พัฒนาการรักษาปวดหลังเรื้อรังใช้กล้อง Microscope ช่วยผ่าตัด

พัฒนาการรักษาปวดหลังเรื้อรังใช้กล้อง Microscope ช่วยผ่าตัด  

 
       อาการปวดหลังเป็นอาการที่พบได้บ่อยมากในผู้ป่วยที่มารับการรักษา โดยจากการสำรวจในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า ผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ด้วยอาการปวดหลัง ปวดคอ มีความถี่มากเป็นอันดับหนึ่งในบรรดาผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ด้วยปัญหาของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ และมีความถี่เป็นรองแค่โรคความดันโลหิตสูง และเบาหวาน  เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนของผู้ป่วยทั้งหมดที่มาพบแพทย์ ซึ่งนับว่าเป็นปัญหาใหญ่ของประชากรของประเทศ
 
       ผศ. นพ. ชัยวัฒน์ ไกรวัฒนพงศ์ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลัง เปิดเผยว่า จากการสำรวจในปี 2003 ยังพบว่า มีอัตราการเพิ่มขึ้นของการผ่าตัดโรคที่เกี่ยวกับกระดูกสันหลังในสหรัฐอเมริกามากที่สุดในบรรดาการผ่าตัดทั้งหมด  ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย เกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการรักษาโรค รวมถึงการผ่าตัด เทคนิคการผ่าตัด การพัฒนาเกี่ยวกับเรื่องภาพถ่ายทางรังสี ที่มีการใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น  นอกจากนี้ จำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดมีมากขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันผู้ป่วยไม่ต้องการทนอยู่กับความเจ็บปวดและข้อจำกัดที่ไม่สามารถทำบางสิ่งบางอย่างได้  คนสูงอายุมีมากขึ้นและมีกิจกรรมให้เลือกทำมากขึ้น บางคนเกษียณแล้วก็ยังทำงานอยู่ เมื่อมีวิธีการรักษาที่สามารถช่วยให้หลุดพ้นจากความเจ็บปวด จึงทำให้มีผู้ต้องการเข้ามารักษาจำนวนมาก ซึ่งภาวะเช่นนี้ก็เกิดขึ้นในประเทศไทยเช่นกัน แม้ว่าในขณะนี้ผู้สูงอายุไทยจำนวนหนึ่งอาจโชคดีกว่าในต่างประเทศที่มีลูกหลานคอยเลี้ยงดู

     โรคที่เป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดหลังมีหลากหลายมาก ทั้งจากกล้ามเนื้ออักเสบ เส้นเอ็นอักเสบ หมอนรองกระดูกเสื่อมหรือแตกกดทับเส้นประสาท ช่องโพรงไขสันหลังตีบแคบจากหินปูนกดทับเส้นประสาท ข้อกระดูกหลวมและเคลื่อนกดทับเส้นประสาท และอื่นๆ ซึ่งแพทย์ผู้รักษาจะเป็นผู้วินิจฉัยจากการถามอาการและการตรวจร่างกายผู้ป่วย เนื่องจากอาการมาจากหลายสาเหตุ บางครั้งอาการของโรคอาจจะคล้ายกัน มีความจำเป็นต้องอาศัยการตรวจเพิ่มเติมเพื่อช่วยในการวินิจฉัย ซึ่งการพัฒนาเทคโนโลยีทำให้การวินิจฉัยนั้นแม่นยำมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเลือด การตรวจเส้นประสาท การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ การตรวจเอกซเรย์คลื่นสนามแม่เหล็ก เป็นต้น

      จากการพัฒนาเทคโนโลยีดังที่กล่าวมา ทำให้เรารู้ความจริงและเข้าใจเกี่ยวกับโรคแต่ละโรคมากขึ้น โรคบางโรค เช่น กล้ามเนื้ออักเสบที่เรื้อรังไม่หาย เมื่อตรวจอย่างละเอียดกลับกลายเป็นโรคหมอนรองกระดูก โรคเนื้องอกกระดูก หรืออื่นๆ ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ถูกต้อง แพทย์ก็ได้เรียนรู้มากขึ้น ทำให้ปัจจุบันความไม่เข้าใจทางการแพทย์เกี่ยวกับอาการปวดหลังถูกค้นพบมากมาย

