‘ข้าว’ อาหารสุขภาพระดับโลก

dailynews140301_001คนไทยบริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก แต่รู้หรือไม่ว่าข้าวที่เรากินอยู่ทุกวันนี้ โดยเฉพาะข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสีมากจนเกินไปมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร ไปฟังคำตอบกัน

นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ บอกว่า ชนชาติที่บริโภคข้าวเป็นอาหารหลักนอกจากชาวเอเชียแล้วยังมีอีกหลายชาติในโลก ยกตัวอย่างสหรัฐอเมริกาก็บริโภคข้าวเป็นหลัก โดยในมลรัฐลุยเซียนามีอเมริกันชนที่สืบเชื้อสายมาจากชาวฝรั่งเศสยุคอาณา นิคมเรียกว่าพวก “เคจัน” ที่ชอบรับประทานอาหารรสเผ็ดราดกับข้าวสวย

บรรพบุรุษของเรา ท่านมีความผูกพันกับข้าวมากกว่าแค่ท้องอิ่ม ไม่ว่าจะเป็นพิธีทำขวัญข้าว พิธีบูชาพระแม่โพสพ ไปจนถึงพิธีเก็บเกี่ยวที่ล้วนเป็นการแสดงความเคารพต่อข้าวอย่างสูง ข้าวแต่ละเม็ดเป็นของศักดิ์สิทธิ์ เพราะกว่าจะได้มานั้นยากลำบากไม่ใช่ง่าย ๆ สมัยก่อนต้องตำข้าวด้วยครกกระเดื่องกว่าจะได้ข้าวแต่ละเม็ดต้องกอบแล้วกอบอีกเข้าครกตำ ซึ่งพิธีเหล่านี้จะทำให้คนรุ่นใหม่ยากที่จะลืมบุญคุณแห่งข้าว

สิ่งหนึ่งซึ่งพระแม่โพสพให้แก่คนไทยผ่านข้าว คือ คุณประโยชน์ที่อัดแน่นอยู่ในเม็ดข้าว ซึ่งในแต่ละเม็ดที่ยังบริสุทธิ์สมบูรณ์ไม่ผ่านการขัดสีนั้นมีสารอาหารที่จำเป็นอยู่มากไม่แพ้ผักผลไม้สด

ในข้าว 1 เม็ดที่ขัดสีไม่มากเกินไปจะมีวิตามินและแร่ธาตุที่น่าสนใจ คือ แมงกานีส  ซีลีเนียม ฟอสฟอรัส ทองแดง แมกนีเซียม วิตามินบี

ข้าวที่ผ่านการขัดสีน้อยอย่าง “ข้าวซ้อมมือ” มีการศึกษาจนทำให้รู้ว่าข้าว คือ สุดยอดอาหารสุขภาพอย่างหนึ่งโดยงานวิจัยจากนานาสถาบันระดับโลกเป็นเครื่องยืนยันดังต่อไปนี้

 

มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด โดย รพ.บริกแฮมแอนด์วีเมนได้ทำการรวบรวมข้อมูลจากพยาบาลกว่า 70,000 รายเป็นเวลา 12 ปีจนได้ข้อสรุปที่เผยว่า คนที่รับประทานธัญพืชไม่ขัดสีอย่างข้าวซ้อมมือนั้นจะคุมน้ำหนักตัวได้นิ่งกว่าคนที่กินธัญพืชขัดสี แถมยังช่วยยันน้ำหนักตัวไว้ไม่ให้เพิ่มได้ถึงเกือบครึ่ง

 

มหาวิทยาลัยลุยเซียนาสเตท พบว่า ข้าวซ้อมมือและน้ำมันรำข้าวช่วย “ลดไขมัน” ลงได้โดยเฉพาะไขมันตัวร้าย (LDL-c) ซึ่งนักวิจัยชี้ว่าคุณสมบัติพิเศษของน้ำมันในข้าวที่มักอยู่ในส่วนที่ขัดสีน้อยนั้นช่วยป้องกันหัวใจได้โดยตัวของมันจะไม่จับเป็นตะกรันเหนียวข้นในหลอดเลือดซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและตีบตันของหลอดเลือดสำคัญตามที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะสมอง กับหัวใจ

 

สถาบันวิจัยมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกาและมหาวิทยาลัยคอร์แนล ประกาศว่าธัญพืช เช่น ข้าวนั้นเป็นยาวิตามินชั้นดีเพราะมี “พฤกษเคมี”ที่ทรงพลังในการต้านทานโรคต่าง ๆ รวมถึงโรคมะเร็ง ซึ่งสารหนึ่งที่มีอยู่ในข้าวที่ไม่ขัดสีจนขาว คือ “ฟีโนลิกส์” ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับที่มีในสมุนไพรชั้นดีอย่างขมิ้น ชาเขียวหรือแม้แต่ไวน์แดง สารนี้มีอยู่ในข้าวเช่นกัน

 

การศึกษาจากเดนมาร์กลงตีพิมพ์ในวารสารนิวตริชั่น ชี้ว่า ข้าวไม่ขัดขาวโดยเฉพาะข้าวซ้อมมือมีฤทธิ์ป้องกัน “โรคหัวใจ” ได้ดีมาก จากสารพิเศษที่ชื่อ “ลิกแนน” ซึ่งเป็นหนึ่งในใยอาหารที่มีกลไกเบื้องหลังการเป็นเกราะให้หัวใจคือลิกแนนจะถูกแปรรูปในลำไส้จนกลายเป็น “เคมีป้องกันหัวใจและมะเร็ง” ซึ่งสารนี้จะไหลเวียนอยู่ในเลือดของผู้ที่บริโภคข้าวสุขภาพทั้งหลายเพื่อป้องกันโรคหัวใจ

ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างสำหรับข้าวที่เรารับประทานกันมาตั้งแต่เกิดจนเป็นเรื่องแสนจะธรรมดา เมื่อดูให้ดีก็จะเห็นว่าข้าวที่ดูเป็นของใกล้ตัวที่อาจเป็นคำตอบสุขภาพให้เราได้ในหลายเรื่อง ซึ่งขอเพียงแค่เข้าใจคุณค่าของข้าวและชาวนาอย่างแท้จริง.

 

นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน

ที่มา : เดลินิวส์ 1 มีนาคม 2557

Advertisements

ต้านภาวะอ้วนลงพุงด้วย OTPP จากชาอู่หลง

dailynews140305_002ในปัจจุบันนี้ภาวะอ้วนลงพุงหรือเมตาบอลิ ซินโดรม (Metabolic Syndrome) เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย เพราะนำไปสู่โรคเรื้อรังต่างๆ ทั้งโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วนหรือแม้แต่โรคมะเร็ง โรคเหล่านี้ทำให้เกิดการสูญเสียทั้งคุณภาพชีวิตและทรัพย์สินเงินทองวิธีการป้องกันและรักษาภาวะอ้วนลงพุงมีหลายวิธีซึ่งอาจจะต้องผสานหลายวิธีเข้าด้วยกัน เช่น การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย การใช้ยาตลอดจนการผ่าตัด โดยแต่ละวิธีจะให้ผลได้แตกต่างกันและอาจมีผลข้างเคียงรวมถึงค่าใช้จ่ายที่สูงแตกต่างกัน

ในช่วงสิบปีที่ผ่านมานักวิจัยให้ความสนใจเกี่ยวกับการศึกษาค้นคว้าวิจัยของสารพฤกษเคมีจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการช่วยลดหรือควบคุมปริมาณไขมันเพื่อช่วยลดภาวะอ้วนลงพุง สารพฤกษเคมีตัวหนึ่งที่นักวิจัยให้ความสนใจมากเป็นพิเศษคือสารโอทีพีพี (OTPP หรือ Oolong Tea Polymerized Polyphenols) ซึ่งจัดอยู่ในสารกลุ่มโพลีฟีนอลพบได้ในชาอู่หลงเท่านั้นไม่พบในชาชนิดอื่นๆ

