ลดน้ำหนักอย่างไร…ถึงไม่ผอมลงสักที

dailynews140307_001หลายต่อหลายคนที่กำลังลดน้ำหนัก คงเคยอ่อนอกอ่อนใจกับความตั้งใจและความพยายามในการลด แต่พยายามยังไงก็ไม่เห็นจะผอมลงสักที มุมสุขภาพประจำวันศุกร์นี้จึงขอนำเคล็ด(ไม่)ลับดี ๆ มาฝากผู้ที่กำลังต้องการลดน้ำหนักแบบสุขภาพดี ปรับความรู้และความเข้าใจในการลดน้ำหนักที่มี ให้ถูกต้องและถูกหลักการที่ดีต่อสุขภาพ มาฝากกันค่ะ

กินสลัดเพื่อลดน้ำหนัก :จริงอยู่ที่สลัดประกอบด้วยผักสดที่ดูแล้วน่าจะสุขภาพดีและไม่อ้วน แต่น้อยคนที่จะกินสลัดโดยไม่ราดน้ำสลัด ที่สำคัญหลายคนชอบราดน้ำสลัดแบบครีมข้นหรือมีส่วนผสมของมายองเนส 2 – 3 ช้อนชา ซึ่งให้พลังงานประมาณ 100 แคลอรีหรือมากกว่าข้าวขาว 1 ทัพพี นอกจากน้ำสลัดแล้ว บางคนยังชอบใส่ข้าวโพด เผือก กล้วยตาก แห้ว ฯลฯ หรือไม่พอ กินสลัดแล้วไม่อยู่ท้อง ต้องกินอย่างอื่นเพิ่มทำให้ได้พลังงานมากเกินจนน้ำหนักเพิ่มได้

ดังนั้น สลัดที่กินแล้วช่วยให้น้ำหนักลดลง ต้องประกอบด้วยผักผลไม้พลังงานต่ำที่ให้เส้นใยสูง เช่น แอ๊ปเปิ้ล 1 ผลกลาง ให้พลังงาน 40 แคลอรี่ เป็นต้น

ไม่กินแป้งและไขมันแล้วจะผอม : เพื่อน ๆ หลายคนไม่ยอมกินข้าวเพราะกลัวอ้วน แต่การไม่กินแป้งทำให้น้ำหนักลดเฉพาะช่วงแรกเท่านั้น เพราะเมื่อน้ำหนักลดแล้ว ร่างกายจะมีอาการโหยหาแป้งและน้ำตาล เสี่ยงต่อการกินแบบสะบั้นหั่นแหลก ทำให้กลับมาอ้วนแบบตั้งรับไม่ทัน! แม้จะอยู่ในช่วงลดน้ำหนัก ร่างกายก็ต้องการคาร์โบไฮเดรตวันละประมาณ 60 – 80 กรัม ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องอดแป้งก็ผอมได้ นอกจากแป้งแล้ว บางคนยังไม่กินไขมันเลย ถ้าร่างกายขาดไขมันอาจเกิดภาวะพร่องไขมัน ผิวแห้ง หน้าตาหม่นหมอง ผมร่วง และประจำเดือนขาด ไขมันเป็นสารอาหารที่จำเป็น เพียงแต่อย่ากินเกินวันละ 2 ช้อนชา

ดังนั้น เลือกกินแป้งที่ร่างกายดูดซึมได้ช้าและช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ เช่น ข้าวซ้อมมือ เส้นสปาเกตตีสัก 1 ถ้วยอาหาร ถั่ว ผลไม้ เช่น แอ๊ปเปิ้ล กล้วย ฝรั่ง มะละกอ ฯลฯ เป็นต้น

