เทคนิคใหม่ “เปลี่ยนข้อเข่า-ข้อสะโพก” ฟื้นตัวเร็ว

dailynews130509_001aอาการปวดเข่า ปวดสะโพก อันเนื่องมาจากความเสื่อมของข้อกระดูก คงเป็นปัญหาที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตนเองหรือคนในครอบครัว เพราะความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นนั้น มักส่งผลให้ผู้ป่วยเดินไม่สะดวก บ้างก็ปวดจนหลับไม่ลง!

สำหรับปัญหาข้อเสื่อมนั้น ทางศูนย์ออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เผยข้อมูลว่า เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการใช้งานข้อต่อจนเกิดการสึกหรอของกระดูกอ่อนผิวข้อ พบมากในผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป หรืออาจเกิดได้ในคนที่มีน้ำหนักตัวมาก ได้รับอุบัติเหตุบริเวณข้อต่อ มีการใช้ข้อต่อผิดลักษณะ ชอบสะพายกระเป๋าหนัก ใส่ส้นสูง สูบบุหรี่ หรือเป็นผลจากกรรมพันธุ์

ปัจจัยข้างต้น คือ สาเหตุของการทำลายกระดูกอ่อนผิวข้อที่มากขึ้นทุกวัน โดยร่างกายไม่สามารถสร้างทดแทนหรือซ่อมแซมได้ ผู้ป่วยจึงต้องเจ็บปวดทรมานจากอาการอักเสบและการทำงานของข้อต่อที่บกพร่อง ซึ่งส่งผลต่อการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน

ทางเลือกในการรักษาอาการข้อเสื่อมทำได้หลายวิธี ตั้งแต่ การรักษาโดยการไม่ใช้ยา เช่น การลดน้ำหนัก การออกกำลังกาย และการใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงข้อ หรือ การรักษาด้วยการใช้ยา และอีกวิธีซึ่งจะพิจารณาทำในผู้ป่วยที่มีปัญหาข้อเสื่อมจนไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้เป็นปกติ คือ การรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม ซึ่งจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งและบริเวณของข้อที่เสื่อม

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม จะแบ่งออกเป็นการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (Total Hip Replacement) และการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (Knee Replacement Surgery) เฉพาะการผ่าเปลี่ยนข้อเข่านั้น ทำได้ทั้งแบบเปลี่ยนผิวข้อเฉพาะบางส่วน และเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อ

dailynews130509_001bและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ข้อสะโพกเทียม ให้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว นพ.สิริพงศ์ รัตนไชย ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ, ข้อเทียม รพ.บำรุงราษฎร์ เล่าว่า ทางบำรุงราษฎร์ได้ส่งทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ 15 คน ไปเรียนรู้การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ข้อสะโพกเทียม กับสถาบันดอร์ของสหรัฐ ซึ่งโด่งดังในการใช้เทคโนโลยีแขนกลหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดข้อเข่าเทียมและข้อสะโพกเทียม

dailynews130509_001cแขนกลหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดดังกล่าว มีชื่อว่า เมโก ควบคุมการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ แบ่งการทำงานออกเป็น 3 ส่วน คือ แขนกลหุ่นยนต์ กล้องจับสัญญาณภาพ 3 มิติ และเครื่องประมวลผลที่คอยควบคุมการทำงานทั้งหมดให้สอดประสานกัน โดยสามารถวัดระยะเพื่อกำหนดตำแหน่งและคำนวณขนาดของข้อเทียมที่เหมาะสมกับปัญหาของผู้ป่วยแต่ละราย ก่อนแพทย์จะทำการเปิดข้อเข่าหรือข้อสะโพก และใช้แขนกลตัดเฉพาะส่วนของกระดูกที่เสื่อมออกผ่านมุมมองจากภาพ 3 มิติ

dailynews130509_001dที่สำคัญ แขนกลจะล็อกตำแหน่งตามการคำนวณเพื่อความเที่ยงตรง ป้องกันการผ่าตัดในตำแหน่งที่คลาดเคลื่อน แถมยังใช้วิธีการกรอแทนการตัด เพื่อไม่ให้เกิดความบอบช้ำกับเส้นเอ็น ลดการสูญเนื้อเยื่อโดยไม่จำเป็น ผู้ป่วยจึงฟื้นตัวได้เร็วและสามารถกลับมาเคลื่อนไหวข้อได้อย่างเป็นธรรมชาติ พักฟื้นไม่เกิน 3 วัน ส่วนใหญ่เริ่มหัดเดินได้ภายใน 24 ชั่วโมง และนับเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะเมื่อ 2 เมษายน 2556 บำรุงราษฎร์ ได้ทำการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม ด้วยแขนกลหุ่นยนต์ เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกของทวีปเอเชีย หลังจากนำเข้าแขนกลหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเมโกเข้ามา.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
takecareDD@gmail.com