     นอกจากการพัฒนาในด้านการวินิจฉัยแล้ว การพัฒนาด้านการรักษาก็ควบคู่กันไป เมื่อเราทราบสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา ทราบตำแหน่งของปัญหา ทำให้เราสามารถหาตำแหน่งเป้าหมาย ที่จะแก้ไขโดยไปรบกวนอวัยวะข้างเคียงที่ไม่จำเป็นน้อยที่สุด จึงมีการพัฒนาการผ่าตัดที่ใช้กล้องเข้ามาช่วย โดยเฉพาะโรคที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ป่วยที่ปวดหลังเรื้อรัง คือโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท โรคช่องโพรงไขสันหลังตีบแคบจากหินปูนกดทับเส้นประสาท การผ่าตัดโดยใช้กล้องเข้ามาช่วย มีทั้งแบบที่สอดกล้องเข้าไปในร่างกาย และการใช้กล้องช่วยผ่าตัดอยู่ด้านนอก ซึ่งแพทย์จะเลือกวิธีที่เหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย

      การผ่าตัดกระดูกสันหลังด้วยกล้อง มีข้อดีหลายประการได้แก่ การทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียงน้อย เนื่องจากการผ่าเข้าไปที่ตำแหน่งเป้าหมายโดยตรง แผลผ่าตัดจึงเล็กลง การมองเห็นที่ชัดเจนทำให้ความผิดพลาดในการผ่าตัดลดน้อยลงมาก การแยกระหว่างหมอนรองกระดูก เส้นประสาท เส้นเอ็นนั้นทำได้ชัดเจน แพทย์จึงสามารถผ่าตัดหมอนรองกระดูกได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ผู้ป่วยก็จะเสียเลือดน้อยลง จากประสิทธิภาพในการห้ามเลือดที่ดีกว่า ผู้ป่วยจึงเจ็บปวดน้อย ฟื้นตัวและกลับบ้านได้เร็วขึ้น

      เมื่อวินิจฉัยโรคถูกต้องมากขึ้น เทคโนโลยีและเทคนิคการผ่าตัดรักษาดีขึ้น อัตราการหายของผู้ป่วยก็สูงขึ้น และผลข้างเคียงจากการรักษาลดลง

      ผศ.นพ. ชัยวัฒน์ กล่าวเน้นย้ำว่า อย่างไรก็ดีแม้ว่าสิ่งต่างๆ ดังที่ได้กล่าวมาทั้งหมด จะช่วยให้การวินิจฉัยและการรักษาอาการปวดหลังให้ดีขึ้นได้ แต่การป้องกันไม่ให้มีอาการปวดหลัง น่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การใช้ชีวิตประจำวันที่ต้องนั่งนานๆ การใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงานมากขึ้น รวมถึงการขับรถระยะทางไกล การยกของหนัก น้ำหนักตัวที่มากขึ้น เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญทำให้เกิดโรค นอกจากนี้การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรง เป็นสิ่งที่ควรจะปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง จะได้ห่างไกลจากอาการปวดหลังตลอดไป 
 

 
ข้อมูลจาก : ไทยรัฐ วันพฤหัสบดีที่ 12 สิงหาคม 2553

Advertisements

การรักษาอาการปวดหลังและกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทขา โดยการส่องกล้องแผลเล็กกว่า 1 เซนติเมตร ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องดมยาสลบ ไม่ต้องเปิดแผลกว้าง

การรักษาอาการปวดหลังและกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทขา โดยการส่องกล้องแผลเล็กกว่า 1 เซนติเมตร ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องดมยาสลบ ไม่ต้องเปิดแผลกว้าง

 
       อาการปวดหลัง เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุดโรคหนึ่งในผู้ป่วยที่มีปัญหาของระบบกระดูกและข้อ (Orthopedic) โดยสาเหตุมักจะเกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อและกระดูกสันหลังส่วนเอวที่ผิดวิธี ทำให้เกิดภาวะเสื่อมหรือเคลื่อนของกระดูกสันหลังหรือหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทขาข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้ง 2 ข้าง
การรักษา
   