สาร OTPP เกิดจากกรรมวิธีการแปรรูปใบชาอู่หลงโดยการบ่มแบบกึ่งหมัก (Semi-fermentation) ซึ่งจากผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ถึงกลไกการออกฤทธิ์ของสาร OTPP ต่อการช่วยลดภาวะอ้วนลงพุงหลายฉบับ พบว่า การดื่มชาอู่หลงที่มี OTPP สามารถลดการดูดซึมไขมัน โดย OTPP ไปยับยั้งเอนไซม์ไลเปสที่ย่อยไขมัน ทำให้ไขมันที่ไม่ถูกย่อยถูกขับออกทางอุจจาระเพิ่มขึ้น และดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดลดลง จึงทำให้ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดหลังมื้ออาหารลดลงด้วย ทั้งยังกระตุ้นกระบวนการเมตาบอลิซึมและเพิ่มการเผาผลาญไขมัน นอกจากนี้ชาอู่หลงยังมีคุณประโยชน์ในการลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต รวมทั้งลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ยังพบว่า OTPP ออกฤทธิ์ได้ดีกว่าสารโพลีฟีนอลอื่นๆ ในการลดไขมันในช่องท้องหรือต้านภาวะอ้วนลงพุง และในเรื่องของความปลอดภัยพบว่าการดื่มชาอู่หลงในระยะยาวไม่พบรายงานผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อตัวผู้บริโภคซึ่งแตกต่างจากเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนชนิดอื่น

ดังนั้นการดื่มชาอู่หลงที่มีสาร OTPP เป็นเครื่องดื่มประจำวันร่วมกับการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงอาจเป็นตัวช่วยลดการดูดซึมไขมันเข้าสู่ร่างกาย ส่งผลในการควบคุมน้ำหนักตัว ป้องกันภาวะอ้วนลงพุงได้ด้วย และจากประโยชน์ของชาอู่หลงที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงจะช่วยส่งผลดีต่อสุขภาพลดการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ออกกำลังกายเป็นประจำจะเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่สำคัญที่จะช่วยควบคุมน้ำหนักและป้องกันภาวะอ้วนลงพุง เน้นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่พอเหมาะควบคู่กันไป ก็จะช่วยให้มีสุขภาพดีห่างไกลภาวะอ้วนลงพุงได้

อ้างอิง

Junichi, N., Takanori, T., Keiichi, A., et al. (2007). Jpn Pharmacol Ther, 35, 661-671.

Maekawa, M., Teramoto, T., Nakamura, J., et al. (2011). Effect of long-term Intake of “KURO-Oolong tea OTPP” on body fat mass and metabolic syndrome risk in over weight volunteers. Jpn Pharmacol Ther, 39, 889-900.

Nakamura, J., Abe, K., Ohta, H., Kiso, Y. (2008). Lowering Effects of the OTPP (Oolong Tea Polymerized Polyphenols) Enriched Oolong Tea (FOSHU “KURO-Oolong Tea OTPP) on Visceral Fat in Over Weight Volunteers. Jpn Pharmacol Ther; 36(4), 65-73.

Rong-rong, H., Ling, C., Bing-hui, L., Yokichi, M., Xin-sheng, Y., Hiroshi, K. (2009). Beneficial effects of oolong tea consumption on diet-induced overweight and obese subjects. Chin J Integr Med, 15(1), 34-41.

ดร.ฉัตรภา หัตถโกศลภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ที่มา : เดลินิวส์ 5 มีนาคม 2557

“อาหารฟังก์ชั่น” มากคุณประโยชน์ ช่วยป้องกันโรค เพิ่มภูมิคุ้มกัน

dailynews140126_004a “จงใช้อาหารเป็นยาในการรักษาโรค” ฮิปโปเครติส บิดาทางการแพทย์ของชาวกรีกได้บัญญัติไว้ในการรักษาเมื่อประมาณ 2,500 ปีมาแล้ว ซึ่งกลายมาเป็นปรัชญาในการรักษาโรคยุคต่อๆ มา และได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

อ.ศัลยา คงสมบูรณ์เวช นักกำหนดอาหารขึ้นทะเบียนวิชาชีพประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ปัจจุบันผู้คนมีความสนใจโดยเฉพาะต่ออาหารหรือองค์ประกอบของอาหารที่มีผลต่อการทำงานของร่างกายในการส่งเสริมสุขภาพ เมื่อความรู้ทางด้านอาหารและโภชนาการมีความก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้เกิดความชัดเจนในเรื่องคุณสมบัติของอาหารบางชนิดที่มีผลต่อการทำงานของร่างกายคล้ายยา ซึ่งอาหารทุกชนิดที่เรารับประทานกันทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่มาจากพืชหรือสัตว์ต่างก็มีองค์ประกอบที่มีผลต่อการทำงานของร่างกายในระดับต่างๆกันในบทบาทของอาหารฟังก์ชั่น และส่งผลต่อสุขภาพของคนเราทั้งสิ้น

