ทำงานกลางคืน สมองเสื่อมเร็วกว่าปกติ

matichon141111_01“วีแซท” ทีมนักวิจัยสภาวะการทำงานจากประเทศฝรั่งเศส ที่มีประสบการณ์ในการทำวิจัยเกี่ยวกับมนุษย์เงินเดือนมายาวนาน เผยแพร่ผลงานวิจัยชิ้นใหม่ในวารสาร ออคคิวเพชั่นแอนด์เอ็นไวรอนเมนทัล เมดิซีน เมื่อเร็วๆ นี้ ระบุว่า ผู้ที่ทำงานกะกลางคืนหรือในชั่วโมงการทำงานที่ผิดปกติ ซึ่งป้องกันไม่ให้บุคคลนั้นเข้านอนก่อนเวลาเที่ยงคืนหรือบังคับให้ต้องตื่นก่อน 05.00 น. จะมีภาวะความรู้ความเข้าใจ (ค็อกนิทีฟ) ของสมองเสื่อมลงเร็วกว่าปกติ

สำหรับบุคคลที่ใช้เวลาในการทำงานกะกลางคืนหรือมีชั่วโมงทำงานผิดปกติต่อเนื่องกันนานเป็นสิบปีผลกระทบต่อสมองจะเทียบเท่ากับการเสื่อมสภาพของสมองในส่วนค็อกนิทีฟในระยะเวลา 6.5 ปี แม้แต่คนที่ทำงานในชั่วโมงการทำงานผิดปกติอย่างน้อยที่สุด 50 วันใน 1 ปี ก็จะส่งผลเสียหายต่อสมองไม่น้อย การทดสอบพบว่า พนักงานดังกล่าวนี้ โดยเฉลี่ยแล้วจะสูญเสียความสามารถในด้านค็อกนิทีฟไปเทียบเท่ากับการเสื่อมของสมองในระยะเวลา 4.3 ปี แม้ว่าการทำงานในเวลาผิดปกติดังกล่าวจะมีขึ้นเมื่อหลายปีก่อนหน้าการทดสอบแล้วก็ตาม

การทดลองดังกล่าวนี้ทำกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นพนักงานหลากหลายสาขาอาชีพจำนวน3,232 คน โดยที่ 46 เปอร์เซ็นต์ หรือ 1,484 คน ในจำนวนดังกล่าวระบุว่าเป็นคนที่มีชั่วโมงการทำงานผิดปกติ ทั้งในปัจจุบันและก่อนหน้าการทดสอบ

อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยของวีแซท พบหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าสมองของคนเราสามารถฟื้นตัวกลับสู่ภาวะปกติได้หลังจากชั่วโมงการทำงานถูกปรับเปลี่ยนไปสู่สภาวะปกติโดยคนที่ไม่เคยทำงานในชั่งโมงทำงานผิดปกติมาก่อนเป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปี สามารถทำคะแนนในการทดสอบค็อกนิทีฟได้ในระดับใกล้เคียงกับบุคคลทั่วไปซึ่งมีช่วงเวลาการทำงานปกติ

อย่างไรก็ตามจากการทดสอบบุคคลซึ่งมีชั่วโมงการทำงานผิดปกติอยู่ในขณะที่ทดสอบ ทำคะแนนได้แย่กว่า เทียบเท่ากับการเสื่อมของสมองในระยะเวลา 5.8 ปี กลุ่มที่ทำคะแนนได้แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือกลุ่มที่เพิ่งเลิกการทำงานในชั่วโมงทำงานผิดปกติไปในช่วง 5 ปีก่อนหน้าการทดสอบ เพราะทำคะแนนทดสอบค็อกนิทีฟได้เทียบเท่ากับระยะเวลาการเสื่อมลงของสมองถึง 6.9 ปี

