รู้จักรัก รู้จักป้องกัน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

thairath140214_001สัปดาห์แห่งความรัก หรือเทศกาลวาเลนไทน์ เป็นช่วงที่อารมณ์ หรือฮอร์โมนพลุ่งพล่าน หลายคู่รักมักวางแผนทำกิจกรรมมากมาย ตั้งแต่ไปทานข้าวสังสรรค์ จนถึงขั้นมีกิจกรรมเพศสัมพันธ์ ซึ่งเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของคนเรา แต่จะเป็นกิจกรรมประเภทไหน ก็พึงกระทำอย่างมีสติ วันนี้ทีมคณะแพทย์ศาสตร์จากโรงพยาบาลรามาธิบดี จึงมีเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคทางเพศสัมพันธ์มาฝาก แม้จะดูน่ากลัว แต่เป็นสิ่งที่เกิดบ่อยครั้ง หากนึกสนุกมีความสัมพันธ์โดยไม่ดูแลตัวเองให้ดี ฉะนั้น เรื่องน่ารู้และคำแนะนำเหล่านี้จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่คุณๆ ทั้งหลายควรรู้ไว้ โดยในวันนี้จะนำเสนอเป็นตอนแรก และนำเสนอตอนจบในสัปดาห์ถัดไป

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือ “กามโรค” เกิดจากการร่วมเพศกับผู้ที่เป็นโรคนี้ ไม่ได้เกิดจากการใช้สิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันร่วมกัน การใช้ห้องสุขา หรือสระว่ายน้ำร่วมกัน ยกเว้นอุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมทางเพศ เช่น อวัยวะเพศชายเทียมที่ใช้ในการร่วมเพศครั้งเดียวกัน

กิจกรรมทางเพศมีหลายรูปแบบ มีความเสี่ยงต่อการติดโรคมากน้อย ขึ้นกับลักษณะของกิจกรรม กิจกรรมทางเพศที่มีความเสี่ยงต่อการติดโรคต่ำ ได้แก่ การกอดจูบลูบคลำภายนอก การสำเร็จความใคร่ให้กันและกัน กิจกรรมทางเพศที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ การร่วมเพศทางปาก ทางช่องคลอด และทางทวารหนัก โดยเฉพาะการร่วมเพศทางทวารหนักนั้น มีการเสี่ยงต่อการติดโรคมากที่สุด เพราะมักมีการถลอกของอวัยวะเพศชายและผิวทวารหนัก ซึ่งเป็นช่องทางให้เชื้อกามโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย

การใช้ถุงยางอนามัยสามารถป้องกันกามโรคได้ดี โดยมีเงื่อนไขว่าต้องใช้สม่ำเสมอทุกครั้งที่ร่วมเพศ สวมใส่ด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง มีการหล่อลื่นดีเพื่อป้องกันถุงฉีกขาด แต่สิ่งที่ควรรู้ คือ ถุงยางอนามัยป้องกันกามโรคบางชนิดได้ไม่ดีนัก เช่น หูดหงอนไก่ โรคเริม เพราะอาจติดต่อโดยบริเวณถุงยางคลุมไม่ถึง ถุงยางอนามัยสตรีป้องกันกามโรคได้ดีกว่าถุงยางชาย เพราะมีบริเวณครอบคลุมมากกว่าและฉีกขาดยากกว่า การใส่ถุงยางชายหลายชั้นอาจทำให้การแตกรั่วฉีกขาดยากขึ้น แต่ทำให้ความรู้สึกในการร่วมเพศลดลง

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทำให้เกิดอาการได้หลายระดับ มีความรุนแรงตั้งแต่น้อยถึงมาก จนทำให้เสียชีวิต โดยสามารถแบ่งประเภทตามอาการได้ดังนี้

ประเภทแรกคือ “ไม่มีอาการ” ได้แก่ โรคเอดส์ระยะแรก หรือที่เรียกว่า เอชไอวี โรคตับอักเสบจากไวรัสบีและโรคซิฟิลิส ทั้งสามโรคตรวจพบได้จากการเจาะเลือด ถ้าเลือดบวกแสดงว่ามีการติดเชื้อ และอาจอยู่ในระยะแฝง หรือฟักตัว

“โรคเอดส์” อาจใช้เวลาถึงสามเดือนจึงจะทำให้เลือดเป็นผลบวก ในกรณีที่สงสัยจึงต้องเจาะเลือดตรวจซ้ำหลายครั้ง โรคเอดส์และโรคตับอักเสบจากไวรัสบีในระยะสุดท้าย จะทำให้มีอาการต่อระบบต่างๆ ในร่างกายมาก และผู้ป่วยมักจะเสียชีวิตในที่สุด ทั้งสองโรคเกิดจากเชื้อไวรัส ในปัจจุบันยังไม่มียารักษาให้หายขาด ยาปฏิชีวนะที่มีอยู่ในปัจจุบันก็ไม่สามารถกำจัดเชื้อดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยสามารถดูแลร่างกายให้แข็งแรงและไม่รับเชื้อเพิ่ม ก็อาจมีสุขภาพเป็นปกติเหมือนคนทั่วไปได้ ในปัจจุบันมียาต้านไวรัสที่ใช้ร่วมกันหลายขนาน สามารถควบคุมการติดเชื้อไม่ให้กำเริบจนมีอาการได้ แต่ยังไม่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสให้หายขาด

ซิฟิลิส” เป็นกามโรคที่สำคัญในอดีต ก่อนจะมีโรคเอดส์ แต่ในปัจจุบันมียาปฏิชีวนะสามารถรักษาให้หายขาดได้ หรืออย่างน้อยก็ควบคุมยับยั้งการกำเริบของโรคนี้ได้ จึงไม่แสดงอาการรุนแรงเหมือนในอดีต และมักตรวจพบในสตรีที่มาเจาะเลือดขณะฝากครรภ์ หรือผู้ป่วยที่เจาะเลือดก่อนรับการผ่าตัดกลุ่มที่มีติ่งเนื้อ หรือตุ่มนูนที่อวัยวะเพศ โรคที่สำคัญ คือ หูดหงอนไก่และหูดข้าวสุก

กลุ่มต่อมา ได้แก่ “หนองแท้และหนองในเทียม” กลุ่มนี้มีอาการเด่น คือ มีหนองไหลจากอวัยวะเพศ หรือช่องทางร่วมเพศ ในเพศหญิงพบว่าไหลออกจากช่องคลอด หรือช่องปัสสาวะและมีอาการแสบเวลาปัสสาวะ ในเพศชายจะมีอาการหนองไหลจากท่อปัสสาวะและมีปัสสาวะแสบขัดลำกล้องมากกว่าในฝ่ายหญิง เนื่องจากท่อปัสสาวะยาวกว่า ในรายที่ร่วมเพศทางปากอาจพบมีการอักเสบและมีหนองในช่องปากและต่อมทอนซิล ในรายที่มีการร่วมเพศทางทวารหนักอาจพบมีหนองปนกับอุจจาระ โดยทั่วไปมักเกิดอาการเหล่านี้ภายใน 1 สัปดาห์ หลังการร่วมเพศที่ติดเชื้อ ทั้งสองโรคเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่สามารถรักษาให้หายขาดได้โดยการให้ยาปฏิชีวนะ

หูดหงอนไก่” เป็นกามโรคที่พบบ่อยในปัจจุบันและมีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งปากมดลูก เพราะเกิดจากเชื้อไวรัสตัวเดียวกัน ในปัจจุบันมีวัคซีนป้องได้ แต่วัคซีนมีราคาแพงและควรฉีดก่อนการร่วมเพศครั้งแรกเพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ทั้งสองโรคจะมีอาการคล้ายกัน คือ มีตุ่มนูนบริเวณอวัยวะเพศ มักมีหลายตุ่ม ขนาดเล็กๆ ส่วนใหญ่ไม่เกิน 1 เซนติเมตร ไม่เจ็บ ยกเว้นจะมีการอักเสบจากการเกา หูดหงอนไก่มีผิวขรุขระเป็นหนาม คล้ายกับหงอนไก่ หรือดอกกะหล่ำ

