อาหารทำป่วยโรคซึมเศร้า

dailynews130923_001ในสภาวะที่สังคมมีการแข่งขันสูง เวลาถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะกับกลุ่มคนวัยทำงาน ต้องใช้ทุกวินาทีให้คุ้มค่า ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องกินก็ยังหันไปนิยมอาหารจานด่วน หรือที่มักเรียกว่า อาหารขยะ ทั้งที่รู้ว่าจะเกิดผลเสียต่อร่างกายหากกินเข้าไปมากๆ

ทางเดลิเมล์ เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาใหม่ พบว่า ผู้ที่อยู่ในวัยกลางคนและชื่นชอบการบริโภคอาหารขยะ เสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า

โดย อานู รูอูซูเนน นักโภชนาการ จากมหาวิทยาลัยตะวันออกของฟินแลนด์ กล่าวว่า ผู้ที่ชื่นชอบการกินอาหารจำพวก ผักผลไม้, ธัญพืช, สัตว์ปีก, ปลาและชีสที่มีไขมันต่ำ จะมีอาการและความเสี่ยงของโรคซึมเศร้าน้อยกว่าผู้ที่ชื่นชอบกินอาหารจำพวก เนื้อสัตว์, เครื่องดื่มที่มีรสหวาน, ขนมหวานและขนมขบเคี้ยว ขณะที่การดื่มชา กาแฟ ที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนกลับไม่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้า

ผลจากการสำรวจผ่านกลุ่มตัวอย่างวัยกลางคน จำนวน 140 คน ที่เข้าร่วมโปรมแกรมควบคุมอาหาร พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีสุขภาพและรูปร่างที่ดีขึ้น อีกทั้งภาวะการเกิดโรคซึมเศร้าก็ลดน้อยลงด้วย

ดังนั้นคงพอสรุปได้ไม่ยากว่า ปัจจัยพื้นฐานของการมีสุขภาพที่ดีนั้น มาจากอาหารที่รับประทาน ไม่เพียงให้อิ่มท้องเท่านั้น แต่ยังต้องก่อให้เกิดประโยชน์แก่ร่างกาย จะได้มีชีวิตที่ดี ห่างไกลโรค.

จิราภา ภิญญสาสน์

ที่มา : เดลินิวส์ 23 กันยายน 2556

.

Related Article:

.

dailymail130917_001

Why burgers and biscuits can make you depressed – but eating fruit and veg can ward off the blues

  • Middle aged men who eat lots of junk food are at greater risk of depression
  • Those who are a healthy weight and exercise regularly are at less risk
  • Depression affects almost a fifth of British adults

By DAILY MAIL REPORTER

PUBLISHED: 14:36 GMT, 17 September 2013

Middle aged men whose diet is loaded with junk food – such as processed meat and sugary drinks – are at greater risk from depression, according to a new study.

However, researchers found eating plenty of fruit and vegetables wards off the blues.

A study of more than 2,000 men found a healthy diet reduced their risk of developing the mental illness which affects almost a fifth of British adults.

And shedding the pounds by improving diet and exercising more was associated with fewer cases of the condition.

Nutritionist Anu Ruusunen, of the University of Eastern Finland, said: ‘The study reinforces the hypothesis a healthy diet has potential not only in the warding off of depression, but also in its prevention.’

Patients with depression often eat poorly and consume fewer nutrients, but it has been unclear whether diet is linked with the risk in healthy people.

The new study found those who ate most vegetables, fruits, berries, whole grains, poultry, fish and low fat cheese suffered less symptoms and a lower risk of the condition during 13 years of follow up.

Increased intake of folate found in vegetables, fruits, berries, whole grains, meat and liver also had a beneficial affect, along with greater coffee consumption.

And participation in a three year lifestyle intervention programme involving a separate group of 140 middle aged men and women improved depression scores, with slimmer bodies leading to fewer symptoms.

But a junk food diet characterised by eating a lot of sausages, processed meats, sugary drinks, desserts and snacks, manufactured foods and baked or processed potatoes was associated with an increase in cases.

Contrary to some earlier observations, vitamin B12 intake, tea drinking and total caffeine intake were not related to the risk of depression in this study.

The study was based on the population-based Kuopio Ischaemic Heart Disease Risk Factor Study and the participants were all middle aged or older Finnish men.

