เคี้ยวหมากฝรั่งเก็บ เชื้อโรคตั้งร้้อยล้าน

thairath150129นักวิจัยมหาวิทยาลัยโครนิงเกน ของเนเธอร์แลนด์ พบว่า ชั่วแต่การเคี้ยวหมากฝรั่งอยู่สัก 10 นาที จะสามารถกำจัดแบคทีเรีย เรือน 100 ล้านให้พ้นจากปากได้ ไม่แพ้การใช้ไหมขัดฟัน เพราะการเคี้ยวจะช่วยตะล่อมและกวาดต้อนแบคทีเรียเหล่านั้น ออกจากช่องปาก

พวกเขาได้ทดลองให้นักศึกษาวิศวกรรมชีวการแพทย์ 5 ราย เคี้ยวหมากฝรั่งธรรมดา รสสะระแหน่ คนละเวลานานระหว่างครึ่งวินาทีถึง 10 นาที แล้วให้คายใส่ถ้วยซึ่งใส่น้ำฆ่าเชื้อแล้วไว้เต็ม นำไปวิเคราะห์

ตามรายงานของหนังสือ พิมพ์ “การแพทย์รายวัน” แจ้งว่า นักวิจัยได้พบในถ้วยแต่ละใบมีแบคทีเรียที่เกาะตามเศษชิ้นของหมากฝรั่งมากประมาณ 100 ล้าน และพบว่ามันจะเพิ่มมากขึ้นถ้าหากนักศึกษาเคี้ยวนานขึ้น

หากว่านักศึกษาเคี้ยวนานยิ่งกว่านั้น จะพบว่าหมากฝรั่งหมดความเหนียว แสดงว่ามันได้ดักเก็บแบคทีเรียเอาไว้ได้ “โดยที่แบคทีเรียที่ติดอยู่กับเศษหมากฝรั่งเหล่านั้น สามารถมองเห็นได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กทรอนิกส์”.

ที่มา : ไทยรัฐ  29 มกราคม 2558

Advertisements

หมากฝรั่งกินมากอันตรายต่อสมอง

bangkokbiznews140527_01นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากการสุ่มสำรวจสถานการณ์การบริโภคอาหารว่างและเครื่องดื่ม การดูแลสุขภาพช่องปาก และสภาวะทันตสุขภาพของเยาวชนในโรงเรียนมัธยมศึกษา ทั่วประเทศ ปี 2556 ของกรมอนามัย พบว่า เด็กนักเรียนมัธยมศึกษา ร้อยละ 55.1 นิยมเคี้ยวหมากฝรั่ง และร้อยละ 42.3 อมลูกอม เพื่อระงับกลิ่นปาก โดยมีความเข้าใจผิดว่าหมากฝรั่งและลูกอมช่วยลดกลิ่นปาก แต่ความจริงแล้วมีกลิ่นหอมเพื่อกลบกลิ่นปากชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งอาจทำให้ได้รับอันตรายจากสารเคมี สารสังเคราะห์ที่เป็นส่วนประกอบของหมากฝรั่งและลูกอมมากเกินไป เช่น สารกันเสีย (PBA) และสารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลเอสปาร์แตม (aspartame) ซึ่งหากบริโภคในปริมาณมากเกินกว่า 50 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน อาจก่อให้เกิดมะเร็งและอันตรายต่อสมองได้ รวมทั้งสารที่ให้รสชาติเหมือนน้ำตาลจริงและให้พลังงานต่ำ เช่น ซูคลาโลส หากได้รับ มากเกิน 15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน จะเป็นอันตรายต่อต่อมไทยรอยด์ ตับ และไต

การลดกลิ่นปากที่มีประสิทธิภาพจึงต้องดูแลและทำความสะอาดช่องปากเป็นประจำตามสูตร 222 คือ แปรงฟันวันละ 2 ครั้งด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ เช้าและก่อนนอน แปรงฟันนานอย่างน้อย 2 นาที เพื่อให้สะอาดทั่วทั้งปากทุกซี่ ทุกด้าน และให้ฟลูออไรด์ได้ใช้เวลาทำปฏิกิริยากับฟันเพื่อป้องกันฟันผุอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงปล่อยให้ปากสะอาดไม่กินขนมหวาน น้ำอัดลมหลังแปรงฟัน 2 ชั่วโมง

และหากให้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟันวันละครั้ง ก็จะดีต่อสุขภาพช่องปากของเยาวชนและคนวัยหนุ่มสาวมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้แนะนำให้แปรงลิ้นด้วยจะช่วยลดกลิ่นปากได้ดี รวมทั้งการจิบน้ำเปล่าบ่อย ๆ ก็จะช่วยรักษาสุขภาพกายและคงความสดชื่นของปากได้ แต่ถ้ามีเหงือกอักเสบ หินปูน หรือฟันผุ ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อรับการรักษาทันที

“วิธีทดสอบกลิ่นปากอย่างง่าย ๆ ให้เอามือปิดปากและจมูก เป่าลมแรง ๆ ออกจากปาก หรือใช้วิธีเลียที่ข้อมือและดมดู เมื่อทดสอบดูแล้วพบว่ามีกลิ่นปากก็สามารถป้องกันได้ตามสาเหตุ เช่น หากมีฟันผุเป็นรูควรไปรักษาด้วยการอุดฟัน และหมั่นดูแลทำความสะอาดในช่องปากด้วยการแปรงฟันที่ถูกวิธีเพื่อลดปัญหาฟันผุซึ่งนำไปสู่การสูญเสียฟันในวัยเด็กที่อาจสะสมจนกลายเป็นการสูญเสียฟันทั้งปากในวัยสูงอายุตามมาได้” นพ.พรเทพกล่าว

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 27 พฤษภาคม 2557