม่หลับ กลายเป็นวงจรติดต่อกันไป

12. การฝึกสมาธิ เช่น การกำหนดลมหายใจเข้าออก การสะกด  จิตตนเอง การฝึกใช้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย อาจทำให้การนอนหลับดีขึ้น ถ้าปฏิบัติตามวิธีการต่าง ๆ แล้วยังนอนไม่หลับก็สมควรปรึกษาแพทย์ หรือจิตแพทย์เพื่อแก้ไขต่อไป

สำหรับการรักษาด้วยยา ในที่นี้จะหมายถึงยานอนหลับ สำหรับวิธีการรับประทานจะไม่ขอกล่าว แต่จะอธิบายถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เช่น มีอาการง่วงซึม ลืมเหตุการณ์หลังจากใช้ยาในระยะเวลาสั้น ๆ ช่วงหนึ่งมีอาการดื้อยาคือต้องใช้ขนาดเพิ่มขึ้นจึงจะนอนหลับได้ หากใช้ยาขนาดสูงและเป็นเวลานาน ๆ อาจมีการติดยาได้ จึงควรหยุดยาเมื่อเริ่มรู้สึกว่าต้องการยาเพิ่มขึ้น สตรีมีครรภ์ในระยะ 3 เดือนแรกไม่ควรกินยานอนหลับ เพราะจะมีผลต่อทารกในครรภ์ สตรีที่ให้นมบุตรควรงดการให้นมบุตรในช่วงที่กินยานอนหลับ ควรงดดื่มสุรา

ไม่ว่าการรักษาด้วยวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ส่งผลต่อการนอนหลายประการที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น หรือการรักษาด้วยยา สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การตรวจวินิจฉัยและขอคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งผู้ที่สงสัยว่าตนเองมีอาการเข้าข่ายที่อาจบ่งบอกว่า “นอนไม่หลับ” ให้มาพบแพทย์ และไม่ควรปล่อยให้อาการเลยเถิดไป

ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพยศสตร์
โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

 

ที่มา: เดลินิวส์     17 เมษายน 2553