นอนเพิ่มเป็นสิบชั่วโมงต่อคืนช่วยสยบความปวดได้

More sleep, less pain: A solid ten hours of sleep is more effective than taking codeine to reduce pain

More sleep, less pain: A solid ten hours of sleep is more effective than taking codeine to reduce pain

การนอนเพิ่มจากเดิม 8 ชั่วโมง เป็น 10 ชั่วโมง มีผลลดปวดคล้าย ยาโคเดอีน

Sleeping for an extra hour a night ‘helps beat pain’

  • Sleeping ten hours instead of eight is more effective than codeine medicine

By DAILY MAIL REPORTER

PUBLISHED: 00:15 GMT, 1 December 2012 |

Sleeping for an hour or more extra a night  can dramatically improve an individual’s alertness and reduce their sensitivity to pain, say scientists.

In fact, say the researchers, getting nearly ten hours a night – rather than the recommended eight – is more effective at reducing pain than taking the drug codeine.

The study used 18 healthy, pain-free volunteers who were randomly assigned either four nights of their normal sleep pattern or four nights of ten hours in bed.

The American researchers measured daytime sleepiness using the multiple sleep latency test – a standard method used by doctors to diagnose sleep problems in which brain waves, eye movement, heart rate and muscle tone are measured.

Pain sensitivity was assessed using a heat source.

Results showed the extended sleep group slept 1.8 hours more per night than those on a regular sleeping pattern. This was associated with increased daytime alertness and significantly less pain sensitivity.

Those getting more sleep were able to keep their finger on a heat source for 25 per cent longer, showing a loss of pain sensitivity.

The findings, published in the journal Sleep, also revealed the magnitude of this increase is greater than the effect found in a previous study of 60mg  of codeine.

The results, combined with data from previous research, suggest increased pain sensitivity in tired people is the result of their underlying sleepiness.

Dr Timothy Roehrs, an expert in sleep disorders and their treatment based at the  Henry Ford Hospital in Detroit, said: ‘Our results suggest the importance of adequate sleep in various chronic pain conditions or in preparation for elective surgical procedures.

‘We were surprised by the magnitude of the reduction in pain sensitivity, when compared to the reduction produced by taking codeine.’

SOURCE: dailymail.co.uk

Advertisements

เต้นรำสัปดาห์ละครั้งลดอาการปวดจากโรคข้ออักเสบได้

Do-si-do: Dancing once a week could relieve the pain of arthritis

การออกกำลังกาย เช่น ชี่กง พิลาเตส โยคะ เต้นรำ สามารถลดความเจ็บปวดจากโรคข้ออักเสบได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้เกิดความสมดุล สุขภาพจิตดี การเคลื่อนไหวคล่องตัว และสนุกกับการใช้ชีวิต

How dancing just once a week could relieve the pain of arthritis

  • Just over half of arthritis sufferers who took part in exercise programme experienced pain relief
  • Exercises included dancing, yoga and Pilates

By DAILY MAIL REPORTER

PUBLISHED: 17:24 GMT, 13 November 2012

Having a waltz around the room or enjoying a yoga class can work wonders for millions of people suffering from arthritis, say researchers.

A study found hospital-based exercise programs such as Pilates, yoga or dance fitness can relieve the pain of the disease.

American scientists studied at the effectiveness of exercise programmes run by the Hospital for Special Surgery in New York City.

They found the weekly programmes significantly improved enjoyment of life and balance, and decreased pain and the severity and frequency of falls.

Sandra Goldsmith, director of the Public and Patient Education Department at HSS said: ‘When participants were asked to report their level of pain severity, there were statistically significant reductions in pain from pre- to post-test.

‘Pain is a huge factor in quality of life. If we can offer classes that help to reduce pain, that is a good thing.’

Researchers evaluated the effectiveness of the exercise programs, which included weekly classes of Tai Chi, yoga, mat and chair Pilates and dance fitness on 200 participants.

Surveys were administered before and after the exercise which included measures of self-reported pain, balance, falls and level of physical activity.

A pain intensity scale was used to quantify intensity of muscle or joint pain.

The team also measured pain interference on aspects of quality of life, including general activity, mood, walking ability, sleep, work, and enjoyment of life.

