จุฬาฯวิจัยเปลือกมังคุดพบคุณค่าอื้อ ต้านอักเสบ รักษาเซลล์มะเร็ง

วันที่ 16 มิถุนายน  ที่อาคารจามจุรี 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.พิชญ์ ศุภผล อาจารย์วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  แถลงข่าว เรื่อง​ ผลิตภัณฑ์รักษาแผล ป้องกันเชื้อโรค ด้วยสารสกัดจากเปลือกมังคุด นวัตกรรมจากนักวิจัยจุฬาฯ ว่า จากการวิจัยพบว่าเปลือกด้านในของมังคุดเมื่อนำมาผ่านกรรมวิธีพิเศษทางเคมีจะสามารถสกัดได้สารแซนโทนในปริมาณสูงโดยจะอยู่ในรูปแบบผงและผงของสารแซนโทน (Xanthones ) จะสามารถเก็บได้นานประมาณ 2-3 ปี 

 
สำหรับสารแซนโทนนั้นมีสรรพคุณทางการแพทย์คือมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระต้านการอักเสบ และสามารถสมานแผลรักษาเซลล์มะเร็งและฆ่าเชื้อก่อโรคทางเดินระบบหายใจร้ายแรงได้ เช่น เชื้อวัณโรคชนิดดื้อยา เชื้อก่อโรคผิวหนังอักเสบและสิว และมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อไวรัส เช่น เอชไอวี    เป็นต้น
 
ศ.พิชญ์ กล่าวอีกว่า  หลังจากได้สารสกัดจากเปลือกมังคุดก็จะนำสารดังกล่าวมาปรับปรุงด้วยกระบวนการทางเคมี เพื่อให้มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อก่อโรคร้ายแรงที่เพิ่มขึ้น และทำการตรึงโมเลกุลของสารแซนโทนให้ติดบนผิววัสดุการแพทย์หลายชนิด เช่น หน้ากากอนามัย  พลาสเตอร์ยา น้ำยาทาแผล และแผ่นปิดสิว เป็นต้น
 
อย่างไรก็ตามจุดเด่นของผลิตภัณฑ์จากเปลือกมังคุดนั้นคือจะมีราคาถูกและมีประสิทธิภาพในการป้องกันและฆ่าเชื้อไวรัสรวมถึงยับยั้งการติดเชื้อต่างๆได้นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์จากเปลือกมังคุดนี้ยังถือเป็นครั้งแรกที่ทุกกระบวนการทั้งการวิจัย ผลิต และพัฒนา เป็นฝีมือของคนในประเทศไทย
    
“ปัจจุบันทางจุฬาฯได้มีการทำผลิตภัณฑ์จากเปลือกมังคุดที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)ว่าสามารถใช้ได้จริงและมีวางจำหน่ายแล้วประมาณ 6-7 กลุ่ม นอกจากนี้ผลงานการวิจัยดังกล่าวยังมีการพัฒนาไปทำเป็นแผ่นก็อซปิดแผลซึ่งเป็นแผ่นก็อซที่ปิดแผลสำหรับแผลที่มีขนาดค่อนข้างกว้างและใหญ่ซึ่งนำไปใช้เป็นเคสแรกแล้วที่โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โดยผู้ป่วยมีแผลไฟไหม้ และภาวะติดเชื้อดื้อยา ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลประมาณ 3 เดือนไม่สามารถกลับบ้านได้ แต่ภายหลังใช้แผ่นก็อซที่สกัดจากเปลือกมังคุด 12 วัน ก็สามารถกลับบ้านได้ จึงเป็นอีกทางเลือกในทางการแพทย์” 
ที่มา : มติชน 16 มิถุนายน 2557
Advertisements

แผ่นแปะสิวนาโน คว้าท็อปโหวตงานวิจัยที่น่าลงทุน

วันนี้ (20 ก.ย.) ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ภายในงาน นาสด้า อินเวสเตอร์เดย์ ประจำปี 2555  ซึ่งจัดขึ้นโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ได้จัดให้มีการโหวตการให้คะแนนสำหรับผลงานที่น่าลงทุนที่สุด และผลงานที่นำเสนอได้ดีที่สุด จากนักลงทุนกว่า 500 ราย ที่เข้าร่วมงาน โดยผลงานวิจัยผลิตภัณฑ์แผ่นแปะสิวคิว แอคเน่  ของ ดร.พิกุลทอง ขอเพิ่มทรัพย์ นักวิจัยจากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค/สวทช.) ได้รับคะแนนโหวตสูงสุด  2 รางวัล คือ ผลงานที่น่าลงทุนและผลงานที่นำเสนอได้ดีที่สุด จาก 9 ผลงานเด่นที่เข้าร่วมนำเสนอต่อนักลงทุน นักอุตสาหกรรม เพื่อนำไปลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยี

ทั้งนี้ นักลงทุนมองว่า ผลงานดังกล่าวมีความคุ้มค่าต่อการลงทุน เนื่องจากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและในปัจจุบันพบว่าตลาดของผลิตภัณฑ์รักษาสิวมีมูลค่าเพิ่มถึง 1,000 ล้านบาท จึงเป็นไปได้ว่าจะมีโอกาสสูงในการขยายตลาดต่อไป

สำหรับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่มีขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป โดยมีจุดเด่นคือการใช้เทคโนโลยีการปั่นเส้นใยไฟฟ้าสถิตในระดับนาโนเมตร 3 ชั้น คือ เส้นใยสีเนื้อ ช่วยให้แผ่นแปะกลมกลืนกับสีผิวหลากหลายเฉดสี เส้นใยกักเก็บสารสกัดจากเปลือกมังคุด ที่ช่วยรักษาสิวและลดอาการอักเสบของสิว และเส้นใยกาวทำให้แผ่นแปะมีเส้นใยที่มีความบางแนบติดผิวหนังได้สนิท แค่ติดทับก็สามารถใช้เครื่องบำรุงผิวหรือแต่งหน้าทับได้ทันที โดยไม่ลดประสิทธิภาพในการรักษา

นักลงทุนที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คอลล์ เซ็นเตอร์  สวทช.โทร. 0 2564 8000

 

ที่มา: เดลินิวส์ 20 กันยายน 2555