ออกกำลัง”สมอง” เพิ่ม”คุณภาพ”ให้ชีวิต

matichon130212_001ดร.ริชาร์ด เดวิดสัน นักประสาทวิทยา จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน สหรัฐอเมริกา ค้นพบข้อเท็จจริงที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าค้นพบมากว่าสองพันห้าร้อยปีก่อนหน้านี้ว่า สมองของคนเรานั้นไม่เพียงสามารถปรับปรุงขีดความสามารถในการทำงานให้ดีขึ้นได้ด้วยกระบวนการฝึก หากแต่ยังสามารถปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้างระบบประสาทของสมองไปในทางที่ดีได้ด้วยการฝึกฝนหรือการ “ออกกำลังสมอง” ดังกล่าวนั้น

ดร.เดวิดสัน พร้อมคณะผู้เชี่ยวชาญอีกจำนวนหนึ่งกล่าวไว้ในการสัมมนาที่สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ว่า สมองของคนเราไม่ได้หยุดนิ่งเฉย แต่ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาไปตามประสบการณ์ของผู้เป็นเจ้าของสมองไปจนตลอดชีวิต อันที่จริงแม้หลังการเสียชีวิตแล้ว โครงสร้างของสมองก็ยังปรับเปลี่ยนไปอีกเป็นครั้งสุดท้ายในระยะเวลาสั้นๆ หลังการตาย ก่อนที่จะปิดสนิทไปตลอดกาล

ในวิชาการทางด้านประสาทวิทยา เรียกการปรับเปลี่ยนดังกล่าวนี้เอาไว้ว่า “นิวโรพลาสติซิตี้” ที่หมายถึงการเปลี่ยนรูปของระบบประสาทไปตามแรงที่กระทำต่อสมองนั้นๆ ซึ่งก็คือประสบการณ์ที่ผ่านมาและสั่งสมไว้ของคนเรานั่นเอง สิ่งที่บ่งชี้ถึงเรื่องนี้ก็คือเหตุผลของการที่เด็กๆ และวัยรุ่นสามารถเรียนรู้ “ภาษาที่สอง” หรือ “ท่วงทำนองและเครื่องดนตรี” ได้ดีกว่าผู้ใหญ่ที่โครงสร้างของระบบประสาทปรับเปลี่ยนไปมากแล้วตามกาลเวลานั่นเอง

แต่ปรากฏการณ์ “นิวโรพลาสติซิตี้” ก็เป็นเครื่องยืนยันได้เช่นกันว่า เราสามารถฝึกฝนเพื่อเปลี่ยนแปลงการทำงานและรูปแบบของสมองได้

 แอมิชิ จา นักประสาทวิทยาอีกคนจากมหาวิทยาลัยไมอามี ได้เรียนรู้ประสบการณ์ดังกล่าวนี้ด้วยตัวเองหลังจากเคยรับฟังการบรรยายของ ดร.เดวิดสัน ที่แนะนำให้ผู้ฟัง“ออกกำลังสมอง” ด้วยการนั่งสมาธิ

ศาสตราจารย์จาเปิดเผยว่า ในฐานะเป็นศาสตราจารย์หน้าใหม่ และเป็นคุณแม่มือใหม่พร้อมกันไป ทำให้ทั้งชีวิตส่วนตัวและหน้าที่การงานกลายเป็นแรงกดดันมหาศาลจนถึงกับก่อให้เกิดการมึนงง เฉยเฉื่อยชาไปเลย แต่เมื่อทดลองทำสมาธิตามคำแนะนำของ ดร.เดวิดสันไประยะหนึ่ง ไม่เพียงศาสตราจารย์จาจะสามารถเพิ่มการตื่นตัว ความฉับไวของสมองได้มากขึ้นเท่านั้น จากการตรวจสอบยังพบว่าสมองของตนเองมีการไหลเวียนของกระแสไฟฟ้าในรูปแบบที่เป็นทางบวกเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ในเวลาเดียวกันกับที่อาการเครียดที่เกิดขึ้นลดระดับลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ศาสตราจารย์รายนี้หันมาศึกษาเพิ่มเติมทางด้านประสาทวิทยาในที่สุด