Sugar-free และ Low Fat : เพื่อน ๆ ที่ลดน้ำหนักมักจะเลือกกินผลิตภัณฑ์ปราศจากน้ำตาล (Sugar – free) หรือไขมันต่ำ (Low Fat) โดยเข้าใจว่ากินแล้วไม่อ้วน เป็นเพียงความรู้สึกหลอกลิ้น แต่หลอกสมองไม่ได้ เพราะสมองสามารถแยกความแตกต่างของน้ำตาลและน้ำตาลเทียมได้ เมื่อร่างกายยังไม่ได้รับน้ำตาล สมองจะสั่งการให้เรากินอาหารอื่น เพิ่มเพื่อสนองความต้องการให้สมบูรณ์ นอกจากน้ำหนักไม่ลด ยังเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ฯลฯ และยังไม่มีการยอมรับในวงการแพทย์ว่า กินแล้วไม่อ้วน ส่วนผลิตภัณฑ์ไขมันต่ำ (Low Fat) แม้จะมีการลดปริมาณไขมันแต่ก็มักเติมรสหวานเข้าไปแทนที่ เพื่อเพิ่มรสชาติให้น่ากิน ถ้าเพื่อน ๆ เข้าใจว่ากินเท่าไรก็ไม่อ้วน อาจได้รับพลังงานเกินความต้องการของร่างกาย ทำให้น้ำหนักเพิ่มในที่สุด

ดังนั้น ทางที่ดีควรอ่านฉลากโภชนาการที่ระบุพลังงานต่อหนึ่งหน่วยบริโภค จะได้รู้ว่าควรกินในปริมาณมากน้อยแค่ไหน

กินผลไม้ไม่อ้วนหรอก : บางคนเข้าใจว่ากินผลไม้แล้วไม่อ้วน จึงกินมากหรือกินแทนอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง แม้จะเป็นน้ำตาลจากผลไม้ แต่ถ้ากินมากก็อ้วนได้ แถมบางชนิดมีน้ำตาลสูงปรี๊ด เช่น กล้วยไข่ เงาะ มะม่วงสุก ลองกอง ลำไย ทุเรียน ฯลฯ หากรู้ตัวว่าวันไหนกินผลไม้มาก ควรลดอาหารพวกแป้ง และน้ำตาล เช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยวเพื่อให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่สูงเกินไป

ดังนั้น กินผลไม้อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ส้ม ฝรั่ง ชมพู่ แอ๊ปเปิ้ล ฯลฯ ทุกวัน วันละไม่เกิน 2 ผล เล็กได้ประโยชน์ แถมยังไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่ม

ดื่มเครื่องดื่มรสหวานแทนข้าวหรือขนม : บางคนพอดื่มเครื่องดื่มรสหวานแล้วรู้สึกอิ่มโดยไม่ต้องกินข้าว จึงเข้าใจว่าน่าจะช่วยลดน้ำหนักได้เครื่องดื่มหลายชนิดให้พลังงานสูงโดยที่เราคาดไม่ถึงเช่น นมรสหวาน 1 กล่อง ให้พลังงานประมาณ 250 kcal. ถ้าดื่มวันละ 2 กล่อง ให้พลังงานใกล้เคียงกับกินข้าวไข่เจียว 1จาน!

ดังนั้น จงระวัง! เครื่องดื่มประเภทชาและกาแฟ ใส่นม ครีมและน้ำตาล หรือน้ำผลไม้ เช่น น้ำส้มคั้น น้ำฝรั่ง น้ำอ้อยฯลฯ ให้พลังงานประมาณ 250 – 300 kcal ดื่มวันละ 2 แก้วไม่แตกต่างจากการกิน ข้าวเพิ่มวันละ 1 มื้อ ทำให้น้ำหนักขึ้นเดือนละ 2 – 3 กิโลกรัม

