สมุนไพรรักษาหวัด

dailynews140321_001สังคมในปัจจุบันเต็มไปด้วยมลพิษรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศที่เราหายใจเข้า-ออก ปนเปื้อนอยู่ในอาหารและน้ำดื่ม ซึ่งล้วนแล้วแต่ใกล้ตัวเรา และมลพิษเหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดอาการป่วยได้ทั้งสิ้น แต่รู้กันหรือไม่ว่า รอบตัวเรานี้ก็มียารักษาอาการป่วยอยู่เช่นกัน เรื่องนี้กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้เผยแพร่ความรู้ไว้ว่า ผักผลไม้หลายชนิด มีสรรพคุณทางยา สามารถใช้รักษาโรคหวัด โรคฮิตที่หลายคนป่วยกันอยู่บ่อยๆ

เมนูง่ายๆ อย่างผัดกะเพราก็มีสรรพคุณทางยา เพราะ กะเพรา เป็นสมุนไพรที่คนไทยและคนอินเดียนิยมรับประทาน เพราะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ทั้งยังแก้ไอ แก้หวัด แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ คลายเครียด แก้อักเสบ และมีสารต้านอนุมูลอิสระ

นอกจากนี้ สมัยก่อนคนไทยและคนจีนใช้ตะไคร้รักษาโรคไข้หวัดใหญ่ แก้ปวดหัว ปวดท้อง และตะไคร้ยังเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เพิ่มภูมิคุ้มกัน ต้านอนุมูลอิสระ แก้อักเสบ ปัจจุบันผู้ขายอาหารสุขภาพจึงนำตะไคร้มาคั้นเอาแต่น้ำแล้วจำหน่าย นอกจากนี้ ตะไคร้ยังเป็นส่วนประกอบของเมนูอาหารไทยขึ้นชื่อ อย่าง ต้มยำ เมนูโปรดของทั้งคนและชาวต่างชาติ เมื่อตะไคร้ไปรวมตัวกับสมุนไพรอื่นในเมนูนี้ ทั้งขิง ข่า มะนาว พริก กระเทียม มะกรูด หัวหอม จึงกลายเป็นเมนูที่ช่วยบรรเทาโรคหวัดได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ไม่ได้มีแต่ผักเท่านั้นที่สามารถรักษาโรคหวัดได้ เพราะผลไม้อย่าง กระเจี๊ยบ ก็เป็นสมุนไพรสีสวยที่เปี่ยมไปด้วยวิตามินซี สร้างสมดุลความดัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูง และมีสรรพคุณต้านหวัด แก้ไข้ แก้ไอ ขับปัสสาวะ ซึ่งกลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ระบุถึงการรายงานจากนักวิทยาศาสตร์พบว่า สารแอนโธไซยานินในกระเจี๊ยบ มีฤทธ์ต้านเชื้อไวรัส ฆ่าเชื้อไวรัสโดยตรงและลดปริมาณไวรัสเข้าสู่ร่างกาย และช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันได้ และยังเชื่ออีกว่า การรับประทานผักและผลไม้ที่มีสารดังกล่าวจะช่วยลดการติดเชื้อ ลดปริมาณเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ต่างๆ ได้ โดยสารแอนโธไซยานินสามารถหาได้จากพืชหลายชนิด เช่น ดอกอัญชัญ มะเขือม่วง กะหล่ำม่วง ชมพู่มะเหมี่ยว หรือจากผลไม้ที่มีสีแดงอย่าง ทับทิมและลูกหว้า

ส่วนผลไม้พื้นบ้าน อย่างมะขามป้อม รสเปรี้ยวเข็ดฟัน ก็อุดมด้วยวิตามินซีสูง คนรุ่นเก่านิยมนำมาใช้เป็นยารักษา และใช้เป็นยาอายุวัฒนะ มีสรรพคุณแก้ไอ บำรุงเสียง ทำให้ชุ่มคอ มีฤทธิ์เพิ่มภูมิคุ้มกัน และมีสารโพลีฟีนอลที่ออกฤทธิ์เหมือนวิตามินซี ปัจจุบันพบว่า สารชนิดนี้มีฤทธิ์ต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่อีกด้วย

ผักและผลไม้ในบ้านเราหลายชนิดมีสรรพคุณทางยาสามารถรักษาโรคได้โดยไม่ต้องพึ่งยาปฏิชีวนะ นับเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้นิยมใช้ธรรมชาติบำบัด.

