บุหรี่ทำร้ายสตรี หนักยิ่งกว่าบุรุษ

thairath130506_002วารสาร “มะเร็งโรคระบาดวิทยาตัววัดความเสี่ยงและการป้องกัน” เปิดเผยว่า บุหรี่เป็นอันตรายกับผู้หญิงเสียยิ่งกว่าผู้ชาย มันทำให้ผู้หญิงเสี่ยงกับโรคมากขึ้นอีกร้อยละ 19 ในขณะที่ผู้ชายเสี่ยงร้อยละ 9

มหาวิทยาลัยโตรอนโตของแคนาดา ได้ศึกษาจากสถิติทางการแพทย์ของคนไข้ 600,000 คน พบว่าผู้หญิงที่สูบบุหรี่เสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งลำไส้สูงกว่าผู้ชายถึง 2 เท่า “ผลการศึกษาส่อให้รู้ว่าบุหรี่เป็นพิษแก่ร่างกาย ผู้หญิงหนักกว่าของผู้ชาย”

ก่อนหน้านี้ ผู้เชี่ยวชาญเคยพบมาบ้างแล้วว่าสตรีจะต้องเสี่ยงกับโรคหัวใจวายมาตั้งแต่เริ่มสูบ มากกว่าผู้ชายที่ติดบุหรี่โดยไม่อาจทราบสาเหตุได้
ทางหน่วยวิจัยโรคมะเร็งของอังกฤษเคยบอกไว้ว่า “เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าการสูบบุหรี่ทำให้เป็นมะเร็งได้อย่างต่ำถึง 14 ชนิด รวมทั้งมะเร็งลำไส้”.

ที่มา : ไทยรัฐ 6 พฤษภาคม 2556

.

Related Article:

.

One in five UK women is a smoker

One in five UK women is a smoker

Smoking ‘poses bigger risk to women’

By Michelle Roberts
Health editor, BBC News online
1 May 2013

Smoking may pose a bigger health threat to women than men, say researchers.

Women who smoke have a higher risk of cancer than men, Norwegian investigators found.

They looked at the medical records of 600,000 patients and discovered the bowel cancer risk linked to smoking was twice as high in women than men.

Female smokers had a 19% increased risk of the disease while male smokers had a 9% increased risk, Cancer Epidemiology, Biomarkers & Prevention reports.

For men and women, the evidence is clear – being a non-smoker means you’re less likely to develop cancer, heart disease, lung disease and many other serious illnesses”

Sarah Williams of Cancer Research UK

In the study, nearly 4,000 of the participants developed bowel cancer. Women who started smoking when they were 16 or younger and those who had smoked for decades were at substantially increased risk of bowel cancer.

Biologically vulnerable?

The University of Tromso team who carried out the research say it is the first study to show women who smoke less than men still get more colon cancer.

But they were unable to take into account other factors that might affect the risk of this type of cancer, such as alcohol and diet.

The findings suggest that women may be biologically more vulnerable to the toxic effects of tobacco smoke.

Experts already know that women who start smoking increase their risk of a heart attack by more than men who take up the habit, although it is not clear why.

A new piece of research published in the Journal of Clinical Endocrinology & Metabolism suggests a possible explanation.

A team from the University of Western Australia found teenaged girls exposed to passive smoking had lower levels of the “good” form of cholesterol that reduces heart disease risk.

Second-hand smoke

Second-hand smoke did not appear to have the same impact on teenage boys, however.

The study looked at more than 1,000 adolescents living in Perth, Australia.

Lead researcher Chi Le-Ha said: “Considering cardiovascular disease is the leading cause of death in women in the Western world, this is a serious concern.”

Around one in every five men and women in the UK is a smoker.

Although smoking rates have been falling among both sexes, the decline has been less rapid in women.

In England in 2010, more than a quarter of secondary school pupils had tried smoking at least once and 5% were regular smokers. Girls were more likely to smoke than boys – 9% of girls had smoked in the last week compared with 6% of boys.