ออกกำลังกายมาก ๆ หุ่นจะได้ผอมเพรียว : หลายคนออกกำลังกายทุกวันเพื่อลดน้ำหนัก แต่น้ำหนักกลับไม่ลด ซ้ำยังเพิ่มจากเดิมถ้าอยากลดน้ำหนัก ควรออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 วันวันละ 15 – 20 นาทีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ร่างกายดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงาน ถ้าเราใช้เวลาในการออกกำลังกายสั้นกว่านั้นแทนที่ร่างกายจะดึงไขมันที่สะสมมาใช้ กลับดึงกลูโคสในกระแสเลือดมาใช้แทน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ รู้สึกหิวและกินมากขึ้นทำให้การลดน้ำหนักไม่ได้ผล แถมบางคนยังคิดว่า ขอตามใจปากก่อนเดี๋ยวค่อยไปออกกำลังกายเผาผลาญทีหลัง ก็ทำให้ลดน้ำหนักไม่สำเร็จเช่นกัน

ดังนั้น การออกกำลังกายมากเกินไปจะให้ผลลัพธ์ในทางตรงกันข้าม คือ แทนที่จะดูสดชื่นแจ่มใส กลับรู้สึกอ่อนเพลียและดูโทรม

แล้วจะออกกำลังกายแบบไหนดีล่ะ : ออกกำลังกายที่เคลื่อนไหวร่างกายต่อเนื่อง เช่น เดิน วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยานฯลฯ ควบคู่กับฝึกความแข็งแรงกล้ามเนื้อ เช่น ยกเวต ฝึกกายบริหาร ฯลฯ เพื่อลดน้ำหนักและช่วยให้หุ่นเฟิร์ม แถมยังเป็นการลดไขมันในเส้นเลือดและเพิ่มการเผาผลาญ

ดังนั้น แนะนำกีฬาอย่าง ว่ายน้ำ (ขึ้นอยู่กับการออกแรง) 1 ชั่วโมง เผาผลาญ 250 – 650 kcal. กาย บริหาร 1 ชั่วโมง เผาผลาญ 220 kcal. เต้นรำ 1 ชั่วโมง เผาผลาญ 300 kcal. เดินเล่น 1 ชั่วโมง เผาผลาญ 120 kcal. ลองเลือกที่เหมาะกับคุณดูนะคะ

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หลาย ๆ คนคงเข้าใจกับการลดน้ำหนักที่ผ่านมา ว่าทำไมน้ำหนักเราถึงไม่ค่อยจะลดลงสักที ลองปรับพฤติกรรมใหม่ตามแนวทางที่เหมาะสมนี้ ตั้งใจลดด้วยหลักการที่ถูกต้องกันอีกที หุ่นสวยและสุขภาพดี อยู่ไกลเกินเอื้อมแน่นอนค่ะ

โดย “PrincessFangy”
Twitter @Princessfangy
เนื้อหาบางส่วนจาก http://kbeautifullife.askkbank.com/

ที่มา : เดลินิวส์ 7 มีนาคม 2557

Advertisements

เผย 10 วิธีลดน้ำหนัก! เปลี่ยนบ้านเป็น ‘บ้านคนผอม’

นักวิชาการ แนะคนอ้วนปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยลดความอ้วน เผย 10 วิธี เปลี่ยนบ้านคนอ้วน เป็น “บ้านคนผอม” เชื่อทำน้ำหนักลงได้…
เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 57 พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล นักวิชาการโครงการ “รวมพลัง ขยับกาย สร้างสังคมไทย ไร้พุง” เครือข่ายคนไทยไร้พุง ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ปัจจุบันโรคอ้วนถือเป็นปัญหาใหญ่ เพราะเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นความดันโลหิตสูง เส้นเลือดตีบตัน เป็นต้น ซึ่งการแก้ปัญหาโรคอ้วน จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่ว่าจะเป็นการกินอยู่ เพิ่มการออกกำลังกาย โดยเฉพาะปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม หากอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ชวนอ้วน ก็จะอ้วนง่าย ในทางตรงข้าม ถ้าอยู่ในสิ่งแวดล้อมชวนผอม ก็จะลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้นเช่นกัน การเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมจึงต้องเริ่มจากที่ใกล้ตัวที่สุด คือ บ้าน ซึ่งมีวิธีเปลี่ยนให้เป็น “บ้านของคนผอม” ได้