หูดข้าวสุก” มีผิวเรียบ แต่ละตุ่มมีรูตรงกลาง ซึ่งเมื่อสุกดีจะบีบของเหลวข้นๆ ออกจากรูได้คล้ายข้าวสุก ในบางรายติ่งเนื้อ หรือตุ่มมีขนาดเล็ก สามารถหายเองภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่ถ้าติ่งเนื้อมีขนาดใหญ่ มีจำนวนมาก หรือกระจายเป็นวงกว้าง การใช้ยารักษาหูดจี้สัปดาห์ละหนึ่ง หรือสองครั้งจะได้ผลดี ถ้าใช้ยาเกินหนึ่งเดือนแล้วไม่ดีขึ้น แพทย์อาจใช้วิธีทางศัลยกรรม เช่น การตัดออก การจี้ด้วยไฟฟ้า การจี้ด้วยความเย็น

จะเห็นได้ว่าอาการของกลุ่มกามโรคที่กล่าวมานี้มีอาการค่อนข้างรุนแรงและต้องใช้เวลาในการรักษา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกโรคมีวิธีป้องกันหลายวิธี ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆ ในสัปดาห์หน้า เราจะนำเสนออาการในกลุ่มกามโรคอื่นๆ อีก สำหรับสัปดาห์นี้ ก็ขอให้ทุกท่านมีความสุขในช่วงเทศกาลแห่งความรัก ที่สำคัญนอกเหนือไปกว่าส่งความรักให้คนอื่น ก็อย่าลืมรักตัวเอง ป้องกันตัวเอง และคนที่เรารักจากโรคทางเพศสัมพันธ์ให้ดีด้วย.

นพ.สัญญา ภัทราชัย
คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี

ที่มา : ไทยรัฐ 14 กุมภาพันธ์ 2557

thairath140221_001

รู้จักรัก รู้จักป้องกัน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (2)

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วทีมแพทย์จากโรงพยาบาลรามาธิบดี ได้นำเสนอเกี่ยวกับกลุ่มอาการของกามโรคไปแล้วบางส่วน ในสัปดาห์นี้จะขอเพิ่มเติมกลุ่มอาการอื่นๆ เพื่อเป็นความรู้และข้อเสนอแนะสำหรับดูแลตัวเองและคนที่เรารักต่อไป

กลุ่มถัดมาคืออาการ “มีแผลที่อวัยวะเพศ” โรคสำคัญคือเริมและแผลริมอ่อน ทั้งสองโรคมักเกิดแผลที่บริเวณอวัยวะเพศประมาณ 1-2 สัปดาห์ หลังร่วมเพศกับผู้ติดเชื้อ

โรคเริม” มักมีอาการเป็นกลุ่มของตุ่มน้ำใสๆ ประมาณกลุ่มละ 4-6 ตุ่ม กระจายตามบริเวณผิวหนังที่สัมผัสเชื้อในการร่วมเพศ มีอาการเจ็บและแสบร้อนมากภายใน 1 สัปดาห์ ตุ่มน้ำจะแตกและกลายเป็นแผลตื้นๆ ซึ่งแสบร้อนมาก ในบางรายอาจทำให้อวัยวะเพศบวม บางรายปัสสาวะไม่ออก ในรายที่มีอาการครั้งแรกมักมีไข้ต่ำๆ ร่วมด้วย พร้อมกันนั้นก็มีต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบโต กรณีที่มีอาการอ่อนเพลียมากหรือปัสสาวะไม่ออก ควรนอนรักษาในโรงพยาบาลพร้อมให้ยาและน้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ โดยอาการมักหายเป็นปกติภายในสองสามสัปดาห์ แผลหายสนิทโดยไม่มีแผลเป็น (ถ้าไม่มีการอักเสบติดเชื้อจากแบคทีเรียซ้ำเติม) โรคเริมอาจกลับมาเป็นซ้ำได้หลายครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ เช่น ขณะมีประจำเดือน เครียดจัด นอนไม่หลับ ตุ่มน้ำของเริมมักขึ้นบริเวณเดิม โดยอาการจะไม่รุนแรงเหมือนครั้งแรก โรคเริมเกิดจากเชื้อไวรัสและยังไม่มียารักษาให้หายขาด มีแต่ยาที่ทำให้อาการทุเลาและหายเร็วขึ้น

แผลริมอ่อน” ต่างจากเริมเพราะเป็นแผลเดี่ยวขนาดใหญ่ แผลมีก้นลึกและมีหนองที่ก้นแผล ขอบแผลดูเว้าแหว่งเหมือนถูกสัตว์กัดแทะ มีอาการเจ็บมาก ถ้าไม่ได้รับการรักษามักหายเองภายในสองสามสัปดาห์ โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียและสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการฉีดยาครั้งเดียว

กลุ่มอาการ “ฝีมะม่วง” คือการอักเสบของกลุ่มต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบ ต่อมน้ำเหลืองมีขนาดโตและเจ็บ บางรายมีร่องตรงกลางดูคล้ายผลมะม่วงอกร่อง จึงเรียกว่าฝีมะม่วง ในกรณีที่ฝีสุกและมีหนองภายในมาก ฝีอาจแตกได้ ซึ่งภายหลังฝีแตก แผลมักหายช้า บางรายอาจกินเวลาเป็นเดือน ฉะนั้นจึงควรรักษาก่อนฝีจะแตกและไม่ควรผ่าฝี การรักษาที่ถูกต้องคือ แพทย์จะใช้เข็มแทงผ่านผิวหนังปกติเข้าไปในฝีและดูดหนองออกเพื่อให้ฝียุบตัวลง หลังจากนั้นจึงให้ยาปฏิชีวนะต่ออีกสองสัปดาห์ ฝีมะม่วงเกิดจากเชื้อตัวเดียวกับโรคหนองในเทียมและใช้ยารักษาในกลุ่มยาเดียวกัน

กลุ่มอาการ “ตกขาวกลิ่นเหม็นคาวปลา” ซึ่งมีอาการคันหรือตกขาวเป็นก้อน กลุ่มนี้ประกอบด้วยโรคสามโรคคือ การติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งทำให้เกิดกลิ่นคาวปลา การติดเชื้อราในช่องคลอดและการติดเชื้อพยาธิในช่องคลอด ทั้งสามโรคเป็นโรคที่ไม่รุนแรง ไม่ทำอันตรายร้ายแรงต่อผู้ติดเชื้อ แต่สร้างความรำคาญโดยเฉพาะในการร่วมเพศ ทั้งสามโรคเกิดจากการเสียสมดุลของสภาวะในช่องคลอด ซึ่งโดยปกติจะมีความสามารถในการป้องกันการติดเชื้อต่างๆ ได้ระดับหนึ่ง ซึ่งอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การสวนล้างช่องคลอด การใช้สิ่งแปลกปลอมสอดใส่ในช่องคลอด การเจ็บป่วยเรื้อรัง หรือการติดเชื้อกามโรค

การติดเชื้อแบคทีเรียชนิดทำให้เกิดกลิ่นคาวปลา” เกิดจากภาวะในช่องคลอดเป็นกรดน้อยลง ทำให้แบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นเจริญผิดปกติ กลิ่นจะรุนแรงในขณะที่มีการหลั่งน้ำอสุจิในการร่วมเพศ ทำให้เกิดความรู้สึกอันไม่พึงประสงค์ โรคนี้สามารถรักษาได้โดยการให้ยาปฏิชีวนะ อาจใช้ร่วมกับยาเหน็บช่องคลอด และงดการสวนล้างช่องคลอด โรคนี้อาจเป็นซ้ำได้บ่อย และเพื่อให้เกิดผลดีทางการรักษาฝ่ายสามีจึงต้องมีการรักษาควบคู่กันไปด้วย

เชื้อราในช่องคลอด” พบได้บ่อยในคนปกติ บางรายพบจากการตรวจเช็กมะเร็งปากมดลูกประจำปี โดยทั่วไปมักไม่มีอาการ ยกเว้นในรายที่เป็นมากอาจมีตกขาวปริมาณมากและมีอาการคัน ตกขาวมีลักษณะเป็นก้อนๆ เหมือนนมบูดหรือนมแหวะออกมาของทารก อาการอาจมากขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์เพราะมีเลือดมาเลี้ยงมดลูกและอวัยวะในช่องเชิงกรานมากขึ้น การรักษามียารับประทานทางปากหรือเหน็บทางช่องคลอด