ดร.เดวิดสัน เคยใช้พระสงฆ์ที่ผ่านการบวชเรียน ฝึกจิต บำเพ็ญภาวนามาแล้วกลุ่มหนึ่งเป็นตัวอย่างเพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบบประสาทของสมองดังกล่าวนี้ พบว่าระดับการเปลี่ยนแปลงของกิจกรรมของสมองขึ้นอยู่กับระดับของการฝึกฝนของพระสงฆ์แต่ละรูป และความต่างของวิธีการทำสมาธิที่แต่ละรูปใช้ แต่สามารถบ่งชี้ได้ชัดเจนถึงการเชื่อมโยงระหว่างการทำสมาธิกับระดับของขันติ ความอดทน อดกลั้นที่คนเรามีต่อสภาวะปัญหาและความเพียร หรือความมานะบากบั่นของแต่ละบุคคล

จากการศึกษาของ ดร.เดวิดสัน พบว่าการที่คนเราเกิด “ความรู้สึก” ค้างคา เป็นปฏิกิริยาต่อปัญหาหนึ่งปัญหาใดอยู่ยาวนานแม้ว่าปัญหาจะเกิดขึ้นนานแล้วก็ตามนั้น เป็นเพราะสมองในส่วนที่เรียกว่า “อไมกดาลา” (amygdala) ทำงานยืดเยื้อเกี่ยวกับเรื่องนั้นนั่นเอง การทำสมาธิเพื่อสร้างความตื่นตัวให้กับสมองหรือการเจริญสตินั้นช่วยฟื้นฟูการทำงานของอไมกดาลาให้กลับคืนสู่สภาวะปกติได้โดยเร็ว ยิ่งฝึกฝนนานมากเท่าใด การฟื้นสู่สภาพปกติก็ยิ่งเร็วมากขึ้นเท่านั้น

ข้อแนะนำเรื่องการ “ออกกำลังสมอง” ด้วยการฝึกสมาธิพื้นฐานง่ายๆ จากผู้เชี่ยวชาญ ก็คือ การพุ่งความสนใจของเราไปที่สิ่งหนึ่งสิ่งใดเพียงอย่างเดียว อย่างเช่นการทำสมาธิให้อยู่ที่ลมหายใจเข้าออก เมื่อเกิดวอกแวกก็ดึงจิตใจกลับมาที่ลมหายใจของเราให้ต่อเนื่องให้ได้

ที่มา : มติชนรายวัน12 กุมภาพันธ์ 2556

.

Related Article :

.

Mindfulness can induce changes not just in the function of the brain, but in the brain's structure itself, neuroscientists are finding.CREDIT: Andrei Zarubaika, Shutterstock

Mindfulness can induce changes not just in the function of the brain, but in the brain’s structure itself, neuroscientists are finding.
CREDIT: Andrei Zarubaika, Shutterstock

Exercising Your Brain May Improve Your Life

Wynne Parry, LiveScience Contributor
10 February 2013

NEW YORK — Throughout life, even shortly before death, the brain can remodel itself, responding to a person’s experiences. This phenomenon, known as neuroplasticity, offers a powerful tool to improve well-being, experts say.

“We now have evidence that engaging in pure mental training can induce changes not just in the function of the brain, but in the brain’s structure itself,” Richard Davidson, a neuroscientist at the University of Wisconsin-Madison, told an audience at the New York Academy of Sciences on Thursday (Feb. 6) evening.

The brain’s plasticity does change over time, Davidson pointed out. For instance, young children have an easier time learning a second language or a musical instrument, he said.

Exercise for the mind

The idea of training the brain is not a radical one, said Amishi Jha, a neuroscientist at the University Miami and another panelist for the discussion.