 

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์

ที่มา : เดลินิวส์ 21 มีนาคม 2557

กิน ‘อาหารสด’ ทดแทนอาหารเสริม

dailynews140105_001ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารออกมาจำหน่ายสารพัดชนิด แม้ราคาจะค่อนข้างสูง แต่หลายคนที่มีกำลังซื้อก็ยอมควักกระเป๋าซื้อหามารับประทาน จึงมีคำถามจากคนที่เบี้ยน้อยหอยน้อยว่าแล้วมีอาหารสดที่ซื้อหาได้ง่าย ราคาถูก สรรพคุณเทียบชั้นผลิตภัณฑ์เหล่านั้นหรือไม่ ไปฟังคำตอบจาก นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ กันเลย

เริ่มจาก มะยมกับมะขามป้อมแทนผลเบอรีแบบฝรั่ง มะยม คือ “เบอรี” ชนิดหนึ่ง หลายท่านอาจคิดว่าถ้าดื่มเครื่องดื่มที่โฆษณาว่าเป็นเบอรีรวมสกัดแล้วจึงจะดี แต่ที่จริงแล้วสารสำคัญของเบอรีที่ดีที่สุดคือการกินสดที่ไม่ใช่สกัดมาผ่านกระบวนการเป็นของสำเร็จรูป มะยมมีโพลีฟีนอลส์ที่ช่วยหลอดเลือดสมอง ส่วนมะขามป้อมมีวิตามินซีสูงช่วยเสริมภูมิต้านทานได้

ใบบัวบกแทนแปะก๊วย ใบบัวบกมีความพิเศษในเรื่องการบำรุงหลอดเลือดตามที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะสมอง ทำให้ไม่เกิดเลือดคั่ง ช่วยเส้นเลือดขอด ผลต่อสมองที่สำคัญคือช่วยให้สงบ ไม่กังวลตื่นเต้นจากสาร “ไทรเทอพีนอยด์” ที่มีอยู่ในบัวบก ที่สำคัญคือหาง่ายในบ้านเราและราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับการรับประทานแปะก๊วยช่วยสมองที่ต้องกินจากใบ ไม่ใช่เม็ดแปะก๊วยเหลือง ๆ

กระชายแทนโสม กระชายได้ชื่อว่าเป็นสมุนไพรบำรุงกำลังได้ดีจนมีชื่อเล่นว่า “โสมไทย” เพราะในโสมจีนหรือเกาหลีนั้นมีดีตรงที่สารจินซิโนไซด์ซึ่งเป็นสารคล้ายฮอร์โมนเพศแต่ก็ต้องระวังผลข้างเคียง สำหรับกระชายก็มีสารกลุ่มฟีโนลิกส์ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระได้ แถมยังช่วยลดความเสื่อมที่กระดูกและข้อในผู้สูงวัยได้ ยับยั้งการโตของเชื้อจุลินทรีย์ทั้งในลำไส้และเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง นอกจากนั้นยังช่วยป้องกันโรคหัวใจและไล่มะเร็งที่ไม่มีใครปรารถนาด้วย

ข้าวซ้อมมือแทนซีเรียลอาหารเช้า (ธัญพืชอบกรอบและขนมปังโฮลวีต) ข้าวซ้อมมือ ข้าวสีนิล ข้าวเหนียวดำและข้าวไทยที่ไม่ผ่านการขัดสีมากมีสาร “แอนโทไซยานินส์” ที่เทียบได้กับสารสกัดเมล็ดองุ่นหรือไวน์แดง นอกจากนั้นถ้ารับประทาน “จมูกข้าว” เสริมเข้าไปด้วยก็จะช่วยให้ได้สารเสริมภูมิคุ้มกันอย่าง “เบต้ากลูแคน” เข้าไปอีก การเพาะข้าวกล้องงอกช่วยเพิ่มคุณค่าในแง่สาร “กาบา” ที่ช่วยสื่อประสาทสำคัญในสมองได้ไม่แพ้เครื่องดื่ม “มอลต์สกัด”

เห็ดโคนแทนเห็ดทรัฟเฟิล เห็ดทำอะไรก็อร่อย โดยเฉพาะเห็ดสัญชาติไทยอย่าง เห็ดนางฟ้า เห็ดเออรินจิ เห็ดเข็มทอง เห็ดหอม

เห็ดเผาะหรือจะเป็นเห็ดฟางธรรมดา ๆ นี่ก็ให้คุณค่าทางอาหารแบบสดใหม่เทียบกันไม่ได้กับซุปเห็ดที่ขายกันราคาแพง เห็ดของไทยที่ถือเป็นสุดยอดอย่างหนึ่งคือ “เห็ดโคน” ชอบขึ้นใกล้จอมปลวก อยู่ในธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่มีกลิ่นหอม ถือเป็นสมุนไพรบำรุงร่างกาย ช่วยให้เจริญอาหารด้วย

ปลาทูและไข่ขาวแทนคอลลาเจนผง การรับประทานคอลลาเจนสกัดจำพวก “คอลลาเจนเพ็พไทด์” หรือคอลลาเจนไฮโดรไลเสทมากไปทำให้ไตทำงานหนัก แต่การรับประทานคอลลาเจนจากธรรมชาติอย่างปลาทูและไข่ขาวที่หาง่ายจะให้ประโยชน์ที่คุ้มกว่า ทั้งในแง่วิตามินบำรุงผิวที่ครบถ้วนและแง่ของราคาที่หาซื้อได้อย่างสบายใจ