ปัจจุบันมีหลักฐานเพิ่มเติม พบว่า องค์ประกอบของอาหารบางชนิดไม่จัดเป็นสารอาหารแต่อาจให้ประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ ดังนั้น องค์ประกอบหลักในอาหารจึงแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นสารอาหารและส่วนที่ไม่ใช่สารอาหาร องค์ประกอบทั้งสองส่วนมีความสัมพันธ์ต่อการป้องกัน หรือช่วยส่งเสริมการรักษาโรคเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคกระดูกพรุน

“เมื่อพูดถึงอาหารจะไม่ได้หมายถึงองค์ประกอบในรูปสารอาหารขนาดใหญ่ และสารอาหารขนาดจิ๋วเท่านั้น แต่จะมองถึงองค์ประกอบที่มีฤทธิ์ต่อสรีรวิทยาหรือสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ และให้ผลในการลดหรือป้องกันโรค จากการสำรวจ พบว่า ผู้บริโภคพอใจที่จะใช้คำว่า อาหารฟังก์ชั่น (Functional food) แทนคำว่า อาหารเสริม ซึ่งเรียกกันในรูปต่างๆ เช่น นิวตราซูติคอลส์ ดีไซเนอร์ฟูด อาหารทางการแพทย์ อาหารเสริม และอาหารหรือผลิตภัณฑ์อาหารที่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะสำหรับสุขภาพ”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ ประธานวิชาการชมรมโภชนวิทยามหิดล ให้ข้อมูลว่า หนึ่งในอาหารเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน คือ อาหารฟังก์ชั่น ซึ่งหมายถึง อาหารหรือสารอาหารชนิดใดๆที่อยู่ในรูปธรรมชาติหรือที่ถูกแปรรูปไปเพื่อให้ประโยชน์ต่อสุขภาพนอกเหนือจากประโยชน์ที่ได้รับจากสารอาหารที่รับประทานกันในชีวิตประจำวัน ประโยชน์ของอาหารฟังก์ชั่นคือ เป็นอาหารที่รับประทานร่วมกับมื้ออาหารได้ ไม่ใช่รับประทานในรูปของยา ซึ่งให้ผลต่อระบบการทำงานของร่างกายในการป้องกันโรค เพิ่มภูมิคุ้มกัน ชะลอความเสื่อมของเซลล์ในอวัยวะต่างๆของร่างกายและส่งเสริมสุขภาพ สำหรับอาหารที่ถูกปรับเปลี่ยนไป รวมทั้ง อาหารที่ถูกเสริมด้วยสารพฤกษเคมี หรือสมุนไพร เพื่อเพิ่มคุณค่าและคุณประโยชน์ให้กับอาหาร ก็ถูกจัดอยู่ในประเภทอาหารฟังก์ชั่นด้วยเช่นกัน

dailynews140126_004b

อาหารที่จัดว่าเป็นอาหารฟังก์ชั่นมีหลากหลายประเภทด้วยกัน อาทิ พรุน ที่มีใยอาหารจำนวนมากช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย อีกทั้งยังมี กรดนีโอโคลโรเจ็นนิค และกรดโคลโรเจ็นนิค ที่มีฤทธิ์ช่วยต้านอนุมูลอิสระป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งป้องกันกระดูกพรุนได้

dailynews140126_004c

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ อย่าง บิลเบอร์รี่ ที่มีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ คือ สารแอนโธไซยานิน ซึ่งเป็นสารที่มีสีแดงม่วงจนไปถึงน้ำเงิน มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ช่วยป้องกันดวงตาจากการทำลายของอนุมูลอิสระ ป้องกันอาการอ่อนล้าของตา และปกป้องเลนส์แก้วตาถูกทำลาย หรือขุ่นมัว อันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต้อกระจก และจอประสาทตาเสื่อม รวมถึง ช่วยป้องกัน หรือ ชะลอความเสื่อมที่ก่อให้เกิดโรคทางสายตาได้ แต่ต้องได้รับในปริมาณที่มากพอและเหมาะสมที่จะส่งผลต่อสุขภาพตา

dailynews140126_004d

งา เป็นแหล่งของแคลเซียม มีส่วนช่วยส่งเสริมสุขภาพกระดูก และยังมีสารเซซามินซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในกระบวนการกำจัดสารพิษ ส่วน โสม จะมีสารจินเซ็นโนไซด์ ที่ทำให้ร่างกายมีการปลดปล่อยพลังงานมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยลดความเมื่อยล้า ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดและปรับสภาพร่างกายและจิตใจให้สามารถทนต่อความเครียดได้