Roughly 53 per cent indicated that they experienced pain relief as a result of participating.

There was a 54 per cent improvement in general activity, mood, walking ability, sleep, normal work, and enjoyment of life.

Fewer respondents reported falling from pre- to post-test and fewer sustained injuries that required hospitalisation.

Dr Linda Russell, a rheumatologist, points out that the classes are low cost for patients.

‘We like to get all of our patients involved in exercise.

‘Patients benefit from supervised exercise programmes with regard to their overall sense of well-being and pain due to their arthritis.’

Osteoarthritis is a leading cause of disability in the UK, affecting around 8.5million adults.

Weight has a large influence on the prevalence of arthritis with nearly 30 per cent of obese adults suffering.

The latest study was presented at the recent American College of Rheumatology/Association of Rheumatology Health Professionals annual meeting.

SOURCE: dailymail.co.uk

7 ข้อดีจากรสเผ็ด

หนึ่งเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของอาหารไทย คือ รสเผ็ดจากพริกหรือเครื่องเทศที่ใช้ นอกจากจะเสริมให้อร่อยลิ้นแล้ว ถ้ารับประทานรสเผ็ดที่เหมาะสมย่อมส่งผลดีต่อสุขภาพ

นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ เล่าว่า การกินเผ็ดแบบไม่รู้เหนือรู้ใต้นั้นจะนำความเดือดร้อนมาให้ได้ เช่น กินเผ็ดจนเป็นโรคกระเพาะ หรือกินเผ็ดจัดในขณะท้องว่าง แถมยังกินผิดเวลา อย่างนี้เผ็ดก็เป็นโทษได้ ส่วนผู้ที่กินเผ็ดอย่างเข้าใจนั้นนอกจากจะได้เรื่องความอร่อยลิ้นแล้วยังได้อานิสงส์จากความเผ็ดในแง่สุขภาพอีกหลายข้อ ในวันนี้จะขอนำประโยชน์เผ็ดจาก “พริก” มาเล่าให้ฟังเป็นข้อๆ

เริ่มจากพริกช่วยป้องกันหัวใจ ด้วยวิตามินสำคัญ คือ วิตามินเอ, วิตามินซี, แคลเซียม และธาตุเหล็กมีมากในพริกสดและพริกแห้ง ถ้าห่วงเรื่องการเผ็ดมากให้ไปรับประทานพริกไทยหรือพริกหวานที่ใส่ในสลัดก็ยังได้

ต่อมาช่วยขยายหลอดลม มีเคมีที่ช่วยขับเสมหะและเปิดคอให้โล่งขึ้น ในคนที่เป็นภูมิแพ้ การกินเผ็ดจะช่วยได้ดีมาก หากเป็นเด็กอาจเพียงแค่พริกไทยหรือใช้หัวหอมที่เผ็ดน้อยพอ และสำหรับเด็กน้อยกับผู้สูงวัยขอให้ระวังอย่าให้สำลักพริกด้วย

ทั้งยังช่วยไล่เซลล์มะเร็ง แค่พริกป่นง่ายๆ อย่างนี้ก็ช่วยกำจัดเซลล์มะเร็งได้ โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชาย และมะเร็งผิวหนังกับมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วย เพราะพริกช่วยล้างพิษ (Detox) ให้กับร่างกาย ลำพังใช้พริกป่นในพวงเครื่องปรุงก๋วยเตี๋ยวก็ช่วยได้แล้ว แต่ถ้ายิ่งได้รับประทานพริกสดด้วย อย่างน้ำปลาพริกขี้หนูสดก็ยิ่งช่วยได้ดี

นอกจากนี้ความเผ็ดของพริกช่วยลดไขมัน ป้องกันลิ่มเลือดจับตัว และช่วยคุมน้ำหนัก เพราะทำหน้าที่เผาผลาญพลังงานให้ด้วย ทั้งนี้จากการศึกษาในอินเดียพบว่า อาสาสมัครที่รับประทานพริกนั้นให้ผลในการลดลิ่มเลือดอุดตันตามหลอดเลือดได้ อีกทั้งปลอดภัยจากสารพิษตกค้างไม่เหมือนกับกินยาด้วย

