บุหรี่…ไม่ต้องรอมะเร็งปอด

สิงห์อมควันไม่ต้องรอมะเร็งปอดมาเยือน ด้วยฤทธิ์ของควันบุหรี่ เพียงแค่ไข้หวัดใหญ่ถามหาก็มีโอกาสเดี้ยงถึงตายได้

คนไทยมีแนวโน้มที่จะสูบบุหรี่เพิ่มขึ้น ผู้ที่สูบบุหรี่ 1 ซองต่อวันหรือผู้ที่สูดดมควันบุหรี่เข้าไปมากๆ จะเสี่ยงมีอายุสั้นกว่าคนปกติถึง 7-10 ปี ทั้งยังเสี่ยงที่จะเกิดโรคไข้หวัดใหญ่แทรกซ้อนรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

“บุหรี่มีส่วนให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบป้องกันของหลอดลม” ศ.เกียรติคุณ นพ.สว่าง แสงหิรัญวัฒนา ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์ปอดและระบบทางเดินหายใจกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าว

ปกติระบบภูมิคุ้มกันของหลอดลมจะมีเส้นขน ทำหน้าที่ปัดเชื้อโรคให้หลุดออกไป แต่ควันบุหรี่จะทำให้การทำงานของเส้นขนนั้นผิดปกติ ปัดเป่าเชื้อโรคไม่ได้อีก พร้อมกันนี้ เยื่อเมือกที่จะช่วยสกัดกั้นเชื้อโรคก็ไม่สามารถขจัดเชื้อได้ดังเดิม

ตามรายงานการวิจัยในฮ่องกงพบว่า ผู้สูบบุหรี่ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการไข้หวัดใหญ่แทรกซ้อนรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต เพราะโรคไข้หวัดใหญ่ตามปกติหากได้รับยาก็จะสามารถหายเองได้ และหากไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงก็จะไม่มีอาการหนัก

แต่พบว่ามีผู้ป่วย 12 ใน 27 คนที่ไม่มีประวัติเสี่ยงอื่น เกิดอาการปอดบวมแทรกซ้อนรุนแรง ซึ่งพบว่าคนกลุ่มนี้มีประวัติสูบบุหรี่ และรายงานชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่สูบบุหรี่หนักก็จะยิ่งเสี่ยงที่เกิดอาการรุนแรงได้มากขึ้น เพราะการสูบบุหรี่จะทำให้เชื้อยิ่งเข้าไปในปอดได้ลึกมากขึ้น ตลอดจนสารนิโคตินยังกดภูมิคุ้มกันให้ต่ำลง ทำให้เกิดการติดเชื้อง่ายขึ้น รวมทั้งทำให้เกิดปอดอักเสบจากไวรัส ที่สำคัญควันบุหรี่ทำให้เชื้อไวรัสเติบโตได้โดยที่ร่างกายไม่สามารถตรวจพบ

“เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งเป็นฤดูที่เชื้อไข้หวัดใหญ่จะระบาด ไข้หวัดใหญ่สามารถเป็นได้ทุกเพศทุกวัย แต่หากเป็นผู้สูงอายุหรือคนที่สูบบุหรี่จัด เสี่ยงที่จะเกิดไข้หวัดใหญ่แทรกซ้อนรุนแรง จึงควรเริ่มสังเกตตัวเองและคนรอบข้าง เพื่อที่จะป้องกันและรักษาให้ทันก่อนที่อาการจะรุนแรงจนเกินเยียวยา” คุณหมอกล่าว

ฉะนั้น สิ่งที่จะช่วยป้องกันได้คือ การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ร่วมกับการสังเกตอาการ หากพบความผิดปกติของร่างกายควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษา

นอกจากนี้ยังพบว่า 85% ของผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดนั้น มีประวัติการสูบบุหรี่ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น นักสูบมือสอง (ได้รับควันบุหรี่จากคนรอบตัว) มลพิษทางอากาศโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ผู้คนหนาแน่นหรือเขตอุตสาหกรรม รวมทั้งสารบางชนิด อย่างแร่ใยหิน สารหนู โครเมียม นิกเกิล น้ำมันดิน สารไฮโดรคาร์บอน ฯลฯ

นพ.สว่าง แนะนำว่า ผู้ที่สูบบุหรี่จัด ผู้ที่สูดควันบุหรี่หรือมีสมาชิกในครอบครัวเป็นมะเร็ง หรือผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดรังสีต่ำ หรือที่เรียกว่า CT Low Dose ด้วยวิธีนี้ทำให้สามารถตรวจพบมะเร็งได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

นอกจากนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น หากสูบแล้ว ควรเลิกให้ได้ คอยดูแลน้ำหนักไม่ให้อ้วนเกินไป รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยลดน้ำตาล เพิ่มไฟเบอร์ ร่วมด้วยการออกกำลังกายให้เหมาะกับสภาพร่างกายและอายุ

อาหารบำบัด เลิกบุหรี่

อาหารที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วเปลี่ยนไปเป็นกรดเรียกว่า อาหารที่มีสภาพความเป็นกรด เช่น ข้าว แป้ง ปลา เนื้อ ไข่แดง ถั่ว น้ำตาล เป็นต้น อาหารที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วเปลี่ยนไปเป็นด่าง เรียกว่าอาหารที่มีสภาพเป็นด่าง เช่น ผัก ผลไม้ นม

มีผลรายงานยืนยันว่า อาหารที่มีสภาพความเป็นด่างจะมีส่วนช่วยในการเลิกบุหรี่ และควรทำควบคู่กับการบำบัดทางจิตใจ เพราะอาการอยากบุหรี่มีทั้งร่างกายและจิตใจ บางครั้งถึงแม้ว่าอาการทางร่างกายจะหายดีแล้ว แต่ยังคงมีอาการทางจิตใจอยู่ซึ่งอาจกระตุ้นให้กลับมาสูบได้อีก

ดังนั้น การบำบัดจิตใจจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญ โดยให้ความรู้เกี่ยวกับการเลิกบุหรี่กับผู้ป่วย ให้กำลังใจซึ่งช่วยให้มีความมั่นใจยิ่งขึ้น สุดท้ายเรื่องของอาหารและการออกกำลังกายก็สำคัญเช่นกัน

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 22 พฤศจิกายน 2555

Related Article:

ศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ (Thailand National Quitline) สายด่วนเลิกบุหรี่ โทร 1600

Advertisements