“How many of you think engaging in certain kinds of physical activity will change the way the body works? Our cultural understanding now is that specific types of activity can alter the body in noticeable ways,” Jha said, adding that this cultural understanding may be shifting to incorporate the mind as well. [10 Easy Ways to Keep Your Mind Sharp]

The panel discussion focused on a particular type of exercise: the practice of mindfulness, which panelist Jon Kabat-Zinn, a clinical mindfulness expert at the University of Massachusetts Medical School, defined as awareness.

“Mindfulness is awareness that arises from paying attention in the present moment, nonjudgmentally,” Kabat-Zinn said.

Jha’s personal interest in mindfulness arose from stress. As a young professor and mother under pressure from her job and family life, she ground her teeth so much that it caused numbness, interfering with her ability to speak. Jha attended a presentation Davidson gave and was startled to hear him say meditation, which cultivates mindfulness, could promote a positive pattern of electrical activity in the brain.

“I was like, ‘I can’t believe he used that word [meditation] in this auditorium,'” she said. “I had never heard it in a scientific context.”

So, Jha began her own mindfulness practice, which not only reduced her stress level, but also inspired her to explore the topic as a neuroscientist.

Opening the door

There are many doors into mindfulness, said Kabat-Zinn. He gave two examples: A person can practice mindfulness by focusing on something, such as his or her own breath, and bringing his or her attention back to the breath when it begins to wander, Kabat-Zinn said.

It is also possible to practice awareness without choosing a particular object upon which to focus; however, “that turns out to be quite a challenging thing to do,” he said.

Cultivating mindfulness like this can help break harmful cycles, such as those that accompany depression, in which the mind continues to repeat the same negative thoughts.

“When you see you are not your thoughts or your emotions, then you have a whole different palette of ways to be,” Kabat-Zinn said.

Roots in the East

Many would say mindfulness as it is practiced in Western society has its roots in the East, in Buddhism, noted moderator Steve Paulsonof the public radio program “To the Best of Our Knowledge.”

“Is mindfulness a spiritual practice?” Paulson asked the panelists.

“For me, I don’t talk about spirituality, because I don’t know what spiritual means,” the University of Wisconsin’s Davidson said. “I think what we’re talking about is part of every human being’s innate capacity.”

Buddhist monks, whom Davidson has studied, provide a “sample of convenience,” a group of people who have all received the same training, an important consideration for research, he said.

The neuroscience

Brain scans of meditating people show different patterns of activity depending on the practitioner’s level of experience. These patterns also differ depending upon the type of meditation practice used, Davidson said. [Mind Games: 7 Reasons You Should Meditate]

Work in Davidson’s lab indicates a connection between meditation and resilience. A response to stress becomes problematic when someone perseverates, or has an emotional reaction long after the problem has ended. In the brain, this shows up as the prolonged activation of a region known as the amygdala.

Mindfulness can increase the speed of recovery in the amygdala, and the more hours of formal practice people have, the faster their amygdalas recover, the data indicate, Davidson said.

This panel was the last of a four-part series on consciousness, moderated by public radio host Paulson and presented by the Nour Foundation.

SOURCE : livescience.com

Advertisements

อานาปานสติกู้โลก พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก

สมัยพุทธกาล ถ้าใครถามว่าพระสมณโคดมเจ้าทำอะไรอยู่ ท่านตอบว่าเจริญอานาปานสติ ผู้ที่ยังมีกิเลสก็เจริญอานาปานสติเพื่อดับกิเลส

2600 ปี ชัยชนะแห่งมหาบุรุษเอกของโลกที่สามารถมีชัยเหนือกิเลสมารทั้งปวง เป็นผู้ที่ถูกกล่าวถึงอยู่ทุกขณะจิตคงไม่มีใครเกินไปกว่าพระพุทธเจ้า ประทีปแห่งทวีปเอเชียเป็นแน่