แล้วยังสามารถลดปวดด้วยกรดเผ็ด ที่เรียกว่า “แคปไซซิน” ในพริก รวมถึงสาร “เคอคิวมิน” ในเครื่องเทศอย่างขมิ้นที่ช่วยดับไฟอักเสบได้ จึงเหมาะกับผู้มีอาการปวดไปจนถึงแสบร้อนจากการอักเสบตามที่ต่าง ๆ อาทิ โรคเริม, งูสวัดไปจนถึงปวดอักเสบตามข้ออย่างรูมาตอยด์, ข้อเสื่อม และอาการปวดฟกช้ำทั้งหลาย

พริกเผ็ดยังช่วยคลายเครียด พริกเป็นอาหารร่าเริงที่แท้จริงเพราะสร้าง “เอ็นดอฟิน” เป็นเคมีสุขที่ทำให้สดชื่นมีชีวิตชีวาหลั่งออกมาภายหลังจากกินเผ็ดไปไม่นาน ลองสังเกตอาการหลังทานส้มตำพริกสิบเม็ดได้ว่าเหงื่อออกแล้วสบายตัวสดชื่นดี

และสุดท้ายช่วยเรียกน้ำย่อยเจริญอาหาร ผู้ใหญ่มักเบื่ออาหารเมื่อถึงวัยหนึ่ง ดังนั้นการได้รับประทานรสเผ็ดจะช่วยสะกิดต่อมรับรสให้รู้โอชะได้ดีขึ้น นอกจากรสขมแล้วเผ็ดเป็นรสที่ช่วยกระตุ้นดอกลิ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
takecareDD@gmail.com

ที่มา: เดลินิวส์ 2 ตุลาคม 2555

‘นวดผ่อนคลาย’ แก้ปวดเมื่อยเหมือนกินยา

ผู้ที่มักจะมีอาการปวดเมื่อยเพราะกล้ามเนื้ออักเสบ อาจไม่ต้องพึ่งยาแก้อักเสบกล้ามเนื้อหรือยาแก้ปวดเพียงหนทางเดียว เพราะนายแพทย์มาร์ค ทาโนโพลสกี้ จากมหาวิทยาลัยแมคมาสเตอร์ ในแคนาดา และทีมวิจัยพบว่า การนวดผ่อนคลายอย่างละมุนละไม ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดและความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อได้

การวิจัยจะดูตัวอย่างเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อของอาสาสมัครที่ออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานจนปวดเมื่อย จากนั้นจึงไปนวดผ่อนคลายเพียง 10 นาที และหลังเสร็จจากการนวดผ่านไปนาน 2 ชั่วโมงครึ่ง ทีมวิจัยก็ได้พบว่า ความเมื่อยล้าของกลุ่มตัวอย่างนั้นหายไป

ทีมวิจัยเชื่อว่า การนวดผ่อนคลาย ที่มีลักษณะการกดคลึงอย่างถูกต้อง และลงน้ำหนักเหมาะสม ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของ ‘ไมโทคอนเดรีย’ หรือ แหล่งพลังงานเซลล์ ขึ้นมาใหม่ แต่ที่สำคัญคือ การนวดผ่อนคลายที่ดีสามารถส่งสัญญาณไปยังระบบภูมิคุ้มกันให้จัดการความเจ็บปวดในระดับโมเลกุล

นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังเชื่อด้วยว่า การนวดในลักษณะที่ว่านี้ อาจมีประสิทธิภาพลดการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เหมือนกลไกลการออกฤทธิ์ของยาแก้อักเสบ จึงอาจเป็นผลดีสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหากล้ามเนื้อหรือกระดูกอักเสบเรื้อรัง ได้มีทางเลือกการรักษาเสริมเข้ามาอีกทางภายใต้การควบคุมของแพทย์.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
takecareDD@gmail.com

ที่มา: เดลินิวส์ 7 กุมภาพันธ์ 2555

Related link:

Works like anti-inflammatory pills

CBC News

Posted: Feb 1, 2012 2:14 PM ET

Last Updated: Feb 1, 2012 4:43 PM ET

Massage helps relieve pain in damaged muscles by sending anti-inflammation messages to muscle cells, Canadian researchers have found.