Quitting smoking cuts your risk of many diseases, including cancer.

According to research in more than one million women, those who give up smoking by the age of 30 will almost completely avoid the risks of dying early from tobacco-related diseases.

Sarah Williams of Cancer Research UK said: “It’s well established that smoking causes at least 14 different types of cancer, including bowel cancer.

“For men and women, the evidence is clear – being a non-smoker means you’re less likely to develop cancer, heart disease, lung disease and many other serious illnesses.”

June Davison, senior cardiac nurse at the British Heart Foundation, said more research was needed to understand the effects of second-hand smoke.

SOURCE : www.bbc.co.uk

 

 

Advertisements

ตรวจหามะเร็งลำไส้จากลมหายใจของเรา ผู้ป่วยจะมีกลิ่นผิดปกติเกิดจากสารเคมี

Credit : healthland.time.com

Credit : healthland.time.com

นักวิทยาศาสตร์คิดวิธีตรวจสอบโรคมะเร็งลำไส้ จากลมหายใจของเรา ด้วยความแม่นยำสูงถึงร้อยละ 76

นักวิทยาศาสตร์พยายามค้นหาวิธีตรวจสอบลมหายใจ เพื่อหาโรคต่างๆ ตั้งแต่มะเร็ง วัณโรค และเบาหวาน โรคเหล่านี้ยิ่งตรวจพบเร็วเท่าไร โอกาสที่จะหยุดยั้งโรคอย่างมะเร็งก็จะสูง แต่ตามความเป็นจริงแล้ว มักจะหาร่องรอยของโรคยาก จนกว่าจะเป็นกันมากแล้ว

เทคโนโลยีชีววิทยาของมะเร็งนี้ เกิดจากความคิดที่ว่า “สารประกอบอินทรีย์ที่ระเหยได้” ประกอบด้วยสารเคมี ที่ไม่ค่อยมีอยู่ในคนปกติ ซึ่งอาจจะปนอยู่ในลมหายใจคนไข้เพียงเล็กน้อย เคยมีการศึกษาพบว่า สุนัขที่ผ่านการฝึก สามารถดมได้กลิ่น แต่มาในระยะหลังๆ หันไปอาศัยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ในการวิเคราะห์ก๊าซจากลมหายใจคนแทน

นักวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลบาริของอิตาลีหยิบเรื่องนี้มาศึกษาอีก โดยศึกษาลมหายใจของคนไข้โรคมะเร็งลำไส้ เปรียบเทียบกับของคนปกติ ในการทดสอบขั้นแรก พบว่าแม่นยำถึงร้อยละ 85 แต่เมื่อทดสอบซ้ำอีก ผลโดยรวมลดมาเหลือแค่ร้อยละ 76.

 

ที่มา: ไทยรัฐ  10 ธันวาคม 2555

.

Related Article :

.

Breath Test Could Possibly Diagnose Colorectal Cancer

Dec. 5, 2012 — A new study published in the British Journal of Surgery (BJS) has demonstrated for the first time that a simple breath analysis could be used for colorectal cancer screening.

The study is part of the “Improving Outcomes in Gastrointestinal Cancer” supplement.

Cancer tissue has different metabolism compared to normal healthy cells and produces some substances which can be detected in the breath of these patients. Analysis of the volatile organic compounds (VOCs) linked to cancer is a new frontier in cancer screening.

Led by Donato F. Altomare, MD, of the Department of Emergency and Organ Transplantation at the University Aldo Moro of Bari, researchers collected exhaled breath from 37 patients with colorectal cancer and 41 healthy controls which was processed offline to evaluate the VOC profile. VOCs of interest had been identified and selected, and VOC patterns able to discriminate patients from controls set up.

A probabilistic neural network (PNN) was used to identify the pattern of VOCs that better discriminated between the two groups.

