อัมพฤกษ์อัมพาตครึ่งซีกจากสมองขาดเลือด

โรคอัมพฤกษ์อัมพาตครึ่งซีกเป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ บางครั้งมองเห็นทุกวันเดินไปเดินมาเป็นปกติดี วันดีคืนดีอยู่ ๆ ก็เกิดอาการเฉียบพลัน ซึ่งมักจะเป็นตอนกลางคืน เช้ามาเดินไม่ได้เสียแล้ว เกิดขึ้นกับใครจะเป็นภาระต่อคนในครอบครัวอย่างมาก เพราะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เป็นระยะยาวนาน ทุกคนต่างมีภาระหน้าที่กันทั้งนั้น ผู้สูงอายุจึงต้องระมัดระวังรักษาสุขภาพไว้ให้ดี

Stroke เป็นอาการที่เกิดคล้ายเป็นลมไป เกิดจากสมองขาดเลือดไปเลี้ยง แล้วเกิดโรคแทรกซ้อนตามมา เกิดขึ้นกับคนทั้งโลก จนมีการตั้ง World Stroke Day ขึ้นมา ปีนี้กำหนด 29 ต.ค. 55 ในสหรัฐอเมริกาสมองขาดเลือดเป็นสาเหตุตายที่สำคัญโรคหนึ่ง ปีที่แล้วเสียชีวิต 137,000 ราย มีการรณรงค์ในคำขวัญของโลกว่า 1 ใน 6 จะเกิดในชั่วชีวิตของท่าน และทุก 6 วินาทีจะมีการตาย 1 คน

ในบ้านเราพบอยู่ได้เสมอ ไม่มีการรวบรวมว่าจริง ๆ ทั้งหมดพบมากน้อยเพียงใด

สาเหตุ สมองขาดเลือดไปเลี้ยงทั้งอาหารและออกซิเจน ทำให้เซลล์สมองตาย อาจจากหลอดเลือดสมองตีบตันจากไขมันสะสมผนังหลอดเลือด หรือจากก้อนเลือดไปอุด หรือจากเส้นเลือดสมองแตกจากโรคความดันโลหิตสูง ก้อนเลือดโป่งแตก แล้วไปกดศูนย์ประสาทต่าง ๆ ของสมองไปด้วย อีกอย่างหนึ่งคือจากก้อนเลือดอาจหลุดลอยจากที่อื่นไปอุดเส้นเลือดในสมองทำให้สมองขาดเลือดไปเลี้ยงได้เช่นกัน

อาการนำ คล้ายอาการเตือนบอกให้รู้ บางรายที่เกิดตอนกลางคืน นอนอยู่ก็ไม่รู้ ตอนกลางวันระหว่างทำกิจกรรมอยู่พอรู้ได้ ได้แก่ แขน-ขาอ่อนแรง ชาไปครึ่งซีก ปากเบี้ยวชาอ่อนแรงไปครึ่งซีกเช่นเดียวกัน พูดอ้อแอ้ พูดไม่ออก พูดไม่ชัด ตาข้างหนึ่งมัว มองไม่ค่อยเห็น หรือเห็นเป็นภาพซ้อน เวลาเดินจะเซ เสียสมดุล และมักปวดศีรษะมากทันทีขึ้นมา

เมื่อเกิดอาการดังกล่าว ใครที่อยู่ใกล้เคียงพบเข้าหรือตัวเองพอยังรู้ตัวต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

ภาวะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ชายพบมากกว่าหญิง เบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันสูง เครียดกังวลประจำ อ้วน และผู้ที่ชอบสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์บ่อย ล้วนทำให้เกิดง่ายขึ้นทั้งสิ้น กลไกการเกิด สมองเป็นศูนย์สั่งการทำงานของร่างกาย เมื่อสมองขาดเลือดจากสาเหตุใดก็ตาม จะทำให้หน้าที่เสียสั่งงานไม่ได้ ศูนย์ที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อแขนขาเสีย จึงเกิดอัมพฤกษ์อัมพาตขึ้นทันที

การรักษา แพทย์จะประเมินจากการตรวจร่างกายและจาก CT-Scan สมอง หาสาเหตุว่าจะเกิดจากหลอดเลือดในสมองแตกหรือมีก้อนเลือดอุดตัน แล้วรีบวางแผนช่วยเหลือทันที การฉีดสีดูเส้นเลือดในสมอง เป็นวิธีการที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้รู้ถึงสาเหตุและแนวโน้มจะไปอย่างไร เพื่อให้การรักษาได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์