เชื้อพยาธิในช่องคลอด” พบได้น้อยกว่าสองโรคข้างต้น พบได้บ้างในคนปกติ ในรายที่เป็นมากจะมีตกขาวคล้ายหนองเป็นฟองจำนวนมากและมีกลิ่นเหม็นคันช่องคลอด นำตกขาวมาส่องขยายด้วยกล้องจุลทรรศน์จะพบตัวพยาธิรูปร่างเหมือนใบโพธิ์วิ่งไปมาจำนวนมาก สามีมักมีเชื้อพยาธิอยู่ด้วยแต่ไม่มีอาการ การรักษาต้องรักษาทั้งคู่จึงจะหายขาด การรักษาโดยให้ยาครั้งเดียวรับประทานจะให้ผลดีมาก

thairath140221_001a

นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำสำหรับการปฏิบัติตัวในกรณีเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

– ลด ละ เลิก พฤติกรรมทางเพศที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อกามโรค เช่น มีคู่เพศสัมพันธ์หลายคน การสำส่อนทางเพศ การใช้วิธีร่วมเพศที่ไม่ปลอดภัย เช่น ใช้อุปกรณ์ในการร่วมเพศร่วมกัน

– หากสงสัยว่าจะเป็นกามโรคให้มาพบแพทย์ ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง

– ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งในการร่วมเพศกับผู้ที่ไม่ทราบว่าปลอดภัยหรือไม่ วิธีดีที่สุดคือพึงพอใจเฉพาะคู่ของตน เพราะหากร่วมเพศกับผู้ที่ปลอดภัยก็ไม่จำเป็นต้องใช้ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกัน

– ผู้ป่วยกามโรคควรพาคู่สมรสหรือคู่เพศสัมพันธ์มาพบแพทย์ เพื่อตรวจหาเชื้อที่อาจแฝงอยู่ ในผู้ป่วยกามโรคบางรายอาจมีโรคมากกว่าหนึ่ง ดังนั้น คลินิกโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จึงมีบริการเจาะเลือด ตรวจหาเลือดบวกและเพาะเชื้อจากหนองหรือตกขาวเพื่อค้นหาการติดเชื้อกามโรคในระยะแฝง การรักษาต้องให้การรักษาทั้งคู่จนหายจึงจะมีความปลอดภัยในการร่วมเพศ

นพ.สัญญา ภัทราชัย

คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี

ที่มา : ไทยรัฐ 21 กุมภาพันธ์ 2557

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในปัจจุบัน

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือเดิมเรียกว่า “กามโรค” เป็นโรคที่เกิดจากการร่วมเพศกับผู้ที่มีโรคนี้อยู่ ไม่ได้เกิดขึ้นเองหรือเกิดขึ้นจากใช้สิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันร่วมกันหรือใช้ห้องสุขา สระว่ายน้ำร่วมกัน (ยกเว้นอุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมทางเพศ เช่น อวัยวะเพศชายเทียมที่ใช้ในการร่วมเพศครั้งเดียวกัน)

กิจกรรมทางเพศมีหลายรูปแบบ มีความเสี่ยงต่อการติดกามโรคมากน้อยขึ้นอยู่กับลักษณะของกิจกรรม กิจกรรมทางเพศที่มีความเสี่ยงต่อการติดโรคต่ำได้แก่ การกอดจูบลูบคลำภายนอก การสำเร็จความใคร่ให้กันและกัน กิจกรรมทางเพศที่มีความเสี่ยงสูงได้แก่ การร่วมเพศทางปาก ทางช่องคลอดและทางทวารหนัก โดยที่การร่วมเพศทางทวารหนักมีการเสี่ยงต่อการติดโรคมากที่สุดเพราะมักมีการถลอกของอวัยวะเพศชายและผิวทวารหนักเป็นช่องทางให้เชื้อกามโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย

การใช้ถุงยางอนามัยสามารถป้องกันกามโรคได้ดีโดยมีเงื่อนไขที่ว่า ต้องมีการใช้อย่างสม่ำเสมอทุกครั้งที่ร่วมเพศ ต้องสวมใส่ด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง มีการหล่อลื่นที่ดีเพื่อป้องกันถุงฉีกขาด ถุงยางอนามัยป้องกันกามโรคบางชนิดได้ไม่ดีนัก เช่น หูดหงอนไก่ โรคเริม เพราะอาจติดต่อบริเวณที่สัมผัสได้ โดยเฉพาะส่วนที่ถุงยางคลุมไม่ถึง ถุงยางอนามัยสตรีป้องกันกามโรคได้ดีกว่าถุงยางชาย เพราะมีบริเวณครอบคลุมมากกว่าและฉีกขาดยากกว่า การใส่ถุงยางชายหลายชั้นอาจทำให้การแตกรั่วฉีกขาดยากขึ้น แต่ทำให้ความรู้สึกในการร่วมเพศลดลง

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทำให้เกิดอาการได้หลายระดับ มีความรุนแรงตั้งแต่น้อยไปจนถึงอาการรุนแรงจนทำให้เสียชีวิตได้แบ่งได้ดังนี้

1) ไม่มีอาการ ได้แก่ โรคเอดส์ระยะแรก โรคตับอักเสบจากไวรัสบีและโรคซิฟิลิส ซึ่งทั้งสามโรคตรวจได้จากการเจาะเลือด ถ้าพบว่าเลือดบวกหมายถึงมีการติดเชื้อ ถ้าได้ผลบวกไม่ได้หมายความว่าไม่ติดเชื้อแต่อาจจะยังอยู่ในระยะแฝงหรือระยะฟักตัว

โรคเอดส์อาจใช้เวลาถึงสามเดือนจึงจะทำให้เลือดเป็นผลบวกได้ ในกรณีที่สงสัยจึงต้องเจาะเลือดตรวจซ้ำหลายครั้ง โรคเอดส์และโรคตับอักเสบจากไวรัสบีในระยะสุดท้ายจะทำให้มีอาการต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกายมาก และผู้ป่วยมักจะเสียชีวิตในที่สุด ทั้งสองโรคเกิดจากเชื้อไวรัส ในปัจจุบันยังไม่มียารักษาให้หายขาด ยาปฏิชีวนะที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสได้ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เลือดบวก หากผู้ป่วยสามารถดูแลร่างกายให้แข็งแรงและไม่รับเชื้อเพิ่มก็อาจมีสุขภาพเป็นปกติเหมือนคนทั่วไปได้เป็นเวลานาน ๆ ในปัจจุบันมียาต้านไวรัสที่ใช้ร่วมกันหลายขนานสามารถควบคุมการติดเชื้อไม่ให้กำเริบไปจนมีอาการได้ แต่ยังไม่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสได้หายขาด

ซิฟิลิสเป็นกามโรคที่สำคัญในอดีตก่อนที่จะมีโรคเอดส์ แต่ในปัจจุบันยาปฏิชีวนะ สามารถรักษาให้หายขาดได้ หรืออย่างน้อยควบคุมยับยั้งการกำเริบของโรคนี้ได้ ในปัจจุบันจึงไม่แสดงอาการรุนแรงเหมือนในอดีต มักตรวจพบในสตรีที่มาเจาะเลือดขณะฝากครรภ์หรือผู้ป่วยที่เจาะเลือดตรวจก่อนรับการผ่าตัด

2) กลุ่มหนองแท้และหนองในเทียม กลุ่มนี้มีอาการเด่นคือ มีหนองไหลออกจากอวัยวะเพศหรือช่องทางที่ร่วมเพศ ในเพศหญิงพบว่ามีหนองไหลออกจากช่องคลอดหรือช่องปัสสาวะและมีอาการแสบเวลาปัสสาวะ ในเพศชายจะมีอาการหนองไหลจากท่อปัสสาวะและมีปัสสาวะแสบขัดลำกล้องมากกว่าในฝ่ายหญิงเนื่องจากท่อปัสสาวะยาวกว่า ในรายที่ร่วมเพศทางปากอาจพบมีการอักเสบและมีหนองในช่องปากและต่อมทอนซิล ในรายที่มีการร่วมเพศทางทวารหนักอาจพบมีหนองปนกับอุจจาระ โดยทั่วไปมักเกิดอาการเหล่านี้ภายในหนึ่งสัปดาห์หลังการร่วมเพศที่ติดเชื้อ ทั้งสองโรคเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่สามารถรักษาให้หายขาดได้โดยการให้ยาปฏิชีวนะ