พญ.ธิดากานต์ กล่าวว่า การเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมในบ้าน คือ

1. ไม่ควรมีโทรทัศน์อยู่ที่โต๊ะอาหาร เพราะการดูโทรทัศน์ไปด้วยกินไปด้วย ทำให้เผลอกินแบบไร้สติ ซึ่งทำให้กินเยอะกว่าปกติได้

2. ใช้จานชามขนาดเล็ก มีงานวิจัยพบว่า ขนาดจานมีผลต่อปริมาณการกิน เพราะเมื่อเห็นว่ามีของดูน้อยก็จะกินมากกว่าปกติได้

3. กินข้าวด้วยตะเกียบ จะทำให้กินได้ช้าลง น้อยลง และยังกินน้ำมันและซอสจากอาหารได้น้อยกว่ากินด้วยช้อน

4. ไม่ตุนน้ำอัดลม น้ำชา เพราะเครื่องดื่มเติมน้ำตาลมีผลต่อความอ้วน

5. ไม่ตุนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป นอกจากอยู่ในภาวะจำเป็นจริงๆ เพราะบ่อยครั้งที่เรามักกินอาหารเหล่านี้ในช่วงดึก ซึ่งเป็นเวลาที่ไม่ควรกินอะไรเลย

พญ.ธิดากานต์ กล่าวต่อว่า

6. ตุนผักผลไม้ เช่น แครอท มะเขือเทศเชอรี่ แช่เย็นไว้ใช้กินเป็นของว่างแทนขนมต่างๆ ได้ และยังเป็นแหล่งของวิตามินและเส้นใยอาหารด้วย

7. มีอุปกรณ์กีฬาง่ายๆ ติดบ้าน เช่น เชือกสำหรับกระโดด ห่วงฮูลาฮูปแบบตัน รองเท้าผ้าใบ จะทำให้เพิ่มกิจกรรมออกกำลังได้มากขึ้น

8. บ้านสะอาด การทำความสะอาดบ้าน เช่น  กวาดบ้าน ถูบ้าน ดูดฝุ่น กวาดใบไม้ เป็นกิจกรรมเรียกเหงื่อได้อย่างดี

9. ตั้งกฎจำกัดการดูโทรทัศน์ งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า จำนวนชั่วโมงที่นั่งดูโทรทัศน์หรือนั่งเล่นคอมพิวเตอร์ แปรผันตรงกับความเสี่ยงที่จะอ้วนง่าย โดยเฉพาะติดจนนอนดึก จึงไม่ควรดูโทรทัศน์เกินกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน และ

10. ติดข้อความเสริมสร้างแรงบันดาลใจ ติดอยู่ตามมุมต่างๆ ของบ้าน เพราะการลดน้ำหนักนั้น ต้องเริ่มที่ใจเป็นอันดับแรก เมื่อลดน้ำหนักลงก็จะทำให้สุขภาพดีขึ้นตามมา.

ที่มา: ไทยรัฐ 19 กุมภาพันธ์ 2557

7 อุบายลดน้ำหนัก

วิธีลดความอ้วน ควบคุมน้ำหนักไม่จำเป็นต้องอดอาหาร งดกินช็อคโกแลตสุดโปรด หรือเคร่งเครียดเข้ายิม ออกกำลังกายอย่างขะมักเขม้นคนเดียวเป็นวันๆ หรอกนะคะ

มีการทำวิจัยจากมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งในต่างประเทศชี้ให้เห็นว่า การลดน้ำหนักที่สัมฤทธิ์ผลนั้น ต้องไม่เคร่งครัดเครียดขึ้งเอาจริงเอาจังเกินไป หากแต่ต้องรู้จักยืดหยุ่นผ่อนปรนกับตัวเองบ้าง