ไข่ไก่แทนซุปไก่ ถ้าท่านอยากได้ประโยชน์จากไก่ในราคาไม่แพงให้หา “ไข่ไก่” มารับประทาน ธรรมชาติของแม่ไก่ต้องใส่ของดีที่สุดไว้ในไข่ไก่เพื่อให้ตัวอ่อน ดังนั้นการรับประทานไข่ไก่สักฟองหนึ่งย่อมให้คุณค่าที่ครบถ้วนจากของสดกว่าการดื่มซุปไก่สำเร็จรูป ถ้าปีนี้ท่านไม่อยากมอบกระเช้าซ้ำซากขอให้ลองจัดกระเช้าไข่ไก่ให้กันแทนก็ได้

นํ้าเต้าหู้แทนเครื่องดื่มเพ็พไทด์ การดื่มเพื่อบำรุงสมองนั้น สารสำคัญต่อสมองไม่ได้อยู่ที่เพ็พไทด์อย่างเดียวหากแต่อยู่ที่ “นํ้า” และ “วิตามินบี” ที่ต้องมีครบด้วย ซึ่งมีอยู่แต่ในของสดเท่านั้น ในเครื่องดื่มสกัดก็จะมีเพียงเท่าที่เขาใส่มา ซึ่งในนํ้าเต้าหู้หรือนมถั่วเหลืองธรรมชาตินั้นจะให้สารบำรุงสมองนอกจากเพ็พไทด์แล้วก็ยังมี วิตามินบี 6 แพลนท์สตานอลช่วยลดไขมันและยังมี “พฤกษฮอร์โมน” ซึ่งช่วยความจำและยังป้องกันกระดูกพรุนได้อีกด้วย

ถั่งเช่าดักแด้ไหมไทยแทนถั่งเช่าทิเบต ถั่งเช่าทิเบตมีดีตรงสารบำรุงกำลังอย่าง “คอดีเซปิน” และ “เบต้ากลูแคน” ซึ่งไทยเราผลิตสุดยอด “ถั่งเช่า” สายพันธุ์ใหม่ได้จากการค้นคว้าของนักวิจัยที่สนับสนุนโดยกรมหม่อนไหม ทำให้เพาะได้สายพันธุ์ถั่งเช่าที่เฉพาะซึ่งเชื่อว่าต่อไปจะมีการศึกษากันอย่างกว้างขวางและกระจายออกสู่ตลาดได้มากขึ้นในราคาที่ไม่แพงจนน่าตกใจดังเช่นถั่งเช่าทิเบตหรือถั่งเช่าสีทอง

นํ้ามันเมล็ดชาล้างหลอดเลือดแทนนํ้ามันรำข้าว การศึกษาชี้ว่าคุณค่าของนํ้ามันจาก “เมล็ดชานํ้ามัน” ไม่ได้ด้อยไปกว่า “นํ้ามันมะกอก” แต่อย่างใด เพราะมันมีกรดไขมันดีชนิดไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวสูง นอกจากนั้นยังมีกรดไขมัน โอเมก้า 3 6 และ 9 ในปริมาณที่สูง ที่สำคัญคือเมล็ดชานํ้ามันหาได้ในบ้านเรามีผลผลิตมาจากศูนย์วิจัยและพัฒนาชานํ้ามันและพืชนํ้ามันที่ จ.เชียงราย.

นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน

ที่มา : เดลินิวส์ 5 มกราคม 2557

ผลไม้ตระกูล “เบอรี่ไทย” หลากประโยชน์ช่วยปกป้อง “หัวใจ”

dailynews130214_001-01ในปัจจุบันมีผลการศึกษาวิจัยมากมายแสดงให้เห็นว่า ผลไม้ในกลุ่มของเบอรี่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งลำไส้และมะเร็งเต้านม ช่วยควบคุมน้ำหนัก ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ลดความดันโลหิตในผู้ที่มีโรคความดันโลหิตสูง นอกจากนี้เบอรี่ยังช่วยบำรุงสมองและความจำ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรง และที่กำลังเป็นที่สนใจอย่างมากคือ เบอรี่สามารถต้านชราได้

ดร.ฉัตรภา หัตถโกศล อาจารย์ประจำภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เมื่อนึกถึงผลไม้ในกลุ่มเบอรี่ทั้งหลาย คนส่วนใหญ่จะนึกถึงแต่ผลไม้ที่มีชื่อลงท้ายด้วยเบอรี่ เช่น สตรอเบอรี่ บลูเบอรี่ เชอรี่ ราสเบอรี่ แครนเบอรี่ แบล็กเบอรี่ โดยที่จะมองข้ามในสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวของเรา ซึ่งในประเทศไทยก็มีผลไม้ในกลุ่มเบอรี่อยู่มากมาย และมีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยได้มีการนำมาศึกษาวิจัยทดลองให้ผลสนับสนุนแล้วว่ามีประโยชน์ไม่น้อยไปกว่าผลไม้กลุ่มเบอรี่ของต่างประเทศเลย