น้ำมันปลา ซึ่งประกอบด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง หรือโอเมก้า-3 ที่สามารถลดระดับไขมันในเลือด ลดความดันโลหิต ต้านการอักเสบ และช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ ชาอู่หลง มีสารชื่อ OTPP (Oolong Tea Polymerized Polyphenol) ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเพิ่มระบบเผาผลาญได้ 10 เปอร์เซ็นต์

ส่วนซุปไก่ของชาวจีนที่ถูกแปรรูปไปเป็นซุปไก่สกัดซึ่งให้โปรตีนและเปปไทด์ รวมทั้งสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพอื่นๆบางชนิดที่เกิดจากการตุ๋นซึ่งไม่พบในการกินเนื้อไก่โดยตรง ซึ่งปัจจุบันมีผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์กว่า 20 ชิ้น พบว่า ซุปไก่สกัดช่วยลดความเครียด เสริมสมาธิและการเรียนรู้ ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง

dailynews140126_004e

นอกจากนี้ยังมี เห็ดทางการแพทย์ ซึ่งเป็นอาหารฟังก์ชั่นที่นอกจากให้คุณค่าทางโภชนาการแล้วยังมีสารที่ให้ประโยชน์ในการส่งเสริมภูมิคุ้มกันและสุขภาพอีกด้วย เช่น เห็ดไมตาเกะ เห็ดยามาบูชิตาเกะ เห็ดหลินจือ ถั่งเฉ้า เห็ดชิตาเกะ เห็ดฮิเมะมัตสึทาเกะ และเห็ดแครง

สำหรับอาหารที่ถูกปรับเปลี่ยนไป รวมทั้ง ชนิดที่ถูกเสริมสารอาหารด้วยสารพฤกษเคมี หรือเสริมสมุนไพรเพื่อเพิ่มคุณค่าให้อาหาร ก็ถูกจัดอยู่ในประเภทอาหารฟังก์ชั่นด้วยเช่นกัน การใช้อาหารฟังก์ชั่นควรพิจารณาถึงความปลอดภัยด้วย โดยดูจากระดับปริมาณที่เหมาะสมของสารอาหารและ องค์ประกอบที่มีผลต่อสุขภาพในอาหารฟังก์ชั่นนั้นๆ และสิ่งสำคัญต้องได้รับการยืนยันถึงคุณประโยชน์ ด้วยวิธีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการทดลองทางคลินิก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเป็นที่ยอมรับ หากเรารู้จักเลือกบริโภคอย่างถูกต้อง เหมาะสมตามความจำเป็นต่อความต้องการของร่างกาย เราก็จะได้รับการเสริมอาหารที่ให้ประโยชน์คุ้มค่าต่อร่างกายได้มากที่สุด

อย่างไรก็ตามโปรดระลึกไว้เสมอว่า อาหารฟังก์ชั่นไม่ใช่อาหารหลัก จึงไม่สามารถทดแทนอาหารหลักได้ แต่เป็นอาหารที่รับประทานเพื่อเสริมจากอาหารหลัก ที่อาจได้รับไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ในการส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่เราทุกคนควรปฏิบัติก็คือ การรับประทานอาหารให้หลากหลาย ครบทุกหมู่ หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้แจ่มใส และพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อการมีสุขภาพที่ดี

ที่มา: เ้ดลินิวส์ 26 มกราคม 2557

บทบาทอาหารและสมุนไพรเพื่อการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ

dailynews131223_002ด้วยสภาพเศรษฐกิจและสภาวะสังคมในปัจจุบัน ที่จะต้องเผชิญกับหลากหลายปัญหา ทั้งชีวิตครอบครัว การทำงาน การเรียน และการจราจร ส่งให้หลายท่านเกิดความเครียด วิตกกังวล นอนไม่หลับ หรือนอนหลับไม่สนิท ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ หงุดหงิดง่าย อ่อนเพลียไม่กระปรี้กระเปร่า หากปล่อยให้เรื้อรังจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว ประสิทธิภาพของสมองในการเรียนรู้และจดจำถดถอยลง อาจทำให้ผิวพรรณหมองคล้ำมีริ้วรอยและแก่ก่อนวัยอีกด้วย