เราจึงงัด 7 กลอุบายลดน้ำหนัก ที่ผ่านการรับรองทางวิชาการมาแล้ว ..มาบอกต่อค่ะ

อุบาย 1 : แทะเล็มช็อคโกแลต

นักวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแคลิเฟอร์เนีย ในซานดิเอโก ได้ทำการทดลอง นำคนจำนวน 1000 คน กินช็อคโกแลต โดยแบ่งเป็นสองกลุ่ม

กลุ่มหนึ่งให้แทะเล็มช็อคโกแลตเล็ก ๆ น้อย ๆ ทุกวัน กับอีกกลุ่มให้กินจริงจังนาน ๆ ครั้ง ซึ่งผลออกมาว่า กลุ่มคนที่กินช็อคโกแลตเป็นประจำกลับมีหุ่นเพรียวลมมากกว่ากลุ่มที่นาน ๆ จัดหนัก

ทว่าแทะเล็มพอขำๆ วันละนิดนะคะ ไม่ใช่สวาปามแทนข้าวซะงั้น

อุบาย 2 : จิบไวน์

งานวิจัยล่าสุดบ่งบอกว่า ผู้หญิงที่ดื่มไวน์แดง 1-2 แก้ว/วัน มีแนวโน้มที่จะน้ำหนักเกินน้อยกว่าคนที่ไม่ดื่มถึง 30% และที่น่าสนใจคือ ไวน์อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยลดคลอเรสเตอรอลและความดันเลือดด้วย

ผลการวิจัยยังบอกอีกว่า สาวๆ ที่ดื่มแต่พอดีจะกินอาหารน้อยลง เนื่องจากนางจะกินช้าลงและรับรู้รสชาติของอาหารมากขึ้น

แทนที่จะซดเบียร์กระดกเหล้า หันมาดื่มไวน์วันละแก้วแต่พองามเถอะนะสาวไทย

อุบาย 3 : ดมกลิ่นอาหาร

ในเฟเวอร์เจอร์นัล (Flavour Journal) นำเสนอว่า กลิ่นหอมทำให้มนุษย์เรามีความอยากอาหารน้อยลง ถึงเวลาทานข้าว ก็ทานได้น้อยลง แปลกนะข้อนี้ ทั้งนี้ต้องลองค่ะ

สรรหากลิ่นหอมแนวอโรมามาสูดดมให้ฉ่ำปอดก่อนเวลาทานข้าว ดูซิว่า จะเจริญปากเท่าเจริญจมูกไหมหนอ!

อุบาย 4 : ขบเคี้ยวเมล็ดกาแฟ

ตามการศึกษาของมหาวิทยาลัยสแครนตัน (Scranton Unibersity) กล่าวไว้ว่า การกินเมล็ดกาแฟเล่น ๆ ราวกับเป็นของขบเคี้ยวนั้น ทำให้น้ำหนักลดลงได้ เพราะมันจะชะลอการดูดซึมไขมันและน้ำตาลกลูโคส (glucose) ในกระเพาะอาหาร

เอ่อ รสชาติขมไปหน่อยนะฮะ กูรูเค้าแนะแค่วันละ 2 เม็ดเอง …ไหวมะคะ

อุบาย 5 : ถือขวดน้ำขณะออกกำลังกาย

จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) พบว่า การรักษาอุณหภูมิที่มือเราให้เย็นขณะออกกำลังกาย จะช่วยให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น ผลลัพธ์คือ น้ำหนักก็จะพร่องลงอย่างรวดเร็วขึ้น