dailynews130214_001-12ผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มเบอรี่ที่เป็นผลไม้ไทย ก็ได้แก่ ลูกหว้า เป็นผลไม้ที่เมื่อสุกจะมีผลสีม่วงเข้มจนถึงดำคล้ายองุ่นรสชาติจะออกหวานและมีรสฝาดเล็กน้อย นิยมนำมาทำแปรรูปเป็นน้ำลูกหว้า เยลลี่ และแยม สารที่มีอยู่ในลูกหว้าจะเป็น สารกลุ่มแอนโธไซยานิน (ไซยานิดิน) กรดเอลลาจิก กรดเฟอรูลิก ซึ่งสารกลุ่มนี้จะมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านฤทธิ์ของสารก่อมะเร็งโดยพบว่า สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งลำไส้ มะเร็งช่องปาก และมะเร็งเต้านมได้

dailynews130214_001-07ชนิดต่อมาคือ มะเกี๋ยง พบมากทางตอนเหนือของประเทศไทย ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา และน่าน โดยผลจะคล้ายคลึงกันกับลูกหว้า แต่มีขนาดที่เล็กกว่าและมีสีออกม่วงแดง ส่วนรสออกเปรี้ยวมากกว่าลูกหว้า จากการศึกษาพบว่า ผลของมะเกี๋ยง มีสารพฤกษเคมีที่สำคัญอยู่หลายตัว เช่น สารประกอบฟีนอลิก ที่มีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ

“จากการทดสอบหาค่าของสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในอาหารแต่ละชนิดที่เรียกว่า The ORAC test หรือ Oxygen Radical Absorbance Capacity ซึ่งเป็นค่าความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระของอาหาร อาหารที่มีค่า ORAC สูงสามารถปกป้องเซลล์และองค์ประกอบของเซลล์ให้ปลอดภัยจากการถูกทำลายเสียหายจากกระบวนการออกซิเดชัน ซึ่งมะเกี๋ยงเป็นผลไม้ที่มีค่า ORAC สูง ส่งผลให้ช่วยลดการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง และชะลอความเสื่อมของร่างกาย”

dailynews130214_001-08มะขามป้อม จัดเป็นผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มเบอรี่เช่นกัน ลักษณะเป็นผลสีเขียว จัดเป็นหนึ่งในสมุนไพรพื้นบ้านที่มีการใช้มาอย่างยาวนาน รสชาติออกเปรี้ยวฝาด ๆ ตามตำราแพทย์พื้นบ้านจะนิยมนำมารักษาอาการไข้หวัด แก้เจ็บคอ ละลายเสมหะ

เมื่อศึกษาดูสารที่มีอยู่ในมะขามป้อมแล้วพบว่า มะขามป้อมมีปริมาณของวิตามินซีสูง โดยในผลมะขามป้อม 1 ผลจะมีวิตามินซีมากกว่าส้ม 2 ลูก และยังพบสารพฤกษเคมีอื่น เช่น สารกลุ่มแทนนิน เบนซินอยด์ เทอร์ปีน ฟลาโวนอยด์ อัลคาลอยด์ คูมาริน ที่มีส่วนช่วยในการลดการอักเสบของร่างกาย สามารถช่วยลดการติดเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย

นอกจากนี้ยังพบว่า การรับประทานมะขามป้อมเป็นประจำจะช่วยลดระดับของคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีหรือแอลดีแอล รวมถึง ไตรกลีเซอไรด์ จึงถือว่า เป็นการป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และเมื่อไม่นานมานี้มีการศึกษาถึงแนวคิดว่า สารสกัดจากมะขามป้อมจะช่วยลดการเกิดเซลล์มะเร็งโดยสามารถลดการเกิดเซลล์มะเร็งได้แล้วในสัตว์ทดลอง

dailynews130214_001-11ในส่วนของ ลูกหม่อน ปัจจุบันมีการนำเอาผลมาทำเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยผลสุกของลูกหม่อนจะมีสีออกม่วงแดง รสชาติหวานอมเปรี้ยว เมื่อเปรียบเทียบกับบลูเบอรี่ที่เป็นที่นิยมในเรื่องของสารต้านอนุมูลอิสระแล้วลูกหม่อนของไทยหากเทียบในปริมาณ 100 กรัมเท่ากัน จะพบว่า ลูกหม่อนมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าบลูเบอรี่ 2-3 เท่า ซึ่งสารที่พบ คือ สารในกลุ่มโพลีฟีนอล แอนโทไซยานิน และเรสเวอราทอล สารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มนี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคมะเร็ง

“ลูกหม่อนเป็นผลไม้ที่มีกรดไขมันที่จำเป็น คือ โอลิอิกและไลโนลิอิก ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นสำหรับการสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ในระบบประสาทและสมองช่วยให้ความจำดีขึ้น ยังมีการศึกษาว่า สารสกัดจากลูกหม่อนช่วยควบคุมความหิวทำให้ช่วยควบคุมน้ำหนัก อีกทั้งยังมีการนำเอาใบหม่อนมาทำเป็นชา โดยพบว่า การดื่มชาใบหม่อนเป็นประจำจะช่วยลดการเกิดโรคความดันโลหิตสูงได้”

dailynews130214_001-10ผลไม้ไทยชนิดต่อมา คือ มะยม เป็นผลไม้รสเปรี้ยว นิยมนำมารับประทานโดยการนำมาทำตำมะยม ใส่ในน้ำพริกเพื่อให้ออกรสเปรี้ยว และปัจจุบันนิยมนำมาทำเป็นแยมส่งออกต่างประเทศ เพราะมะยมมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง เช่น สารในกลุ่มแทนนินที่ช่วยต้านการเกิดเซลล์มะเร็ง ช่วยลดการเกิดการอักเสบในร่างกาย