ในปีแห่งการเฉลิมฉลองวันตรัสรู้ หรือวันเกิดใหม่จากเจ้าชายสิทธัตถะสู่การไม่เป็นอะไรอีกแล้ว น่าจะเป็นช่วงเวลาที่เราควรมาย้อนรอยศึกษาและปฏิบัติตามแนวทางของท่านว่า อะไรเล่า ที่ทำให้บุรุษผู้หนึ่งสามารถลาออกจากวัฏสงสาร กรงขังจิตวิญญาณมนุษย์มานับไม่ถ้วนอสงไขยได้ แม้รายการแฟนพันธุ์แท้ได้แข่งขันตอบปัญหา “พระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร” กันไปแล้วก็ตามที แต่หัวใจหรือวิธีการที่ทำให้พระพุทธเจ้าตรัสรู้นั้น สำคัญไม่น้อยไปกว่า

ในช่วงที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ และมูลนิธิปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ ร่วมกันจัด “เที่ยวทั่วไทย หัวใจถึงธรรม” ขึ้น และพาลูกทัวร์ไปปฏิบัติธรรมกันที่วัดสุนันทวนาราม จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมี พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก เป็นเจ้าอาวาส ท่านได้เมตตาตอบคำถามมากมายหลังการปฏิบัติธรรมไปสองวันอย่างละเอียดเกี่ยวกับหนทางในการดับทุกข์

มากไปกว่านั้น ด้วยความเป็นห่วงเด็กรุ่นใหม่ที่กำลังถูกดูดวิญญาณโดยเครื่องล่อสารพัด อันมีเทคโนโลยีเป็นสื่อ ท่านจึงคิดตั้ง “สถาบันอานาปานสติ” ขึ้นมา เพื่อให้ชาวไทยและชาวโลกได้มาศึกษาธรรมวิจัย สิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงใช้เป็นเครื่องมือประหารกิเลส เมื่อสองพันกว่าปีก่อนด้วยตนเอง

ท่านเล่าว่า แนวคิดนี้มีมานานแล้ว เมื่อมีโยมถวายที่ดินประมาณ 1,000 ไร่ บริเวณกิโลเมตรที่ 17 .5 ซึ่งอยู่ติดกับ วัดหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน (วัดเสือ) จึงรับไว้ในนามมูลนิธิพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก และเริ่มต้นโดยการปลูกป่าให้สมบูรณ์ก่อน ปัจจุบันมีเก้ง หมูป่า และสัตว์ป่าต่างๆ มาอยู่แล้ว จากนั้นตั้งใจรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอานาปานสติให้สมบูรณ์ โดยมีหอจดหมายเหตุพุทธทาส ฯ มาช่วยรวบรวมเอกสารเกี่ยวกับอานาปานสติทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อให้ทุกคนได้มาศึกษากัน

“อาจารย์เองศรัทธาในอานาปานสติสูตร แล้วก็สอนเรื่องนี้ด้วย จึงอยากให้มีการศึกษาเปรียบเทียบกับครูบาอาจารย์ต่างๆ ศึกษาปริยัติแล้วก็ปฏิบัติในป่า ใครสนใจก็มาปฏิบัตินี่แหละ อานาปานสติ เข้าใจว่าเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุด อาจารย์เองก็เลยอยากจะทำสถานที่ไว้วิเคราะห์ วิจัย และปฏิบัติ จะทำมีห้องสมุดใหญ่ ๆ มีการอบรม มีการปฏิบัติ มีการเสวนา นี่คือสถาบันอานาปานสติ”

สำหรับปัจจุบัน ท่านกล่าวว่า ยังไม่มีอะไร มีพระปักกลดอยู่สองรูป แถวนั้นชาวบ้านมีการเผาถ่าน เงินได้ไม่เท่าไหร่ แต่ป่าหมด

“อาตมาจะเข้าไปหยุดตัดป่า 5 ปี เมื่อป่าจะสมบูรณ์ขึ้น ทำระบบน้ำให้สมบูรณ์ขึ้น ไม่กี่ปีก็น่าอยู่ ทุกคนก็มาปฏิบัติได้”

หลังจากที่ท่านเล่าถึงอนาคตของสถาบันอานาปานสติ ที่จะมาเกื้อกูลชาวไทยและชาวโลกได้ศึกษากัน ก็มีคำถามมากมายจากผู้ปฏิบัติ ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า อานาปานสติ มีอานิสงสเพียงใดในการดับทุกข์ทางใจให้กับมนุษยชาติ