3)  กลุ่มที่มีติ่งเนื้อหรือตุ่มนูนที่อวัยวะเพศ โรคที่สำคัญคือ หูดหงอนไก่และหูดข้าวสุก

หูดหงอนไก่เป็นกามโรคที่พบบ่อยในปัจจุบันและมีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งปากมดลูกเพราะเกิดจากเชื้อไวรัสตัวเดียวกัน ในปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันได้ แต่วัคซีนยังมีราคาแพงและควรฉีดก่อนมีการร่วมเพศครั้งแรกเพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ทั้งสองโรคจะมีอาการคล้ายกันคือมีตุ่มนูนบริเวณอวัยวะเพศ มักมีหลายตุ่ม ขนาดเล็ก ๆ ส่วนใหญ่ไม่เกิน 1 เซนติเมตร ไม่เจ็บ ยกเว้นจะมีการอักเสบจากการเกา หูดหงอนไก่มีผิวขรุขระเป็นหนาม คล้ายกับหงอนไก่หรือดอกกะหล่ำ

หูดข้าวสุกมีผิวเรียบแต่ละตุ่มมีรูตรงกลางซึ่งเมื่อสุกดีจะบีบของเหลวข้น ๆ ออกจากรูได้คล้ายข้าวสุก ในบางรายติ่งเนื้อหรือตุ่มขนาดเล็กหายได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่ถ้าติ่งเนื้อมีขนาดใหญ่หรือมีจำนวนมาก หรือกระจายเป็นวงกว้างการใช้ยารักษาหูดจี้สัปดาห์ละหนึ่งหรือสองครั้งจะได้ผลดี ถ้าใช้ยาเกินหนึ่งเดือนแล้วไม่ดีขึ้น แพทย์อาจใช้วิธีทางศัลยกรรม เช่น การตัดออก การจี้ด้วยไฟฟ้า การจี้ด้วยความเย็น

กลุ่มอาการของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ยังมีอีกหลายประการ ติดตามต่อกันสัปดาห์หน้า.

ผู้ช่วยศาตราจารย์นายแพทย์สัญญา ภัทราชัย
ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ที่มา: เดลินิวส์ 28 กรกฎาคม 2555

.

กลุ่มอาการและวิธีปฏิบัติตัว ในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

กลุ่มอาการที่แบ่งออกตามโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ยังมีอีก 3 กลุ่มอาการ ซึ่งต่อจากฉบับที่แล้ว มาติดตามกันต่อเลย

1. กลุ่มอาการที่มีแผลบริเวณอวัยวะเพศ โรคที่สำคัญคือเริมและแผลริมอ่อน ทั้งสองโรคมักเกิดมีแผลที่บริเวณอวัยวะเพศประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังร่วมเพศกับผู้ติดเชื้อ

โรคเริมมักเริ่มมีอาการเป็นกลุ่มของตุ่มน้ำใส ๆ ประมาณกลุ่มละ 4–6 ตุ่มจะกระจายอยู่ตามบริเวณผิวหนังที่สัมผัสเชื้อในการร่วมเพศ มีอาการเจ็บและแสบร้อนมากภายใน 1 สัปดาห์ ตุ่มน้ำจะแตกและกลายเป็นแผลตื้น ๆ มีอาการแสบร้อนมาก ในบางรายอาจทำให้อวัยวะเพศบวม บางรายปัสสาวะไม่ออก ในรายที่มีอาการเป็นครั้งแรกมักมีไข้ต่ำ ๆ ร่วมด้วย พร้อมกับมีต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบโต กรณีที่มีอาการอ่อนเพลียมากหรือปัสสาวะไม่ออก ควรนอนรักษาในโรงพยาบาลพร้อมให้ยาและน้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ อาการมักหายเป็นปกติภายในสองสามสัปดาห์ แผลหายสนิทโดยไม่มีแผลเป็น (ถ้าไม่มีการอักเสบติดเชื้อจากแบคทีเรียซ้ำเติม) โรคเริมอาจกลับมาเป็นซ้ำได้หลายครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ เช่น ขณะมีประจำเดือน เครียดจัด นอนไม่หลับ ตุ่มน้ำของเริมมักขึ้นบริเวณที่เดิม ในรายที่กลับเป็นซ้ำจะมีอาการไม่รุนแรงเหมือนครั้งแรก โรคเริมเกิดจากเชื้อไวรัสและยังไม่มียารักษาให้หายขาด มีแต่ยาที่ทำให้อาการทุเลาและหายเร็วขึ้น ในรายที่เป็นซ้ำหลายครั้งในหนึ่งปีอาจต้องใช้ยาต้านไวรัสต่อเนื่องเป็นเวลานาน ๆ เชื้อไวรัสเริมติดต่อได้มากในช่วงเวลาที่เริ่มเกิดตุ่มน้ำไปจนถึงแผลหายดีหนึ่งสัปดาห์ ผู้ป่วยจึงควรงดร่วมเพศหรือใช้ถุงยางอนามัยป้องกันในช่วงเวลาดังกล่าว

แผลริมอ่อนต่างจากเริม โดยมักเป็นแผลเดี่ยวขนาดใหญ่ แผลมีก้นลึกและมีหนองที่ก้นแผล ขอบแผลดูเว้าแหว่งเหมือนถูกสัตว์กัดแทะ แผลมีอาการเจ็บมาก ถ้าไม่ได้รับการรักษาแผลมักหายเองภายในสองสามสัปดาห์ โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการฉีดยาครั้งเดียว

2. กลุ่มอาการฝีมะม่วง ฝีมะม่วงคือการอักเสบของกลุ่มต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบ ต่อมน้ำเหลืองมีขนาดโตขึ้นและเจ็บ บางรายมีร่องตรงกลางดูคล้ายผลมะม่วงอกร่อง จึงเรียกว่าฝีมะม่วง ในกรณีที่ฝีสุกและมีหนองภายในมาก ฝีอาจแตกเองได้ ภายหลังฝีแตก แผลมักหายช้า บางรายอาจกินเวลาเป็นเดือน ควรรักษาก่อนที่ฝีจะแตก ไม่ควรผ่าฝี การรักษาที่ถูกต้องคือ แพทย์จะใช้เข็มแทงผ่านผิวหนังที่ปกติเข้าไปในฝีและดูดหนองออกเพื่อให้ฝียุบตัวลง หลังจากนั้นให้ยาปฏิชีวนะต่ออีกสองสัปดาห์ ฝีมะม่วงเกิดจากเชื้อตัวเดียวกับโรคหนองในเทียมและใช้ยารักษาในกลุ่มยาเดียวกัน

3. กลุ่มอาการตกขาวกลิ่นเหม็นคาวปลา คันหรือตกขาวเป็นก้อน กลุ่มนี้ประกอบด้วยโรคสามโรคคือ การติดเชื้อแบคทีเรียชนิดทำให้เกิดกลิ่นคาวปลา การติดเชื้อราในช่องคลอดและการติดเชื้อพยาธิในช่องคลอด ทั้งสามโรคเป็นโรคที่ไม่รุนแรง ไม่ทำอันตรายร้ายแรงต่อผู้ติดเชื้อ แต่สร้างความรำคาญโดยเฉพาะในการร่วมเพศ ทั้งสามโรคเกิดจากการเสียความสมดุลของสภาวะในช่องคลอดซึ่งโดยปกติจะมีความสามารถในการป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ ได้ระดับหนึ่ง สภาวะในช่องคลอดอาจเสียความสมดุลจากหลายปัจจัย เช่น การสวนล้างช่องคลอดบ่อย ๆ การใช้สิ่งแปลกปลอมสอดใส่ในช่องคลอดบ่อย ๆ การเจ็บป่วยเรื้อรัง การติดเชื้อกามโรค