Athletes have long sought massages to relieve pain and promote recovery. Despite reports that long-term massage therapy reduces chronic pain such as back pain, the biological effects of massage on muscles weren’t known.

Now scientists at McMaster University in Hamilton have found evidence at the cellular level that massage blunts muscle pain in a similar way to anti-inflammatory pills.

The study in Wednesday’s issue of the journal Science Translational Medicine examined the effects of massage therapy versus no treatment on the quadricep muscles of 11 young men who were recreationally active.

Scientists studied samples from the men before they exercised to the point of exhaustion, just after and then 2½ hours afterwards.

Massage could also help the elderly, those suffering from musculoskeletal injuries and people with chronic inflammatory disease, although that idea still needs to be tested, cautioned the study’s lead author, Dr. Mark Tarnopolsky of the pediatrics department at McMaster.

Massage seemed to blunt muscle pain using the same route that anti-inflammatory pain relievers do.Jack Dempsey/Associated Press

The study does offer evidence that massage is a safe and viable option to use in medical practice, he said.

“We know that exercise is a panacea of goodness,” Tarnopolsky said in an interview. “Massage might enhance some of the favourable benefits that we get from exercise.”

When the researchers analyzed the muscle tissue samples for tears and signs of damage in the cells, they found massage seemed to blunt muscle pain using the same route that anti-inflammatory pain relievers do.

What’s more, Tarnopolsky said, the anti-inflammatory signals released by massage also improved the ability of muscle cells to make new mitochondria — the furnaces that convert food into energy.

That could explain how massage seems to speed up recovery in athletes with injured muscles, the study’s authors said.

Tarnopolsky, who normally treats muscular dystrophy and mitochondrial disorders, became interested in investigating massage after he tore all of his hamstring muscles while waterskiing. He received massage therapy as part of his physiotherapy following surgery.

Massage is a safe and viable option to use in medical practice, said Dr. Mark Tarnopolsky.CBC

The analysis also suggested that one commonly held idea about massage isn’t true: the researchers found no evidence that massage helped clear lactic acid from tired muscles.

None of the researchers knew which leg was massaged except the massage therapist and the leg that was massaged was randomly selected — two experimental steps that add validity to the findings.

The convenience factor of pills, the expense of massages and whether they are covered by provincial health plans are deterrents to greater use of the therapy, Tarnopolsky acknowledged.

“Definitely, [massage] is tiring the muscles out so they can relax and recover,” said Jaqueline Gradish, a personal trainer in Toronto who lifts at least 1,000 pounds a day with her clients.

The study was funded by the Natural Sciences and Engineering Research Council of Canada and Warren Lammert and family.

With files from CBC’s Kelly Crowe and Melanie Glanz  

Related Link:

เทคโนโลยีการลดปวดประเภทต่าง ๆ

สำหรับผู้ป่วยที่มาคลินิกระงับปวด (Pain Clinic) มักจะมาด้วยเรื่อง หลักๆ ก็คือปวด ชา หรืออ่อนแรง ของแขน และขา ซึ่งเกี่ยวโยงกับต้นเหตุมาจากไขสันหลัง กระดูกสันหลัง ผู้ป่วยประมาณ 90% จะได้รับการรักษาแบบ Non-Surgical หมายความว่าไม่ต้องผ่าตัด มีผู้ป่วยเพียง 10% ที่จะต้องได้รับการแก้ไข คนไข้ที่ไม่ต้องผ่าตัด จะมีการรักษาตั้งแต่การให้ยา การทำกายภาพ การทำ procedure หมายถึงการฉีดยาเข้าไปแก้ไขตรงตำแหน่งที่มีปัญหาอยู่ การทำ Pain procedure ที่หมายถึงนี้ ในโรงพยาบาลกรุงเทพมีทำได้หลายแบบ ที่ทำกันอยู่เป็นประจำ คือ