Their diet was measured by food records and food frequency questionnaires, and information on cases of depression was obtained from the National Hospital Discharge Register.

Depression is one of the leading health challenges in the world and its effects on public health, economics and quality of life are enormous.

Not only treatment of depression, but also prevention of depression needs new approaches. Diet and other lifestyle factors may be one possibility.

The research was published in Psychotherapy and Psychosomatics, European Journal of Nutrition, Public Health Nutrition and Diabetic Medicine.

In the UK, depression hits 19 per cent of people with 21 per cent of women reporting symptoms and 16 per cent of men. The highest rates occur among those aged between 50 and 54.

SURCE: www.dailymail.co.uk

Advertisements

กินอาหารขยะมากไปเสี่ยงอัลไซเมอร์

โรคอัลไซเมอร์ถือเป็นปัญหาร้ายแรงทางการแพทย์ในยุคสมัยปัจจุบัน และแพทย์ยังไม่สามารถหาคำตอบได้อย่างชัดเจนว่าอัลไซเมอร์เกิดขึ้นได้อย่างไร และวิธีใดเป็นวิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด อย่างไรก็ดีสิ่งเหล่านี้กำลังจะเปลี่ยนไป

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าโรคเบาหวานแบบที่ 2 กับโรคอัลไซเมอร์มีความเชื่อมโยงกันมาก จนบางครั้งก็เรียกโรคอัลไซเมอร์ว่าเป็นโรคเบาหวานสมอง หรือโรคเบาหวานแบบที่ 3 เลยทีเดียว ทฤษฎีดังกล่าวสร้างความหวังว่า ยารักษาโรคเบาหวานอาจช่วยให้กระบวนการเกิดโรคสมองเสื่อมช้าลง หรือหยุดไปได้

เป็นที่รู้กันดีว่าการกินอาหารขยะที่มีส่วนประกอบของไขมัน, น้ำตาลและแป้งสูงมากเกินไป จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง และทำให้ร่างกายต้องผลิตฮอร์โมนอินซูลินสูงขึ้นตามไปด้วย เพื่อจัดการกับปริมาณน้ำตาลในกระแสเลือด

การเพิ่มขึ้นของน้ำตาลและอินซูลินในกระแสเลือด จะส่งผลกระทบต่อหลอดเลือดที่ส่งเลือดเลี้ยงไปหัวใจและแขน ขา ซึ่งอาจนำไปสู่อาการตาบอดและการสูญเสียแขนขาได้

ระดับฮอร์โมนอินซูลินที่สูงขึ้นยังส่งผลกระทบต่อสมองของคนเราด้วย ผลการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้พบว่า ฮอร์โมนชนิดนี้มีบทบาทสำคัญต่อสมองมากกว่าที่เคยเข้าใจกัน โดยมันยังช่วยปกป้องเซลล์และช่วยสร้างความทรงจำ

แต่ปัจจัยสำคัญของโรคเบาหวาน หรืออาจรวมถึงโรคอัลไซเมอร์ก็คือ การต่อต้านอินซูลินนี้

โดยปกติแล้วอินซูลินจะเปลี่ยนน้ำตาลในกระแสเลือดให้เป็นไขมัน แล้วจึงจัดเก็บไขมันไว้ในกล้ามเนื้อและตับ แต่ถ้าทานอาหารที่มีน้ำตาลสูงเป็นประจำ เช่น เค้กและขนมปัง จะทำให้อินซูลินต้องทำงานหนักขึ้น จนถึงจุดหนึ่ง กล้ามเนื้อและตับจะเริ่มต่อต้านการทำงานของอินซูลิน ส่งผลให้ร่างกายผลิตอินซูลินมากขึ้นไปอีกเพื่อให้กล้ามเนื้อและตับตอบสนอง และนี่อาจส่งผลกระทบต่อสมองได้

อินซูลินมีอีกหน้าที่ในการช่วยให้ระบบทางเดินโลหิตในสมองทำงานได้ดี และช่วยให้เซลล์สมองดูดซับน้ำตาล ที่เซลล์สมองจำเป็นต้องใช้ในการเรียนรู้และจดจำสิ่งต่างๆ อินซูลินยังมีส่วนในการสร้างสารเคมีที่คอยส่งสัญญาณให้ผ่านไปทั่วสมองด้วย
เมื่อมีการเพิ่มขึ้นของอินซูลินจนเกิดภาวะต่อต้านอินซูลิน การทำงานที่สัมพันธ์กันระหว่างเซลล์สมองกับอินซูลินจะจบลง และส่งผลให้สมองเสียหายในที่สุด
ผลศึกษาหลายชิ้นยังพบว่า การเพิ่มขึ้นของอินซูลินเกี่ยวโยงกับการเกิดคราบโปรตีนในน้ำไขสันหลัง ซึ่งเป็นสัญญาณของโรคอัลไซเมอร์