การติดเชื้อแบคทีเรียชนิดทำให้เกิดกลิ่นคาวปลาเกิดจากภาวะในช่องคลอดเป็นกรดน้อยลง ทำให้แบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นเจริญผิดปกติ กลิ่นจะรุนแรงในขณะที่มีการหลั่งน้ำอสุจิในการร่วมเพศ ทำให้เกิดความรู้สึกอันไม่พึงประสงค์ โรคนี้สามารถรักษาได้โดยการให้ยาปฏิชีวนะนาน 2 สัปดาห์ อาจใช้ร่วมกับยาเหน็บช่องคลอด งดการสวนล้างช่องคลอด โรคนี้อาจเป็นซ้ำได้บ่อย ควรรักษาสามีด้วย

เชื้อราในช่องคลอดพบได้บ่อยในคนปกติ บางรายพบจากการตรวจเช็กมะเร็งปากมดลูกประจำปี โดยทั่วไปมักไม่มีอาการยกเว้นในรายที่เป็นมากอาจมีตกขาวปริมาณมากและมีอาการคัน ตกขาวมีลักษณะเป็นก้อน ๆ เหมือนนมบูดหรือนมแหวะออกมาของทารก อาการอาจมากขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์เพราะมีเลือดมาเลี้ยงมดลูกและอวัยวะในช่องเชิงกรานมากขึ้น การรักษามียารับประทานทางปากหรือเหน็บทางช่องคลอด

เชื้อพยาธิในช่องคลอดพบได้น้อยกว่าโรค 2 โรคข้างต้น พบได้บ้างในคนปกติ ในรายที่เป็นมากจะมีตกขาวคล้ายหนองเป็นฟองจำนวนมากและมีกลิ่นเหม็น คันช่องคลอด นำตกขาวมาส่องขยายด้วยกล้องจุลทรรศน์จะพบตัวพยาธิรูปร่างเหมือนใบโพธิ์วิ่งไปมาจำนวนมาก สามีมักมีเชื้อพยาธิอยู่ด้วยแต่ไม่มีอาการ การรักษาต้องรักษาทั้งคู่จึงจะหายขาด การรักษาโดยให้ยาครั้งเดียวรับประทานทางปากให้ผลดีมาก

คำแนะนำการปฏิบัติตัวในกรณีเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ให้ลด ละ เลิก พฤติกรรมทางเพศที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อกามโรค เช่น มีคู่เพศสัมพันธ์หลาย ๆ คน วิธีการร่วมเพศที่ไม่ปลอดภัย เช่น ใช้อุปกรณ์ในการร่วมเพศร่วมกัน ถ้าสงสัยว่าเป็นกามโรคให้มาพบแพทย์ ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง ควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งในการร่วมเพศกับผู้ที่ไม่ทราบว่าปลอดภัยหรือไม่ หนทางที่ดีที่สุดคือพึงพอใจเฉพาะในคู่ของตน ซึ่งจะเป็นการป้องกันการแพร่ของกามโรคที่ดีที่สุด กรณีที่ผู้ป่วยเป็นกามโรคควรพาคู่สมรสหรือคู่เพศสัมพันธ์มาพบแพทย์ เพื่อตรวจหาเชื้อที่อาจแฝงอยู่ ในผู้ป่วยกามโรคบางรายอาจมีโรคมากกว่าหนึ่งโรค ดังนั้นคลินิกโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จึงมีบริการเจาะเลือด ตรวจหาเลือดบวกและเพาะเชื้อจากหนองหรือตกขาวเพื่อค้นหาการติดเชื้อกามโรคในระยะแฝง การรักษาต้องให้การรักษาทั้งคู่จนหายจึงจะมีความปลอดภัยในการร่วมเพศ.

ผศ.นพ สัญญา ภัทราชัย

 

ที่มา: เดลินิวส์  4 สิงหาคม 2555

.

Related Link:

.

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์(1)

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อาจเรียกได้หลายแบบ ได้แก่ การติดเชื้อกามโรค หรือโรคกามโรค

การติดเชื้อกามโรคเป็นที่รู้จักกันดีมาหลายร้อยปีว่าเป็นโรคที่ส่งผ่านระหว่างมนุษย์ช่วงการมีเพศสัมพันธ์  ไม่ว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางปากและทางทวารหนัก โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางอย่างยังสามารถส่งผ่านจากการใช้เข็มฉีดยาเสพติดร่วมกัน รวมทั้งผ่านทางการคลอดลูก หรือการให้นมบุตร นอกจากนี้โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สามารถเป็นได้ทุกเพศทุกวัย ทุกชนชั้นแต่พบมากในหมู่วัยรุ่น

สาเหตุ  เป็นการติดเชื้อจาก

1. แบคทีเรีย ได้แก่ แผลริมอ่อน  หนองในเทียม หนองในแท้ และซิฟิลิส 

2. ไวรัส ได้แก่ โรคตับอักเสบจากเชื้อไวรัสชนิดบี  โรคเริม  โรคไวรัสภูมิคุ้มกันบกพร่อง  หรือโรคเอดส์จากเชื้อเอชไอวี (Human Immuno-
deficiency Virus : HIV) โรคหงอนไก่ นอกจากนี้ หงอนไก่จากเชื้อเอชพีวี  (HPV) การติดเชื้อไวรัสโดยทางเพศสัมพันธ์ทางน้ำลาย เลือด การปลูกถ่ายอวัยวะ ปัสสาวะ การตั้งครรภ์ การคลอดลูก และการให้นมบุตร

3. ปรสิตหรือ พยาธิ  ได้แก่ โลน หรือหิด

4. โปรโตซัว ได้แก่ โรคช่องคลอดอักเสบจากเชื้อทริโคโมแนต วาจินาลิส

มีคำถามบ่อยว่าเราสามารถติดเชื้อไวรัสเช่น โรคเริม จากการนั่งบนโถส้วมหรือไม่ ในความเป็นจริงแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะโรคเริมของอวัยวะเพศเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ผ่านจากการสัมผัสผิวหนังสู่ผิวหนัง ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ ไวรัสผ่านเข้าร่างกายทางเยื่อเมือก ได้แก่ช่องปาก องคชาตหรือทวารหนัก ไวรัสผ่านเข้าร่างกายที่มีรอยแตกหรือฉีกขาด ผู้ป่วยที่เป็นโรคเริมบริเวณอวัยวะเพศมาหลายปีอาจไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคได้ ไวรัสสามารถแพร่กระจายถึงแม้บุคคลติดเชื้อไม่มีแผลของอวัยวะเพศ เนื่องจากไวรัสตายอย่างรวดเร็วนอกร่างกาย จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะติดเชื้อผ่านการสัมผัสในห้องน้ำ ผ้าหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ผู้ติดเชื้อใช้พยาธิสรีรวิทยา

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ส่วนใหญ่ติดต่อผ่านทางเยื่อเมือกขององคชาต แคมช่องคลอด ทวารหนัก ระบบทางเดินปัสสาวะ ปาก ลำคอ  ระบบทางเดินหายใจ และดวงตา เยื่อเมือกที่มีอยู่ในช่องปากเหมือนกับอวัยวะเพศ ซึ่งทำให้เกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ง่ายจากการมีเพศสัมพันธ์ทางปากมากกว่าการจูบลึก  สำหรับเชื้อไวรัสเอชไอวี สารคัดหลั่งบริเวณอวัยวะเพศจะมีมากกว่าน้ำลาย  การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์บางอย่างสามารถถ่ายทอดโดยตรงจากการสัมผัสผิวหนัง เช่น โรคเริม โรคหงอนไก่และหูดข้าวสุก นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจสามารถแพร่กระจายการติดเชื้อถึงแม้ยังไม่มีอาการของโรค เช่นโรคเอดส์ ได้แก่ เชื้อไวรัสเอชไอวีส่งจากแม่ไปสู่ลูกทั้งระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแนะนำการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย เช่น การใส่ถุงยางอนามัยระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ เป็นวิธีที่น่าเชื่อถือในการลดความเสี่ยงของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมทางเพศ.

รศ.นท.ดร.สมพล เพิ่มพงศ์โกศล

ที่มา: เดลินิวส์ 13 มิถุนายน 2555

.

