เตือนหญิงมี “กิ๊ก” เสี่ยงมะเร็งปากมดลูกถามหา

“กิ๊ก” ไม่ใช่ชู้ แต่ถ้าแฟนรู้ต้องเลิก ความสัมพันธ์ที่กลายเป็นค่านิยมของสังคมไทยทั้งชายและหญิง บางคนหมายถึงเพื่อนต่างเพศใกล้ชิด พูดคุยให้คำปรึกษาเพื่อความสบายใจ แต่บางคนหมายถึงการมีเพศสัมพันธ์กันด้วย ปัจจุบันผู้หญิงไทยนิยมมีกิ๊กมากขึ้น ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ อาทิ คิดว่าเป็นแฟชั่นไว้อวด ตามค่านิยมปัจจุบันที่ใครมีกิ๊กรู้สึกเท่ รู้สึกได้ควบคุม และเป็นผู้เลือก, ความรู้สึกผิดทางศีลธรรมของคนน้อยลง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็น้อยลงด้วย การจะทำอะไรที่ผิดก็มักอ้างถึงเหตุผลเพื่อให้ตัวเองรู้สึกผิดน้อยลง, ต้องการได้รับความสนใจและปฏิบัติอย่างดีในฐานะคู่รักกัน มักเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ระยะแรก ๆ ซึ่งผู้หญิงจะมองหาจากชายที่เป็นกิ๊ก, ต้องการแก้แค้นจากการที่ถูกหลอกลวงจากผู้ชายซึ่งเขาอาจไปมีกิ๊กเป็นผู้หญิงคนอื่นเช่นกัน, ต้องการค้นหาประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น , รู้สึกว่าแฟนคนปัจจุบันไม่ใช่หรือไม่ดีพอ ฯลฯ

นอกจากการมีกิ๊กก่อให้เกิดปัญหาครอบครัว ยังส่งผลให้เกิดโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วย ผู้หญิงมีกิ๊กหลายคนและเกินเลยถึงขั้นมีเพศสัมพันธ์  นพ.ก้องศาสด์  ดีนิรันทร์  สูตินรีแพทย์  คลินิกเครือรพ.กล้วยน้ำไท เผยว่า เสี่ยงเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก  ยิ่งมีกิ๊กมากยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสการติดเชื้อมากขึ้น คนส่วนใหญ่คิดว่าถุงยางอนามัยป้องกันโรคทางเพศสัมพันธ์ได้ทุกโรค  ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ได้ป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก ที่เป็นโรคที่ส่งผลให้ผู้หญิงไทยเสียชีวิตเป็นอันดับ 1  เชื้อเอชพีวีมีอยู่กว่าร้อยสายพันธุ์ ชนิดที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกมี 15 สายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ 16 และ 18 เป็นสาเหตุร้อยละ 70 ของมะเร็งปากมดลูก ที่เหลือร้อยละ 30 เกิดจากเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์อื่น ซึ่งเชื้อนี้อาศัยอยู่ทั่วไปบนร่างกาย  ผิวหนัง เสื้อผ้า ขน ฯลฯ ทั้งผู้ชายและผู้หญิง  สามารถทนความร้อนและอยู่ในที่แห้งได้ แต่ไม่ก่อให้เกิดโรคในผู้ชาย

“การใช้ถุงยางอนามัยก็ไม่สามารถป้องกันโรคนี้ได้ดี เพราะสามารถติดต่อได้โดยการสัมผัส  เวลามีเพศสัมพันธ์ เชื้อที่อาศัยอยู่บนอวัยวะ ผิวหนัง และขนของทั้งชายและหญิงอาจติดเข้าไปกับอวัยวะเพศชายหรือหญิง การมีเพศสัมพันธ์เป็นการนำเชื้อเอชพีวีจากด้านนอกเข้าไปสู่บริเวณปากมดลูก และเกิดการติดเชื้อขึ้นในบริเวณดังกล่าว ทำให้เริ่มมีการแบ่งตัวของเซลล์ที่ผิดปกติ  กรณีมีแผลถลอกบริเวณเยื่อบุภายในสามารถทำให้ติดเชื้อได้เช่นเดียวกัน”

สูตินรีแพทย์ คลินิกเครือ รพ.กล้วยน้ำไท แนะนำว่า มะเร็งปากมดลูกลดความเสี่ยงได้ โดยการรักเดียวใจเดียว หรือไม่ไปมีความสัมพันธ์ทางเพศกับคนที่มีคู่นอนหลายคน ถ้าไม่แน่ใจควรรีบเข้าพบสูตินรีแพทย์ตรวจภายในเพื่อหาเซลล์มะเร็ง หากตรวจพบก่อนในระยะที่เซลล์เริ่มมีการผิดปกติ ก็สามารถรักษาได้ ในกรณีที่เคยมีกิ๊ก กำลังมีกิ๊กถึงขึ้นมีเพศสัมพันธ์ หรือมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายที่มีหรือเคยมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงหลายคน  ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหามะเร็งปากมดลูก และฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก  ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อเอชพีวี 16 และ 18 ได้ร้อยละ 70  หากมีการติดเชื้อก่อนหน้าการฉีดก็ไม่สามารถป้องกันเชื้อที่เข้าสู่ร่างกายแล้วได้  แต่เป็นการป้องกันเชื้อใหม่ที่อาจได้รับหลังการฉีด การฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่ได้ผลดีคือ ฉีดเมื่ออายุประมาณ 9 ปี.

 

ที่มา: เดลินิวส์  21 มีนาคม 2555

Advertisements