รวมทั้งมีใยอาหารสูงช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติและลดการสะสมของของเสียในลำไส้ ทั้งนี้ เนื่องจากใยอาหารในมะยมมีทั้งชนิดที่ไม่ละลายน้ำและละลายน้ำ โดยใยอาหารที่ละลายน้ำจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลจึงช่วยลดการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด มีการใช้มะยมในผู้ที่มีอาการคลื่นไส้อาเจียนหลังจากได้รับประทานมะยมแล้วจะมีอาการดีขึ้น

dailynews130214_001-09ดร.ฉัตรภา กล่าวต่อว่า มะเม่าหรือหมากเม่า จัดเป็นผลไม้ไทยในตระกูลเบอรี่ที่พบมากในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นิยมนำมาแปรรูปเป็นน้ำผลไม้ ทำไวน์ และแยม มะเม่านอกจากจะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สูงเหมือนกับผลไม้ในตระกูลเบอรี่ทั้งหลายแล้ว มะเม่ายังมีแร่ธาตุเหล็กสูงซึ่งทางตำรายาไทยจะใช้รักษาภาวะโลหิตจางและบำรุงเลือด

dailynews130214_001-05รวมไปถึง โทงเทงฝรั่งหรือเคพกูสเบอรี่ ผลไม้ขนาดเล็กสีเหลืองทอง มีรสชาติเปรี้ยวอมหวานมีกลิ่นหอมเฉพาะ เป็นผลไม้ตระกูลเดียวกันกับมะเขือ โดยข้างในผลจะมีเมล็ดเล็ก ๆ อยู่มากมาย สารอาหารสำคัญที่พบ คือ เบต้าแคโรทีนซึ่งจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกายจึงช่วยในเรื่องการมองเห็น ทำให้ผิวพรรณดี นอกจากนี้ยังมีสารกลุ่มไฟโตรสเตอรอลที่ช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลในร่างกายส่งผลให้ลดระดับคอเลสเตอรอลส่วนเกิน และบริเวณเปลือกของโทงเทงฝรั่งยังมีใยอาหารประ เภทเพคตินที่ช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น

dailynews130214_001-02มาที่ เชอรี่ไทย ผลไม้สีแดงสด รสเปรี้ยว มีกลิ่นหอม ในหนึ่งลูกจะแบ่งออกเป็น 3 พู นิยมนำมาแปรรูปเป็นไอศกรีม เชอร์เบท แยม สารที่มีอยู่ในเชอรี่ไทย คือ สารในกลุ่มแอนโธไซยานินมีส่วนช่วยในการลดการอับเสบ การเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ จากการศึกษาพบว่า ผู้ที่รับประทานอาหารที่มีสารกลุ่มแอนโธไซยานินเป็นประจำจะมีอารมณ์ดี และรู้สึกกระปรี้กระ เปร่า ยังมีการใช้เชอรี่ไทยในผู้ที่มีอาการท้องผูกเพื่อเป็นตัวที่ช่วยให้ขับถ่ายได้ดี

dailynews130214_001-03ผลไม้เบอรี่ไทยอีกชนิดหนึ่งก็คือ ตะขบ เป็นต้นไม้ที่ขึ้นง่ายพบได้ทั่วไปในบริเวณทุกภาคของประเทศไทย ตะขบถือว่าเป็นผลไม้ที่มีใยอาหารสูงชนิดหนึ่ง โดยใน 100 กรัมหรือประมาณ 25 ผล จะมีใยอาหารมากกว่า 6 กรัม ปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคประจำวันสำหรับคนไทยอยู่ที่ 25 กรัม การกินตะขบ 1 ถ้วยเท่ากับได้ปริมาณ 1 ใน 4 ของใยอาหารที่แนะนำแล้ว

“จากการศึกษาพบว่า ตะขบมีแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น โพแทสเซียม แคลเซียม และฟอสฟอรัส นอกจากนี้ ตะขบจะมีสารที่ให้สีแดงคือสารไลโคปีน กรดเอลลาจิก แอนโธไซยานิน และกรดแกลลิก ที่ช่วยทำให้ระบบการทำงานของต่อมลูกหมากดีขึ้น ทั้งยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งหลายชนิด รวมถึงปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายจากสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะช่วยดูแลหัวใจ นอกจากนี้ แพทย์แผนไทยยังใช้ตะขบในการรักษาอาการไข้ และเป็นยาบำรุงกำลังอีกด้วย”

หลังจากที่ได้รู้แล้วว่าประเทศไทยเรามีเบอรี่อยู่หลากหลายชนิด และแต่ละชนิดล้วนมีคุณประโยชน์มากมาย ดังนั้น การหันมารับประทานเบอรี่ไทย จึงนับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนรักสุขภาพ เพื่อที่จะได้มีสุขภาพดี มีหัวใจที่ดี ในแบบวิถีไทยนั่นเอง.