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 2

อาการของผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ได้แก่ ปัสสาวะแสบ ขัด  มีหนอง หรือน้ำหลั่งออกทางช่องคลอดหรือท่อปัสสาวะ มีผื่น แผลหรือตุ่มน้ำ  ก้อนเนื้องอก เช่น หงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศหรือทวารหนัก   มีอาการคันหรือปวดบริเวณอวัยวะเพศหรือทวารหนัก  มีอาการปวดท้องหรือปวดช่องเชิงกราน ปวดเวลามีเพศสัมพันธ์  ตกขาวมีกลิ่นและมีสีหรือมีมากกว่าปกติ  ปวด บวมอัณฑะ

โรคหนองในแท้ เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บริเวณท่อปัสสาวะ ปากมดลูก  ทวารหนัก และลำคอ  อาการของหนองในแท้มักอยู่ระหว่าง 1 และ 14 วันหลังการได้รับเชื้อ แต่อาจเป็นไปได้ที่จะไม่แสดงอาการ ส่วนใหญ่ผู้ชายจะสามารถสังเกตอาการได้มากกว่าผู้หญิง   อาการประกอบด้วยความรู้สึกแสบร้อนเมื่อปัสสาวะ มีหนองสีขาวหรือเหลืองออกจากปลายองคชาต ส่วนผู้หญิงจะมีหนองออกทางช่องคลอด  มีอาการคันหรือหนองออกทางทวารหนักในกรณีทวารหนักมีอาการติดเชื้อ

หนองในเทียม เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากแบคทีเรียที่มีรายงานมากที่สุดโรคหนึ่ง โดยจะติดเชื้อท่อปัสสาวะ ทวารหนักและได้ทั้งที่ ตา จะมีน้ำคัดหลั่งเป็นน้ำใสไม่เป็นหนอง มีความเชื่อว่ามักเป็นรวมกับหนองในแท้

หูดหงอนไก่ หูดที่อวัยวะเพศเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดเอชพีวี หูดสามารถเกิดได้ทุกบริเวณของผิวหนังของอวัยวะเพศ หูดไม่ทำให้เจ็บแต่อาจทำให้คัน  ทำให้มีความเสี่ยงสูงทำให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูก รวมทั้งบางส่วนของทางทวารหนัก อวัยวะเพศชายและมะเร็งปากช่องคลอด

หูดข้าวสุก เป็นการติดเชื้อไวรัสที่พบบ่อยซึ่งเป็นผลให้เกิดโรคของผิวหนัง มีตุ่มเล็ก ๆ ปรากฏบริเวณที่ได้รับเชื้อ เช่น หน้าขา บริเวณอวัยวะเพศและทวารหนัก อาการจะเกิดประมาณ 2-8 สัปดาห์หลังได้รับเชื้อโรคครั้งแรก ตุ่มที่เกิดเหมือนไข่มุกระหว่าง 1-5 มิลลิเมตร หูดข้าวสุกสามารถผ่านทางผิวหนังไปสู่ผิวหนังจากการสัมผัสโดยใช้เสื้อผ้าร่วมกันจากผู้ติดเชื้อ มีคำแนะนำในการรักษาโดยปล่อยไว้ให้หายเองซึ่งมักใช้เวลาประมาณ 6-18 เดือน เช่นเดียวการรักษาทางการแพทย์อาจทำให้เกิดแผลเป็น ซึ่งได้แก่ การผ่าตัดใช้ความร้อน หรือความเย็น ในผู้ป่วยโรคเอชไอวี อาจมีหูดข้าวสุกจำนวนมากซึ่งบ่งบอกว่าระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแออย่างมาก

ซิฟิลิส  เป็นการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่จะผ่านจากผู้หญิงที่ติดเชื้อไปสู่ทารกในครรภ์ได้ โรคซิฟิลิสมีหลายระยะซึ่งระยะแรกและระยะที่สองเป็นระยะที่มีการติดเชื้อรุนแรงมาก   อาการของโรคซิฟิลิสค่อนข้างยากที่จะตรวจพบและอาจใช้เวลาถึง 3 เดือนหลังการมีเพศสัมพันธ์จึงปรากฏอาการ อาการประกอบด้วยมีแผลไม่เจ็บบริเวณองคชาต ช่องคลอด ปากมดลูก ทวารหนักหรือปาก   มีก้อนที่ขาหนีบ มีผื่นไม่คัน มีไข้หรือมีอาการเป็นไข้หวัด ถ้าไม่ได้รับการรักษา โรคจะรุนแรงเป็นระยะสุดท้าย ซึ่งเรียกว่าระยะที่สามจะมีผลต่ออวัยวะต่าง ๆ อย่างรุนแรง.

รศ.นท.ดร.นพ.สมพล เพิ่มพงศ์โกศล

ที่มา: เดลินิวส์ 20 มิถุนายน 2555

.

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์(3)

โรคเริมที่อวัยวะเพศ  เริมสามารถเกิดจากไวรัสสองสายพันธ์คือ ชนิด 1 และชนิดที่ 2   ไวรัสเริมชนิดที่ 2 เป็นการติดเชื้อที่พบบ่อยในบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนัก ขณะที่ไวรัสชนิดที่ 1 มักพบบริเวณปากและริมฝีปาก  ดังนั้นไวรัสเริมชนิดที่สองเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

อาการของเริมมักเกิดประมาณ 2-7 วันหลังการได้รับเชื้อไวรัส และสุดท้ายเมื่อ 2-4 สัปดาห์ ทั้งผู้ชายและผู้หญิงมักมีหลายอาการประกอบด้วย มีอาการคันหรือเจ็บแสบบริเวณอวัยวะเพศหรือทวารหนัก มีน้ำเล็กน้อยออกจากบริเวณแผลที่เจ็บ  ปวดเมื่อปัสสาวะบริเวณแผลเปิดโดยเฉพาะในผู้หญิง  ปวดศีรษะ  ปวดหลัง มีอาการเป็นไข้   หลังจากแผลครั้งแรกหายไปแล้ว ไวรัสเริมจะซ่อนอยู่ในเส้นประสาทใกล้เคียงกับบริเวณที่ติดเชื้อโดยไม่มีอาการ  อาการจะกลับมาภายหลังระหว่างที่มีความเครียดหรือเจ็บป่วย แต่มีความรุนแรงลดลงและหายเร็ว

การติดเชื้อทางช่องคลอดจากเชื้อโปรโตซัวทริโคโมแนต จะถ่ายทอดจากมีเพศสัมพันธ์ โดยจะมีการติดเชื้อในช่องคลอดและท่อปัสสาวะทั้งในผู้ชายและผู้หญิง   โรคนี้มักจะไม่มีอาการ  ถ้ามีอาการจะมีในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย อาการที่พบได้แก่การมีน้ำหรือสารคัดหลั่งออกมาทั้งผู้ชายและผู้หญิงซึ่งอาจมีกลิ่นหรือสี  มีอาการปวดหรือไม่สบายระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ปวดเวลาปัสสาวะหรือมีการอักเสบบริเวณท่อปัสสาวะ

ไวรัสตับอักเสบ   ไวรัสตับอักเสบมีหลายชนิดเช่นชนิดเอ บี และซีเป็นที่พบบ่อย  ตับอักเสบอาจเกิดจากการรับประทานแอลกอฮอล์มากกว่าปกติเป็นเวลานาน หรือจากการใช้ยาบางชนิด

โลน   เป็นการติดเชื้อของปรสิตที่ขุดผ่านผิวหนังเพื่อดูดเลือด  และจะอยู่บริเวณที่มีขนของร่างกายโดยเฉพาะบริเวณขนบริเวณหัวเหน่าหรือบริเวรอวัยวะเพศ แต่อาจพบบริเวณอื่นๆได้เช่นกันเช่นขนรักแร้ หนวดเครา ขนคิ้ว หรือแม้แต่ที่ขนตา ขนบริเวณหน้า ขนตก โลนสามารถติดต่อง่ายระหว่างการมีเพศสัมพันธ์  รวมทั้งเสื้อผ้าหรือที่นอนใช้ร่วมกัน  อย่างไรก็ตามโลนไม่สามารถผ่านบริเวณนั่งโถส้วมหรือสระว่ายน้ำ มีอาการคันจากกิจกรรมการกินอาหารของโลน เนื่องจากการที่โลนตัวเล็กมาก เวลาที่มันอาศัยอยู่   มักจะมองไม่เห็น