ปุจฉา : อยากให้ครอบครัวไปปฏิบัติธรรม แต่ไม่ยอมมาจะทำอย่างไรดีคะ
วิสัชนา : เอาหนังสืออาจารย์เล่มเล็กๆ ไปไว้ที่บ้าน เมื่อไม่กี่วัน มีจดหมายฉบับหนึ่งมา เขาบอกว่า มาปฏิบัติธรรมที่นี่ ลูกสาวอยากจะมา แล้วซื้อหนังสืออาจารย์ไปหลายเล่ม อ่านๆ ไม่น่าเชื่อว่า เดี๋ยวนี้ใจเย็นขึ้น แต่ก่อนใจร้อนมาก มีคนหนึ่ง สามีไปมีเมียน้อย อยากจะฆ่าผู้หญิงคนนั้น แต่เขาก็หลบหนีได้ สามปีก่อน ก็จะขับรถไปชนให้เขาพิการ แต่เขาก็หลบหนีไปก่อน แต่เดี๋ยวนี้ไม่น่าเชื่อ ใจเย็น อ่านหนังสืออาจารย์แล้วใจเย็น ระวังตัวนะ ใครเป็นเมียน้อยของผู้ชายคนนี้ เอาชีวิตเป็นเดิมพัน

มีอีกคนหนึ่ง เคยคิดฆ่าตัวตาย เจอหนังสืออาจารย์ อ่าน เปลี่ยนความคิด หยุดฆ่าตัวตาย มีอีกคนหนึ่งเหมือนกัน อยากจะฆ่าแฟนกับผู้หญิงคนใหม่ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็มีครอบครัวอยู่แล้ว แต่ครอบครัวตัวเองมีปัญหาจึงไปคบกับผู้ชายคนหนึ่ง ที่อายุน้อยกว่าตัวเองเยอะๆ ทีนี้ ผู้ชายเขาบอกว่า อยากมีชีวิตปกติ อยากแต่งงานกับผู้หญิงวัยเดียวกัน อายุประมาณ 30 ปี เพราะพ่อแม่อยากให้มีครอบครัวแล้ว ผู้ชายอายุ 30 กว่านิดหน่อย อยากแต่งงานแล้วก็คบกับผู้หญิงคนหนึ่ง ฝ่ายผู้หญิงที่คบกับเขาอายุเยอะกว่า ทำใจไม่ได้

แต่เจอหนังสืออาจารย์ แล้วตามมาหาถึงวัด ถือปืนมาหา อาตมาก็ถาม เอามาจากไหน เขาบอก ซื้อมาหลายหมื่นบาท ลงทะเบียนถูกต้องมาด้วยนะ ติดคุกอะไรก็ไม่เสียดาย มาเล่าให้ฟังว่า เขาวางแผนจะฆ่าอย่างไร โชคร้าย มีหนังสืออาจารย์มิตซูโอะ ใจมันก็เปลี่ยน ไม่ฆ่าดีกว่า คิดใหม่ ไม่ฆ่า จากนั้นทั้งคู่ก็มาปฏิบัติธรรมที่นี่ เข้าใจกัน

มีคนป่วยทางจิตจากจังหวัดตรัง เขียนจดหมายมาถามเรื่องการปฏิบัติธรรมกับอาจารย์ ก็เลยส่งหนังสือเกี่ยวกับอานาปานสติไปให้ ผ่านไปสามเดือน เขาเขียนจดหมายมาบอกว่า ไม่น่าเชื่อว่า อานาปานสติ เปลี่ยนชีวิตของผมไปถึงขนาดนี้ ผมเคยเป็นโรคประสาทมา 7 ปี ต้องอาศัยหมอจิตเภทให้กินยามา 7 ปี ตั้งแต่อ่านหนังสืออาจารย์ ฝึกอานาปานสติ หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ ไม่ต้องกินยาอยู่ได้ เจ้านายพาไปทำงานต่างประเทศ เดี๋ยวนี้ไม่ต้องกินยาแล้ว อ่านหนังสือแล้วก็ฝึกอานาปานสติ โรคประสาท 7 ปี หาย ลักษณะอย่างนี้มีไม่น้อย