ไปยิมครั้งต่อไป อย่าลืมติดขวดน้ำเย็นไปถือขณะกำลังฟิตเสียเหงื่อด้วยนะจ๊ะ

อุบาย 6 : ไม่ต้องเข้าฟิตเนสทุกวัน

ผู้เชี่ยวชาญพูดว่า การออกกำลังกายทุกวันส่งผลร้ายต่อเป้าหมายของผู้เล่นมากกว่าผลดี ที่สำคัญ การจัดตารางเป๊ะ ๆ ฉันต้องไปทุกวันเวลานี้ ขลุกอยู่ในยิม 3 ชั่วโมงอย่างต่ำ แทนที่จะให้กระฉับกระเฉง กลับเหนื่อยล้า พาลเบื่อหน่าย

ผู้เชี่ยวชาญแนะให้หาวันหยุด ไม่ต้องเข้ายิมออกกำลังกายสัก 2 วันต่อสัปดาห์ หรือไม่ก็พักผ่อนปล่อยตัวสบาย ๆ ไปเลย 1 สัปดาห์

ครั้นกลับมาออกกำลังกาย ความรู้สึกจะเปลี่ยนไป เกิดแรงจูงใจ ขยันอยากฟิตแอนด์เฟิร์มมากขึ้น ไม่รู้สึกถูกบังคับ

อุบาย 7 : มีเพื่อนไปออกกำลังกายด้วยกัน

มหาวิทยาลัยบราว์น (Brown University) ทำการทดลองมาแล้วว่า คนที่มีเพื่อนไปออกกำลังกายด้วยกัน ทั้งคู่จะลดน้ำหนักได้เร็วกว่าคนที่ไปคนเดียวตามลำพัง หรือไปเลือกเล่นกีฬาที่ต้องออกกำลังกายพร้อมกันเป็นกลุ่ม อย่าง เต้นแอโรบิค ผู้เล่นจะลดน้ำหนักได้ผลมากกว่าศิลปินเดี่ยวไปวิ่งคนเดียว

แหมแน่ละ ออกกำลังเต้นเป็นกลุ่ม สนุกเพลิดเพลินจะตาย น้ำหนักไม่ลดได้ไง

ช่างตรงกับหลักการทางพุทธศาสนาเราเน้นยึดหลักทางสายกลาง

ดังนั้นสาวตุ้ยนุ้ยท่านใดกำลังวางแผนอยากลดความอ้วน นอกจากไม่ตึงเกินและหย่อนไปแล้ว คุณต้องมี ‘สติวินัย’ ในการบริหารอุบายลดน้ำหนักข้างต้นด้วยนะคะ ..ถึงเอาอยู่!

ข้อมูลจากคอสโมโพลิแทน

 

ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 มิถุนายน 2555

ลดน้ำหนักง่ายๆด้วยการพักผ่อนเพียงพอ

เลิกขยันเข้าฟิตเนสแล้วคำนวณแคลอรีที่เผาผลาญไปจนเป็นบ้าเป็นหลังเสียที เพราะตอนนี้งานวิจัยจากสหรัฐค้นพบว่า การนอนหลับพักผ่อนเพียงพอก็เป็นวิธีลดน้ำหนักที่ได้ผลชะงัด ไม่ต้องเปลืองแรงออกกำลังกายจนเหนื่อยหอบ

งานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร Sleep ของทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวอชิงตันระบุว่า การนอนหลับน้อยกว่า 7 ชั่วโมงมีส่วนกระตุ้นยีนที่ก่อให้เกิดโรคอ้วนทำงาน ขณะที่การนอนหลับมากกว่า 9 ชั่วโมงจะสามารถยับยั้งการทำงานของหน่วยพันธุกรรมนี้ได้ ดร.นาธาเนียล วัตสัน หัวหน้าคณะวิจัยกล่าวว่า “การพักผ่อนไม่เพียงพอสามารถกระตุ้นการทำงานของยีนที่ก่อให้เกิดโรคอ้วนได้ ซึ่งการนอนหลับยาวกว่าจะยับยั้งการทำงานของยีนตัวนี้”