     โดยปกติอาการปวดหลังรักษาได้โดยวิธีการพักและรับประทานยา ร่วมกับการทำกายบริหารร่างกายที่ถูกวิธี (Conservative treatment) ผู้ป่วยมากกว่าร้อยละ 95 อาการจะดีขึ้น ดังนั้นผู้ป่วยส่วนใหญ่จะสามารถรับการรักษาด้วยวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด อย่างไรก็ตามจะมีผู้ป่วยประมาณร้อยละ 1-3 ที่ยังคงมีอาการปวดมากหรืออาการไม่ทุเลา ไม่สามารถทำงานได้ หรือมีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น ขาอ่อนแรง เดินลำบาก กลั้นอุจจาระ ปัสสาวะไม่ได้ อาการเหล่านี้เป็นข้อบ่งชี้ว่า ผู้ป่วยควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกวิธี
   
      ปัจจุบันวิทยาการผ่าตัดกระดูกสันหลังได้รับการพัฒนาจนได้มาตรฐานระดับสูง เป็นที่ยอมรับและแพร่หลายทั้งในระดับประเทศ เอเชีย และระดับโลก ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิคส์ของทุกโรงพยาบาลผ่าตัดด้วยวิธีมาตรฐาน (Standard surgery) ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าได้ผลการรักษาที่ดีและปลอดภัย อย่างไรก็ตามในปัจจุบันมีการรักษาทางเลือกหลาย ๆ วิธี ซึ่งในที่นี้ไม่สามารถอธิบายได้ครบ การรักษาทางเลือกเหล่านี้ได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีการผ่าตัดอันทันสมัยทำให้สามารถให้การรักษาด้วยวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด หรือผ่าตัดแผลเล็ก 0.9 เซนติเมตร ภายใต้การให้ยาชาเฉพาะที่ (Local Anesthesia) โดยไม่ต้องดมยาสลบ ประกอบกับมีการพัฒนากล้องส่องกระดูกสันหลังขนาดเล็ก 6.9 มิลลิเมตร และล่าสุดขนาด 2 มิลลิเมตร ทำให้การผ่าตัดเล็กลงมาก ผู้ป่วยจะได้รับการพักฟื้นสังเกตอาการ 1-2 ชั่วโมง ก็สามารถกลับบ้านได้ด้วยวิธี Selective Nerve Root Block หรือ 1-2 วัน (1 คืน) ด้วยวิธี Percutaneous Full Endoscopic Lumbar discectomy (PELD) ภายใต้การให้ยาชาเฉพาะที่การรักษาอาการปวดหลังด้วยวิธีการฉีดยาระงับปวดบริเวณเส้นประสาทหลังโดยไม่ต้องผ่าตัด   (Selective Nerve Root Block)
   
       ภาวะปวดหลังเป็นอาการที่พบบ่อยที่สุดอาการหนึ่งในผู้ป่วยทั่วไป ทั้งนี้สาเหตุอาจเกิดได้จากโรคต่าง ๆ เช่น หมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทขา กระดูกสันหลังเสื่อมตีบแคบทับเส้นประสาทขาในผู้สูงอายุ ในโรคเหล่านี้ผู้ป่วยมักมีอาการปวดหลัง ขาชา ขาอ่อนแรง เดินลำบาก ในบริเวณขาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง อย่างไรก็ตามผู้ป่วยส่วนใหญ่ร้อยละ 95 สามารถรักษาได้โดยวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด เช่น การใช้ยาลดการอักเสบ การทำกายภาพบำบัด ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงท่าทางในชีวิตประจำวัน ซึ่งการรักษาเหล่านี้ได้ผลในผู้ป่วยส่วนมาก แต่อย่างไรก็ตามจะมีผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งที่อาการปวดหลังไม่ดีขึ้นจากการรักษาดังกล่าวข้างต้น ทำให้แพทย์ต้องพิจารณาผ่าตัด แต่ผู้ป่วยบางรายอาจอยู่ในภาวะไม่พร้อมทางร่างกายหรือไม่ยินดีเข้ารับการผ่าตัด ทำให้ไม่สามารถรักษาอาการปวดหลังได้เป็นเหตุให้ผู้ป่วยต้องทนต่ออาการเจ็บปวดและทรมานจากอาการปวดหลัง
   