ปุจฉา : มีภรรยาแล้ว ชอบคนอื่นอีก เขาก็ชอบเรา ทำอย่างไรดีครับ
วิสัชนา : ทำอย่างไรดีหนอ กาย วาจา ใจ ตั้งมั่นอยู่ในศีล 5 คบกับแบบกัลยาณมิตร หรือ เป็นพี่น้องกัน อย่างนั้นก็พออนุโลมได้

ปุจฉา : ถ้าเราเจอสิ่งที่ต้องโกรธ จะทำจิตอย่างไรคะ
วิสัชนา : เริ่มต้น เราก็ห่างๆ จากปัญหาแล้วเราก็ต้องศึกษา ซื้อหนังสือ “เหตุผลความโกรธไม่มีในโลก” 10 บาท อ่าน ถ้าเราเข้าใจกฎแห่งกรรมแล้ว จะเข้าใจว่า อดีตเป็นเหตุ ปัจจุบันเป็นผล ได้ลาภ เสื่อมลาภ ได้ยศ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์

เราอาจจะรู้สึกว่า เขาทำอะไรไม่ดี ไม่ถูก จริงๆ แล้ว นั่นคือวิบากกรรมของตัวเองกันทั้งนั้น เราก็รีบศึกษากฎแห่งกรรม แล้วก็พยายามอบรม คิดดี คิดถูก ยอมรับความจริง ให้กำลังใจนี้กับตัวเอง เวลาจะโมโห ก็เมตตาตัวเอง

พระพุทธเจ้าตรัสว่า ความรักเสมอตนไม่มี ตัวเองนั้นแลน่ารักที่สุด ธรรมชาติของจิต ธรรมชาติของเราทุกคนเป็นประภัสสร ผ่องใส โดยธรรมชาติ เราต้องรู้จักฝึกเมตตาตัวเอง ให้คิดดี คิดถูก ให้หนักแน่น ค่อยๆ ฝึก ในที่สุด พอเราต้องเข้าไปหาปัญหา เราก็ทนได้ รอได้ ด้วยใจดี ทุกสถานการณ์

ปุจฉา : พระอาจารย์มีเคล็ดลับ หรือวิธีในการเอาชนะความง่วง ในการปฏิบัติธรรมไหมครับ
วิสัชนา : 1. ห้ามหลับตา 2. กำหนดท่านั่ง ดูความรู้สึกง่วงนอนที่กาย ใจไม่ต้องกำหนด ปล่อยสบายๆ   การกำหนดที่กายคือ ดูอิริยาบทใหญ่ ถ้าง่วงนอน ก็กัดฟัน

พระพุทธเจ้าสอนพระโมคคัลลานะ ตอนที่ปรารถความเพียรอยู่ วันที่ 8 ง่วงนอนสัปหงก พระพุทธเจ้าตรวจดูจิตของพระโมคคัลลานะว่าสามารถบรรลุพระอรหันต์ได้ พระพุทธเจ้าก็สอนวิธีแก้ง่วงนอนให้ อธิบายว่า ง่วงนอนคือ จิตจมลงในสัญญาขันธ์ ฉันจึงง่วงนอน วิธีแก้ง่วงนอน คนเจริญวิปัสสนากรรมฐานต้องยกจิตให้อยู่เหนือสัญญาขันธ์ ให้มีสติสัมปชัญญะ ให้มีความรู้ตัว ตั้งสติระลึกถึงความรู้สึกง่วงนอน ให้สติตื่นตัว