Results showed that patients with colorectal cancer have a different selective VOC pattern compared with healthy controls, based on analysis of 15 of 58 specific compounds in exhaled breath samples.

The PNN in this study was able to discriminate patients with colorectal cancer with an accuracy of over 75%, with the model correctly assigning 19 patients.

“The technique of breath sampling is very easy and non-invasive, although the method is still in the early phase of development,” Altomare notes. “Our study’s findings provide further support for the value of breath testing as a screening tool.”

Story Source:

The above story is reprinted from materials provided byWiley.

Journal Reference:

  1. D. F. Altomare, M. Di Lena, F. Porcelli, L. Trizio, E. Travaglio, M. Tutino, S. Dragonieri, V. Memeo, G. De Gennaro. Exhaled volatile organic compounds identify patients with colorectal cancerBritish Journal of Surgery, 2012; DOI: 10.1002/bjs.8942

SOURCE : sciencedaily.com

HER2 ตรวจชิ้นเนื้อร้าย ความหวังใหม่ รักษามะเร็งหายขาด

ยังคงเป็นโรคร้ายที่กำจัดไม่ได้เด็ดขาดเสียที สำหรับมะเร็ง โดยเฉพาะในประเทศไทยเอง ถือว่ามีอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคนี้สูงที่สุด เป็นอันดับ 1 แต่ส่วนใหญ่การรักษาที่ผ่านมา จะเกิดปัญหาเรื่องการให้ยาที่ยังไม่ถูกต้องกับชนิดของมะเร็งที่เป็น  จึงมีการศึกษา และพัฒนาให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างล่าสุด ก็มีการคิดค้นเครื่องตรวจชิ้นเนื้อแบบใหม่ โดยตรวจที่ผลของ ‘HER2’  ซึ่งมีประโยชน์ต่อการรักษาอย่างมาก

HER2 (Human Epidermal Growth Receptor 2) เป็นโปรตีนที่พบได้บนพื้นผิวเซลล์ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมอัตราการเติบโตของเซลล์ และการแบ่งเซลล์ เมื่อร่างกายเกิดการผลิต HER2 มากเกินไป ก็จะทำให้การเติบโตของเนื้องอกรวดเร็วผิดปกติ ซึ่งตัวเครื่องตรวจจะทำหน้าที่ในการประมวลผลบอกว่า ชิ้นเนื้อที่ตรวจเป็นเซลล์มะเร็งหรือไม่ อีกทั้งยังบอกลักษณะของเซลล์ได้ด้วย เพราะแต่ละคนที่เป็นโรคนี้ มีสาเหตุของการเกิดโรคที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างมากที่ต้องรู้ เพื่อทำการรักษาอย่างถูกต้องตามแต่ละบุคคล อีกทั้งเครื่องนี้ยังสามารถตรวจโรคอื่นๆ ที่จำเป็นต้องตรวจยีนส์ หรือโครโมโซมได้ด้วย  ไม่เฉพาะว่าต้องเป็นโรคมะเร็งอย่างเดียว โดยการตรวจรูปแบบนี้เรียกว่า ISH  คือการตรวจแบบระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบตัวแรก ที่เรียกว่า Dual-in-Situhybridization (DISH)

ทั้งนี้ข้อจำกัดก็มีอยู่บ้าง เพราะมะเร็งบางชนิดก็ยังไม่สามารถใช้การตรวจด้วยวิธีนี้ได้ ส่วนมะเร็งที่เกิดขึ้นทั่วไป อาทิ มะเร็งเต้านม ต่อมน้ำเหลือง  ปอด ลำไส้ ปากมดลูก ฯลฯ นั้นสามารถตรวจได้ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการตรวจจะอยู่ที่ 10,000 บาท ต่อเคส ใช้เวลาในการตรวจไม่เกิน 6 ชั่วโมง จากเดิมที่ใช้เวลาประมาณ 1-3 วันกว่าจะรู้ผล