ในงานวิจัยก่อนหน้านี้หลายชิ้น ชี้ให้เห็นว่า การทำงานในชั่วโมงการทำงานที่ผิดปกติไม่สอดคล้องกับจังหวะเวลาชีวิตในรอบวันของคนเรา ที่เรียกว่า “เซอร์คาเดียน ริธึ่ม” และส่งผลร้ายต่อการทำหน้างานของความคิดจิตใจ ตัวอย่างเช่น พนักงานการบินที่ทำงานบนเครื่องบิน และพบกับภาวะเจ็ตเเล็กบ่อยครั้ง ทั้งยังไม่มีเวลาฟื้่นตัวสู่ภาวะปกติมากพอ จะทำคะแนนทดสอบด้านค็อกนิทีฟได้แย่ เช่นเดียวกับพนักงานในภาคอุตสาหกรรมกะกลางคืน ซึ่งทำคะแนนทดสอบความจำได้แย่กว่าคนที่ทำงานกะกลางวัน แม้กระทั่งพยาบาลที่ทำงานกะกลางคืนก็ทำคะแนนได้ต่ำกว่าเกณฑ์ปกติเช่นเดียวกัน

ทีมวิจัยระบุเอาไว้ในรายงานวิจัยครั้งใหม่ว่าผลจากการวิจัยแสดงให้เห็นหลักฐานเพิ่มมากขึ้นกว่า การไปรบกวนเซอร์คาเดียน ริธึ่ม ของคนเรานั้น นอกจากจะสร้างความเครียดให้กับร่างกายแล้ว

ยังส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของสมองในส่วนเกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจและสุขภาวะทางจิตโดยรวมอีกด้วย

ที่มา: มติชน 11 พฤศจิกายน 2557

.

Related Link:

.

Night Shift Workers Prone to Memory Loss: Doctors

HYDERABAD:  People working on late-night shifts for long periods of time are prone towards memory loss and lack of concentration, warn experts.

A recent research has revealed that long-term shift work can help one earn more but it could adversely affect one’s brain functions such as memory and processing speed. Disruption of the body clock as a result of shift work could generate physiological stress which may, in turn, affect the functioning of the brain.

“This happens mainly due to disruption of sleep pattern. The circadian rhythm is controlled by the hypothalamus. If that is  disturbed, whatever memory issues which are to be consolidated in the brain get affected.  Usually, short-term memory loss is affected among the patients,” says Dr B Chandrasekhar Reddy, neurologist at Mediciti Hospital.

Doctors highlight the importance of adequate sleep during night and feel that those working on night shifts or who stay up late for one reason or another are extremely prone to memory loss. “The memory reinforcement or storage happens during the night time. Sleep has got a lot of important functions, one of which is consolidation of memory. Whatever a human being learns during the day, he needs to have a good sleep at night to retain it  for long. People who do not sleep in the night will have memory impairment in the long term. It also causes lack of concentration and other issues,” observes Dr Sudhir Kumar, senior consultant neurologist at Apollo Hospitals.

Experts point out that daytime sleep is not biologically normal. “The reason for this is that for sleep we have a hormone called melatonin. This is a sleep hormone which is released only at night, between 9 pm and 11 pm. The most natural time to fall asleep should be during this time,” explains Dr Sudhir. Experts point out that symptoms of memory loss and lack of concentration are most commonly being observed among young people who work on late-night shifts. Ten per cent of young people working in the IT sector suffer from memory loss. The issue is common among children too, who stay up late at night, browsing the Internet. One in 10 patients of memory loss is a child, experts reveal.

“There is a severe lack of concentration among children. Today, they are able to focus on anything for not more than 15 to 20 minutes. This is because they are not sleeping for the right amount of time,” Dr Sudhir points out. “Also, many children are drowsy and grumpy in the morning and parents have a tough time trying to wake them up to reach school in time. Everybody should get a minimum of seven to eight hours of sleep to avoid issues such as lack of concentration and memory loss,” he counsels.

SOURCE:  http://www.newindianexpress.com