“นิ่ว” โรคที่คนไทยควรรู้ไว้

โรค “นิ่ว” เป็นโรคที่มีผลกระทบอย่างยิ่งต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

โรค “นิ่ว”  เป็นโรคที่มีมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ เพราะมีรายงานออกมาว่า พบนิ่วในกระเพาะปัสสาวะภายในโครงกระดูกของมัมมี่ ที่ประเทศอียิปต์ มัมมี่ตัวนั้นเข้าใจกันว่าเป็นเด็กชายอายุประมาณ 16 ปี ซึ่งเสียชีวิตมาแล้วราว 7,000 ปี จนถึงปัจจุบัน โรคนิ่วเป็นปัญหาสาธารณสุขที่พบมากทั่วโลก และอุบัติการณ์ก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับในประเทศไทยเอง ก็มีอุบัติการณ์โรคนิ่วในไตสูงมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

การมีนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะจะส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ เช่น การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ การทำงานของไตเสื่อมลง และอาจร้ายแรงจนเกิดภาวะไตวายเรื้อรัง และโรคไตระยะสุดท้าย ซึ่งทำให้ถึงแก่ความตายได้ นอกจากนี้โรคนิ่วในไต ยังมีอุบัติการณ์การเป็นนิ่วซ้ำสูงมาก ทำให้ทั้งผู้ป่วยและภาครัฐต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาและป้องกันการเกิดนิ่วซ้ำสูงมาก ดังนั้นโรคนิ่วในไตจึงจัดเป็นปัญหาสุขภาพที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชากรไทยเป็นอย่างยิ่ง

โดยทั่วไปแล้ว โรคนิ่วนั้นมักเริ่มเกิดขึ้นที่ไตก่อน ต่อมาก็เลื่อนตำแหน่งไปยังกรวยไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ ซึ่งถ้านิ่วมีขนาดเล็กก็จะหลุดออกมาเองได้ตอนผู้ป่วยปัสสาวะ แต่ถ้านิ่วมีขนาดใหญ่ก็จะไปอุดตันตามตำแหน่งต่าง ๆ
โรคนิ่วนั้นมีอยู่สองชนิดด้วยกัน คือนิ่วในถุงน้ำดี และนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ

นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ ได้แก่ นิ่วในไต นิ่วในท่อไต นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ และนิ่วในท่อปัสสาวะ ซึ่งนิ่วทั้งสองประเภทนี้มีความแตกต่างกันในเรื่องส่วนประกอบ สาเหตุ และการดูแลรักษา แต่ที่เรียกว่านิ่วเหมือนกัน อันนี้คงเป็นเพราะว่า ลักษณะที่เห็นนั้น คล้ายก้อนหินเหมือนกัน เพราะฉะนั้น คนเป็นโรคนิ่ว จึงต้องรู้ว่าเป็นนิ่วที่ใด

สำหรับสาเหตุการเกิดโรคนิ่วนั้น มีอยู่หลายประการด้วยกัน ทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อม เมตาบอลิซึม พันธุกรรม วิถีการดำเนินชีวิต และอุปนิสัยการกินอาหารของแต่คน แต่ในที่นี้จะกล่าวถึง นิ่วอันเกิดจาก “สารก่อนิ่ว” ที่มีอยู่ในปัสสาวะตามปกติ ได้แก่ แคลเซียม ฟอสเฟต ออกซาเลต ยูเรต ในภาวะที่มีปริมาณผิดปกติและสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย สารเหล่านี้สามารถรวมตัวกันจนกลายเป็นก้อนผลึกแข็งและมีขนาดใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นนิ่วอุดตันที่บริเวณต่าง ๆ ของทางเดินปัสสาวะ องค์ประกอบส่วนใหญ่ในก้อนนิ่วเป็นผลึกแร่ธาตุ เช่น แคลเซียมออกซาเลต แคลเซียมฟอสเฟต ยูเรต แมกนีเซียมแอมโมเนียมฟอสเฟต เป็นต้น นิ่วที่พบมากที่สุดในประเทศไทย คือ นิ่วแคลเซียมฟอสเฟต รองลงมาคือ นิ่วกรดยูริก

สำหรับสารที่ป้องกันการก่อผลึกในปัสสาวะเรียกว่า “สารยับยั้งนิ่ว” ที่สำคัญได้แก่ ซิเทรต โพแทสเซียม และแมกนีเซียม ปัจจัยเสี่ยงด้านความผิดปกติทางเมแทบอลิซึมที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคนิ่วในไตของคนไทย คือ การมีสารยับยั้งนิ่วในปัสสาวะต่ำ ได้แก่ ภาวะซิเทรตในปัสสาวะต่ำพบประมาณร้อยละ 70-90 และภาวะโพแทสเซียมในปัสสาวะต่ำพบประมาณร้อยละ 40-60

ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคนิ่วอาจแบ่งได้เป็นปัจจัยภายใน เช่น กายวิภาคของไต พันธุกรรม เชื้อชาติ และปัจจัยภายนอก เช่น ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ อากาศ และฤดูกาล ปริมาณน้ำที่ดื่ม พฤติกรรมการกิน อาชีพ และยาบางชนิด

กลไกการเกิดโรค สามารถตรวจวัดได้จากสาเหตุการเกิดนิ่วในไต คือ การมีสารก่อนิ่วในปัสสาวะสูงกว่าระดับสารยับยั้งนิ่ว ร่วมกับปัจจัยเสริมคือ ปริมาตรของปัสสาวะน้อย ส่งผลให้เกิดภาวะอิ่มตัวยวดยิ่งของสารก่อนิ่วในปัสสาวะ จึงเกิดผลึกที่ไม่ละลายน้ำขึ้น เช่น แคลเซียมออกซาเลต แคลเซียมฟอสเฟต และ ยูเรต ผลึกนิ่วที่เกิดขึ้นจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ ส่งผลให้เซลล์บุภายในไตถูกทำลาย ตำแหน่งถูกทำลายนี้จะเป็นพื้นที่ให้ผลึกนิ่วเกาะยึดและรวมกลุ่มกัน จนเกิดการทับถมของผลึกนิ่วเป็นเวลานาน จนกลายเป็นก้อนนิ่วในที่สุด

ในคนปกติที่มีสารยับยั้งนิ่วในปัสสาวะสูงเพียงพอจะสามารถยับยั้งการก่อตัวของผลึกนิ่วได้ โดยสารเหล่านี้จะไปแย่งจับกับสารก่อนิ่ว เช่น ซิเทรตจับกับแคลเซียม หรือแมกนีเซียมจับกับออกซาเลต ทำให้เกิดเป็นสารที่ละลายน้ำได้ดี และขับออกไปพร้อมกับน้ำปัสสาวะ ทำให้ปริมาณสารก่อนิ่วในปัสสาวะลดลงและไม่สามารถรวมตัวกันเป็นผลึกนิ่วได้ นอกจากสารยับยั้งนิ่วในกลุ่มนี้แล้ว โปรตีนในปัสสาวะหลายชนิดยังทำหน้าที่ป้องกันการก่อผลึกในปัสสาวะ และเมื่อเคลือบที่ผิวผลึกจะช่วยขับผลึกออกไปพร้อมกับปัสสาวะได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันมีหลายงานวิจัยระบุว่าความผิดปกติของการสังเคราะห์และการทำงานของโปรตีนที่ยับยั้งนิ่วเหล่านี้เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคนิ่วไต

ส่วนนิ่วที่พบได้บ่อยในประเทศไทยอธิบายได้ว่า ก้อนนิ่วสามารถจำแนกชนิดคร่าว ๆ ออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ นิ่วชนิดเนื้อเดียวที่มีองค์ประกอบเพียงอย่างเดียว และนิ่วชนิดเนื้อผสมที่มีหลากหลายองค์ประกอบรวมกัน นิ่วส่วนใหญ่ที่พบในประเทศไทยจะเป็นนิ่วเนื้อผสม ซึ่งเราสามารถแบ่งชนิดนิ่วได้จากองค์ประกอบหลักที่สำคัญในก้อนนิ่ว ได้แก่ นิ่วแคลเซียมออกซาเลต นิ่วแคลเซียมฟอสเฟต นิ่วยูเรตหรือนิ่วกรดยูริก นิ่วสตูไวท์หรือนิ่วติดเชื้อ นิ่วซีสทีน และนิ่วชนิดอื่น ๆ

เรื่องราวเกี่ยวกับโรคนิ่วยังมีอีก สามารถติดตามต่อได้ แต่หากมีข้อสงสัย หรือกังวลว่าตนเองมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนิ่วหรือไม่ สามารถมาฟังการบรรยายได้ในงาน “ความรู้เรื่องนิ่วในทางเดินปัสสาวะ เพื่อประชาชน ครั้งที่ 2: จะป้องกันนิ่วได้อย่างไร” ในวันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม 2555 ตั้งแต่เวลา 07.00-12.00 น. ณ ชั้น 9 อาคารเรียนและปฏิบัติการรวมด้านการแพทย์และโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ คุณนงลักษณ์ โทร. 08-5669-9325 ในวันและเวลาราชการ ด่วน!!..รับจำนวนจำกัดเพียง 200 ท่านเท่านั้น.

ผศ.นพ.วิทย์ วิเศษสินธุ์
หน่วยศัลยศาสตร์ระบบปัสสาวะ ภาควิชาศัลยศาสตร์
คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ที่มา: เดลินิวส์ 6 ตุลาคม 2555