นอกจากนี้ยังมีผลการศึกษาอีกชิ้นของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเมื่อเดือนพฤษภาคม ที่พบว่า นอกจากปริมาณน้ำตาลในเลือดสูงจะทำให้ระดับอินซูลินสูงตามไปด้วยแล้ว น้ำตาลยังสามารถทำลายสมองได้โดยตรงด้วย

ผลการวิจัยนี้เผยว่า หนูที่กินน้ำตาลฟรักโทสมากๆ สมองของมันจะลดการทำงานลง ทั้งด้านการเรียนรู้และการสร้างความจำ

อย่างไรก็ดี ความเกี่ยวเนื่องกันระหว่างโรคอัลไซเมอร์และโรคเบาหวาน ก็อาจเป็นข่าวดีที่เราอาจใช้ยารักษาโรคเบาหวานมาใช้รักษาโรคอัลไซเมอร์ได้ โดยยารักษาโรคเบาหวานอาจช่วยให้ผู้ป่วยอัลไซเมอร์มีอาการดีขึ้น หรืออาจยั้งอาการไม่ให้แย่ลงได้

ผลการทดสอบเมื่อปีที่แล้วที่ให้ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ทดลองใช้สเปร์ยอินซูลินพ่นทางจมูก พบว่า ผู้ป่วยมีความจำที่ดีขึ้น นอกจากนี้การวิจัยยารักษาเบาหวานขนานใหม่ที่ชื่อว่า GLP-1 ก็พบว่าช่วยชะลออาการสมองเสื่อมในหนูได้

นักวิจัยยังคงศึกษาต่อไปถึงความเชื่อมโยงระหว่างอัลไซเมอร์และเบาหวาน ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนของวงการแพทย์ในการเอาชนะทั้งสองโรคร้ายนี้

สำหรับเราๆ การค้นพบครั้งนี้ก็คงจะเป็นแรงบันดาลใจได้มาก ให้ลด ละ เลิกอาหารขยะเสีย เพื่อป้องกันตัวเองจากทั้งอัลไซเมอร์และเบาหวาน.

 

ที่มา: ไทยโพสต์  6 พฤศจิกายน 2555

.

Related Article:

.

If you constantly eat high glycaemic foods, such as cakes and white bread, this pushes up the amount of sugar in your blood

Could eating too much junk food give you Alzheimer’s?

By JEROME BURNE

PUBLISHED: 23:50 GMT, 29 October 2012

 

Alzheimer’s is one of the major medical problems of our age.

A ghastly disease that condemns millions to years of confusion and fear, it also threatens to bankrupt our health system — yet doctors don’t really know what causes it, or how to treat it effectively.

But could that be about to change?

Scientists increasingly believe Alzheimer’s is linked to type 2 diabetes — so closely linked, in fact, it’s even being called ‘brain diabetes’ or type 3 diabetes.

This surprising new theory holds out hope that treatments already available for diabetes may also be able to help dementia sufferers, slowing down or stopping the progression of the disease.

When it comes to type 2 diabetes, there’s no mystery about what’s behind the soaring rates — eating too much, especially junk food that’s packed with sugar, refined carbohydrates and fat.

 

This leads to damagingly high levels of sugar in the blood and high levels of insulin needed to clear it away.

The rising levels of glucose and insulin affect the blood vessels of the heart and extremities, potentially leading to blindness and amputations.

But it seems raised insulin levels also affect the brain.

Recent research has found this hormone plays a much more important role in the brain than once thought — protecting cells and helping to lay down memories.

The key to diabetes, and very possibly to Alzheimer’s, is insulin resistance.

This is when your body becomes so used to extra insulin in the bloodstream that it needs more and more to have the same effect.

If you constantly eat high glycaemic foods, such as cakes and white bread, this pushes up the amount of sugar in your blood.

Insulin has to work overtime, turning glucose into fat and sweeping it into storage.