สำหรับการตรวจแบบ Auto ด้วยเครื่องนี้ มีผลการวิจัยออกมาแล้วว่าผู้หญิงประมาณ 800,000 คน/ปี จะได้รับการวินิจฉัยที่ดีมากขึ้น อีกทั้ง ในประเทศไทยเอง ก็มีการนำเข้าเครื่องตรวจชิ้นเนื้ออัตโนมัตินี้มาหลายโรงพยาบาลแล้ว ถือว่าเป็นอีก 1 ความหวังที่ช่วยในการรักษาโรคมะเร็งได้ดียิ่งขึ้น ส่วนจะรักษาได้หายขาดทุกคนหรือไม่ ก็ต้องอยู่ที่ระยะการเป็นของเนื้อร้าย รวมถึงการให้ยาในการรักษาที่ถูกต้องด้วย.

 

ที่มา: ไทยรัฐ 16 กุมภาพันธ์ 2555

ท้อง​ไส้​ปั่น​ป่วน​สัญญาณ​เตือน​โรค​ร้าย​

เมื่อย่างเข้าสู่วัย 50 ปี แล้วมักมี อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูกสลับกับท้องเสีย จำนวนครั้งในการขับถ่ายอุจาระแปรปรวน ลักษณะของอุจจาระเปลี่ยนแปลงไป โดยมีเลือดปน สีคล้ำ และมีมูกปน รวมทั้งรู้สึกปวดเกร็งช่วงท้องน้อย อ่อนเพลีย น้ำหนักลด และโลหิตจาง...หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เรื้อรัง แม้จะรักษาอาการเบื้องต้นด้วยตัวเองโดยการรับประทานยาแล้วก็ยังไม่หาย อาจเป็นการส่งสัญญาณเตือนภัยสุขภาพให้ทราบว่า ลำไส้กำลังมีปัญหา และเป็นไปได้ว่ามี มะเร็งมาเยือน!

หากย้อนคิดเพื่อหาสาเหตุให้เกิดโรคจะพบว่า ความนิยมรับประทานอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ไขมันสูง ในปริมาณมากกว่าอาหารที่มีกากใย เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งลำไส้ การเน้นรับประทานอาหารชนิดดังกล่าวจะส่งผลให้เซลล์ในเยื่อบุลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงเติบโตผิดปกติ เกิดติ่งเนื้อขนาดเล็ก นานวันเข้าติ่งเนื้อนั้นก็จะเปลี่ยนสภาพเป็นเซลล์มะเร็ง และปัจจุบันมะเร็งชนิดนี้เป็นสาเหตุให้คนไทยเสียชีวิตในอันดับ 4

ถ้าป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ สามารถรักษาได้โดยการผ่าตัด แพทย์จะตัดลำไส้บริเวณที่มีเซลล์มะเร็งออกและเชื่อมต่อส่วนที่ไม่มีเซลล์มะเร็งเข้าด้วยกัน และเกิดขึ้นใกล้ทวารหนัก แพทย์อาจใช้วิธีเย็บปิดทวารหนักเดิม แล้วทวารเทียมขึ้นบริเวณหน้าท้องไว้ใช้ขับถ่ายอุจจาระแทน หากไม่ผ่าตัด ยังมีวิธีรักษาโดยรังสี และเคมีบำบัด จะเป็นวิธีเดียวหรือหลายวิธีร่วมกันขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค

ส่วนการป้องกันในเบื้องต้น ควรปรับพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร เน้นผักและผลไม้ ในการตรวจร่างกายทุก ๆ ปี ให้ตรวจหาเลือดตกค้างในอุจจาระ ส่วนการส่องกล้องเช็คลำไส้ใหญ่ควรตรวจทุก ๆ 5 ปี โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป.

takecaredd@gmail.com

 

ที่มา: เดลินิวส์   5 ตุลาคม 2552