…………………………..

dailynews130214_001-04รูปแบบการรับประทานผลไม้ตระกูลเบอรี่

ในช่วงวัยของคนมีความต้องการอาหารและผลไม้ที่มีประโยชน์ เพื่อเข้าไปช่วยเสริมสร้างให้ระบบภายในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ซึ่งผลไม้ตระกูลเบอรี่นับเป็นอีกทางเลือกของผลไม้ที่มีประโยชน์ให้เราได้เลือกรับประทานกันในหลายรูปแบบ

โดยการ กินผลไม้ตระกูลเบอรี่ที่ผ่านกรรมวิธีในการปรุง จะทำให้ได้รับสารต้านอนุมูลอิสระลดลง และการกินในรูปของผลไม้หรือแบบตากแห้ง จะทำให้ได้รับปริมาณน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดโรคอ้วนได้ ทางที่ดีควรกินแบบสด ๆ จะได้ประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า.

ทีมวาไรตี้

 

ที่มา : เดลินิวส์  14 กุมภาพันธ์ 2556

หลากสูตรมะขามป้อม แก้ไอขับเสมหะ

เจ็บคอจนไอแล้วมีเสมหะ บรรเทาอาการได้ด้วยมะขามป้อม 3 สูตรง่ายๆ ทำเป็นยาสามัญประจำบ้านกินได้เอง

เมื่อเจ็บคอก็มักมีอาการไอและมีเสมหะ ซึ่งถ้าปล่อยไว้ ไอบ่อยๆ ก็ยิ่งเจ็บและระคายคอหนักขึ้น อีกทั้งอาจสร้างความรำคาญแก่คนรอบข้าง และขัดจังหวะการสนทนา

สำหรับผู้ที่ไม่ชอบการรับประทานยาเพื่อรักษาอาการ ก็มักจะใช้วิธีกินหรือจิบน้ำมะนาว และดื่มน้ำอุ่นมากๆ ช่วยบรรเทา แต่ไม่ค่อยมีใครรู้ว่า ‘มะขามป้อม’ ที่รสฝาดเปรี้ยว ขมและอมหวาน ก็มีสรรพคุณแก้ไอ และขับเสมหะเช่นเดียวกัน โดยสูตรมะขามป้อมที่สามารถนำมาทำเป็นยาสามัญประจำบ้านนี้ ทำง่ายไม่มีพิษภัย

สูตรแรกอย่างเบสิก เมื่อมีอาการไอก็แค่เคี้ยวผลมะขามป้อมให้ละเอียด แล้วกลืนลงคอทั้งเนื้อและน้ำ หรืออาจค่อยๆ เคี้ยวและดูดกลืนเอาเฉพาะน้ำก็ได้

ส่วนสูตรต่อมา คัดผลมะขามป้อมที่แก่จัด โขลกพอแหลก ผสมกับเกลือเล็กน้อย แล้วอมหรือเคี้ยวกลืนลงคอไป ขณะที่สูตรสุดท้าย ให้ใช้ผลมะขามป้อมไปตำให้ละเอียด จากนั้นคั้นเอาแต่น้ำ ได้แล้วผสมเกลือเล็กน้อย ใช้จิบบ่อยๆ จะช่วยบรรเทาให้อาการไอและเสมหะเบาบางลง ทั้งนี้หากเป็นอยู่นานไม่หาย ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แน่ชัด.

 

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์

takecareDD@gmail.com

ที่มา: เดลินิวส์ 29 พฤศจิกายน 2554

‘สมุนไพรไทย’ มหัศจรรย์ รักษาโรคร้าย

‘สมุนไพรไทย’ มหัศจรรย์ รักษาโรคร้าย  

โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด  โรคเบาหวาน ถือเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกไปแล้วปีละหลายล้านคน ทั้งมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้น ทางการแพทย์พยายามแสวงหาวิธีลดอัตราการเกิดโรคและเสียชีวิต แต่ก็ไม่เป็นผลเท่าที่ควร เพราะวิถีการดำเนินชีวิตและสภาพสังคมในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ผู้คนต่างเร่งรีบที่จะดำเนินกิจกรรมของตนในแต่ละวันให้แล้วเสร็จ จนลืมหันมาดูแลเรื่องสุขภาพ อันเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรค

สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคดังกล่าวนอก จากจะต้องทนทุกข์ทรมานกับอาการของโรคแล้ว ยังต้องเร่งหาเงินเพื่อใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลอีกด้วย ก็อย่างที่ทราบๆ กันดีว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของทั้ง 3โรคนี้สูงมาก ยาที่ใช้ในการรักษาส่วนใหญ่เป็นยานอกราคาแพง ทำให้คนเบี้ยน้อยหอยน้อย จำต้องยอมทนทุกข์ทรมานเพราะไม่มีเงินซื้อยา