ถ้าไม่หาย พระพุทธเจ้าให้ยกธรรมะขึ้นมาพิจารณา   ถ้าไม่หายอีก ก็สวดมนต์ สาธยายธรรมะ    ถ้าไม่หาย ก็กระกระตุ้นประสาทตัวเอง ดึงผมตัวเองก็ได้    ถ้าไม่หาย ก็นึกถึงกลางแจ้ง พระอาทิตย์สว่างอยู่ตรงหน้า    ถ้าไม่หายก็ลุกขึ้นเดินจงกรม   แต่ถ้าง่วงที่สุดแล้ว ทำทุกอย่างแล้ว นั่งหลับก็ไม่เป็นไร ไม่ได้ลงโทษ

ปุจฉา : มีอาชีพขายเนื้อสัตว์ ถ้าเราระลึกถึงการกระทำที่ไม่ดี แล้วไม่สบายใจทำอย่างไรครับ
วิสัชนา : เมื่อเราระลึกถึงการกระทำใดแล้วไม่สบายใจ ก็เป็นบาป ถ้าไม่เป็นชาวพุทธอาจจจะมองการฆ่าสัตว์เป็น

อาหารเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าเป็นชาวพุทธ เราต้องพิจารณาว่า อะไรที่เบียดเบียนสัตว์ ถ้าเปลี่ยนอาชีพได้ก็เปลี่ยน ดูความรู้สึกตัวเองว่า ถ้าไม่สบายใจก็ไม่ดี

ปุจฉา: ขอให้พระอาจารย์ช่วยสรุปอานาปานสติสั้นๆ ค่ะ
วิสัชชนา : อานาปานสติ 16 ขั้น พระพุทธเจ้าก็ดี พระอริยสาวกก็ดี อยู่ด้วยอานาปานสติ เจริญอานาปานสติกันทั้งนั้น

สมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าสอนลูกศิษย์ว่า ถ้าใครถามว่า พระสมณโคดมเจ้าทำอะไรอยู่ ต้องตอบว่า เจริญอานาปานสติ ผู้ที่ยังมีกิเลสก็เจริญอานาปานสติ เพื่อดับกิเลส คนที่หมดกิเลสแล้ว ก็เพื่อรักษาสติสัมปชัญญะ และมีความสุขในปัจจุบัน

อานาปานสติ พูดถึงคร่าวๆ บางครั้งเรียกว่า การเจริญสติปัฏฐานสี่ ทำให้จิตใจของเราบริสุทธิ์ได้ เพราะฉะนั้น ผู้ปฏิบัติธรรมจะต้องรับการปฏิบัติสติปัฏฐานสี่เท่านั้น ซึ่งอยู่ในอริยมรรคมีองค์ 8 ตั้งแต่พระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนา จนถึงวันสุดท้ายของการปรินิพพาน พระพุทธเจ้าแสดงธรรมว่า ผู้ใดเจริญอริยมรรคมีองค์ 8 ไม่ปราศจากพระโสดาบัน สกทาคามี อนาคามี และพระอรหันต์ ใน 84,000 พระธรรมขันธ์ ไม่ออกจากอริยมรรคมีองค์ 8 ถ้าย่อลงมาก็คือ ศีล สมาธิ ปัญญา

ทีนี้ โครงสร้างของอานาปานสติ 16 ขั้น ในสติปัฏฐานสี่เป็นอย่างไร  ขั้นที่ 1-4 เป็นหมวดกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน ถ้าปฏิบัติถูกต้อง ก็รู้เห็นตามความเป็นจริงของร่างกายนี้ว่า กายนี้ไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา ไม่ใช่ตัว สักแต่ว่ากาย นี่คือการเจริญอานาปานสติ 4 ขั้นแรกในหมวดกาย สติ ระลึกถึงลมหายใจเข้า หายใจออก จนไม่มีลมหายใจปรากฎ ไม่มีร่างกาย เมื่อออกจากสมาธิแล้ว ลมหายใจปรากฏขึ้น เราก็พิจารณาลมหายใจจนรู้เห็นตามความเป็นจริงว่า กายก็สักแต่ว่ากาย เพื่อจะละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส

ขั้นที่ 5-8 เป็นหมวดเวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน ขั้นที่ 9-12 เป็นหมวดจิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน ขั้นที่ 13-16 ก็เป็นหมวดธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน ทั้งสี่หมวด คือ กาย เวทนา จิต ธรรมะ เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าอธิบายไว้ ว่า การเจริญอานาปานสติ มีผลใหญ่ มีอานิสงค์ใหญ่ เราสามารถ เจริญสติปัฏฐานสี่ได้ การเจริญสติปัฏฐานสี่สมบูรณ์ทำให้เกิด โพชฌงค์ 7 เมื่อโพชฌงค์ 7 สมบูรณ์ ก็เข้าถึงวิชชา และวิมุตติ คือ จิตใจหลุดพ้นเข้าถึง โสดาบัน สกทาคามี อนาคามี และอรหันต์

อานาปานสติทั้ง 16 ขั้น กาย เวทนา จิต ธรรมะ เมื่อเราจัดเป็นลงมาเป็นศีล สมาธิ ปัญญา ขั้นที่ 1-2 เป็นศีลสิกขา ชั้นที่ 3-4 เป็นสมาธิสิกขา ขั้นที่ 5-16 เป็นปัญญาสิกขา และเมื่ออธิบายในภาควิปัสสนากรรมฐาน อานาปานสติขั้นที่ 1-4 เป็นสมถะกรรมฐานดยตรง ขั้นที่ 5-12 เป็นสมถะและวิปัสสนากรรมฐาน ขั้นที่ 13-16 เป็นวิปัสสนากรรมฐานโดยตรง เมื่อปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง โพธิปักขิยธรรม 36 ข้อสมบูรณ์ได้ด้วยอานาปานสติ ศีล สมาธิ ปัญญา ก็สมบูรณ์

เพียงแค่ปฏิบัติอานาปานสติในขั้นที่1-2 มีสติอยู่ทุกลมหายใจเข้าและลมหายใจออกอย่างต่อเนื่อง เราจะพบกับความปกติของใจ ศีล คือ ปกติ หนักแน่น ไม่ยินดียินร้ายต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่มากระทบทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เห็นลมหายใจชัดเจนในอิริยาบถ ยืน เดิน นั่ง นอน เมื่อเรามีลมหายใจชัดเจน จิตใจเราจะไม่อยู่ในอารมณ์ ขี้เกียจ กลัว น้อยใจ เสียใจ

อาจารย์มีความเห็นว่า มนุษย์ทุกคนควรมีสุขภาพจิตใจที่ดีด้วย ” อานาปานสติ” นี้เอง ไม่ต้องไปหาตัวช่วยข้างนอกเลย

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 3 มิถุนายน 2555

.

Related link:

วัดสุนันทวนาราม พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก
วัดสุนันทวนาราม (สาขาที่ 117 ของวัดหนองป่าพง)  เลขที่ 110 บ้านท่าเตียน ตำบล ไทรโยค จังหวัด กาญจนบุรี 71150  โทร. 087-045-7232

อบรมปฏิบัติธรรม “อานาปานสติภาวนา” – วัดสุนันทวนาราม กาญจนบุรี ประจำปี 2555

มูลนิธิพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก  เลขที่ 3 ถ. กรุงเทพกรีฑา 20 แยก 7 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10240  โทร : 02-368-3991

โครงการปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสทรงพระชนมายุครบ 84 พรรษา (ศุกร์, เสาร์ , อาทิตย์) – อาคารมูลนิธิ กรุงเทพมหานคร ประจำปี 2555

โครงการปฏิบัติธรรมสำหรับผู้สูงวัย (ส.ว.) ณ อาคารมูลนิธิฯ  กรุงเทพมหานคร ประจำปี 2555 

โครงการปฏิบัติธรรมสำหรับเด็ก (อายุ 6-12 ปี) ณ อาคารมูลนิธิฯ  กรุงเทพมหานคร ประจำปี 2555  สอบถามรายละเอียดได้ที่ โรงเรียนสยามสามไตร โทร.  02 311 0134 

http://www.facebook.com/Dhama4kids