ที่มา : เดลินิวส์  9 พฤษภาคม 2556

Advertisements

การฉีดสเตียรอยด์ใช้ไม่ได้ผลกับอาการปวดหลังและปวดขา

Sciatica causes shooting pains in the lower back or more commonly down one leg

นักวิจัยชาวออสเตรเลียพบว่าการฉีดสเตียรอยด์ corticosteroid injections เข้ากระดูกสันหลังไม่มีผลระยะสั้นและระยะยาวเลยกับการรักษาอาการปวดหลังปวดตะโพก และให้ความแตกต่างเล็กน้อยในผู้ป่วยที่มีอาการปวดขา

Steroid injections DON’T work for back and leg pain

  • Steroid injections had no long-term effect on sciatica pain, according to a review of clinical trials
  • Researchers say conventional painkillers should be used instead and surgery as a last resort

By DAILY MAIL REPORTER

PUBLISHED: 13:49 GMT, 13 November 2012

Having steroid injections to ease back pain could be a waste of time, after researchers found they do little to alleviate sciatica.

The condition, which is a common form of leg and back pain, is caused when the sciatic nerve becomes compressed. This is most usually caused by a slipped disc.

Steroid injections are one of the treatment options on offer in the UK and U.S if painkillers and exercise fail to work.

Now Australian researchers have found that corticosteroid injections into the spine had no long or short-term effect on sciatica back pain.

They also had such a small short-term effect on leg pain that it made little difference to the patient.

‘I think it’s pretty clear that this treatment is not good to do,’ said Chris Maher, of The George Institute for Global Health in Sydney, Australia, who worked on the study.

Yet the use of epidural steroid injections to treat back pain of all sorts among Medicare patients nearly doubled from 741,000 in 2000 to about 1,438,000 in 2004, according to the researchers.

In the U.S., the cost of one shot can be several hundred dollars. It is also an option on the NHS in the UK.

For sciatica, which is thought to be caused by nerve damage, past studies have already questioned the effectiveness of spinal steroid shots.

Dr Maher and his colleagues set out to see whether past studies supported the use of epidural corticosteroid injections to help manage sciatica.

The team analysed the results from 23 clinical trials on thousands of patients. Each patient’s pain was ranked on a scale from zero to 100 – with higher scores representing worse pain.

For the back pain component of sciatica, the researchers found that the injections didn’t seem to make a difference over short or long periods of time.

When it came to leg pain, there was no difference a year or so after the injection, but there was a statistically significant six-point drop in pain scores over the short term – up to three months afterwards.

But that, according to Maher, is not enough to mean anything to a doctor or patient.

‘You can appreciate that six points on a hundred-point scale is a tiny difference, and in our view that is probably not clinically important,’ he said.

‘We really think the question is closed,’ he added.

‘So in terms of our research agenda, we’re moving on to other treatments for sciatica.’

However, not everyone agrees that steroid injections should be excluded from the hierarchy of treatments for sciatica.

‘In general, I think we’ve learned over the years that the epidural injections are turning out to be less and less successful… but there are times when they should be considered,’ said Dr Kirkham B. Wood, from Boston’s Massachusetts General Hospital.

He believes an injection should be considered, for example, in someone with sciatica resulting from a relatively recent herniated disc, ‘who time and medication has not helped.’

Wood does believe, however, that the injections are overused, and said there was a time when the injections were the go-to treatment for simple back pain.

‘I think the pendulum is certainly swinging away from their broad use,’ he said.

The fungal meningitis outbreak in the U.S., caused by a tainted supply of the steroid methylprednisolone will also likely dampen enthusiasm for the jabs, researchers acknowledged.

‘If this was a treatment that worked, then you’d have to weigh the benefits and the harm,’ Maher said.

Maher and his team, who published their results in the Annals of Internal Medicine on Monday, hope doctors will pick up on their findings but said it could take a while.

SOURCE : dailymail.co.uk

ปวดสะโพก โรคถามหา

อาการปวดข้อกระดูกในผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเป็นเรื่องความเสื่อมสภาพของร่างกาย แต่หากเกิดกับคนหนุ่มวัยฉกรรจ์ คงไม่ใช่เรื่องดี

ย้อนกลับไปเมื่อ 3 เดือนก่อน อาการปวดสะโพกได้คุกคามชีวิตประจำวันของ “นพ” หนุ่มวัยทำงาน ที่ก่อนหน้านี้ ไม่มีวี่แววความผิดปกติของกระดูก หรือภาวะเสื่อมมาก่อน

แน่นอนผลการเอกซ์เรย์ดูความเสียหายของหมอนรองกระดูกในตำแหน่งต่างๆ ยังคงปกติ แต่อาการปวดแปลบๆ ยังคงอยู่ และชัดเจนมากขึ้นทุกครั้งที่เอี้ยวตัว หรือกลับจากออกรอบตีกอล์ฟ ทั้งที่เคยทำเป็นกิจวัตร