คนเราควรเข้านอนตั้งแต่ 4 ทุ่มเป็นต้นไปและหลับอย่างสนิทวันละ 7-8 ชั่วโมง ผู้ที่มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ ไม่ควรปล่อยให้เรื้อรังจนกลายเป็นพฤติกรรมความเคยชิน ควรหาวิธีผ่อนคลายเพื่อช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น ซึ่งการรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ นอกจากจะช่วยให้สุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงแล้ว อาหารและสมุนไพรบางชนิดที่มีคุณสมบัติช่วยผ่อนคลาย ก็จะมีส่วนช่วยให้คุณนอนหลับสนิทได้ดีขึ้น เช่น

รังนก เป็นหนึ่งในอาหารฟังก์ชั่นที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย โดยแพทย์แผนจีนได้นำมาเป็นอาหารบำรุงเพื่อส่งเสริมสุขภาพมายาวนานนับพันปี จากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ พบว่า รังนกมีโปรตีนแบบพิเศษที่มีโครงสร้างเหมือนกับ Epidermal Growth Factor (EGF) ที่มีอยู่ในคน ซึ่งช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมเซลล์ผิว ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย และการวิจัยยังพบว่า สาร EGF ในรังนกอาจช่วยในการกระตุ้นการผลิตสารไนตริกออกไซด์ซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบคุมการนอนหลับ ทำให้คุณภาพการนอนหลับดีขึ้นอีกด้วย

คาโมมายล์ (Chamomile) เป็นอีกหนึ่งในพืชสมุนไพรที่ทั่วโลกนิยม โดยการแพทย์ฝั่งตะวันตกได้มีการนำ คาโมมายล์ มาใช้เพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพ ผลการวิจัยพบว่า อะพิจีนีน (apigenin) ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีซึ่งอยู่ในกลุ่มฟลาโวนอยด์ อาจมีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ และช่วยให้รู้สึกสงบ คลายความกังวล ช่วยให้หลับสนิท และในสมุนไพรชนิดนี้มีส่วนประกอบน้ำมันหอมระเหยที่มีกลิ่นผ่อนคลายใช้กันมากในศาสตร์สุคนธบำบัด คุณลักษณะเด่นดังกล่าวจึงทำให้คาโมมายล์เป็นสมุนไพรที่เป็นที่นิยมและถูกนำมาชงดื่มก่อนนอน เพื่อการนอนหลับพักผ่อนอย่างผ่อนคลาย

นอกจากการรับประทานอาหารและสมุนไพรเพื่อการบำรุงแล้ว ครวปรับสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับการนอน ห้องนอนควรเงียบ สงบ สบาย มีอุณหภูมิที่พอเหมาะ ไม่มีเสียงและควรหรี่ไฟลงเพื่อลดแสงรบกวนขณะหลับ ควรฝึกให้มีวินัยในการนอน โดยเข้านอนและตื่นนอนให้ตรงเวลาเป็นประจำทุกวัน อาบน้ำก่อนเข้านอน ไม่ควรทำงานหรือเล่นเฟสบุ๊ค โซเซียลเน็ตเวอร์คจนลืมเวลานอน หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลและคาเฟอีนก่อนนอน สำหรับผู้ที่มีความเครียดควรหาวิธีผ่อนคลาย เช่น การฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หรือ การทำสมาธิ เป็นต้น เท่านี้คุณก็จะสามารถนอนหลับอย่างมีคุณภาพพร้อมตื่นขึ้นมาปฏิบัติภาระกิจต่างๆได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกๆวัน

รศ.ดร.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่

คณะการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต

 

เอกสารอ้างอิง

Guo C.T., et al. Edible bird’s nest extract inhibits influenza virus infection. Antiviral Res. 2006; 70 (3): 140-6.

Kong Y.C. et al. Evidence that Epidermal Growth Factor is present in swiflet’s (Collocalia) nest. Comp. Biochem. Physiol 1987; 87B (2); 221-226.

Kushikata T. et al. Epidermal growth factor enhances spontaneous sleep in rabbits. Am J Physiol Regul Integr Comp Physiol. 1998; 275: R509-R514.

Singh O, et al. Chamomile (Matricaria chamomilla L.): An overview. Pharmacogn Rev. 2011; 5(9): 82-95.

ที่มา : เดลินิวส์ 23 ธันวาคม 2556