โลนจะวางไข่ โดยให้ไข่เชื่อมติดกับเส้นขน โลนเพศเมีย 1 ตัว สามารถวางไข่ได้ประมาณ 30 ฟอง ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ และหลังจากวางไข่แล้วก็จะเจริญเป็นตัวเต็มวัยได้ภายในระยะเวลาน้อยกว่า 1 เดือน อาจกล่าวได้ว่าจะสังเกตว่ามีอาการประมาณ 5-7 วันหลังติดเชื้อ นอกจากมีอาการคันแล้ว อาจมีอาการอักเสบบริเวณที่ติดเชื้อ  อาจตรวจพบโลนและไข่ มีบริเวณเลือดออกจากการกินเลือดของโลน   ถึงแม้จะไม่มีวิธีที่มีประสิทธิภาพมากนักในการป้องกันระหว่างการมีเพศสัมพันธ์  ผู้ป่วยสามารถลดการติดโลนด้วยการทำความสะอาดที่นอน เสื้อผ้า และผ้าเช็คตัวด้วยการต้มน้ำฆ่าเชื้อปรสิต    การรักษาโลนค่อนข้างง่ายคือการใช้น้ำยาพิเศษเช่นแชมพู โลชั่นและครีมในการฆ่าตัวโลนและไข่   ไม่มีความจำเป็นที่ต้องโกนขนเพราะวิธีดังกล่าวไม่สามารถกำจัดโลนได้ทั้งหมด

หิด  มักมีอาการคันอย่างมากจากการติดเชื้อทางผิวหนังของปรสิต  อาการจะเกิด 2-6 สัปดาห์หลังจากการติดเชื้อ  หิดอาจกระจายอย่างรวดเร็วจากการสัมผัสระหว่างกัน เช่นบริเวณที่พักดูแลและฟื้นฟูผู้สูงอายุ   ถ้าทราบว่ามีการติดเชื้อควรป้องกันการแพร่กระจายด้วยการทำความสะอาดเสื้อผ้าด้วยความร้อนเพื่อฆ่าปรสิต

รศ.นท.ดร.สมพล เพิ่มพงศ์โกศล
คลินิกสุขภาพชาย โรงพยาบาลรามาธิบดี

ที่มา: เดลินิวส์ 27 มิถุนายน 2555

.

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (4)

ปัจจัยเสี่ยง ทุกคนที่มีเพศสัมพันธ์มีความเสี่ยงในการติดต่อโรคทางเพศสัมพันธ์ไม่มากก็น้อย ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงได้แก่

– มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน การสอดใส่ผ่านช่องคลอดหรือทวารหนักโดยผู้ติดเชื้อไม่ได้สวมถุงยางอนามัยจะส่งต่อโรคได้ ผู้ชายที่มีหนองในแท้มีโอกาสร้อยละ 70-80 ที่จะติดต่อโรคไปสู่คู่นอนผู้หญิงแม้การมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดเพียงครั้งเดียว

– การมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนที่มีหลายคน ยิ่งมีเพศสัมพันธ์มากเท่าไร โอกาสติดเชื้อก็จะมีมากขึ้น

– มีประวัติการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์มาก่อน ถ้าเคยมีประวัติโรคเริม ซิฟิลิสหรือหนองใน และมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันกับคู่นอนที่เลือดเอชไอวีเป็นบวก โอกาสจะติดเชื้อเอชไอวีก็จะมีโอกาสมากขึ้น

– การดื่มแอลกอฮอล์หรือรับประทานยาเสพติด ทำให้การตัดสินใจไม่ดีและทำให้มีความพอใจที่จะมีเพศสัมพันธ์แบบเสี่ยง

– การฉีดยาเสพติด เข็มฉีดยาที่ใช้ร่วมกันจะเป็นสาเหตุการแพร่กระจายของโรคทั้งโรคเอชไอวีและไวรัสตับอักเสบบี

– วัยรุ่นผู้หญิง จะมีปากช่องคลอดไม่เจริญเต็มที่มีการเปลี่ยนแปลงของเซลล์อยู่เสมอ เซลล์ที่ไม่มั่นคงทำให้ช่องคลอดของเด็กวัยรุ่นผู้หญิงไวต่อการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์

การถ่ายทอดจากมารดาสู่ทารก โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้แก่โรคหนองในแท้ หนองในเทียมและซิฟิลิส สามารถถ่ายทอดจากมารดาไปสู่ทารกที่อยู่ในครรภ์หรือระหว่างการคลอด โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในทารกสามารถทำให้เกิดปัญหาอย่างรุนแรงและอาจทำให้เสียชีวิตได้ ดังนั้นผู้หญิงตั้งครรภ์ควรได้รับการคัดกรองโรคและรับการรักษาทันทีเมื่อตรวจพบโรค

การวินิจฉัยโรค การทดสอบการติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์เป็นการทดสอบการติดเชื้อสำหรับการติดเชื้อโรคชนิดเดียว หรือการทดสอบของแต่ละบุคคลสำหรับการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ประกอบด้วยการทดสอบสำหรับโรคซิฟิลิส โรคช่องคลอดอักเสบจากเชื้อโปรโตซัวทริโคโมแนต วาจินาลิส หนองในแท้ หนองในเทียม โรคเริม โรคไวรัสตับอักเสบ และการทดสอบเชื้อไวรัส เอชไอวี อย่างไรก็ตามยังไม่มีการทดสอบขั้นตอนสำหรับการติดเชื้อทั้งหมด การทดสอบโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อาจถูกใช้ด้วยหลายเหตุผลได้แก่
– เป็นแบบทดสอบสำหรับการวินิจฉัย เพื่อหาสาเหตุของอาการหรือการเจ็บป่วย
– เป็นการตรวจคัดกรองเพื่อตรวจหาการติดเชื้อที่ไม่มีอาการ
– เป็นการตรวจสอบก่อนหรือระหว่างการตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อทารก
– เป็นการตรวจสอบหลังแรกเกิดว่าทารกยังไม่ได้ติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากมารดา
– เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากการใช้เลือดหรืออวัยวะที่บริจาค
– เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา.

รศ.นท.ดร.นพ.สมพล เพิ่มพงศ์โกศล

ที่มา: เดลินิวส์ 4 กรกฎาคม 2555

.

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (5)

 

ผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางคนอาจไม่ปรากฏอาการ หรือแสดงอาการทันทีหลังได้รับเชื้อโรค ในบางกรณีโรคดำเนินโดยไม่มีอาการซึ่งทำให้มีความเสี่ยงของการส่งผ่านโรคไปสู่บุคคลอื่นมากขึ้น

ทั้งนี้โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปสู่ภาวะมีบุตรยาก อาการปวดเรื้อรังหรือแม้กระทั่งเสียชีวิต

การวินิจฉัยในระยะเริ่มต้นและผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันทีจะเป็นผลให้มีโอกาสการแพร่กระจายโรคน้อยลง และสำหรับบางเงื่อนไขผลของการรักษาอาจดีขึ้น

นอกจากนี้โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีระยะที่ยังตรวจไม่พบ (window period) หลังจากการติดเชื้อเริ่มต้นระหว่างที่มีการทดสอบโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จะเป็นค่าลบ ในช่วงเวลานี้การติดเชื้ออาจถ่ายทอดได้ ระยะเวลาดังกล่าวแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการติดเชื้อและชนิดของการทดสอบ นอกจากนี้การวินิจฉัยอาจล่าช้าออกไปเกิดจากความลังเลใจของผู้ติดเชื้อที่จะมาปรึกษาแพทย์

ถ้ามีประวัติการมีเพศสัมพันธ์และปัจจุบันมีอาการและอาการแสดงว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การตรวจห้องปฏิบัติการมีความจำเป็นเพื่อหาสาเหตุและตรวจค้นหาโรคร่วม ได้แก่