  1. Caudal Steroid หมายถึง การฉีด steroid เข้าไปในช่องไขสันหลังด้านหลัง เพื่อแก้อาการปวดที่ไปที่ขาหรือสะโพก
  2. Celiac Plexus Block จะใช้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็ง แล้วปวดหลังอย่างมาก เนื่องจากตัวมะเร็ง กดทับเส้นประสาท การฉีดยาเข้าไปเพื่อทำลายเส้นประสาทชนิดนี้ ทำให้ผู้ป่วยหายได้อย่างถาวร หรือมากกว่า 1 ปีได้ ใช้ในผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย
  3. Lumbar Sympathetic Block ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดขาจากการผ่าตัด หรือการได้รับการกระทบกระเทือนของเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงขา หรือแม้แต่ผู้ป่วยที่ถูกตัดแขน ตัดขา ไปแล้ว แล้วยังมีอาการปวดหลงเหลืออยู่ การทำ block ชนิดนี้ ทำให้ผู้ป่วยใช้ยาน้อยลงมากกว่า 50% แล้วก็ทรมานจากการปวดน้อยลงอย่างมาก
  4. Lumbar Transforaminal Epidural Steroid คือ การฉีด steroid เข้าไปใน Epidural Space ใกล้ตำแหน่งกับที่เส้นประสาทถูกกด ซึ่งลักษณะเช่นนี้ถ้าเป็นเยอะจำเป็นจะต้องผ่าตัด แต่ถ้าผู้ป่วยมี list ของการผ่าตัด หรือปฏิเสธการผ่าตัด หรือเป็นน้อย สามารถจะฉีด steroid เข้าตำแหน่งนี้ และลดอาการปวดได้อย่างมาก และทำให้อาการชา และอ่อนแรงหายไป
  5. Cervical Epidural Steroid Injection เช่นเดียวกับ Lumbarแต่ทำตำแหน่งที่คอใช้แก้อาการปวดของแขน และคอ ที่เกิดจากเส้นประสาทถูกกด
  6. Medial Branch Block ใช้สำหรับ facet joint pain เป็นสิ่งที่ Common ที่สุดโลกปวดหลังทั้งหมด ผู้ป่วยประมาณ 50% จะเป็นโรคนี้ เป็นการรักษาที่ใช้กันทั่วโลก ถ้า block แล้ว เป็นการช่วยวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้หรือเปล่า ถ้าใช่เราก็จะใช้คลื่นวิทยุ ความเร็วสูงที่ทำลายเส้นประสาทนี้ไป เพื่อเป็นการแก้ปวดอย่างถาวร
  7. RACZ Caudal Neurolysis ใช้สำหรับผู้ป่วยที่เคยผ่าตัดมาแล้ว แล้วยังมีอาการปวดอยู่ จะมีพังผืด หรือแผลเป็นอยู่บริเวณเส้นประสาทที่เกิดจากการผ่าตัด การทำนี้เป็นการฉีดสารที่จะละลาย หรือย่อยสะลายพังผืดเข้าในตำแหน่งที่ถูกพังผืดกดรัด ทำให้เส้นประสาทถูกกดรัดน้อยลง หรือไม่ถูกกดรัด หายปวด และหายอ่อนแรงได้
  8. Facet Joint Injections คือ การฉีด steroid เข้า facet joint ใช้ในผู้ป่วย facet pain
  9. SI Joint Injections คือ การฉีด steroid เข้าไปที่ข้อสะโพก ซึ่งเป็นส่วนที่ 2 ออกมาจากไขสันหลัง ลักษณะนี้ใช้ในผู้ป่วยที่มีข้ออักเสบของ SI Joint
  10. Stellate Ganglion Block คือ การ block เส้นประสาท sympathetic ที่มาเลี้ยงที่คอ ใช้ในผู้ป่วยที่มีการปวดของหน้า ของศีรษะ หรือของแขน และคอ ซึ่งการฉีดเพียงครั้งเดียว จะทำให้ผู้ป่วยหายปวดได้นาน
  11. Lumbar Epidural Steroid Injection ซึ่งทำกันอยู่ในทุกโรงพยาบาล

ที่มา : พญ.ประนอม คัมภีวุฒิ

ข้อมูลจาก http://www.bangkokhealth.com/index.php/bone-orthopedic/3414-2009-12-11-04-56-12.html