คนไข้หญิงอายุ 64 ปี มีประวัติกินยาความดันโลหิตสูงมา 5 ปี ทำมาค้าขายเป็นปกติ ตอนกลางวันเป็นปกติดี ตกตอนกลางคืนอยู่ ๆ ก็ปวดศีรษะมาก ชักกระตุก น้ำลายฟูมปาก ส่งเสียงพูดไม่รู้เรื่อง ญาติพบแขนขาด้านซ้ายขยับไม่ได้เลย แต่รู้สึกตัว พูดพอรู้เรื่อง ญาติจึงรีบนำส่งโรงพยาบาลจังหวัด แพทย์ได้ให้การรักษาจนเข้าที่ดีในระยะ 3 วัน และต้องการอยากให้ฉีดสีดูเส้นเลือดในสมอง จึงส่งตัวมายัง รพ.ราชวิถี

นพ.พรินทร์ มหัทธโน หัวหน้าประสาทศัลยศาสตร์ รพ.ราชวิถี ได้คุยให้ฟังว่า คนไข้แบบนี้จากอาการ การตรวจและผล CT-Scan สมอง พบเป็นเงาก้อนเลือดออกในสมองไปกดศูนย์ประสาทด้านขวา ทำให้เกิดอัมพาตครึ่งซีกด้านซ้าย ระยะที่รอการฉีดสีในสมองอีก 2 อาทิตย์ แพทย์ได้ให้ยาให้สมองยุบบวม ยากันชัก ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ระดับปกติ ฯลฯ ซึ่งคนไข้รายนี้เส้นเลือดในสมองแตกจากความดันโลหิตสูง 2 อาทิตย์ผ่านมา ดูคนไข้อาการต่าง ๆ ค่อยดีขึ้น หายปวดศีรษะ ไม่ชักกระตุกแล้ว มีแนวโน้มคงไม่ผ่าตัด รอดูผลจากฉีดสีอยู่

สองอาทิตย์ต่อมาได้ถูกฉีดสีเข้าเส้นเลือดแล้วถ่ายภาพเส้นเลือดในสมอง พบก้อนเลือดในสมองกดศูนย์ประสาททำให้แขนขาซีกซ้ายไม่เคลื่อนไหว ไม่พบก้อนเส้นเลือดโป่ง แขนขาข้างซ้ายเริ่มขยับได้แล้ว ทุกวันได้ฝึกให้ญาติดูการทำกายภาพเพื่อจะได้ไปทำต่อที่บ้าน คนไข้เริ่มมีกำลังใจดีขึ้นที่แขนขาขยับได้ ในช่วงอาทิตย์แรกกังวลตลอด เกรงจะถูกทอดทิ้งไม่มีใครช่วยเหลือ

โรคอัมพฤกษ์อัมพาตยังพบบ่อยโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันสูงร่วมด้วย เป็นแล้วจะเป็นภาระต่อครอบครัวอย่างมาก จึงต้องหมั่นดูแลรักษาสุขภาพไว้ให้ดี.

นพ.สุวิทย์ เกียรติเสวี
suvit.kiatisevi.gmail.com

 

ที่มา: เดลินิวส์  14 ตุลาคม 2555

Advertisements

อัมพาตเฉียบพลัน 3 ชั่วโมงต้องถึงมือหมอ

การใช้ชีวิตแข่งกับเวลาจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง อาจจะเป็นสาเหตุให้เกิดอัมพาตเฉียบพลัน และร้ายแรงถึงขั้นพิการตลอดชีวิตได้ หากไปไม่ถึงมือหมอภายใน 3 ชั่วโมง ทั้งนี้จากการเปิดเผยของ นพ.สุรัตน์ บุญญะการกุล ผู้อำนวยการศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลพญาไท 1 ว่า สาเหตุหลักมาจากโรคหลอดเลือดสมอง ทั้งโรคหลอดเลือดสมองตีบ หรือหลอดเลือดสมองแตก ผู้ป่วยจะมีอาการหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว แขนไม่มีแรง เริ่มพูดไม่ชัด พูดอ้อแอ้เหมือนคนลิ้นไก่สั้น หรือพูดไม่ออกเลย ทั้งๆ ที่พยายามจะพูดให้เป็นปกติ อาการเหล่านี้บอกเหตุโรคหลอดเลือดสมอง