       ซึ่งในปัจจุบันการรักษาด้วยวิธีการฉีดยาระงับปวดบริเวณเส้นประสาทหลัง (Selective Nerve Root Block) เป็นวิธีที่สามารถทำให้ผู้ป่วยลดอาการเจ็บปวดได้ถึงร้อยละ 70-80 ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกหนึ่งก่อนที่จะเลือกเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ได้ผลการรักษาดีและพึงพอใจในการระงับความเจ็บปวดจากการทำวิธีนี้อาจหลีกเลี่ยงการรักษาโดยการผ่าตัดได้ โดยแนะนำวิธีนี้ในผู้ป่วยที่มีภาวะเสี่ยงสูงหากมีการผ่าตัด เช่น ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวอันได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจชนิดต่าง ๆ ผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้ยารุนแรงหลายชนิด
   
       อาการที่สามารถเข้ารับการรักษาโดยการฉีดยาระงับปวดบริเวณเส้นประสาทหลัง ได้แก่
   
1. มีอาการปวดหลัง
   
2. โรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทขาข้างใดข้างหนึ่งหรือมีอาการปวดร้าวลงขาทั้งสองข้าง (Herniated disc)
   
3. โรคกระดูกสันหลังเสื่อมทับเส้นประสาทขาข้างใดข้างหนึ่ง หรือปวดขา ชาขาทั้งสองข้าง (Lumbar stenosis)

4.  ผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลัง ปวดขาจากโรคต่าง ๆ เช่น เนื้องอก ผู้ป่วยมะเร็งกดทับเส้นประสาท วิธีนี้จะช่วยผู้ป่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้มาก และอาจลดปริมาณยาที่ใช้บรรเทาอาการเจ็บปวดลงได้
   
5. ผู้ป่วยที่เคยได้รับการผ่าตัดบริเวณกระดูกสันหลังแล้วอาการดีขึ้นไม่มาก ยังคงมีอาการอักเสบ อาการปวดหลังเหลืออยู่หลังการผ่าตัด

        วิธีการฉีดยาระงับปวดบริเวณเส้นประสาทหลัง (Selective Nerve Root Block)
   
1. เป็นการใช้ยาฉีดเฉพาะที่ ผู้ป่วยไม่ต้องดมยาสลบหรือระงับความรู้สึกทางประสาทไขสันหลัง
   
2. ใช้เครื่องมือเอกซเรย์นำร่องเพื่อบอกตำแหน่งได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะทำในห้องผ่าตัดใช้ เวลาประมาณ 20 นาที
   
3. ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวหรือเดินได้ทันทีหลังการฉีดยาระงับปวดเสร็จ
   
4. หลังทำวิธีนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ยกเว้นผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง แนะนำนอนโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการอย่างน้อย 1 วัน

spine_deatail33

        ผลการรักษา
   
       ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มีอาการปวดหลัง, ขาชา ร้อยละ 80 จะดีขึ้นภายใน 1-3 วัน หลังได้รับการฉีดยาโดยวิธีนี้ และแพทย์จะใช้เวลาติดตามผลการรักษาต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ ผู้ป่วยร้อยละ 20 ที่อาการยังไม่ดีขึ้นชัดเจน อาจพิจารณาฉีดยาระงับปวดซ้ำได้ เนื่องจากความเสี่ยงต่ำกว่าการผ่าตัด แต่หากติดตามแล้วอาการปวดหลังไม่ดีขึ้น แพทย์จะพิจารณาการรักษาโดยการผ่าตัด ซึ่งในปัจจุบันมีวิธีการรักษาโดยการผ่าตัดส่องกล้องกระดูกสันหลัง หรือผ่าตัดด้วยวิธีอื่นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคในผู้ป่วยแต่ละราย
   
        กล่าวโดยสรุป วิธีการรักษาอาการปวดหลังด้วยวิธีการฉีดยาระงับปวดบริเวณเส้นประสาทหลังเป็นวิธีที่ปลอดภัยได้ผลดี ไม่ต้องผ่าตัดหรือดมยาสลบ สามารถใช้เป็นทางเลือกหนึ่งในการระงับอาการปวดหลังที่เกิดจากสาเหตุต่าง ๆ  ดังกล่าวข้างต้น
 
 
 
 
ข้อมูลจาก : เดลินิวส์ วันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม 2553 ฉบับที่ 22354