นาฬิกาชีวภาพ บอกให้รู้วันตาย

thairath150204นักวิทยาศาสตร์รู้แล้วว่านาฬิกาชีวภาพในตัวเราสามารถจะกำหนดอายุของเราได้ว่าจะตายเมื่อไหร่

นักวิจัยมหาวิทยาลัยเอดินเบอระร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ออสเตรเลียและสหรัฐฯศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของระบบพันธุกรรมจนรู้ได้ว่ามันอาจจะบอกให้รู้วันตายของเราได้ เมื่อทดสอบเปรียบเทียบระหว่างอายุขัยที่แท้จริงกับอายุตามที่นาฬิกาชีวภาพบอก ปรากฏว่าไม่ต่างกันมากเท่าไร

ผู้ใดที่มีเวลาตามนาฬิกาชีวภาพเร็วกว่าอายุที่เป็นจริงจะมีอายุสั้นกว่าผู้ที่เวลาตามนาฬิกาชีวภาพเดินตรงกับอายุจริง

นักวิจัยได้บอกอย่างหนักแน่นว่า ความเกี่ยวพันระหว่างนาฬิกาชีวภาพที่เดินเร็วกับอายุสั้นนั้นแน่นอน ไม่ว่าจะคำนึงถึงปัจจัยอื่นตั้งแต่การสูบบุหรี่ โรคเบาหวาน และโรคหัวใจและหลอดเลือดด้วยหรือไม่.

ที่มา : ไทยรัฐ  4  กุมภาพันธ์ 2558

Advertisements

อยากตั้งท้อง แนะนอน 8 ชั่วโมง-เลี่ยงหลอดไฟ

posttoday140802_01ปัญหาคับอกของคุณภรรยาที่พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์แต่ยังไม่สมหวังเสียที นอกจากจะเป็นเรื่องความแข็งแรงของร่างกายแล้ว ผู้เชี่ยวชาญยังพบว่า ยังมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการนอนของสาวๆ ด้วย เนื่องจากผลการศึกษาของรัสเซลไรย์เตอร์ แห่งมหาวิทยาลัยเท็กซัส พบว่า การนอนและแสงจากหลอดไฟนีออนทั้งหลายมีผลต่อความสมบูรณ์ของภาวะเจริญพันธุ์ของคุณสุภาพสตรีทั้งหลาย

พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ การนอนดึกและชอบเล่นสมาร์ทโฟนหรือเปิดไฟเวลานอนมีผลต่อการผลิตเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สำคัญต่อการเจริญพันธุ์ ทำให้รังไข่ของผู้หญิงทำงานไม่เต็มที่ มีผลต่อการตกไข่ในแต่ละเดือน กระทั่งส่งผลให้ท้องยากในที่สุด

นอกจากนี้ ในรายที่ตั้งครรภ์แล้ว แสงไฟจากหลอดไฟทั้งหลายยังส่งผลต่อสมองของทารกในครรภ์ในการผลิตเมลาโทนินเพื่อกำหนดนาฬิกาชีวภาพของร่างกายจนก่อปัญหาต่อสุขภาพในภายหลังได้อีก

ดังนั้น รักอยากเป็นคุณแม่ไวๆ ให้นอนแต่หัวค่ำ และในห้องที่มืดสนิทดีกว่า

 

ที่มา : โพสต์ทูเดย์ 2 สิงหาคม 2557

ทำงานกะกลางคืน ร่างกายปั่นป่วน

thairath140124_001ศูนย์วิจัยการนอนแห่งอังกฤษบอกเตือนว่า การทำงานกะกลางคืน จะเป็นเหตุให้ระบบของร่างกายรวน และก่อผลเสียหายระยะยาวขึ้นได้ ทั้งยังต้องเสี่ยงกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจและโรคมะเร็งด้วย

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า คนเรามีนาฬิกาในตัวที่คอยควบคุมให้เราหลับนอนตอนกลางคืน และทำงานตอนกลางวัน การที่ต้องอดนอนมาทำงานตอนกลางคืน ได้สร้างความเสียหายขึ้นอย่างรวดเร็วน่าประหลาด กระทบกระเทือนไปตลอดทั่วสรรพางค์กาย ส่วนต่างๆต้องรวนเรไปหมด ไม่ว่าจะเป็นระดับฮอร์โมน อุณหภูมิของร่างกาย สมรรถภาพด้านกีฬา พื้นฐานอารมณ์และการทำงานของสมอง ไปจนถึงระดับที่ลึกที่สุดของอณู

ศาสตราจารย์เดิร์กแจน ดจิก มหาวิทยาลัยเซอร์เรย์ ได้วาดภาพให้เห็นว่า “เหตุอลหม่านนี้ เทียบได้เหมือนกับอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง ที่ทุกห้องในบ้านล้วนแต่มีนาฬิกาประจำ แต่บัดนี้นาฬิกาในห้องทุกเรือนต่างล้วนหยุดชะงักหมดแล้ว บ้านหลังนั้นจะเกิดโกลาหลสักแค่ไหน”.

ที่มา: ไทยรัฐ 24 มกราคม 2557

.

Related Article:

.

bbc140121_001

Night work ‘throws body into chaos’

By James Gallagher
Health and science reporter, BBC News
21 January 2014

Doing the night shift throws the body “into chaos” and could cause long-term damage, warn researchers.

Shift work has been linked to higher rates of type 2 diabetes, heart attacks and cancer.

Now scientists at the Sleep Research Centre in Surrey have uncovered the disruption shift work causes at the deepest molecular level.