คณะวิจัยเปิดเผยว่า ระยะเวลานอนเฉลี่ยของเราแต่ละคืนลดลงกว่า 1.30 ชั่วโมงจาก 100 ปีที่ผ่านมา วิถีชีวิตของคนยุคใหม่ซึ่งมีเวลาพักผ่อนน้อยยังผลให้เกิดโรคอ้วนได้ และว่า “สังคมปัจจุบันซึ่งมีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอยู่ทุกหนแห่ง ทำให้ผู้คนพักผ่อนน้อยกว่าที่ควร”

การนอนหลับไม่เพียงพอยังเป็นสาเหตุให้ฮอร์โมนและระบบเผาผลาญพลังงานทำงานผิดปกติ ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดภาวะโรคอ้วน นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวอริกระบุในงานวิจัยเมื่อปีกลายว่า การนอนน้อยส่งผลให้ผู้หญิงเป็นโรคความดันโลหิตสูง แต่ไม่ส่งผลต่อผู้ชาย บรรดาผู้หญิงที่นอนแค่ 5 ชั่วโมงหรือน้อยกว่า มีแนวโน้มจะเป็นโรคความดันโลหิตสูงมากกว่าผู้หญิงที่นอน 7 ชั่วโมงต่อคืนถึงสองเท่า.

ที่มา: ไทยโพสต์ 12 มิถุนายน 2555

.

Related link:

Lack of Sleep Is Linked to Obesity, New Evidence Shows

ScienceDaily (Apr. 17, 2012) — Can lack of sleep make you fat? A new paper which reviews the evidence from sleep restriction studies reveals that inadequate sleep is linked to obesity. The research, published in a special issue of the The American Journal of Human Biology, explores how lack of sleep can impact appetite regulation, impair glucose metabolism and increase blood pressure.

“Obesity develops when energy intake is greater than expenditure. Diet and physical activity play an important part in this, but an additional factor may be inadequate sleep,” said Dr Kristen Knutson, from the University of Chicago. “A review of the evidence shows how short or poor quality sleep is linked to increased risk of obesity by de-regulating appetite, leading to increased energy consumption.”

Dr Knutson accumulated evidence from experimental and observational studies of sleep. Observational studies revealed cross-sectional associations between getting fewer than six hours sleep and increased body mass index (BMI) or obesity.

The studies revealed how signals from the brain which control appetite regulation are impacted by experimental sleep restriction. Inadequate sleep impacts secretion of the signal hormones ghrelin, which increases appetite, and leptin, which indicates when the body is satiated. This can lead to increased food intake without the compensating energy expenditure.

“In the United States 18% of adults are estimated to get less than 6 hours of sleep, which equates to 53 million short sleepers who may be at risk of associated obesity,” said Knutson. “Poor sleeping patterns are not random and it is important to consider the social, cultural and environmental factors which can cause inadequate sleep so at-risk groups can be identified.”

The evidence suggests the association between inadequate sleep and higher BMI is stronger in children and adolescents. It also shows that sleep deficiency in lower socioeconomic groups may result in greater associated obesity risks.

The majority of the studies Dr Knutson examined came from Western countries, which highlights the need for more research to understand sleep’s role in disease risk. However other research papers in the special issue focus on obesity in the United Arab Emirates, Samoa, and Brazil.

“These findings show that sleeping poorly can increase a person’s risk of developing obesity, diabetes, high blood pressure or heart disease,” concluded Knutson. “Future research should determine whether efforts to improve sleep can also help prevent the development of these diseases or improve the lives of patients with these conditions.”

Story Source:

The above story is reprinted from materials provided byWiley-Blackwell, via AlphaGalileo.

Journal Reference:

  1. Kristen L. Knutson. Does inadequate sleep play a role in vulnerability to obesity?American Journal of Human Biology, 2012; 24 (3): 361 DOI: 10.1002/ajhb.22219

Data from: sciencedaily.com