หากคนไทยไม่ยึดติดกับค่านิยมว่าจะต้องกินยานอกถึงจะหาย ก็ลองหันมามองสมุนไพรไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่นของเราดูบ้าง เพราะสมุนไพรไทยก็มีประสิทธิภาพทัดเทียมกับยานอกหรือจะดีกว่าเสียด้วยซ้ำไป ที่สำคัญได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ว่ามีสรรพคุณในการรักษาโรคร้ายแรงทั้ง 3

                  น้ำตรีผลา ยับยั้งต้านเซลล์มะเร็ง

คนไทยป่วยด้วยโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น เพราะพฤติกรรมเสี่ยงทั้งกินอาหารไม่เหมาะสม ไม่ออกกำลังกาย การดื่มเหล้า จะเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งถึง 9 เท่า การสูบบุหรี่ก็มีโอกาสสูงต่อการเกิดโรคมะเร็ง ผู้ที่หยุดสูบบุหรี่จะลดโอกาสเกิดมะเร็งปอดได้ 60-70% ในผู้หญิงหากมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย และมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายหลายคนจะยิ่งเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปากมดลูก

จากการสำรวจสมุนไพรที่มีการจดแจ้งทะเบียนตำรับยาทั่วประเทศ พบว่ามีสมุนไพร 1,927 ตำรับที่มีสรรพคุณใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง ทั้งมะเร็งเต้านม มะเร็งตับ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งปอด ฯลฯ ซึ่งในปัจจุบันการนำสมุนไพรมารักษาโรคมะเร็ง เริ่มได้รับการยอมรับจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติมากขึ้น โดยกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้ส่งเสริมสมุนไพรที่ผ่านการวิจัยรับรองแล้วว่ามีสรรพคุณที่จะรักษามะเร็งได้จริง

โดยสมุนไพรที่กล่าวถึงนั่นก็คือ น้ำตรีผลา ซึ่งมีส่วนผสมจากมะขามป้อม สมอไทย สมอพิเภก มีสรรพคุณช่วยในการเสริมภูมิต้านทาน เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นหวัดบ่อยๆ และช่วยชะลอความแก่ด้วย นอกจากนี้ยังพบด้วยว่าในน้ำตรีผลายังมีสรรพคุณในการยับยั้งและต้านเซลล์มะเร็ง หรือหากเกิดเซลล์มะเร็งขึ้นมาแล้วก็จะมีผลทำให้เซลล์มะเร็งโตช้า โดยมีผลวิจัยรองรับจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

  พริกขี้หนูสดลดเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุของการตาย อันเนื่องมาจากโรคภัยไข้เจ็บเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย และหลายประเทศทั่วโลก สาเหตุส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม เช่น มีการกินอาหารที่มีไขมันสูง และกินอาหารประเภทเส้นใยน้อย อาหารที่มีไขมันสูง ได้แก่ อาหารประเภทเนื้อสัตว์ติดมัน อาหารประเภททอด อาหารประเภทผัดที่ใช้น้ำมันมากๆ เป็นต้น ส่วนอาหารที่มีเส้นใยสูง ได้แก่ อาหารประเภทพืชผัก และผลไม้ต่างๆ อาหารประเภทธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี

จากผลการทำวิทยานิพนธ์เรื่อง “ผลของพริกขี้หนูต่อปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด” ภายใต้การดูแลของ ศ.น.พ.สุรัตน์ โคมินทร์ หัวหน้าฝ่ายโภชนวิทยาและชีวเคมีทางการแพทย์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการบริโภคพริกขี้หนูสด ต่อปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดในหญิงไทยที่มีไขมันในเลือดสูง

โดยได้ทำการศึกษาหญิงไทยจำนวน 50 คน ซึ่งมีระดับไขมันในเลือดสูง แต่มีสุขภาพโดยทั่วไปดี อายุอยู่ในช่วง 45-64 ปี และหมดประจำเดือนแล้ว แต่ไม่มีอาการแสดงของโรคเรื้อรังใดๆ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไต โรคกระเพาะอาหาร ไม่ได้รับประทานยาเป็นประจำ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า ไม่ดื่มกาแฟมากกว่า 2 แก้วต่อวัน และไม่รับประทานพริกมากกว่า 10 กรัมต่อวัน จากการศึกษาพบว่าระยะการบริโภคพริกขี้หนูมีผลดีต่อปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ได้แก่ การลดระดับน้ำตาลกลูโคส เพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกาย มีแนวโน้มชะลอการจับกลุ่มของเกล็ดเลือด และเพิ่มการละลายลิ่มเลือด โดยมีผลภายใน 30 นาทีหลังจากการบริโภคพริกขี้หนูสด

ทั้งนี้คนไทยบริโภคพริกเพื่อเป็นการเพิ่มรสชาติของอาหาร ส่วนประกอบที่สำคัญที่ทำให้เกิดความเผ็ดของพริกคือ “แคปไซซิน” ซึ่งนอกจากจะให้ความเผ็ดร้อนแล้วยังมีคุณสมบัติทางเภสัชวิทยา คือ ช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อและข้อ เพิ่มการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร และที่น่าสนใจคือ ผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด นอก จากนี้พบว่าคนไทยซึ่งมีการบริโภคพริกเป็นประจำมีอัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดน้อยกว่าประชากรในประเทศทางตะวันตกที่บริโภคพริกน้อย