Experts said the scale, speed and severity of damage caused by being awake at night was a surprise.

The human body has its own natural rhythm or body clock tuned to sleep at night and be active during the day.

It has profound effects on the body, altering everything from hormones and body temperature to athletic ability, mood and brain function.

The study, published in Proceedings of the National Academy of Sciences, followed 22 people as their body was shifted from a normal pattern to that of a night-shift worker.

Blood tests showed that normally 6% of genes – the instructions contained in DNA – were precisely timed to be more or less active at specific times of the day.

Once the volunteers were working through the night, that genetic fine-tuning was lost.

Chrono-chaos

“Over 97% of rhythmic genes become out of sync with mistimed sleep and this really explains why we feel so bad during jet lag, or if we have to work irregular shifts,” said Dr Simon Archer, one of the researchers at the University of Surrey.

Fellow researcher Prof Derk-Jan Dijk said every tissue in the body had its own daily rhythm, but with shifts that was lost with the heart running to a different time to the kidneys running to a different time to the brain.

He told the BBC: “It’s chrono-chaos. It’s like living in a house. There’s a clock in every room in the house and in all of those rooms those clocks are now disrupted, which of course leads to chaos in the household.”

Studies have shown that shift workers getting too little sleep at the wrong time of day may be increasing their risk of type-2 diabetes and obesity.

Others analyses suggest heart attacks are more common in night workers.

Prof Dijk added: “We of course know that shift work and jet lag is associated with negative side effects and health consequences.

“They show up after several years of shift work. We believe these changes in rhythmic patterns of gene expression are likely to be related to some of those long-term health consequences.”

Prof Hugh Piggins, a body-clock researcher from the University of Manchester, told the BBC: “The study indicated that the acute effects are quite severe.

“It is surprising how large an effect was noticed so quickly, it’s perhaps a larger disruption than might have been appreciated.”

He cautioned that it was a short-term study so any lasting changes are uncertain, but “you could imagine this would lead to a lot of health-related problems”.

SOURCE : bbc.co.uk

กินอาหารเป็นเวลาป้องกันโรคอ้วน ไม่ทำให้นาฬิกาชีวภาพต้องรวน

นักวิทยาศาสตร์ได้ความรู้จากการศึกษากับหนูทดลองว่า การกินให้เป็นเวลา จะช่วยป้องกันไม่ให้อ้วนได้

นักวิจัยของสถาบันชีววิทยาศึกษาชอล์กของสหรัฐฯได้พบว่า หนูที่ให้กินอาหารได้แค่ในช่วงเวลา 8 ชม.เท่านั้น กลับแข็งแรงกว่าหนูที่ปล่อยให้กินได้ไม่หยุดทั้งวัน แม้ว่าทั้งสองฝูงจะกินอาหารที่ให้พลังงานปริมาณเท่ากัน

เมื่อทดลองเลี้ยงหนูทั้งสองฝูงนานเป็นเวลา 3 เดือน ปรากฏว่า หนูพวกที่กินได้ทั้งวันมีไขมันเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 28 และน้ำตาลในเลือดก็สูงขึ้น จนเกือบจะเป็นเบาหวาน รวมทั้งตับก็เสียหายด้วย ในขณะที่พวกที่กินอาหารเพียงวันละ 8 ชม. ยังคงแข็งแรงดี และไม่อ้วนขึ้นเลย นักวิจัยเชื่อว่า เหตุที่หนูกินอาหารในเวลาจำกัด ยังคงสมบูรณ์ดี ก็เนื่องจากระบบย่อยอาหารมีเวลาทำงานนาน สามารถย่อยอาหารได้เต็มที่
พวกเขายังเห็นด้วยว่า ควรจะกินอาหารให้สอดคล้องกับนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย หากกินในยามวิกาล เช่น ดึกดื่นก็ยังกินอยู่ อาจเป็นเหตุให้นาฬิกาชีวภาพรวนได้.

ที่มา: ไทยรัฐ 30 พฤษภาคม 2555

.

Related Link:

.

It’s Not Just What You Eat, It’s When You Eat, Mouse Study Finds

Restricting eating hours didn’t cut calorie intake, yet the animals gained less weight

May 17, 2012

THURSDAY, May 17 (HealthDay News) — While most of the research on diet and obesity focuses on what people eat, a new study in mice suggests that more attention should be given to when people eat.

U.S. researchers found that mice that were only allowed to eat for eight hours a day ate as much as mice that were allowed to eat around the clock. Both groups ate a high-fat diet, but the mice with the restricted eating hours gained less weight, had healthier livers and had less inflammation.

The findings, published online May 17 in Cell Metabolism, suggest that eating during too many hours of the day may contribute to obesity.

“Every organ has a clock,” lead author Satchidananda Panda, of the Salk Institute for Biological Studies in La Jolla, Calif., said in a journal news release.

That means there are times of the day that the organs, including the liver, intestines and muscles, operate at peak efficiency and other times when they work less efficiently, Panda said. These cycles are critical for processes ranging from cholesterol breakdown to glucose production. Frequent eating throughout the day and night may throw off these normal metabolic cycles, he suggested in the news release.

“When we eat randomly, those genes aren’t on completely or off completely,” Panda explained.

The study results indicate that having restricted meal times may help prevent weight gain and that when people eat should be given more attention by obesity researchers.

“The focus has been on what people eat. We don’t collect data on when people eat,” Panda noted.

While studies involving animals can be useful, they frequently fail to produce similar results in humans.

More information

The U.S. Centers for Disease Control and Prevention has more about weight.

Data from: health.usnews.com