• การตรวจเลือด สามารถยืนยันการวินิจฉัยโรคไวรัสเอชไอวีหรือโรคซิฟิลิสระยะสุดท้าย

• การตรวจปัสสาวะ

• การตรวจจากสารคัดหลั่งหรือของเหลวจากร่างกาย ถ้ามีแผลบริเวณอวัยวะเพศ การตรวจของเหลวตัวอย่างจากแผลอาจช่วยในการวินิจฉัยชนิดของการติดเชื้อ การตรวจทางห้องปฏิบัติการด้วยตัวอย่างจากแผลเป็นบริเวณอวัยวะเพศหรือสารคัดหลั่งส่วนใหญ่จะใช้วินิจฉัยเชื้อแบคทีเรียหรือการติดเชื้อจากไวรัสบางชนิดในระยะเริ่มต้น
การตรวจคัดกรอง

การทดสอบสำหรับโรคในบางคนที่ไม่ปรากฏอาการจะเรียกว่าการคัดกรอง โดยทั่วไปการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่ได้ปฏิบัติเป็นประจำในทางการแพทย์ แต่มีข้อยกเว้นในกรณี

สำหรับทุกคน มีการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศอย่างเดียวสำหรับทุกคนอายุระหว่าง 13-64 ปี โดยใช้เลือดหรือน้ำลายสำหรับโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ผู้หญิงตั้งครรภ์ การตรวจคัดกรองสำหรับเอชไอวี โรคไวรัสตับอักเสบบี โรคหนองในเทียมและซิฟิลิส ได้ถูกใช้ตรวจทั่วไปสำหรับการตั้งครรภ์ครั้งแรก สำหรับการตรวจคัดกรองหนองในและไวรัสตับอักเสบซีจะถูกแนะนำให้ตรวจในกรณีการตั้งครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยงสูงของการติดเชื้อ

ผู้หญิงอายุตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไป การตรวจ pap test เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับปากมดลูก รวมทั้งการอักเสบ และมะเร็ง ซึ่งอาจเป็นผลจากเชื้อไวรัสเอชพีวี มีคำแนะนำให้เริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 21 ปีและทุก 3 ปี นอกจากนี้มีคำแนะนำตามการมีเพศสัมพันธ์ก่อนอายุ 21 ปีควรตรวจภายใน3 ปีหลังจากการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก.

รศ. นท. ดร. สมพล เพิ่มพงศ์โกศล
คลินิกสุขภาพชาย โรงพยาบาลรามาธิบดี

 

ที่มา: เดลินิวส์ 11 กรกฎาคม 2555

.

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (6)

 

อย่างที่บอกไปแล้วในสัปดาห์ก่อนว่า โดยทั่วไปการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่ได้ปฏิบัติเป็นประจำในทางการแพทย์ แต่มีข้อยกเว้น และได้อธิบายไปแล้ว 3 กรณี สัปดาห์นี้มาว่ากันต่อกับกรณี

ผู้หญิงอายุน้อยกว่า 25 ปีที่มีเพศสัมพันธ์เป็นประจำแล้ว ควรได้รับการตรวจเชื้อหนองในแท้และเทียม โดยตรวจจากปัสสาวะหรือของเหลวในช่องคลอด

ผู้ชายมีเพศสัมพันธ์ด้วยกัน เมื่อมีการเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มชายรักร่วมเพศมีโอกาสเสี่ยงสูงสำหรับโรคติดต่อทางเพศ บางคนของกลุ่มนี้มีความจำเป็นต้องตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศเป็นประจำทุกปี การตรวจประจำได้แก่โรคเอชไอวี ซิฟิลิส หนองในเทียม และหนองในแท้ บางครั้งแนะนำให้ตรวจไวรัสตับอักเสบบีด้วย

ผู้ป่วยโรคเอชไอวี จะมีโอกาสเสี่ยงสูงสำหรับการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ผู้มีประสบการณ์ได้แนะนำตรวจซิฟิลิส หนองในเทียม หนองในแท้ และโรคเริม สำหรับโรคเอชไอวี ผู้ป่วยหญิงเอชไอวีอาจพัฒนามีมะเร็งปากช่องคลอด ดังนั้นควรได้รับการตรวจ แปป เทสต์ (pap test) สองครั้งต่อปี

ภาวะแทรกซ้อน

การรักษาแบบทันทีช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้บางโรค เพราะผู้ป่วยในระยะเริ่มต้นของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่มีอาการ การตรวจคัดกรองสำหรับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีความสำคัญในการป้องกันภาวะแทรกซ้อน ที่อาจพบได้คือมีแผลตามตัว มีแผลที่อวัยวะเพศเกิดขึ้นใหม่ มีผื่นขึ้นตามตัว มีอาการปวดระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ ลูกอัณฑะปวด บวม แดง ร้อน ปวดอุ้งเชิงกราน ตาอักเสบ ข้ออักเสบ เป็นหมัน มะเร็งปากมดลูก

การรักษาและยา

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียสามารถรักษาได้โดยการให้ยาปฏิชีวนะ แต่สำหรับเชื้อไวรัสนั้นไม่สามารถรักษาให้หายได้แต่สามารถจัดการได้ ถ้ามีการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ระหว่างตั้งครรภ์ ควรเข้ารับการรักษาทันทีเพื่อป้องกันหรือลดความเสี่ยงของการติดเชื้อไปสู่ทารก

ยาปฏิชีวนะ การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะมักจะเป็นการรับประทานครั้งเดียว สามารถรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากแบคทีเรียและปรสิต ได้แก่ หนองในแท้ ซิฟิลิส หนองในเทียม และการติดเชื้อทางช่องคลอด นอกจากนี้มีการรักษาหนองในแท้และหนองในเทียมในเวลาเดียวกันเพราะการติดเชื้อทั้งสองมักพบพร้อมกัน

ยาต้านไวรัส อาจเป็นโรคเริมใหม่อีกสองถึงสามครั้งเมื่อรับประทานยากดไวรัส แต่ยังคงสามารถถ่ายทอดโรคเริมไปสู่คู่นอนได้ สำหรับโรคไวรัสเอชไอวี ถ้ารับประทานยาต้านไวรัสได้เร็วเท่าใดก็ยิ่งมีประสิทธิภาพมากเพิ่มขึ้น เช่นถ้าได้รับประทานยาต้านเชื้อเอชไอวีเป็นเวลา 28 วัน เมื่อทราบว่าได้รับเชื้อมา ก็อาจมีโอกาสหลีกเลี่ยงผลเลือดเอชไอวีเป็นบวก.

รศ.นท.ดร.นพ.สมพล เพิ่มพงศ์โกศล

 

ที่มา: เดลินิวส์ 18 กรกฎาคม 2555

.

Related link:

.

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ Siamhealth.net

โรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ภก.เชิดเกียรติ  แกล้วกสิกิจ

โรคเอดส์ หรือ AIDS (Acquired Immuno Deficiency Syndrome) สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดพิษณุโลก

สำนักโรคเอดส์ วัณโรคและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
88/21 ถ.ติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
โทร. 0-2590-3289, 0-2590-3291 โทรสาร 0-2590-3289

http://www.aidsthai.org

คลีนิคนิรนาม ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย

ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย
ที่อยู่ : เลขที่ 104 ถนนราชดำริ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
โทรศัพท์ : 02-2564107, 02-2564108, 02-2564109  โทรสาร : 02-2547577
อีเมล์ : aids@trcarc.org

http://www.trcarc.org/

หรือ

http://www.redcross.or.th/old/service/medical_clinicaids.php

คลีนิคนิรนาม ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย มีบริการให้คำปรึกษา ให้ความรู้ และการบริการตรวจหาเชื้อเอดส์ โดยการบริการดังกล่าวท่านสามารถใช้บริการได้ฟรี ปีละ 2 ครั้ง เพียงยื่นบัตรประจำตัวประชาชน ณ โรงพยาบาลของรัฐ หรือศูนย์บริการสาธารณสุข ท่านสามารถสอบถามเพิ่มเติมที่คลีนิคนิรนาม โทร.0-22564107-9 ต่อ 200 ในวันเวลาราชการ

Sexually Transmitted Diseases (STDs) Centers for Disease Control and Prevention   1600 Clifton Rd. Atlanta, GA 30333, USA

Sexually transmitted diseases (STDs)  Mayo Foundation for Medical Education and Research

Sexually transmitted infections (STIs) NHS Choices

HIV and AIDS  NHS Choices

ภาพโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

This slideshow requires JavaScript.