  พืช ผักหลังบ้าน ยาต้านเบาหวาน

โรคเบาหวาน เป็นโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุและวัยกลางคน มักมีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมและพฤติกรรมการบริโภค แป้งและน้ำตาลมากเกินไป รวมทั้งยังเกิดจากการใช้ยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์ ยาขับปัสสาวะ ยาเม็ดคุมกำเนิด หรืออาจพบร่วมกับโรคอื่นๆ เช่น ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง มะเร็งของตับอ่อน ตับแข็งระยะสุดท้าย คอพอกเป็นพิษ เป็นต้น

โดยร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลที่รับประทานเข้าไปได้หมด จึงทำให้น้ำตาลคั่งอยู่ในเลือด ถ้ามีน้ำตาลในเลือดมากจะถูกขับออกมาทางปัสสาวะ โรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ วิธีรักษาที่ดีที่สุดคือการรักษาระดับน้ำตาลในร่างกายไม่ให้สูงขึ้น รวมทั้งการเลือกรับประทานอาหารที่ถูกต้อง งดอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล ตรวจร่างกายเป็นประจำเพื่อป้อง กันภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดจากโรคเบาหวาน

                  สมุนไพรไทยที่มีฤทธิ์ต้านเบาหวาน

มะระขี้นก, มะระจีนช่วยเจริญอาหาร น้ำคั้นจากผลช่วยแก้ไข้ และใช้อมแก้ปากเปื่อย ผลของมะระจีนที่โตเต็มที่แล้วนำมาหั่นตากแห้งชงกับน้ำร้อน ใช้ดื่มแทนน้ำชา แก้โรคเบาหวาน ใบสดของมะระขี้นกหั่นชงกับน้ำร้อนใช้ถ่ายพยาธิเข็มหมุดและนอกจากนั้นในผลและใบของมะระยังมีสารที่มีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด ได้แก่ พี-อินซูลิน (p-insulin) ซึ่งเป็นสารโปรตีน และคาแรนติน(charantin) ซึ่งเป็นสารผสมของสเตียรอยด์ กลัยโคไซด์ 2 ชนิด

ตำลึงใบและเถาตำลึงมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดได้ โดยมีการทดลองใช้น้ำคั้นจากใบและเถาตำลึง น้ำคั้นจากผลดิบ และสารสกัดจากเถาตำลึงด้วยแอลกอฮอล์ พบว่ามีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดของกระต่ายที่เป็นเบาหวานได้ เตยหอม ใช้ใบเตยสดเป็นยาบำรุงหัวใจ ให้ชุ่มชื่นช่วยลดอาการกระหายน้ำ รากใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ใช้รักษาเบาหวาน น้ำต้มรากเตยสามารถลดน้ำตาลในเลือดของสัตว์ทดลองได้

ดังนั้นผู้ที่เป็นอยู่แล้วนอกจากลองสมุน ไพรไทยแล้ว ควรตรวจร่างกายเป็นประจำ และรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ป้องกันภาวะแทรกซ้อน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดูแลรักษาร่างกาย ระมัด ระวังไม่ให้เกิดแผล เพราะจะทำให้แผลหายช้า สำ หรับท่านที่ยังไม่เป็นโรคเบาหวานควรปฏิบัติตัวตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น จะเป็นการป้องโรคได้ดีที่สุด

สมุนไพรไทยที่ยกตัวอย่างมาเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ยังมีสมุนไพรไทยอีกจำนวนมากที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคได้ดีไม่แพ้ยาฝรั่ง แต่กลับไม่ค่อยมีคนสนใจ ด้วยเพราะขาดแรงสนับสนุนจากคนไทยด้วยกันเอง ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะลุกขึ้นมาใช้ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษให้เกิดประโยชน์ และส่งต่อให้ชนรุ่นหลัง

สูตรน้ำตรีผลา

ส่วนประกอบ : สมอพิเภก 100 กรัม, สมอไทย 200 กรัม, มะขามป้อม 400 กรัม

วิธีการปรุง : นำสมุนไพรทั้ง 3 ชนิดใส่หม้อผสมน้ำ 6 ลิตร ตั้งไฟต้มเดือด 30 นาที เติมน้ำตาลทราย 600 กรัม เกลือ 1 ช้อนชา หากเข้มข้นเกินไปให้เติมน้ำสุกเพิ่มได้ ปรุงรสชาติที่ชอบ กรองผ่านผ้ากรองหรือกระชอน ใส่ภาชนะสำหรับเตรียมดื่ม ดื่มได้ทั้งร้อนและเย็นแทนเครื่องดื่มทั่วไป เช้า กลางวัน เย็น

ข้อมูลจาก : ฐานเศรษฐกิจ วันอังคาร ที่ 30 สิงหาคม 2554