อาการปวดที่คุกคามชีวิตประจำวันเหมือนหนังข้างเล็บ ที่หากไม่ตัดออกก็จะเจ็บแปลบอยู่เรื่อยไป ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เขาตัดสินใจเดินทางมาพบคุณหมออีกครั้ง จนกระทั่งรู้ว่าอาการปวดของเขาไม่ได้เกิดจากความเสื่อม แต่เกิดจากความผิดปกติของกระดูกมาตั้งแต่เกิด ที่หลายคนอาจมองข้ามไป เนื่องจากเป็นโรคใหม่ที่ยังไม่มีใครคุ้นเคย

นพ.กิตติพงษ์ คงรักเกียรติยศ ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช อธิบายว่า ความผิดปกติของกระดูกข้อสะโพกที่เกิดการขัดและเสียดสีกัน (Femoroacetabular Impingement) หรือ FAI ในทางการแพทย์ถือว่าเป็นโรคที่ค้นพบมานานพอสมควร แต่พึ่งมาเข้าใจถึงความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยได้ในระยะหลัง

อาการปวดสะโพกเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การตายของหัวกระดูกสะโพก กล้ามเนื้ออักเสบบริเวณรอบๆ สะโพก ข้อสะโพกเสื่อม หรือแม้แต่การติดเชื้อในสะโพก ก็ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดได้เช่นกัน

แต่อาการปวดที่เกิดจากความผิดปกติของกระดูกข้อสะโพกที่ขัดเสียดสี หรือปะทะกัน จนทำให้เกิดความเจ็บปวดนั้น มีส่วนทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของข้อสะโพกก่อนเวลาอันควร เนื่องจากความผิดปกติของตัวกระดูกที่ผิดรูป ปูดโปน ทำให้เวลาขยับ กระดูกมาบดกับกระดูกทำให้เกิดการบาดเจ็บ ต่อกระดูกอ่อน และเส้นเอ็นเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

“ในอดีตหลายคนอาจจะคิดว่าอาการลักษณะนี้เกิดขึ้นเฉพาะกับคนสูงอายุ วัยตั้งแต่ 50-60 ปี ขึ้นไป แต่ระยะหลังต้องยอมรับว่ามีผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งมาพบแพทย์ตั้งแต่อายุ 40 ต้นๆ” คุณหมอกล่าว

ความผิดปกติของกระดูกที่มีมาแต่กำเนิด ประกอบกับการใช้งานอย่างไม่ระมัดระวัง เช่น การออกกำลังกายที่หักโหม ทำให้เกิดการกระแทก การขัดกันของกระดูกซ้ำๆ อยู่ทุกวัน โดยเฉพาะนักกีฬา ที่ต้องใช้สะโพกและขาแตะมากกว่าคนปกติ เช่น นักมวย ซึ่งมักพบอาการบาดเจ็บจากภาวะผิดรูปได้ไว และอาการรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป

อาการบาดเจ็บที่แสดงออกชัดเจน เช่น เจ็บบริเวณด้านหน้าสะโพก เจ็บแปลบ หลังจากทำกิจกรรมที่ต้องใช้สะโพกอย่างหนัก อาการขัด หรือ งอสะโพกได้ไม่สุด สามารถรักษาให้กายได้ ซึ่งจะช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร

การรักษาด้วยเทคนิคส่องกล้องเพื่อจัดการกับกระดูกส่วนที่ผิดปกติ ด้วยวิธีการเล็มบริเวณที่ฉีกขาด หรือปูดโปนออก อาการปวดจากการเสียดสีของกระดูกก็จะหายไป คนไข้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งการรักษาโรค FAI ต่างจากการรักษาโรคข้อเข้าเสื่อมทั่วไป ที่ต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าใหม่ยกชุด ซึ่งอาศัยระยะเวลาในการฟื้นตัว หรือในบางรายก็ไม่สามารถกลับไปเล่นกีฬาได้เหมือนเดิมไปตลอดชีวิต

คุณหมอบอกว่า เทคโนโลยีส่องกล้องเป็นทางเลือกที่เข้ามาช่วยในการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด ซึ่งคนส่วนใหญ่ยอมรับมากขึ้น เนื่องจากสามารถผ่าตัดได้ในตำแหน่งที่แคบ โดยไม่ต้องเปิดแผลกว้าง ขณะที่ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วและกลับมาเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ได้ไว หากรีบรักษาอย่างทันท่วงที และไม่ปล่อยทิ้งไว้จนกระทั่งการรักษาที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องที่สุดเสมอไป

อย่างไรก็ตาม แม้ความปิดปกติของกระดูกจะมีมาตั้งแต่กำเนิด เหมือนระเบิดเวลาที่ติดอยู่กับตัว แต่ก็ใช่ว่าอาการปวดจะขึ้นกับทุกคน เพียงดูแลตัวเอง ไม่ใช้สะโพกกับกิจกรรมที่หนักหน่วงจนเกินไป และหมั่นตรวจเช็คร่างกายอยู่เสมอ เพราะเมื่อเกิดความผิดปกติจะได้รักษาอย่างทันท่วงที ไม่ทิ้งไว้ให้จนทรุดโทรม จนต้องยกเครื่องใหม่ในที่สุด

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 4 พฤษภาคม 2555