สาเหตุของโรคหลอดเลือดสมอง เกิดจากหลอดเลือดไปเลี้ยงสมองมีความผิดปกติ แยกเป็น 2 ชนิด คือ หลอดเลือดสมองอุดตัน และหลอดเลือดสมองแตก ทำให้สมองหยุดทำงานไปอย่างเฉียบพลันจากการที่สมองไม่มีเลือดไปเลี้ยง หรือมีเลือดออกแทรกทับในเนื้อสมอง ผู้ป่วยอาจจะมีอาการเดียว หรือหลายๆ อาการร่วมกัน บางคนมีอาการอ่อนแรงอย่างเดียว ชาครึ่งซีกอย่างเดียว บางคนอาจจะมีการอ่อนแรงครึ่งซีก ร่วมกับพูดไม่ชัด รับประทานอาหารแล้วสำลัก เดินเซ ผู้ป่วยจะมีอาการที่เกิดขึ้นโดยเฉียบพลันทั้งสิ้น ให้สังเกตอาการสำคัญ 3 อย่างให้แม่น คือ หน้าเบี้ยวหรือปากเบี้ยว แขนไม่มีแรง และพูดไม่ชัด พูดอ้อแอ้ หรือพูดไม่ออกเลย ถ้าทั้ง 3 อาการนี้เกิดขึ้นทันทีอย่างเฉียบพลัน หรือเกิดอาการใดอาการหนึ่ง หรือเกิดหลายอย่างร่วมกัน อย่ารอช้า รีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที ถ้ามาทันใน 3 ชั่วโมงแรกที่มีอาการ ผู้ป่วยก็มีโอกาสไม่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต และหายเป็นปกติในที่สุด แต่ผู้ป่วยจะต้องได้พบแพทย์ที่มีความชำนาญด้านสมองและไขสันหลัง

แต่ทั้งนี้ความรวดเร็วในการดูแลผู้ป่วยเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของการดูแล ดังนั้นการให้ผู้ป่วยถึงมือแพทย์เร็วที่สุดเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อได้รับการติดต่อจากญาติผู้ป่วยว่าคนไข้มีอาการพูดอ้อแอ้ ปากเบี้ยว หน้าเบี้ยว แขนชา รถพยาบาลที่มีเครื่องมือด้านโรคสมองโดยเฉพาะ พร้อมพยาบาลที่ผ่านการอบรมโรคสมองโดยตรงก็จะออกไปรับคนไข้ทันที โดยประสานงานกับแพทย์ด้านสมองที่โรงพยาบาลตลอดเวลา เพื่อรับทราบอาการของคนไข้ทุกระยะ ตั้งแต่รับตัวขึ้นรถพยาบาลจนถึงโรงพยาบาล ระหว่างการส่งตัวถึงแพทย์นี้จะให้การรักษาต่อเนื่องและรวดเร็วภายใน 3 ชั่วโมง เพื่อรักษาชีวิตคนไข้ และป้องกันไม่ให้คนไข้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตแบบถาวร

หลังจากที่มาถึงโรงพยาบาล แพทย์ก็จะนำคนไข้เข้ารักษาต่อในหอผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะเฉียบพลัน หรือ Acute Stroke Unit ทันที

คุณหมอสุรัตน์กล่าวเพิ่มเติมว่า ในหอผู้ป่วยฯ มีแพทย์ด้านสมอง ทีมสหสาขา และพยาบาลที่เชี่ยวชาญการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองดูแลผู้ป่วยแบบตัวต่อตัว ด้วยเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย เมื่อผู้ป่วยปลอดภัยจะส่งผู้ป่วยไปพักฟื้นต่อที่หอผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะฟื้นฟู เพื่อดูอาการต่อเนื่อง ทำกายภาพแบบเข้มข้นเพื่อให้กลับมาอยู่ในสภาพปกติโดยเร็ว มีการกำหนดแผนการรักษาที่แน่นอนไว้ล่วงหน้า เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยลงอย่างชัดเจน รวมถึงการติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการรักษาที่ทันสมัยตามมาตรฐานสากล สามารถลดอัตราการเสียชีวิตและความพิการของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองได้ 30% เมื่อเทียบกับการรักษาแบบธรรมดาทั่วไป.

 

ที่มา: ไทยโพสต์ 20 สิงหาคม 2555