 

Gradually, things start to go wrong.

The favourite storage areas — fat cells, muscles and the liver — start to reject insulin’s fat deliveries.

Your body has to keep making more insulin to make the normal store areas respond.

This is turning out to be especially damaging in the brain.

Insulin is so important to the proper function of the brain that it makes its own supplies.

The hormone keeps the brain’s blood vessels healthy and also helps brain cells (neurons) absorb the sugar they need to function.

This allows them to change in response to learning and to lay down memories.

The hormone is also involved in making some of the chemicals that pass messages around the brain.

But if glucose levels keep shooting up after meals, insulin resistance kicks in, and the relationship between neurons and insulin starts to break down — and the brain suffers damage.

For instance, insulin resistance is being linked with formation of the plaques — deposits of damaged protein —  that are a classic sign of Alzheimer’s.

In a study at Brown University in the U.S., when insulin supply in rats’ brains was blocked — mimicking the effects of insulin resistance — the animals became disoriented and plaques appeared in their brain cells.

The effects of raised sugar are not limited to rats.

Last year, a small study from the U.S. Department of Veteran Affairs looked at healthy volunteers who had been on a junk-food diet for only four weeks.

They had a raised level of the markers for plaque in their spinal fluid.

Scientists are still finding out what happens when insulin levels in the brain rise.

‘But we know it is much more important than we thought,’ says Professor Jennie Brand-Miller, a biochemist at the University of Sydney and world authority on insulin (she helped develop the glycaemic index).

High levels of insulin could also be having a damaging effect on neurons, she says.

‘This is because insulin comes partnered with another hormone, amylin, which makes the same sort of plaques as those found in the brains of dementia patients, except in the pancreas.

‘It could be contributing to plaque formation in the brain.’

High sugar levels don’t just push up insulin — they can also damage the brain directly.

Last May, researchers at the University of California showed for the first time that eating high levels of fructose, the concentrated sweetener found in many processed foods, reduced brain function in rats.

‘A high fructose diet over the long term alters your ability to learn and remember information,’ says research leader, Fernandez Gomez-Pinilla, a professor of neurosurgery.

Earlier this year, an Australian team scanned the brains of 300 older people who didn’t have dementia.

The brains of those with diabetes shrank up to two-and-a-half times faster than normal.

This shrinking occurred most in the frontal lobe that controls many functions damaged by Alzheimer’s — decision-making, emotional control and long-term memory.

What makes the theory linking type 2 diabetes and Alzheimer’s so convincing is that both are increasing at similar rates.

In other words, it’s very likely the same process is behind the two.

The key to diabetes, and very possibly to Alzheimer’s, is insulin resistance

Dr Suzanne de la Monte, a neuropathologist at Brown University, says: ‘Before 1980, there was little overlap between Alzheimer’s and diabetes.

‘In fact, until then diabetes rates had been declining.’

Then something changed.

‘In every age group, the death rate from both diseases in 2005 is much higher than in 1980.

‘I believe Alzheimer’s starts with insulin resistance,’ says Dr de la Monte.

If, indeed, the links between diabetes, insulin and Alzheimer’s stand up, the good news is that it will give us more treatment options.

Drugs already used to treat diabetes might benefit Alzheimer’s patients or even stop the disease developing.

As it happens, it’s not the usual diabetes drugs — such as metformin — that may help.

‘So far, giving the older insulin drugs to Alzheimer’s patients hasn’t proved effective,’ says Dr Callum Sutherland, a specialist in insulin action at Dundee University.

The latest approach, in fact, is to boost insulin levels in the brain directly.

A small-scale trial last year found that dementia patients’ memories improved after nasal sprays of insulin.

A larger trial on 240 patients with early signs of dementia is under way at Washington University, in Seattle, to see if it can slow the disease down.

Research with a new type of diabetes drug, known as GLP-1, is promising.

It slows down brain damage in mice with dementia.

Of course, the insulin theory also gives us even more incentive to eat a diet that keeps refined carbohydrates to a minimum.

There is still work to be done to understand all the  connections, as not everyone with diabetes develops Alzheimer’s and vice versa, says Dr Sutherland.

But finding out exactly how this link works could mark a turning point in the fight against this dreadful disease.

SOURCE: dailymail.co.uk

เด็กกินฟาสต์ฟู้ดมีเชาวน์ปัญญาต่ำ สู้เพื่อนกินอาหารที่ปรุงขึ้นใหม่ไม่ได้

นักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยแห่งลอนดอน ศึกษาพบว่าเด็กที่โตขึ้นมาด้วยอาหารฟาสต์ฟู้ด จะมีระดับเชาวน์ปัญญาต่ำกว่าเพื่อนที่กินอาหารที่ปรุงขึ้นใหม่ไม่ได้

พวกเขาได้พบว่าโภชนาการในวัยเด็กจะมีผลต่อระดับสติปัญญาเด็กอยู่อย่างยืนนาน

นักวิจัยจะได้ศึกษาจากเด็กสกอต วัยระหว่าง 3-5 ขวบ จำนวน 4,000 คน เพื่อจะดูว่าอาหารหลักที่เด็กกินในแต่ละวันอย่างไหน ที่มีผลต่อสติปัญญาและความเติบโตของเด็ก

หัวหน้านักวิจัยกล่าวว่า “โดยสามัญสำนึก เรารู้ว่าแบบของอาหารที่กิน จะต้องมีผลกับการพัฒนาสมอง การวิจัยครั้งนี้จะหาหลักฐาน เพื่อเอามาสนับสนุนการรณรงค์ เพื่อจะให้เด็กลดการบริโภคฟาสต์ฟู้ดให้น้อยลง” และเสริมว่า การศึกษาที่แล้วมา แสดงว่าอาหารที่ปรุงใหม่และมีคุณภาพ สำคัญยิ่งกว่าสิ่งที่ทำให้แค่อิ่มได้แค่นั้น โดยเฉพาะในช่วงที่เด็กยังอ่อนและพัฒนาอยู่.

ที่มา: ไทยรัฐ 11 ตุลาคม 2555

.

Related Article

.

Lower socio-economic status was linked to more children having fast food, which led to lower intelligence

Fast food children ‘develop lower IQs’: Junk diet has a lasting effect, warn experts

  • Lower socio-economic status linked to more children having fast food, leading to lower intelligence

By LUCY OSBORNE

PUBLISHED: 23:44 GMT, 3 October 2012

Children given more fast food meals will grow up to have a lower IQ than those who regularly eat freshly-cooked meals, according to a study.

Childhood nutrition has long lasting effects on IQ, even after previous intelligence and wealth and social status are taken into account, it found.

The study examined whether the type of main meal that children ate each day had an impact on their cognitive ability and growth.

It looked at 4,000 Scottish children aged three to five years old and compared fast food with freshly-cooked food.

The study, undertaken by an academic at Goldsmiths, University of London, found that parents with a higher socio-economic status reported that they gave their children meals prepared with fresh ingredients more often, which positively affected their IQ.

Lower socio-economic status was linked to more children having fast food, which led to lower intelligence.

Dr Sophie von Stumm, from the department of psychology at Goldsmiths, said: ‘It’s common sense that the type of food we eat will affect brain development, but previous research has only looked at the effects of specific food groups on children’s IQ rather than at generic types of meals.

‘This research will go some way to providing hard evidence to support the various high-profile campaigns aimed at reducing the amount of fast food consumed by children in the UK.’

Dr von Stumm said her findings highlighted that differences in children’s meals were also a social problem. ‘Mothers and fathers from less privileged backgrounds often have less time to prepare a freshly cooked meal from scratch for their children,’ she said.

‘These children score lower on intelligence tests and often struggle in school.

‘Schools in less privileged areas must do even more to balance children’s diet, so that they can achieve their cognitive potential.

‘It shows that the freshness and quality of food matters more than just being full, in particular when children are young and developing.’

Similar discoveries were made in an Australian study published in August. It found that while eating healthily can give a boost to intelligence, toddlers on a diet of drinks and sweets were less bright as they got older.

By the age of eight the ‘junk food’ children had IQs up to two points lower than their healthy counterparts, according to the researchers from the University of Adelaide.

And an American study, published in the Journal of Epidemiology & Community Health in 2010, showed that children who consume junk food such as pizza, chips and biscuits before the age of three may end up having lower IQs than children who ate home-cooked meals with fruit and vegetables.

These children were tested five years later and had IQ scores that were as much as five points lower than their healthier-eating peers.

The researchers suspected that the negative effect of eating junk food so early in life may not be altered by future healthy habits because brain development is hindered.

SOURCE: dailymail.co.uk